- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 372 ช่องรั่วไหลของปราณ
บทที่ 372 ช่องรั่วไหลของปราณ
บทที่ 372 ช่องรั่วไหลของปราณ
พอได้รู้เรื่องนี้จากปากเจียงเหลียงผิง สีหน้าของเฉียนหย่งก็ยิ่งเคร่งเครียด ตวาดออกไปว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่รีบรายงานเบื้องบน ปล่อยให้คนหายตัวไปตั้งเยอะตั้งแยะแบบนี้”
เจียงเหลียงผิงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไม่กล้าสบตาเฉียนหย่ง ได้แต่ทำหน้าอมทุกข์
“ท่านครับ ผมก็จนปัญญา เรื่องมันด่วน คนที่ท่านส่งมาอยากจะรีบหาตัวผู้หญิงที่หายไป เลยตัดสินใจเสี่ยงเข้าไปหาคนในผามังกรร่วง พวกเราก็นึกไม่ถึงว่าจู่ ๆ ผามังกรร่วงจะมีหมอกประหลาดลอยขึ้นมา” เจียงเหลียงผิงถอนหายใจ รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน
เฉียนหย่งยังคงโมโหไม่หาย บอกว่าถ้าคนที่เข้าไปหาคนหายตัวไปอีก พวกเขาทุกคนต้องรับผิดชอบกันไม่ไหวแน่
“แล้วที่ผามังกรร่วงตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง หมอกจางลงบ้างหรือยัง?” จางเทียนหลิงเอ่ยปากถามขึ้น
“ผมจัดคนหนุ่ม ๆ ในหมู่บ้านให้เฝ้าอยู่ที่นั่น คอยเช็กสถานการณ์ตลอด พวกเขาบอกว่าหมอกยังไม่จาง และยังไม่มีใครกลับออกมาจากผามังกรร่วงเลยครับ” เจียงเหลียงผิงตอบ
เฉียนหย่งขมวดคิ้วแน่น สบถออกมาคำหนึ่ง ดูออกเลยว่ากำลังร้อนใจมาก
ครั้งนี้เขาได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้มารับผิดชอบเรื่องนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ
เจียงเหลียงผิงถามเขาว่าจะทำยังไงต่อ เขาบอกว่าจะให้ทำยังไง ก็ต้องหาวิธีรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วรีบช่วยคนน่ะสิ
จากนั้นเขาก็หันมาหาผม ถามว่า “อาจารย์หลี่ คุณมีความเห็นว่ายังไง พบปัญหาอะไรบ้างไหม?”
ที่เขาเรียกผมมา ก็เพราะฝากความหวังไว้ที่ผม เขาเลยมองผมด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม
จากคำบอกเล่าของเจียงเหลียงผิง สถานการณ์ในหมู่บ้านอันหย่งตอนนี้รุนแรงกว่าตอนที่เรามาถึงซะอีก แต่ก็ทำให้ผมได้รับรู้ข้อมูลมากขึ้น
“ผู้ใหญ่บ้านเจียง ผามังกรร่วงที่คุณพูดถึงอยู่ที่ไหนครับ?” ผมยังไม่รีบตอบคำถามเฉียนหย่ง แต่หันไปถามเจียงเหลียงผิง
“ทางโน้นครับ” เจียงเหลียงผิงชี้มือไปทางทิศหนึ่ง
พวกเรามองตามทิศที่เขาชี้ไป ก็พบว่าตรงนั้นมีหน้าผาขาดอยู่จริง ๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างทิวเขา ระยะห่างขนาดนี้ถ้าไม่สังเกตดี ๆ คงมองข้ามไปได้ง่าย ๆ เมื่อกี้ผมแค่กวาดตามองรอบ ๆ หมู่บ้านอันหย่งคร่าว ๆ เลยไม่ได้สังเกตเห็นหน้าผาที่ซ่อนอยู่ในทิวเขานี้
ทิวเขาที่โอบล้อมหมู่บ้านอันหย่งเกิดช่องโหว่ หมายความว่ารูปแบบการเก็บลมรวมปราณของที่นี่มีช่องรั่วไหล พูดง่าย ๆ คือกะละมังรั่ว น้ำที่ใส่ไว้ข้างในก็จะไหลออกไปเรื่อย ๆ
แต่ตามหลักแล้ว นี่น่าจะเป็นแค่ตำหนิเล็กน้อย อย่างมากก็แค่ทำให้ประสิทธิภาพการเก็บลมรวมปราณลดลงหน่อย ไม่น่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดเรื่องประหลาดได้
“คิงคอง เอาหลัวผานมาซิ” ผมสั่งหลิวเฉิง
หลิวเฉิงรีบไปหยิบจานหลัวผานจากเป้บนรถมาส่งให้ผมทันที
ถือจานหลัวผานไว้ในมือ ผมเริ่มกำหนดทิศทางแปดทิศ
เนื่องจากเรามากับเฉียนหย่ง พวกเจียงเหลียงผิงเลยนึกว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่ทางการเหมือนกัน พอเห็นผมทำแบบนี้เลยดูงง ๆ
“ท่านครับ เขาทำอะไรเหรอครับ?” เจียงเหลียงผิงอดถามเฉียนหย่งไม่ได้
เฉียนหย่งบอกให้เขาเงียบ จะได้ไม่รบกวนผม “ท่านนี้คืออาจารย์หลี่ที่ผมเชิญมาช่วย พวกคุณเงียบ ๆ แล้วดูไปก็พอ”
เจียงเหลียงผิงมองผมอย่างแปลกใจมาก แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรต่อ
ไม่นาน ผมก็กำหนดทิศทางได้ “ทิศตะวันออก ตำแหน่งของผามังกรร่วงคือตำแหน่งเจิ้นธาตุไม้”
“มันมีความหมายว่ายังไงครับ?” เฉียนหย่งรีบเดินเข้ามาถาม
ผมยื่นหลัวผานในมือให้หลิวเฉิงเก็บ ขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยปากบอกพวกเขา
ในยันต์แปดทิศ ทิศตะวันออกคือตำแหน่งเจิ้น ธาตุไม้ และมังกรเขียวหนึ่งในสี่สัตว์เทพก็เป็นสัตว์เทพประจำทิศตะวันออก ธาตุไม้เช่นกัน ประกอบกับจุดเกิดเหตุคือผามังกรร่วงที่อยู่ตรงนี้พอดี
“หรือว่าเรื่องทั้งหมดนี้จะเกี่ยวข้องกับมังกรในตำนานจริง ๆ?” ผมพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เจียงเหลียงผิงที่อยู่ข้าง ๆ รีบเสริมขึ้นมา “ผมเคยฟังคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านเล่าว่า ที่ตรงนั้นมีหน้าผาเกิดขึ้นเพราะวันหนึ่งมีมังกรตกลงมาจากฟ้า กระแทกจนเกิดเป็นหน้าผาขาด นี่เลยเป็นที่มาของชื่อผามังกรร่วงครับ”
หลิวเฉิงตะลึงงัน พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ “คงไม่ใช่จะเป็นมังกรจริง ๆ หรอกนะ รู้สึกเหมือนฟังนิทานปรัมปราเลยว่ะ”
แต่ผมกลับส่ายหน้า “ไม่น่าใช่นะ ต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง สิ่งที่รั่วไหลออกไปจากตรงนั้นก็คือไอวิญญาณที่สะสมอยู่ในแอ่งกระทะ ถ้ามีมังกรจริง ก็ต้องเป็นมังกรดี ไม่น่าใช่มังกรชั่วร้ายที่ทำร้ายคนแน่!”
“อีกอย่างตามที่คุณผู้ใหญ่บ้านเจียงบอก ผู้หญิงที่หายตัวไปในหมู่บ้านล้วนแต่วิ่งไปที่ผามังกรร่วงเอง น่าจะถูกอะไรบางอย่างควบคุมจิตใจ” จางเทียนหลิงลูบคางพูด
ปัญหาทุกอย่างชี้เป้าไปที่ผามังกรร่วง หรือว่าที่นั่นจะมีมังกรชั่วร้ายซ่อนอยู่จริง ๆ?
“สารวัตรเฉียน ผมอยากไปดูที่ผามังกรร่วงเดี๋ยวนี้เลย” ผมบอกเฉียนหย่ง
เฉียนหย่งพยักหน้าบอกว่าไม่มีปัญหา พวกเราเลยขึ้นรถ ให้เจียงเหลียงผิงนำทางพาไปที่ผามังกรร่วงทางทิศตะวันออก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเราก็มาถึงด้านนอกผามังกรร่วง
พอลงจากรถ ชายฉกรรจ์สามคนที่เจียงเหลียงผิงจัดให้เฝ้าอยู่ที่นี่ก็รีบเดินเข้ามาหา
“ผู้ใหญ่บ้าน พวกท่านมาทำไมกันครับ?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเอ่ยถามเจียงเหลียงผิง
เจียงเหลียงผิงชี้มาที่พวกเรา บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่อำเภอส่งมา จะมาตรวจสอบสถานการณ์
ทั้งสามคนได้ยินดังนั้นก็รีบทักทายพวกเรา เรียกท่านครับท่านคะกันใหญ่
เฉียนหย่งบอกให้พวกเขาไม่ต้องมากความ ถามถึงสถานการณ์ “คนที่เข้าไป ยังไม่มีข่าวอีกเหรอ?”
“พวกเราเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอด ไม่มีใครออกมาเลยครับ”
ทั้งสามคนยังบอกอีกว่าพอดึก ๆ ผามังกรร่วงจะมีเสียงร้องประหลาดดังออกมา พวกเขาไม่กล้าเฝ้าต่อแน่
ผมขมวดคิ้ว สังเกตสภาพแวดล้อมตรงหน้า ไม่ไกลออกไปคือหน้าผาเพียงแห่งเดียวในแอ่งกระทะ ซึ่งสูงชันมาก ด้านล่างเป็นหุบเหว การจะเข้าไปต้องผ่านป่าทึบด้านหน้า
อย่างที่พวกเจียงเหลียงผิงบอก ต่อให้แดดเปรี้ยงขนาดนี้ ในป่าทึบก็ยังถูกปกคลุมด้วยหมอกหนา หมอกหนาขนาดนี้ เข้าไปแล้วแยกแยะทิศทางไม่ได้แน่ ๆ บวกกับภูมิประเทศในหุบเหวที่มักจะซับซ้อนและอันตราย คนที่เข้าไปแล้วยังไม่กลับมา เกรงว่าจะร้ายมากกว่าดี
ผมหันไปมองจางเทียนหลิงที่กำลังจ้องมองป่าทึบในหมอกหนาเหมือนกัน ถามเขาว่าเจออะไรไหม
“ไม่เลย หมอกนี่เหมือนเป็นเกราะป้องกัน ฉันสัมผัสสถานการณ์ข้างในไม่ได้เลย” จางเทียนหลิงส่ายหน้าตอบ
จริงด้วย ผมสัมผัสกลิ่นอายอะไรไม่ได้เลย หมอกนั่นตัดขาดไอพลังในผามังกรร่วงและหุบเหวออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
สถานการณ์ตรงหน้า ขืนส่งคนเข้าไปอีกก็รังแต่จะเพิ่มจำนวนผู้สูญหาย เฉียนหย่งคิดหาทางออกไม่ได้ เลยถามผมว่ามีวิธีอะไรไหม
คิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมหยิบกระดาษเหลืองออกมาแผ่นหนึ่ง ฉีกเป็นหุ่นกระดาษตัวเล็ก ๆ เตรียมจะใช้หุ่นกระดาษลองเชิงดู เผื่อจะได้รู้อะไรข้างในบ้าง
ผมประสานมุทรา ปากท่องคาถา ไม่นาน หุ่นกระดาษในมือก็พุ่งเข้าไปในป่าทึบที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาอย่างรวดเร็ว
ภาพนี้ทำเอาพวกเจียงเหลียงผิงตะลึงงัน จ้องมองผมอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ผ่านไปสักพัก คิ้วผมก็ขมวดแน่นขึ้นไปอีก
“เป็นไงบ้าง?” จางเทียนหลิงถาม
ผมส่ายหน้า ถอนหายใจ “หุ่นกระดาษเข้าไปแล้วก็เหมือนหินจมทะเล ฉันสัมผัสการตอบสนองไม่ได้เลย”
สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผมเสนอให้กลับไปที่หมู่บ้านอันหย่งก่อน ไปสอบถามชาวบ้านเพิ่มเติม เผื่อจะได้เบาะแสอะไรที่มีประโยชน์บ้าง
ตอนที่พวกเราเพิ่งขึ้นรถ ระหว่างทางกลับหมู่บ้านอันหย่ง ผมมองไปทางทิศตะวันตกที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขา แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงบนยอดเขาสลับซับซ้อน ราวกับฉาบขอบทองไว้บนยอดเขา
จู่ ๆ ผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ร้องตะโกนอย่างตื่นเต้น “จอดรถ จอดรถเร็วเข้า!”