เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 366 รักษาอาการบาดเจ็บ

บทที่ 366 รักษาอาการบาดเจ็บ

บทที่ 366 รักษาอาการบาดเจ็บ


มือของจางเทียนหลิงชูขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพังอย่างสั่นเทา ผมลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังไม่ตาย

พอผมคลายค่ายกลแผนผังไท่จี๋ พวกเราสามคนก็รีบวิ่งเข้าไปหา

“แม่มเอ๊ย นักพรตลามก นายรอเดี๋ยวนะ เฮียหลิวมาช่วยนายแล้ว” หลิวเฉิงวิ่งไปถึงจุดที่แขนของจางเทียนหลิงโผล่ออกมาคนแรก พูดด้วยสีหน้าร้อนรน

ถึงเขากับจางเทียนหลิงจะชอบปะทะคารมกันบ่อย ๆ เหม็นขี้หน้ากันเป็นประจำ แต่ดูออกว่าพอเกิดเรื่องจริง ๆ ทั้งคู่ต่างก็เป็นห่วงกันมาก

หลิวเฉิงยื่นมือไปจับมือจางเทียนหลิงที่โผล่พ้นซากปรักหักพังออกมา ทันทีที่มือทั้งสองสัมผัสกัน หลิวเฉิงก็ชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด อุทานอย่างตกใจ “เฮ้ย ทำไมร้อนจี๋ขนาดนี้ เหมือนถ่านไฟเลย”

“ระวัง ไอหยางในตัวเขากำเริบ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปแตะตัวเขามั่วซั่ว ไม่งั้นไอหยางที่แผ่ออกมาจากตัวเขาจะทำร้ายเอาได้” ผมเตือนเขา กันไม่ให้เขาเผลอไปแตะโดนอีก

เขาไม่กล้าแตะอีก เริ่มลงมือขนย้ายซากปรักหักพังที่ทับตัวจางเทียนหลิงออก ผมกับเฉียนหย่งก็เข้าไปช่วยด้วย

“อาจารย์หลี่ เมื่อกี้คุณทำอะไรครับเนี่ย รุนแรงชะมัด เล่นเอาบ้านถล่มไปเกินครึ่งเลย” เฉียนหย่งอดถามไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

หลิวเฉิงบอกเขาว่านั่นเรียกว่าอสนีแดง เป็นวิชาสายฟ้าที่ร้ายกาจที่สุดของผมในตอนนี้

“แล้วอินเจิ้งหยวนล่ะครับ?” เฉียนหย่งถามต่อ

ผมบอกเขาว่าอินเจิ้งหยวนโดนอสนีแดงเข้าไปเต็ม ๆ วิญญาณแตกสลายไปแล้ว ไม่มีทางกลับมาทำร้ายคนได้อีกตลอดกาล

เดิมทีการใช้อสนีแดงในบ้านเก่า ๆ แบบนี้เป็นเรื่องอันตรายมาก ถ้าพลาดขึ้นมาก็จะกลายเป็นแบบนี้ ดึงคนอื่นเข้ามาเสี่ยงอันตรายไปด้วย

แต่จางเทียนหลิงดันเกิดอาการไอหยางกำเริบ ต้องรีบหาทางรักษา จะมัวเสียเวลากับไอ้สารเลวอินเจิ้งหยวนต่อไม่ได้ ผมเลยต้องยอมเสี่ยงใช้อสนีแดง

ไม่นาน ด้วยความพยายามของพวกเราสามคน ร่างของจางเทียนหลิงที่ถูกทับอยู่ใต้ซากปรักหักพังก็ปรากฏแก่สายตา

สภาพเขาตอนนี้ดูทุลักทุเลมาก ผิวหนังทั่วตัวแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนดูน่ากลัวสุด ๆ

“นักพรตลามก นายไม่เป็นไรนะ?” หลิวเฉิงไม่กล้าแตะตัวเขา ได้แต่ถามอย่างร้อนใจ

จางเทียนหลิงที่กำลังทรมานไม่สามารถตอบเขาได้แล้ว สติสัมปชัญญะคงจะเลือนรางเต็มที

ไอหยางยังคงพุ่งสูงขึ้น ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้จางเทียนหลิงเป็นผู้ใช้วิชาอาคม ร่างกายก็คงรับไม่ไหว

ผมให้หลิวเฉิงหยิบอุปกรณ์วาดเครื่องรางออกมา แล้วรีบวาดยันต์ห้าธาตุน้ำแผ่นหนึ่ง ซัดใส่ร่างจางเทียนหลิง

ยันต์ห้าธาตุน้ำเริ่มออกฤทธิ์ ช่วยสะกดไอหยางส่วนใหญ่ไว้ได้ชั่วคราว

ผมดีใจมาก เดิมทีแค่กะจะลองดูเฉย ๆ นึกไม่ถึงว่าจะได้ผลจริง ๆ ถ้าอย่างนั้น แก่นปีศาจของเสี่ยวไป๋ก็น่าจะได้ผลเหมือนกัน

“มา ช่วยกันหามเขาไปที่ตำแหน่งขั่นทิศเหนือซึ่งเป็นธาตุน้ำเร็ว” ผมให้เฉียนหย่งกับหลิวเฉิงมาช่วยกันย้ายจางเทียนหลิงไปทางทิศเหนือ

หลิวเฉิงยังกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ยอมแตะตัวจางเทียนหลิง ยังจำเรื่องที่โดนไอหยางลวกเมื่อกี้ได้แม่น

“ไม่เป็นไรแล้ว ยันต์ห้าธาตุน้ำออกฤทธิ์แล้ว ไอหยางไม่ลวกนายแล้วล่ะ” ผมบอกเขา เร่งให้เขาทำเวลา

ถึงยันต์ห้าธาตุน้ำจะใช้ได้ผล แต่ไอหยางของจางเทียนหลิงรุนแรงเกินไป อีกไม่นานยันต์คงหมดฤทธิ์

หลิวเฉิงไม่ลังเลอีก เข้ามาช่วยกันหามจางเทียนหลิงออกจากซากปรักหักพัง ไปวางไว้ที่ทิศเหนือ

“ตรงนี้แหละ” หาพื้นที่ราบเรียบได้ ผมก็ให้ทั้งสองคนค่อย ๆ วางจางเทียนหลิงลง

ตอนนั้นเอง จางเทียนหลิงก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ยันต์ห้าธาตุน้ำที่แปะอยู่บนตัวเขากลายเป็นเถ้าถ่าน หมดฤทธิ์ไปเรียบร้อย

“พวกนายสองคนไปหาหลี่ว์หมิ่นใต้ซากปรักหักพังโน่นไป ฉันจะเริ่มรักษานักพรตลามกแล้ว” ผมบอกกับทั้งสองคนที่ทำตัวไม่ถูก

ทั้งคู่ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีหลี่ว์หมิ่นถูกทับอยู่ใต้ซากอีกคน ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง

หลิวเฉิงมองซากปรักหักพังเละเทะด้านหลัง ไม่รู้ว่าหลี่ว์หมิ่นถูกฝังอยู่ตรงไหน เกรงว่าจะม่องเท่งไปแล้ว

“เป็นต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ ไปเถอะ เราสองคนไปลองหากันดู” เฉียนหย่งพูดจบก็เดินไปที่กองซากปรักหักพัง หลิวเฉิงเลยจำใจต้องเดินตามไป

พอลับหลังทั้งสองคน เลือดสด ๆ ก็ไหลทะลักออกจากปากจางเทียนหลิงที่นอนอยู่บนพื้น ผมรีบสื่อสารกับเสี่ยวไป๋ในจี้หยกทันที

“เสี่ยวไป๋ ขอยืมแก่นปีศาจของแกหน่อย” ผมพูดขึ้น

ไม่กี่วินาทีต่อมา แสงสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งออกจากจี้หยกมาตกลงบนมือผม สัมผัสเย็นเฉียบ นี่คือแก่นปีศาจสัตว์อสูรของเสี่ยวไป๋นั่นเอง

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ผมยัดแก่นปีศาจใส่ปากจางเทียนหลิงทันที ให้เขากลืนลงไป

จากนั้นผมก็พยุงจางเทียนหลิงลุกขึ้นนั่งกับพื้น แล้วอ้อมไปนั่งขัดสมาธิข้างหลังเขา มือประสานมุทรา โคจรปราณในร่าง แล้วทาบฝ่ามือทั้งสองลงบนแผ่นหลังเขา ถ่ายทอดปราณของผมเข้าสู่ร่างกายเขา

ตอนนี้จางเทียนหลิงอ่อนแอเกินไป ผมกลัวว่าเขาจะรับพลังจากแก่นปีศาจสัตว์อสูรของเสี่ยวไป๋ไม่ไหว เลยใช้ปราณของผมช่วยประคอง

ไม่นาน ไอหยางในตัวจางเทียนหลิงก็ถูกกดลงอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากพูดได้

“ขอบใจนะ หลงหยวน” เขาพูดขอบคุณผม

ผมบอกให้เขาไม่ต้องพูด ในเมื่อขยับตัวได้แล้วก็ให้โคจรลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ พยายามกดอาการไอหยางกำเริบครั้งนี้ให้ลง

เขาพยักหน้า เริ่มประสานมุทรา โคจรลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

ตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าทางเข้าออกจุดต่าง ๆ ก็ถูกเฉียนหย่งเรียกตัวมาที่นี่ ให้มาช่วยกันหาหลี่ว์หมิ่นที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ภาพตรงหน้าทำเอาเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตะลึงงัน ถามเฉียนหย่งว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อกี้เหมือนพวกเขาจะได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นเหมือนกัน

เฉียนหย่งบอกให้พวกเขาอย่าเพิ่งถามมาก รีบหาตัวหลี่ว์หมิ่นที่ถูกฝังอยู่ให้เจอก่อนเป็นเรื่องด่วน

พวกเขาบวกกันสิบกว่าคนช่วยกันค้นหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เจอหลี่ว์หมิ่นที่ถูกฝังอยู่

“คนอยู่นี่!” เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายตะโกนลั่น คนอื่น ๆ ได้ยินก็รีบวิ่งเข้าไป

หลิวเฉิงวิ่งไปพลางถามสถานการณ์ไปพลาง “เป็นไง หลี่ว์หมิ่นยังหายใจอยู่ไหม?”

“ยังอยู่ครับ มีแผลภายนอกเยอะหน่อย แต่ไม่ถึงตาย” เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นตอบกลับ

“ผู้หญิงคนนั้นน่าสงสารจริง ๆ แต่ก็ดวงแข็งทีเดียว” หลิวเฉิงพูดขึ้น

ส่วนทางฝั่งผม ไอหยางในตัวจางเทียนหลิงถูกสยบลงแล้ว ผมละมือจากแผ่นหลังเขาแล้วลุกขึ้นยืน

ปาดเหงื่อบนหน้าผาก เมื่อกี้ผมกังวลจริง ๆ ว่าจางเทียนหลิงจะตายเพราะพิษไอหยางกำเริบ

ผ่านไปครู่หนึ่ง จางเทียนหลิงคลายมุทรา ใช้มือข้างหนึ่งตบไปที่ตันเถียนล่าง คายแก่นปีศาจสัตว์อสูรของเสี่ยวไป๋ออกมา

เขาพยายามจะลุกขึ้น ผมรีบเข้าไปช่วยพยุงเขาขึ้นจากพื้น

“ขอบใจ” เขาส่งแก่นปีศาจสัตว์อสูรคืนให้ผม “ฝากขอบคุณเสี่ยวไป๋ที่ให้ยืมแก่นปีศาจด้วย”

รับแก่นปีศาจสัตว์อสูรมา ผมเรียกชื่อเสี่ยวไป๋เบา ๆ แก่นปีศาจก็กลายเป็นแสงสีขาวพุ่งกลับเข้าไปในจี้หยก

แววตาจางเทียนหลิงฉายแววสงสัย ลูบที่ตันเถียนล่างของตัวเอง

“เป็นอะไรไป?” ผมถามอย่างสงสัย

เขาส่ายหน้า ไม่พูดอะไร ผ่านไปสักพักถึงหันมาถามผม “หลงหยวน พลังที่นายถ่ายทอดให้ฉันเมื่อกี้มันดูแปลก ๆ นะ เหมือนจะมีผลดีกับอาการบาดเจ็บของฉันมากเลย”

ผมเข้าใจแล้ว พลังที่เขาพูดถึง จริง ๆ แล้วคือปราณของผม เพราะเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะของตระกูลหลี่เราไม่ได้ฝึกกำลังภายใน แต่ฝึกปราณต้นกำเนิดสรรพสิ่ง

“นั่นคือปราณของฉัน ไม่ใช่กำลังภายใน” ผมอธิบายสั้น ๆ

ลองมาคิดดู ก่อนหน้านี้ผมลืมเรื่องปราณในตัวไปเลยจริง ๆ น่าจะลองใช้ปราณรักษานักพรตลามกตั้งนานแล้ว ดูจากตอนนี้ ไม่แน่ว่าปราณของผมอาจจะรักษาอาการธาตุไฟเข้าแทรกของจางเทียนหลิงให้หายขาดได้ จนเขาสามารถกลับมาแสดงฝีมือที่แท้จริง

จบบทที่ บทที่ 366 รักษาอาการบาดเจ็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว