- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 366 รักษาอาการบาดเจ็บ
บทที่ 366 รักษาอาการบาดเจ็บ
บทที่ 366 รักษาอาการบาดเจ็บ
มือของจางเทียนหลิงชูขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพังอย่างสั่นเทา ผมลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังไม่ตาย
พอผมคลายค่ายกลแผนผังไท่จี๋ พวกเราสามคนก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“แม่มเอ๊ย นักพรตลามก นายรอเดี๋ยวนะ เฮียหลิวมาช่วยนายแล้ว” หลิวเฉิงวิ่งไปถึงจุดที่แขนของจางเทียนหลิงโผล่ออกมาคนแรก พูดด้วยสีหน้าร้อนรน
ถึงเขากับจางเทียนหลิงจะชอบปะทะคารมกันบ่อย ๆ เหม็นขี้หน้ากันเป็นประจำ แต่ดูออกว่าพอเกิดเรื่องจริง ๆ ทั้งคู่ต่างก็เป็นห่วงกันมาก
หลิวเฉิงยื่นมือไปจับมือจางเทียนหลิงที่โผล่พ้นซากปรักหักพังออกมา ทันทีที่มือทั้งสองสัมผัสกัน หลิวเฉิงก็ชักมือกลับราวกับถูกไฟดูด อุทานอย่างตกใจ “เฮ้ย ทำไมร้อนจี๋ขนาดนี้ เหมือนถ่านไฟเลย”
“ระวัง ไอหยางในตัวเขากำเริบ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปแตะตัวเขามั่วซั่ว ไม่งั้นไอหยางที่แผ่ออกมาจากตัวเขาจะทำร้ายเอาได้” ผมเตือนเขา กันไม่ให้เขาเผลอไปแตะโดนอีก
เขาไม่กล้าแตะอีก เริ่มลงมือขนย้ายซากปรักหักพังที่ทับตัวจางเทียนหลิงออก ผมกับเฉียนหย่งก็เข้าไปช่วยด้วย
“อาจารย์หลี่ เมื่อกี้คุณทำอะไรครับเนี่ย รุนแรงชะมัด เล่นเอาบ้านถล่มไปเกินครึ่งเลย” เฉียนหย่งอดถามไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
หลิวเฉิงบอกเขาว่านั่นเรียกว่าอสนีแดง เป็นวิชาสายฟ้าที่ร้ายกาจที่สุดของผมในตอนนี้
“แล้วอินเจิ้งหยวนล่ะครับ?” เฉียนหย่งถามต่อ
ผมบอกเขาว่าอินเจิ้งหยวนโดนอสนีแดงเข้าไปเต็ม ๆ วิญญาณแตกสลายไปแล้ว ไม่มีทางกลับมาทำร้ายคนได้อีกตลอดกาล
เดิมทีการใช้อสนีแดงในบ้านเก่า ๆ แบบนี้เป็นเรื่องอันตรายมาก ถ้าพลาดขึ้นมาก็จะกลายเป็นแบบนี้ ดึงคนอื่นเข้ามาเสี่ยงอันตรายไปด้วย
แต่จางเทียนหลิงดันเกิดอาการไอหยางกำเริบ ต้องรีบหาทางรักษา จะมัวเสียเวลากับไอ้สารเลวอินเจิ้งหยวนต่อไม่ได้ ผมเลยต้องยอมเสี่ยงใช้อสนีแดง
ไม่นาน ด้วยความพยายามของพวกเราสามคน ร่างของจางเทียนหลิงที่ถูกทับอยู่ใต้ซากปรักหักพังก็ปรากฏแก่สายตา
สภาพเขาตอนนี้ดูทุลักทุเลมาก ผิวหนังทั่วตัวแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนดูน่ากลัวสุด ๆ
“นักพรตลามก นายไม่เป็นไรนะ?” หลิวเฉิงไม่กล้าแตะตัวเขา ได้แต่ถามอย่างร้อนใจ
จางเทียนหลิงที่กำลังทรมานไม่สามารถตอบเขาได้แล้ว สติสัมปชัญญะคงจะเลือนรางเต็มที
ไอหยางยังคงพุ่งสูงขึ้น ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้จางเทียนหลิงเป็นผู้ใช้วิชาอาคม ร่างกายก็คงรับไม่ไหว
ผมให้หลิวเฉิงหยิบอุปกรณ์วาดเครื่องรางออกมา แล้วรีบวาดยันต์ห้าธาตุน้ำแผ่นหนึ่ง ซัดใส่ร่างจางเทียนหลิง
ยันต์ห้าธาตุน้ำเริ่มออกฤทธิ์ ช่วยสะกดไอหยางส่วนใหญ่ไว้ได้ชั่วคราว
ผมดีใจมาก เดิมทีแค่กะจะลองดูเฉย ๆ นึกไม่ถึงว่าจะได้ผลจริง ๆ ถ้าอย่างนั้น แก่นปีศาจของเสี่ยวไป๋ก็น่าจะได้ผลเหมือนกัน
“มา ช่วยกันหามเขาไปที่ตำแหน่งขั่นทิศเหนือซึ่งเป็นธาตุน้ำเร็ว” ผมให้เฉียนหย่งกับหลิวเฉิงมาช่วยกันย้ายจางเทียนหลิงไปทางทิศเหนือ
หลิวเฉิงยังกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่ยอมแตะตัวจางเทียนหลิง ยังจำเรื่องที่โดนไอหยางลวกเมื่อกี้ได้แม่น
“ไม่เป็นไรแล้ว ยันต์ห้าธาตุน้ำออกฤทธิ์แล้ว ไอหยางไม่ลวกนายแล้วล่ะ” ผมบอกเขา เร่งให้เขาทำเวลา
ถึงยันต์ห้าธาตุน้ำจะใช้ได้ผล แต่ไอหยางของจางเทียนหลิงรุนแรงเกินไป อีกไม่นานยันต์คงหมดฤทธิ์
หลิวเฉิงไม่ลังเลอีก เข้ามาช่วยกันหามจางเทียนหลิงออกจากซากปรักหักพัง ไปวางไว้ที่ทิศเหนือ
“ตรงนี้แหละ” หาพื้นที่ราบเรียบได้ ผมก็ให้ทั้งสองคนค่อย ๆ วางจางเทียนหลิงลง
ตอนนั้นเอง จางเทียนหลิงก็ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ยันต์ห้าธาตุน้ำที่แปะอยู่บนตัวเขากลายเป็นเถ้าถ่าน หมดฤทธิ์ไปเรียบร้อย
“พวกนายสองคนไปหาหลี่ว์หมิ่นใต้ซากปรักหักพังโน่นไป ฉันจะเริ่มรักษานักพรตลามกแล้ว” ผมบอกกับทั้งสองคนที่ทำตัวไม่ถูก
ทั้งคู่ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีหลี่ว์หมิ่นถูกทับอยู่ใต้ซากอีกคน ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง
หลิวเฉิงมองซากปรักหักพังเละเทะด้านหลัง ไม่รู้ว่าหลี่ว์หมิ่นถูกฝังอยู่ตรงไหน เกรงว่าจะม่องเท่งไปแล้ว
“เป็นต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ ไปเถอะ เราสองคนไปลองหากันดู” เฉียนหย่งพูดจบก็เดินไปที่กองซากปรักหักพัง หลิวเฉิงเลยจำใจต้องเดินตามไป
พอลับหลังทั้งสองคน เลือดสด ๆ ก็ไหลทะลักออกจากปากจางเทียนหลิงที่นอนอยู่บนพื้น ผมรีบสื่อสารกับเสี่ยวไป๋ในจี้หยกทันที
“เสี่ยวไป๋ ขอยืมแก่นปีศาจของแกหน่อย” ผมพูดขึ้น
ไม่กี่วินาทีต่อมา แสงสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งออกจากจี้หยกมาตกลงบนมือผม สัมผัสเย็นเฉียบ นี่คือแก่นปีศาจสัตว์อสูรของเสี่ยวไป๋นั่นเอง
ไม่พูดพร่ำทำเพลง ผมยัดแก่นปีศาจใส่ปากจางเทียนหลิงทันที ให้เขากลืนลงไป
จากนั้นผมก็พยุงจางเทียนหลิงลุกขึ้นนั่งกับพื้น แล้วอ้อมไปนั่งขัดสมาธิข้างหลังเขา มือประสานมุทรา โคจรปราณในร่าง แล้วทาบฝ่ามือทั้งสองลงบนแผ่นหลังเขา ถ่ายทอดปราณของผมเข้าสู่ร่างกายเขา
ตอนนี้จางเทียนหลิงอ่อนแอเกินไป ผมกลัวว่าเขาจะรับพลังจากแก่นปีศาจสัตว์อสูรของเสี่ยวไป๋ไม่ไหว เลยใช้ปราณของผมช่วยประคอง
ไม่นาน ไอหยางในตัวจางเทียนหลิงก็ถูกกดลงอย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดเขาก็เอ่ยปากพูดได้
“ขอบใจนะ หลงหยวน” เขาพูดขอบคุณผม
ผมบอกให้เขาไม่ต้องพูด ในเมื่อขยับตัวได้แล้วก็ให้โคจรลมปราณรักษาอาการบาดเจ็บ พยายามกดอาการไอหยางกำเริบครั้งนี้ให้ลง
เขาพยักหน้า เริ่มประสานมุทรา โคจรลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
ตอนนั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าทางเข้าออกจุดต่าง ๆ ก็ถูกเฉียนหย่งเรียกตัวมาที่นี่ ให้มาช่วยกันหาหลี่ว์หมิ่นที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง
ภาพตรงหน้าทำเอาเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตะลึงงัน ถามเฉียนหย่งว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อกี้เหมือนพวกเขาจะได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นเหมือนกัน
เฉียนหย่งบอกให้พวกเขาอย่าเพิ่งถามมาก รีบหาตัวหลี่ว์หมิ่นที่ถูกฝังอยู่ให้เจอก่อนเป็นเรื่องด่วน
พวกเขาบวกกันสิบกว่าคนช่วยกันค้นหาอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เจอหลี่ว์หมิ่นที่ถูกฝังอยู่
“คนอยู่นี่!” เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายตะโกนลั่น คนอื่น ๆ ได้ยินก็รีบวิ่งเข้าไป
หลิวเฉิงวิ่งไปพลางถามสถานการณ์ไปพลาง “เป็นไง หลี่ว์หมิ่นยังหายใจอยู่ไหม?”
“ยังอยู่ครับ มีแผลภายนอกเยอะหน่อย แต่ไม่ถึงตาย” เจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นตอบกลับ
“ผู้หญิงคนนั้นน่าสงสารจริง ๆ แต่ก็ดวงแข็งทีเดียว” หลิวเฉิงพูดขึ้น
ส่วนทางฝั่งผม ไอหยางในตัวจางเทียนหลิงถูกสยบลงแล้ว ผมละมือจากแผ่นหลังเขาแล้วลุกขึ้นยืน
ปาดเหงื่อบนหน้าผาก เมื่อกี้ผมกังวลจริง ๆ ว่าจางเทียนหลิงจะตายเพราะพิษไอหยางกำเริบ
ผ่านไปครู่หนึ่ง จางเทียนหลิงคลายมุทรา ใช้มือข้างหนึ่งตบไปที่ตันเถียนล่าง คายแก่นปีศาจสัตว์อสูรของเสี่ยวไป๋ออกมา
เขาพยายามจะลุกขึ้น ผมรีบเข้าไปช่วยพยุงเขาขึ้นจากพื้น
“ขอบใจ” เขาส่งแก่นปีศาจสัตว์อสูรคืนให้ผม “ฝากขอบคุณเสี่ยวไป๋ที่ให้ยืมแก่นปีศาจด้วย”
รับแก่นปีศาจสัตว์อสูรมา ผมเรียกชื่อเสี่ยวไป๋เบา ๆ แก่นปีศาจก็กลายเป็นแสงสีขาวพุ่งกลับเข้าไปในจี้หยก
แววตาจางเทียนหลิงฉายแววสงสัย ลูบที่ตันเถียนล่างของตัวเอง
“เป็นอะไรไป?” ผมถามอย่างสงสัย
เขาส่ายหน้า ไม่พูดอะไร ผ่านไปสักพักถึงหันมาถามผม “หลงหยวน พลังที่นายถ่ายทอดให้ฉันเมื่อกี้มันดูแปลก ๆ นะ เหมือนจะมีผลดีกับอาการบาดเจ็บของฉันมากเลย”
ผมเข้าใจแล้ว พลังที่เขาพูดถึง จริง ๆ แล้วคือปราณของผม เพราะเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะของตระกูลหลี่เราไม่ได้ฝึกกำลังภายใน แต่ฝึกปราณต้นกำเนิดสรรพสิ่ง
“นั่นคือปราณของฉัน ไม่ใช่กำลังภายใน” ผมอธิบายสั้น ๆ
ลองมาคิดดู ก่อนหน้านี้ผมลืมเรื่องปราณในตัวไปเลยจริง ๆ น่าจะลองใช้ปราณรักษานักพรตลามกตั้งนานแล้ว ดูจากตอนนี้ ไม่แน่ว่าปราณของผมอาจจะรักษาอาการธาตุไฟเข้าแทรกของจางเทียนหลิงให้หายขาดได้ จนเขาสามารถกลับมาแสดงฝีมือที่แท้จริง