เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 364 ซ่อนในรอยสัก

บทที่ 364 ซ่อนในรอยสัก

บทที่ 364 ซ่อนในรอยสัก


“นักพรตลามกพูดถูก ถึงฉันจะเห็นใจเธอมาก แต่สิ่งที่เธอทำก็ยังให้อภัยไม่ได้อยู่ดี เพราะคู่รักที่ถูกเธอควบคุมจนตายเหล่านั้นเป็นคนบริสุทธิ์” หลิวเฉิงเห็นด้วยกับคำพูดของจางเทียนหลิง จากนั้นก็พูดกับหลี่ว์หมิ่นที่กำลังร้องไห้

เฉียนหย่งเก็บปืนพก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าเขาทำงานตำรวจมาหลายปี อาชญากรแบบไหนก็เจอมาหมดแล้ว อาชญากรจำนวนมากต่างก็มีเหตุผลในการก่ออาชญากรรมร้อยแปดพันประการ

“แต่การก่ออาชญากรรมก็คือการก่ออาชญากรรม ต่อให้เหตุผลของคุณจะฟังดูดีแค่ไหน ก็กลบเกลื่อนความผิดที่คุณก่อไว้ไม่ได้หรอก” เฉียนหย่งทำหน้าขรึม พูดช้า ๆ

ใบหน้าหลี่ว์หมิ่นเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เธอเงยหน้าขึ้น มุมปากเผยรอยยิ้มซับซ้อน เหมือนจะจนใจ แต่ก็เหมือนจะหลุดพ้นเช่นกัน

“ตอนที่เลือกเดินเส้นทางนี้ ฉันก็เตรียมใจไว้แล้ว และรู้ดีว่าตัวเองคงไม่มีจุดจบที่ดี ทุกอย่างจบลงแล้ว” หลี่ว์หมิ่นปล่อยวางแล้ว หลับตาลงไม่มองพวกเราอีก

เงียบไปครู่หนึ่ง ผมถึงเอ่ยถามเรื่องวิญญาณเหอฮุ่ยลี่

“หลี่ว์หมิ่น คุณเป็นคนสะกดคอวิญญาณเหอฮุ่ยลี่ แล้วทำให้เธออ่อนแอขนาดนั้นใช่ไหม?” ผมข้องใจนิดหน่อย เพราะหลี่ว์หมิ่นฝีมือไม่ถึงขั้น ไม่น่าจะใช้วิธีแบบนี้กับวิญญาณได้

นึกว่าจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรอีก นึกไม่ถึงว่าหลี่ว์หมิ่นจะพยักหน้ายอมรับ บอกว่าเป็นฝีมือเธอเอง

เธอบอกพวกเราว่า รอยสักบนตัวคู่รักเหล่านั้น เธอได้ลงอาคมไว้ ก็เปรียบเสมือนกล้องวงจรปิดของเธอนั่นแหละ

หลังจากเหอฮุ่ยลี่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต พอกลายเป็นวิญญาณก็จับสังเกตความผิดปกติของรอยสักบนแขนตู้คังได้ เลยอยากจะเตือนตู้คัง เพื่อช่วยชีวิตเขา

หลี่ว์หมิ่นที่สัมผัสได้ถึงเรื่องนี้ย่อมไม่ยอมให้เหอฮุ่ยลี่สมหวัง จึงข่มขู่วิญญาณเหอฮุ่ยลี่ เตือนให้เธออยู่ห่างจากตู้คัง

นึกไม่ถึงว่าวิญญาณเหอฮุ่ยลี่ยอมวิญญาณแตกสลายดีกว่าปล่อยให้เธอทำร้ายตู้คัง สุดท้ายเธอเลยเลือกที่จะสะกดคอเหอฮุ่ยลี่ไว้ ทำให้พูดไม่ได้

หลังจากนั้นผมก็โผล่มา ช่วยให้เหอฮุ่ยลี่จับปากกาได้ เธอรู้เรื่องนี้ผ่านรอยสักบนแขนตู้คัง เลยใช้อาคมขับไล่เหอฮุ่ยลี่ไปก่อนที่เหอฮุ่ยลี่จะทันได้เขียนบอกความจริง

“วิธีการสะกดคอวิญญาณไม่ใช่วิชาธรรมดา คุณเพิ่งจะมาฝึกวิชาทีหลัง ทำแบบนี้ได้ยังไง?” ผมถามต่อ

หลี่ว์หมิ่นเหมือนจะถูกผมถามจนไปไม่เป็น ขมวดคิ้วคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ส่ายหน้า บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน สรุปคือเธอทำได้ก็แล้วกัน

“หลอกใครเนี่ย เรื่องที่ตัวเองทำจะไม่รู้ได้ไง?” หลิวเฉิงไม่เชื่อ ถามสวนกลับไป

แต่หลี่ว์หมิ่นไม่อยากอธิบายมากความ ปิดปากเงียบ

ผมถามเธอว่าแล้วตอนนี้วิญญาณเหอฮุ่ยลี่อยู่ที่ไหน ปลอดภัยหรือเปล่า เธอก็ตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน

ปฏิกิริยาและคำตอบของเธอ ทำให้ความสงสัยในใจผมยิ่งเพิ่มมากขึ้น รู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรแปลก ๆ

“ผมว่าพวกเรารีบพาเธอกลับไปก่อนดีกว่า แล้วค่อย ๆ สอบปากคำรายละเอียดทั้งหมดให้ชัดเจนอีกที” เฉียนหย่งดูนาฬิกาข้อมือ เตรียมจะพยุงหลี่ว์หมิ่นให้ลุกขึ้นจากพื้น

ทว่ามือเขายังไม่ทันแตะโดนตัวหลี่ว์หมิ่น จู่ ๆ ก็ถูกแรงมหาศาลกระแทกจนกระเด็นไปกระแทกพื้นอย่างแรง

แรงมหาศาลนี้แฝงกลิ่นอายอันตราย จางเทียนหลิงกับพวกเราสามคนรีบถอยฉากออกมา จ้องมองหลี่ว์หมิ่นอย่างระแวดระวังทันที

“แม่มเอ๊ย นังนี่แกล้งยอมแพ้ ที่แท้ก็คิดจะลอบกัดพวกเรา” หลิวเฉิงด่าออกมา แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ

เฉียนหย่งร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น ผมรีบถามเขาว่าเป็นอะไรไหม เขาบอกว่าไม่ถึงตายหรอก แค่รู้สึกเหมือนกระดูกทั้งตัวจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

“หลี่ว์หมิ่น คุณคิดจะทำอะไรอีก?” จางเทียนหลิงขมวดคิ้วแน่น ถามหลี่ว์หมิ่นที่นั่งกองอยู่กับพื้นเสียงเครียด

ผมเองก็นึกว่าท่าทียอมแพ้เมื่อกี้ของหลี่ว์หมิ่นเป็นแค่การหลอกพวกเรา แต่พอสังเกตดูดี ๆ ถึงเห็นว่าหลี่ว์หมิ่นดูเจ็บปวดทรมานมาก หน้าซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ตัวก็เริ่มสั่นเทา

“ไม่ ไม่ใช่แล้ว” ผมรีบพูดขึ้น รู้สึกถึงความผิดปกติ “หลี่ว์หมิ่น คุณเป็นอะไร?”

จางเทียนหลิงเองก็จับสังเกตได้ “เกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ บนตัวเธอก็มีกลิ่นอายอื่นโผล่มา”

ตอบคำถามผมกับจางเทียนหลิงไม่ไหว หลี่ว์หมิ่นล้มฟุบลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส

“นี่เธอคงไม่ได้แสดงละครอีกนะ?” หลิวเฉิงมองเธออย่างระแวง ไม่กล้าเข้าไปใกล้

หลี่ว์หมิ่นส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งเอื้อมไปที่เอวด้านหลัง พยายามตะกุยตะกายอย่างยากลำบาก ไม่รู้ว่าคิดจะทำอะไร

“เจ็บ รอยสักหัวกะโหลกที่หลังฉันเจ็บเหลือเกิน!” หลี่ว์หมิ่นพูดอย่างยากลำบาก

ตอนนี้ รอยสักหัวกะโหลกสีดำที่เอวด้านหลังของเธอโผล่ออกมาแล้ว หัวกะโหลกสีดำไม่เพียงมีไอสีดำพวยพุ่งออกมา แต่ยังเริ่มเคลื่อนไหวบนผิวหนังของหลี่ว์หมิ่นราวกับระลอกน้ำ

“ระวัง มีตัวอะไรกำลังจะออกมาจากรอยสักที่หลังเธอ” กลิ่นอายประหลาดนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ผมรีบเตือนให้พวกเขาระวังตัว

พวกหลิวเฉิงรีบถอยหลังไปอีกหลายก้าว

ในขณะเดียวกัน รอยสักหัวกะโหลกสีดำที่เอวด้านหลังของหลี่ว์หมิ่นก็ส่งเสียงคำราม แล้วทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ม้วนตัวเหมือนเมฆดำอยู่บนเพดานห้อง

ก้มลงมองอีกที หลี่ว์หมิ่นหมดสติไปแล้ว ที่เอวด้านหลังของเธอก็ไม่มีรอยสักหัวกะโหลกสีดำอยู่อีก

หลิวเฉิงสะดุ้งโหยง ร้องลั่น “ดูนั่น รอยสักมันออกมาจากตัวเธอแล้ว”

ทันใดนั้น ก็มีเสียงหัวเราะแสบแก้วหูดังมาจากกลุ่มเมฆดำที่ม้วนตัวอยู่บนเพดาน ฟังดูเป็นเสียงของผู้ชายวัยกลางคน

ผมทำหน้าขรึม เงยหน้ามองเมฆดำด้านบน “แกเป็นใคร?”

“เจ้าเด็กพวกนี้ ขัดขวางเรื่องดี ๆ ของข้า แต่ยังดีที่ดูดซับพลังงานมามากพอแล้ว จะฆ่าพวกแกก็เหลือเฟือ” เสียงผู้ชายดังมาจากเมฆดำต่อ หลิวเฉิงกับเฉียนหย่งตกใจจนพูดไม่ออก

เมฆดำหมุนวนดังซู่ ไหลลงมาราวกับสายน้ำ กลายเป็นร่างคนยืนอยู่บนพื้น

นั่นคือชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ ผมสั้น สายตาคมกริบแฝงความอำมหิต

“แกเป็นคนหรือผี?” หลิวเฉิงถามอย่างตื่นเต้น

จางเทียนหลิงสีหน้าเคร่งเครียด ตอบกลับ “เขาไม่ใช่คน แต่เป็นวิญญาณ”

“แกคืออินเจิ้งหยวนงั้นเหรอ?” ผมนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง เลยหลุดปากถามออกไป

อินเจิ้งหยวนแสยะยิ้ม “แกนี่ฉลาดไม่เบา”

นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเขาจริง ๆ ผมตะลึงงัน อีกสามคนก็เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

อย่างนี้นี่เอง รอยสักหัวกะโหลกสีดำที่อินเจิ้งหยวนสักไว้ที่เอวหลี่ว์หมิ่นเมื่อตอนนั้น ไม่ใช่แค่เพื่อควบคุมหลี่ว์หมิ่น แต่ยังเป็นการเตรียมทางหนีทีไล่เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันในภายภาคหน้าด้วย

“ตอนที่หลี่ว์หมิ่นฆ่าแก อาคมที่แกทิ้งไว้ในรอยสักก็ทำงาน ซ่อนวิญญาณแกไว้ในรอยสักที่เอวหลี่ว์หมิ่นโดยอัตโนมัติสินะ” ผมพูดช้า ๆ

“ถูกต้อง นึกไม่ถึงว่านังเด็กนี่จะใจดำอำมหิต ถึงกับกล้าฆ่าข้าจริง ๆ” อินเจิ้งหยวนพยักหน้า ปรายตามองหลี่ว์หมิ่นที่หมดสติอยู่บนพื้นอย่างเย็นชา

อินเจิ้งหยวนบอกเราว่าเขาซ่อนตัวอยู่ในรอยสักที่เอวหลี่ว์หมิ่น รอคอยโอกาสมาตลอด อยากจะใช้หลี่ว์หมิ่นทำให้วิญญาณตัวเองแข็งแกร่งขึ้น จนสุดท้ายก็หลุดพ้นจากร่างกายหลี่ว์หมิ่นได้

พลังงานที่รวบรวมได้จากคู่รักที่ฆ่าตัวตายพวกนั้น ก็คืออาหารเสริมชั้นดีในการเพิ่มพลังของเขานั่นเอง

“ฉันเข้าใจแล้ว ที่หลี่ว์หมิ่นกลายเป็นแบบนี้ จริง ๆ แล้วเป็นเพราะแกที่ซ่อนอยู่ในรอยสัก คอยครอบงำจิตใจเธอทั้งวันทั้งคืน ทำให้เธอกลายเป็นเครื่องมือในการทำร้ายคนของแก” ตอนนี้ผมเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว

อินเจิ้งหยวนได้แต่แสยะยิ้ม ไม่ปฏิเสธคำพูดของผม

จบบทที่ บทที่ 364 ซ่อนในรอยสัก

คัดลอกลิงก์แล้ว