- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 362 ฝีมือไม่ถึงขั้น
บทที่ 362 ฝีมือไม่ถึงขั้น
บทที่ 362 ฝีมือไม่ถึงขั้น
“นักพรตลามก นายบ้าไปแล้วเหรอ? รู้อยู่ว่าหล่อนมีอคติกับผู้ชายยังจะไปยั่วโมโหหล่อนอีก” หลิวเฉิงโมโหจนแทบคลั่ง กระซิบเตือนจางเทียนหลิง
เป็นไปตามคาด คำพูดของจางเทียนหลิงทำให้หลี่ว์หมิ่นที่อยู่ตรงข้ามสีหน้าแย่ลงไปอีก ใบหน้าดำคล้ำจนแทบจะมีน้ำหมึกหยดออกมา
แต่จางเทียนหลิงกลับไม่ยี่หระ มั่นใจว่าเสน่ห์ในตัวเขาจะทำให้หลี่ว์หมิ่นประทับใจจนยอมละทิ้งอคติที่มีต่อผู้ชายได้แน่นอน
“มาเถอะ เข้ามาในอ้อมกอดของผม ผมจะทำให้คุณลืมความเจ็บปวดในอดีต แล้วสัมผัสกับเรื่องราวที่งดงามที่สุดในโลกใบนี้!” เขาพูดพลางกางแขนเดินตรงเข้าไปหาหลี่ว์หมิ่น
ผมกุมขมับ เขาพูดจาเหมือนพวกโรคจิตชัด ๆ หลี่ว์หมิ่นจะยอมฟังเขาบ้าบอคอแตกอะไร ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าจู่ ๆ เขาเกิดเพี้ยนอะไรขึ้นมา
“นักพรตลามก อย่าเข้าไป รีบกลับมาเดี๋ยวนี้” ผมตะโกนเรียกให้เขากลับมา แต่เขาไม่สนใจผมเลยสักนิด ยังคงหน้ามึนเดินเข้าไปหาหลี่ว์หมิ่นต่อ
หลิวเฉิงโกรธจนบอกให้ผมเลิกสนใจเขา “หลงหยวน ช่างหัวมันเถอะ มันหน้ามืดตามัวไปแล้ว ปล่อยให้มันไปตายซะ!”
หลี่ว์หมิ่นมองจางเทียนหลิงที่กางแขนเดินเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะแสยะยิ้มอำมหิต “ผู้ชายเฮงซวยสันดานเหมือนกันหมดจริง ๆ วันนี้ฉันจะเอาชีวิตแกก่อน จะได้ไม่ต้องมาทำตัวน่ารังเกียจต่อหน้าฉันอีก”
สิ้นเสียง เห็นเพียงเธอประสานมุทรา ปากก็ท่องคาถาอย่างรวดเร็ว
จากนั้น เปลวเทียนที่ล้อมวงอยู่ก็เหมือนกลายเป็นเครื่องพ่นไฟอีกครั้ง เปลวไฟพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลื้อยเหมือนงูไปรวมตัวกันเหนือศีรษะหลี่ว์หมิ่น แล้วกลายสภาพเป็นหัวกะโหลกเพลิงพุ่งใส่จางเทียนหลิง
นึกไม่ถึงว่าจางเทียนหลิงเหมือนจะเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว เขาหลบฉากแล้วกระโดดเตะกวาดเทียนที่วางล้อมวงอยู่จนล้มระเนระนาดไปหลายเล่ม
ทันทีที่เทียนถูกเตะล้ม เปลวไฟทั้งหมดก็ดับวูบลง หัวกะโหลกเพลิงก็ค่อย ๆ สลายหายไป
“แก...” มองดูเทียนที่ล้มเกลื่อนพื้น แววตาหลี่ว์หมิ่นแทบจะพ่นไฟออกมา
ส่วนจางเทียนหลิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ “ฮ่า ๆ เป็นไง แผนส่งเสียงบูรพาฝ่าตีประจิมของฉันใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ?”
“นักพรตลามก นายหมายความว่าไง?” หลิวเฉิงไม่เข้าใจ ถามขึ้น
จางเทียนหลิงอธิบายว่าพอเข้ามาในห้องเห็นเทียนจุดล้อมวงแบบนี้ เขาก็นึกถึงวิชาหนึ่งที่เคยได้ยินมา เป็นการใช้เทียนสูตรพิเศษจุดล้อมวง แล้วผู้ใช้อาคมจะเข้าไปทำพิธีในวงล้อมเทียน ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังวัตรในการร่ายคาถา แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคาถาด้วย
ที่แท้เมื่อกี้ที่เขาแกล้งทำเป็นเดินเข้าไปหาหลี่ว์หมิ่น ก็เพื่อจุดประสงค์นี้นี่เอง ถ้าพวกเราสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปใกล้ หลี่ว์หมิ่นต้องปกป้องเทียนพวกนั้นแน่ ๆ จางเทียนหลิงเลยพูดจายั่วโมโหหลี่ว์หมิ่น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้เธอลืมระวังเทียนพวกนั้น
ผมอดส่ายหน้าไม่ได้ ยอมรับเลยว่าจางเทียนหลิงนี่เจ้าเล่ห์ใช้ได้เลย แถมการแสดงยังเนียนสุด ๆ หรือจะเรียกว่าเล่นเป็นตัวเองก็ได้มั้ง เล่นเอาพวกเราเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจุดประสงค์เขาคือเรื่องนี้
“สุดยอด นักพรตลามก นายแน่มาก!” หลิวเฉิงอดหัวเราะไม่ได้ รู้ตัวแล้วว่าเข้าใจเขาผิดไป
จางเทียนหลิงยืดอกอย่างภูมิใจ “แน่นอน ข้าพเจ้าคือมืออาชีพ”
“คนสวย ผมว่าคุณน่ะฝีมือไม่ถึงขั้นแน่ ๆ ถึงต้องใช้เทียนพิเศษพวกนี้มาช่วยทำพิธี ทีนี้จะเอายังไงต่อ ยอมมอบตัวซะดี ๆ เถอะ!” จางเทียนหลิงยิ้มเจ้าเล่ห์ ท่าทางหื่นกามของเขาดูเหมือนตัวร้ายหน้าด้านไม่มีผิด
หลี่ว์หมิ่นโกรธจนหน้าแดง เตะใส่จางเทียนหลิงเต็มแรง แต่เขาคว้าขาเธอไว้ได้ทัน “จุ๊ ๆ ขาสวยนี่!”
“ไสหัวไป!” หลี่ว์หมิ่นโกรธจัด ซัดฝ่ามือใส่จางเทียนหลิง
ฝ่ามือนี้เต็มไปด้วยไอสีดำ จางเทียนหลิงไม่กล้ารับตรง ๆ รีบปล่อยขาหลี่ว์หมิ่น แล้วกระโดดถอยฉากออกมา
ตอนนี้หลี่ว์หมิ่นทั้งอายทั้งโกรธ สองมือประสานมุทราอีกครั้ง “ออกมา!”
ทันใดนั้น คู่รักที่ถูกเธอควบคุมอีกหลายคู่ก็โผล่ออกมาในห้อง แล้วพุ่งเข้าโจมตีพวกเราอย่างแข็งทื่อ
“มามุกนี้อีกละ เปลี่ยนมุกบ้างไม่ได้เหรอ?” หลิวเฉิงอดบ่นไม่ได้ เขาไม่อยากรับมือกับคู่รักที่ถูกควบคุมสติพวกนี้แล้ว
อาศัยจังหวะที่พวกเรากำลังวุ่นวายกับคู่รักพวกนั้น หลี่ว์หมิ่นก็คิดจะแอบหนี โชคดีที่ผมไม่ประมาท คอยระวังเธออยู่ตลอด
ผมซัดห้านิ้วอสนีบาตใส่พื้นตรงหน้าเธอทันที พื้นดินระเบิดเป็นหลุมใหญ่ เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ รีบถอยกรูด
ดูท่าจางเทียนหลิงจะพูดถูก หลี่ว์หมิ่นน่าจะฝีมือไม่ถึงขั้นจริง ๆ บวกกับก่อนหน้านี้ใช้อาคมควบคุมคู่รักตั้งหลายคู่ พลังวัตรคงลดฮวบ พอไม่มีวงล้อมเทียนช่วย เธอรู้ดีว่าสู้พวกเราไม่ได้ เลยคิดจะหนี
พอเข้าใจสถานการณ์ ผมก็รุกไล่ต่อ ซัดฝ่ามืออสนีบาตใส่เธอทันที
หลี่ว์หมิ่นตะโกนก้อง ขมวดคิ้วซัดฝ่ามือปะทะกับฝ่ามืออสนีบาตของผม
ปัง!
ไอสีดำบนฝ่ามือเธอถูกฝ่ามืออสนีบาตของผมทำลายจนสิ้นซาก เธอส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ ร่างกายโซเซถอยหลังไปหลายก้าว
แปลกแฮะ!
ผมอดขมวดคิ้วไม่ได้ ทำไมเธอถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ ดูเหมือนจะมีอะไรแปลก ๆ
ไม่ทันให้ผมได้คิดมาก หลี่ว์หมิ่นพยายามจะหนีอีกครั้ง ผมเลยซัดฝ่ามืออสนีบาตใส่เธออีกสองที
แต่คราวนี้ หัวกะโหลกสีดำที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ก็โผล่ออกมาคลุมร่างเธอไว้ รับฝ่ามืออสนีบาตของผมไปเต็ม ๆ
ตอนนั้นเอง คู่รักพวกนั้นก็ถูกพวกจางเทียนหลิงจัดการเรียบร้อย จางเทียนหลิงเดินเข้ามาหาผม สายตาจ้องมองหัวกะโหลกสีดำที่คุ้มกันหลี่ว์หมิ่นอยู่อย่างเคร่งเครียด
“ตกลงนี่มันวิชาอะไรกันแน่?” เขาถามอย่างสงสัย
ผมส่ายหน้า บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่วิชานี้ดูจากฝีมือที่หลี่ว์หมิ่นแสดงออกมา ไม่น่าใช่สิ่งที่เธอจะควบคุมได้
ระหว่างที่พวกเรากำลังสงสัย หลี่ว์หมิ่นที่อยู่ในหัวกะโหลกดำจู่ ๆ ก็กุมหน้าอก กระอักเลือดออกมาคำโต ใบหน้าซีดเผือด
ส่วนหัวกะโหลกสีดำที่คุ้มกันเธออยู่ ก็ค่อย ๆ สลายไปตอนที่เธอล้มลงนั่งกับพื้น
“นี่เธอโดนของเข้าตัวเหรอ?” หลิวเฉิงถามผมกับจางเทียนหลิงอย่างอยากรู้อยากเห็น ก็พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย เธอกลับมีสภาพแบบนี้ไปซะแล้ว
“ใครจะไปรู้ เข้าไปถามเธอดูสิ” ตอนนี้กลิ่นอายบนตัวหลี่ว์หมิ่นอ่อนแรงมาก หมดทางสู้แล้ว จางเทียนหลิงเดินเข้าไปหาเธอ พวกเราก็รีบตามไป
หลี่ว์หมิ่นกุมหน้าอก มองพวกเราที่เดินเข้าไปหาด้วยความหวาดกลัว
“อย่าเข้ามานะ!” เธอกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก
“แม่มเอ๊ย สภาพแบบนี้ทำเอาพวกเราดูเหมือนตัวร้ายเลยว่ะ” หลิวเฉิงพูดไม่ออกกับปฏิกิริยาของเธอ
พวกเราเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ เฉียนหย่งหยิบกุญแจมือออกมาใส่ให้เธอ
“บอกมาเถอะ ทำไมคุณต้องทำร้ายคู่รักพวกนี้ด้วย มีจุดประสงค์อะไรกันแน่? ดูทรงแล้ว คุณน่าจะเป็นพวกเพิ่งฝึกวิชา ช่วงเวลาสองปีครึ่งที่หายไป คุณไปเรียนวิชาอาคมมาใช่ไหม?” ตอนนี้เธอหนีไม่รอดแล้ว ผมเลยถามสิ่งที่ค้างคาใจออกไป
หลี่ว์หมิ่นก้มหน้า กัดริมฝีปาก มองพวกเราด้วยดวงตาแดงก่ำ สุดท้ายก็แสยะยิ้ม “พวกแกนี่สืบมาละเอียดดีนะ”
จากนั้นเธอก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยปาก เล่าเรื่องราวอันน่าเวทนาและน่าเศร้าสลดของตัวเองให้พวกเราฟัง