- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 360 ตรอกลึกเก่าคร่ำครึ
บทที่ 360 ตรอกลึกเก่าคร่ำครึ
บทที่ 360 ตรอกลึกเก่าคร่ำครึ
“หลี่หลงหยวน พี่ตู้เขาเป็นอะไรไป ทำไมถึงกระอักเลือดออกมา?” เว่ยฟางถามด้วยความตื่นตระหนก เป็นห่วงความปลอดภัยของตู้คัง
ผมบอกว่าเป็นเพราะหลี่ว์หมิ่นใช้อาคม ต้องการควบคุมคนที่สักลายคู่รักของเธอ บนตัวตู้คังมียันต์สะกดอัปมงคลสองแผ่นที่ผมวาดไว้ อาคมของหลี่ว์หมิ่นเลยปะทะกับยันต์สะกดอัปมงคล ร่างกายตู้คังรับไม่ไหวเลยหมดสติไป
“ถ้าบนตัวเขาไม่มียันต์สะกดอัปมงคล ป่านนี้คงถูกอาคมของหลี่ว์หมิ่นควบคุมไปแล้ว” ผมพูดเสียงขรึม
ดูจากตอนนี้ หลี่ว์หมิ่นคงตัดใจทิ้งคู่รักที่สักลายคู่รักกับเธอไปไม่ได้จริง ๆ ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่าความแตก อยู่ที่อำเภอนี้ต่อไปไม่ได้ เลยกะจะจัดการคู่รักที่สักลายคู่รักทั้งหมดในคราวเดียว
พวกเราต้องรีบตามหาเธอและหยุดเธอให้เร็วที่สุด ไม่งั้นวันนี้ไม่รู้จะมีคู่รักต้องรับเคราะห์ไปอีกกี่คู่
“หลี่ว์หมิ่นคิดจะเทหมดหน้าตัก สถานการณ์ไม่ดีแล้วสิ!” จางเทียนหลิงเองก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา สีหน้าเคร่งเครียด
หลิวเฉิงด่ากระปอดกระแปด บอกว่าหลี่ว์หมิ่นมันโรคจิตชัด ๆ จ้องเล่นงานแต่คู่รัก ไม่รู้ว่าคิดจะทำอะไรกันแน่
เรื่องนี้ผมเองก็สงสัย ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับครูผู้ชายที่เธอคบด้วยตอนสอนอยู่โรงเรียนมัธยมคนนั้น
ครูผู้ชายคนนั้นต้องไม่ได้ฆ่าตัวตายง่าย ๆ แบบนั้นแน่
เฉียนหย่งที่ออกไปสั่งการกลับเข้ามาในห้องสอบสวนอีกครั้ง พอเห็นตู้คังนอนสลบเหมือดอยู่บนพื้น ก็ชะงักไป “เขาเป็นอะไร?”
ผมเล่าสถานการณ์คร่าว ๆ ให้เขาฟัง พอเขาได้ฟัง สีหน้าก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก
“บ้าเอ๊ย ถ้าวันนี้คู่รักตั้งมากมายเกิดเรื่องพร้อมกัน เรื่องต้องบานปลายจนเกิดความโกลาหลแน่ ถึงตอนนั้นผมคงตอบคำถามเบื้องบนกับประชาชนไม่ไหวแน่” เฉียนหย่งรู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง มันจะร้ายแรงแค่ไหน
ถึงตอนนี้พวกเราจะรู้แค่ว่าหลี่ว์หมิ่นยังอยู่ในอำเภอ แต่ก็ไม่รู้เลยว่าเธอซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ยังไงอำเภอของพวกเราก็ไม่ใช่เล็ก ๆ จะให้หาทีละที่มันเป็นไปไม่ได้
“ไม่งั้นผมจะให้คนดึงภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดออกมา ผมไม่เชื่อหรอกว่าจะหาเบาะแสหลี่ว์หมิ่นไม่เจอ” เฉียนหย่งพูด เห็นได้ชัดว่ากำลังร้อนรน
พูดจบ เขาก็ทำท่าจะออกไป เป็นคนทำอะไรฉับไวเด็ดขาดจริง ๆ
“เดี๋ยวก่อนครับ” ผมเรียกเขาไว้ บอกเขาว่าทำแบบนั้นไม่ทันการหรอก แถมยังเปลืองกำลังคนและเวลามากเกินไป
“งั้นอาจารย์หลี่มีวิธีดี ๆ เหรอครับ?” เขาถอนหายใจอย่างจนปัญญา ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่ผม
ผมเหลือบมองรอยสักกุหลาบป่าสีแดงบนแขนตู้คัง บนนั้นยังมีคลื่นพลังอาคมที่หลี่ว์หมิ่นกระตุ้นหลงเหลืออยู่ นี่กลับกลายเป็นโอกาสดีสำหรับพวกเรา
“ตอนนี้เธอกำลังกระตุ้นอาคมบนรอยสัก ผมสามารถใช้ยันต์ดูดซับชี่กับยันต์ติดตามหาตัวเธอได้ครับ” ผมเอ่ยปาก
เตรียมยันต์ดูดซับชี่กับยันต์ติดตามเรียบร้อย ผมให้เว่ยฟางกับจ้าวอี้เฟยอยู่ดูแลตู้คังที่ยังสลบไสล ส่วนเฉียนหย่งนำกำลังตำรวจสิบกว่านายตามพวกเราไปหาหลี่ว์หมิ่น
ออกจากสถานีตำรวจ ควันของยันต์ติดตามก็ลอยมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของตัวอำเภอ พวกเราตามไปจนถึงเขตชายขอบของเมืองฝั่งตะวันตก
แถวนี้เป็นเขตเมืองเก่า ตึกรามบ้านช่องและสภาพแวดล้อมค่อนข้างทรุดโทรม สุดท้ายควันของยันต์ติดตามก็ไปหยุดอยู่ที่ตรอกเก่า ๆ รก ๆ แห่งหนึ่ง
สองข้างทางของตรอกเป็นบ้านพักอาศัยเก่า ๆ แออัด สถานที่แบบนี้ตอนนี้แทบจะไม่มีคนอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ย้ายออกไปกันหมด แต่ก็เพราะคนน้อยนี่แหละ ถึงเป็นที่ซ่อนตัวชั้นดี หลี่ว์หมิ่นต้องซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งในนี้แน่
หน้าบ้านเก่า ๆ สองฝั่งเต็มไปด้วยข้าวของวางระเกะระกะ ทำให้ตรอกที่แคบอยู่แล้วยิ่งดูแออัดเข้าไปใหญ่
ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ตรอกที่เงียบเชียบและรกร้างให้ความรู้สึกวังเวงไม่น่าเข้าใกล้
“หลงหยวน ทำไมควันยันต์ติดตามถึงหยุดอยู่ตรงนี้ไม่ขยับเลยล่ะ?” หลิวเฉิงจอดรถเสร็จก็ถามอย่างสงสัย
ผมเดินไปที่ปากตรอก พบว่าที่นี่ถูกวางค่ายกลป้องกันเอาไว้ ยันต์ติดตามเลยเข้าไปในตรอกไม่ได้
“ตรงนี้มีอาคมที่เธอวางไว้ ดูท่าเธอจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่จริง ๆ” ผมพูดช้า ๆ แล้วประสานมุทรา ปากท่องคาถา ใช้นิ้วชี้เข้าไปในตรอก
อาคมของหลี่ว์หมิ่นถูกผมคลายออก แต่ทำแบบนี้เธอก็ต้องรู้ตัวแน่ว่าพวกเราเจอที่นี่แล้ว
พออาคมคลาย ยันต์ติดตามก็ลอยเข้าไปในตรอกต่อ แต่ไม่กี่นาทีก็สลายไป ยันต์ติดตามหมดฤทธิ์แล้ว
ช่วยไม่ได้ พวกเราคงต้องค่อย ๆ หาตัวหลี่ว์หมิ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในนี้ออกมาเอง
“ผู้กำกับเฉียน ที่นี่น่าจะมีทางเข้าออกทางอื่น คุณส่งคนไปล้อมไว้ทุกจุด อย่าให้เธอหนีไปได้นะครับ” ผมกำชับเฉียนหย่งที่อยู่ข้าง ๆ
เรื่องแบบนี้ พวกเฉียนหย่งคงชำนาญอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ผมพูดมาก พอเขาจัดแจงเสร็จ คนที่ตามมาก็แยกย้ายไปประจำจุดที่กำหนด
พวกเขามีวิทยุสื่อสาร ติดต่อประสานงานกันได้ตลอดเวลา
“แม่มเอ๊ย ที่นี่รกฉิบหาย หลี่ว์หมิ่นนี่สรรหาที่ซ่อนจริง ๆ” พวกเราเดินเข้าไปในตรอกที่รกรุงรัง หลิวเฉิงอดบ่นไม่ได้
เดินไปได้สักพัก จู่ ๆ พวกเราก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ต่างก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที
“ใคร?” เฉียนหย่งชักปืนออกมาแล้ว เล็งไปที่ต้นเสียง
หลิวเฉิงก็คว้าไม้ท่อนหนึ่งจากกองขยะข้าง ๆ ขึ้นมาอย่างตื่นเต้น เผลอกลืนน้ำลายเอือก
ร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้น เป็นหญิงสาวผมยาวสวมชุดนอน แววตาเหม่อลอย สีหน้าตายด้าน เดินทื่อ ๆ ตรงมาหาพวกเรา
“คุณเป็นใคร? หยุดนะ เข้ามาอีกผมยิงนะ” เฉียนหย่งตะโกนเตือน
หญิงสาวกลับทำหูทวนลม ยังคงเดินทื่อ ๆ ตรงมาหาพวกเรา
เฉียนหย่งทำท่าจะพูดอีก ผมขมวดคิ้วห้ามเขาไว้ “ไม่มีประโยชน์ครับ เธอถูกควบคุมสติ ถ้าเดาไม่ผิด เธอต้องเป็นหนึ่งในคู่รักที่มาสัก ถูกหลี่ว์หมิ่นใช้อาคมล่อให้มาที่นี่แน่ ๆ”
“บ้าเอ๊ย!” เฉียนหย่งสบถออกมา
“ระวังตัวด้วย คู่รักที่สักลายคู่รักทั้งหมดถูกหลี่ว์หมิ่นเรียกมารวมกันที่นี่ แน่นอนว่าต้องไม่ได้มีแค่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวแน่” จางเทียนหลิงเตือนหลิวเฉิงกับเฉียนหย่ง
พูดไม่ทันขาดคำ ข้างหลังพวกเราก็มีผู้ชายโผล่มาอีกคน เหมือนกับผู้หญิงตรงหน้า ถูกควบคุมสติเหมือนกัน
ทันใดนั้น ‘ตุ้บ!’ หลิวเฉิงที่อยู่ด้านหลังถูกเงาร่างที่กระโดดลงมาจากชั้นสองตะครุบกดลงกับพื้น
“เชี่ย!” หลิวเฉิงกับคนคนนั้นก็ฟัดกันนัวเนีย
ยังไม่ทันที่ผมจะตั้งตัว ก็มีเงาร่างอื่นทยอยโผล่ออกมาอีก ผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งออกมาจากบ้านเก่าซอมซ่อทางซ้าย กระโจนเข้าใส่เฉียนหย่ง
เพียงพริบตาเดียว ก็มีคนเจ็ดแปดคนล้อมพวกเราไว้ในตรอก
“ผู้กำกับเฉียน ระวังปืนในมือด้วย พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดาที่ถูกควบคุมสติ ห้ามทำรุนแรงถึงชีวิตนะครับ” ผมเตือนเฉียนหย่ง ผู้หญิงที่พุ่งเข้าใส่เขากำลังแย่งปืนในมือเขาอยู่
“ผมรู้” เฉียนหย่งตอบ แล้วเตะตัดขาผู้หญิงคนนั้นจนล้มคว่ำ เก็บปืนเข้าซอง
ไม่นาน วิทยุสื่อสารของเฉียนหย่งก็ดังขึ้น ตำรวจจุดอื่นก็ถูกคู่รักที่ถูกควบคุมสติเหล่านี้โจมตีเหมือนกัน
เฉียนหย่งกำชับให้พวกเขาระวังตัว และห้ามทำร้ายคู่รักพวกนั้นถึงตาย ให้พยายามหาทางคุมตัวไว้ก็พอ
ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้น่าปวดหัวจริง ๆ คู่รักพวกนี้ด้านหนึ่งก็เป็นตัวประกันในมือหลี่ว์หมิ่น อีกด้านก็เป็นหมากที่เธอใช้ขัดขวางพวกเรา
ความจริงลำพังพวกเราสี่คนจะจัดการเจ็ดแปดคนนี้ไม่ใช่ปัญหา ติดที่กลัวจะทำพวกเขาเจ็บ เลยทำได้แค่ป้องกันตัวอย่างทุลักทุเล บวกกับตรอกที่แคบและเต็มไปด้วยของระเกะระกะ สถานการณ์เลยวุ่นวายไปหมด
ตอนนั้นเอง จางเทียนหลิงก็หยิบยันต์สีน้ำเงินออกมาแผ่นหนึ่ง ปากท่องคาถา มือประสานมุทราแล้วโยนยันต์ลงพื้น
ทันทีที่ยันต์ตกถึงพื้น ก็แตกตัวเป็นลำแสงสีน้ำเงินรูปร่างเหมือนเชือกหลายเส้น เชือกแสงสีน้ำเงินพุ่งเข้าไปรัดร่างคนพวกนั้นจนขยับตัวไม่ได้
จางเทียนหลิงใช้มือข้างหนึ่งกำปลายเชือกแสงทั้งหมดไว้ แล้วกระชากอย่างแรง คนที่ถูกมัดอยู่ทั้งหมดก็ถูกเขาลากมารวมกองกัน
จากนั้นเขาก็ดึงเชือกแสงสีน้ำเงินให้แน่น มัดพวกนั้นรวมกันเป็นก้อนเดียว
“เรียบร้อย ทีนี้พวกเขาขยับไม่ได้ชัวร์” จางเทียนหลิงปัดมือ พูดขึ้น
หลิวเฉิงโยนไม้ในมือทิ้ง ยกนิ้วโป้งให้จางเทียนหลิงซึ่งเป็นภาพที่หาดูยาก “นักพรตลามก ไม่เลวนี่หว่า”
จางเทียนหลิงยักคิ้วยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว”