- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 350 โทษตัวเอง
บทที่ 350 โทษตัวเอง
บทที่ 350 โทษตัวเอง
รอยสักบนแขนโผล่ออกมาให้เห็นแค่นิดเดียว คนอื่นยังไม่ทันสังเกตเห็น หลังจากห้ามเลือดที่ข้อมือเขาเสร็จ ผมก็ถลกแขนเสื้อเขาขึ้น
เห็นเพียงบนแขนเขาสักรูปดอกไม้สีแดงดูเย้ายวน ดอกไม้สีแดงนั่นดูฉูดฉาดยิ่งกว่าเลือดบนตัวเขาซะอีก
“โอ้โฮ เขาเป็นนักศึกษาป.โทไม่ใช่เหรอ แถมดูท่าทางติ๋ม ๆ นึกไม่ถึงว่าจะมีรอยสัก แถมยังสักดอกไม้แดงแจ๋อีกต่างหาก” หลิวเฉิงจ้องรอยสักดอกไม้แดงบนแขนตู้คังอย่างแปลกใจ
ถึงจะรู้สึกว่ารอยสักบนแขนเขาดูไม่ปกติ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน
“หลงหยวน รอยสักนี่...” จางเทียนหลิงเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของรอยสัก หันมามองผม
ผมพยักหน้า แล้วขมวดคิ้ว
เดี๋ยวนี้รอยสักเป็นงานอดิเรกของใครหลายคน รอยสักทั่วไปย่อมไม่มีปัญหาอะไร แต่ในวงการนี้ก็มีข้อห้ามอยู่ไม่น้อย
อย่างรอยสักมังกรเขียวบนตัวพานกั๋วซินคราวก่อน ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด
ถ้าตอนนั้นผมไม่เจอปัญหา แล้วช่วยเขาแก้เคล็ด เกรงว่าพานกั๋วซินคงชะตาขาดไม่ช้าก็เร็ว
เพียงแต่รอยสักบนแขนตู้คังเป็นดอกไม้แดงดอกหนึ่ง ผมยังไม่เคยได้ยินว่าสักรูปดอกไม้ต้องมีเคล็ดอะไร แต่บนรอยสักมีกลิ่นอายทะแม่ง ๆ อยู่จริง ๆ
“เว่ยฟาง เธอรู้ไหมว่าที่แขนเขาสักรูปดอกอะไร?” ผมเงยหน้าถามเว่ยฟางที่ยืนอยู่หน้าประตูกับจ้าวอี้เฟย
“ฉัน... ฉันไม่รู้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้ว่าเขามีรอยสัก แต่เดี๋ยวฉันลองเข้าไปดูใกล้ ๆ ว่าเป็นดอกอะไร” เว่ยฟางทำใจดีสู้เสือ เดินเข้ามาในห้องน้ำ
จ้องรอยสักบนแขนตู้คังอยู่ครู่หนึ่ง เธอถึงเอ่ยปาก “ที่เขาสักเหมือนจะเป็นดอกกุหลาบป่าสีแดงนะ”
“ใช่ เป็นดอกกุหลาบป่าจริง ๆ ด้วย” จ้าวอี้เฟยที่ตามเข้ามาก็พยักหน้ายืนยัน
เรื่องดอกไม้ ผู้หญิงน่าจะรู้ดีกว่าพวกเรา ในเมื่อทั้งสองคนพูดแบบนี้ ดูท่าดอกไม้แดงบนแขนตู้คังคงเป็นดอกกุหลาบป่าสีแดงจริง ๆ
ผมถามทั้งสองคนต่อว่ารู้ไหมว่าการสักรูปดอกไม้มีข้อห้ามหรือความหมายแฝงอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า
“ความหมายแฝง หมายความว่าไง?” ทั้งสองคนมองผมอย่างไม่เข้าใจ
ผมบอกว่ารอยสักกุหลาบแดงบนแขนตู้คังดูเหมือนจะมีอะไรแปลก ๆ เลยถามดูว่าพวกเธอเคยได้ยินเรื่องพวกนี้บ้างไหม
เว่ยฟางส่ายหน้า บอกว่าไม่น่าจะมีเคล็ดอะไร ถึงส่วนใหญ่ผู้หญิงจะชอบสักรูปดอกไม้ แต่บางทีอาจจะเป็นความชอบส่วนตัวของตู้คังก็ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“หลงหยวน นายหมายความว่า รอยสักนี่เหมือนกรณีของพานกั๋วซินตอนนั้นเหรอ?” หลิวเฉิงเข้าใจความหมายของผม ขยับตัวถอยห่างจากรอยสักบนแขนตู้คังโดยสัญชาตญาณ
ผมบอกเขาว่าความรู้สึกยังไม่ร้ายแรงขนาดนั้น แต่รอยสักนี้มีปัญหาอยู่แน่นอน
“ช่างเถอะ เดี๋ยวรอเขาฟื้น ค่อยถามเขาให้ละเอียดอีกที” ผมพูด แล้วให้เว่ยฟางไปเอาเสื้อผ้าสะอาดของตู้คังมา พวกเราจะเปลี่ยนให้เขา
จ้าวอี้เฟยค่อนข้างเป็นห่วง ถามผมว่าจะไม่ส่งตู้คังไปโรงพยาบาลเหรอ
“ไม่ต้องหรอก พวกเรามาทันเวลา เขาเสียเลือดไม่เยอะ น่าจะฟื้นเร็ว ๆ นี้แหละ” ผมตอบกลับ
ขืนส่งโรงพยาบาล จะยิ่งทำให้พวกเราเสียเวลาจัดการเรื่องนี้
ไม่นาน เว่ยฟางก็เอาเสื้อผ้าสะอาดของตู้คังมาให้ เธอกับจ้าวอี้เฟยปิดประตูห้องน้ำ ผมกับอีกสองคนช่วยกันเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตู้คังจนเสร็จ
จากนั้นพวกเราก็หามเขาไปนอนบนเตียง รอให้เขาฟื้น
ระหว่างนั้น ผมปลีกตัวไปเดินดูรอบ ๆ บ้านตู้คัง พอกลับมาที่ห้องตู้คัง เว่ยฟางก็ถามผมว่าเจออะไรบ้างไหม
“จะว่าเจอก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่ทั้งบ้านมีแค่ห้องนี้ห้องเดียวที่มีไอหยินตกค้างอยู่ ดูท่าเป้าหมายของวิญญาณคงมีแค่ตู้คังคนเดียว” ผมเดินเข้ามาในห้อง แล้วพูดช้า ๆ
เว่ยฟางกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น “หมายความว่า ที่นี่มีผีจริง ๆ เหรอ?”
พูดจบ เธอก็คว้าแขนจ้าวอี้เฟยข้างกายไว้แน่น มองไปรอบห้องด้วยความหวาดกลัว
ผมบอกให้เธอไม่ต้องกลัว ไอหยินเป็นของตกค้าง ตอนนี้วิญญาณไม่ได้อยู่ที่นี่ แค่บอกได้ว่าเคยมีวิญญาณโผล่มาในห้องนี้จริง ๆ
“น่ากลัวจัง ฉันนึกว่าหลังจากแฟนเขาเสีย เขาเสียใจมากเกินไปจนเกิดภาพหลอน นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องจริง” เว่ยฟางยังคงตื่นเต้นไม่หาย จับมือจ้าวอี้เฟยไว้แน่นตลอดเวลา
ถ้าไม่ใช่เพราะเคยเห็นกับตาว่าผมช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้ตระกูลจ้าวมาก่อน เธอคงไม่เชื่อหรอกว่าในโลกนี้จะมีวิญญาณอยู่จริง
“เว่ยฟาง เธอไม่ต้องห่วง แค่วิญญาณกระจอก ๆ พวกเราจัดการได้สบายมาก” หลิวเฉิงพูดปลอบเว่ยฟาง ท่าทางสบาย ๆ
“พูดง่ายนะ งั้นเรื่องคราวนี้ให้นายจัดการละกัน ฉันกับหลี่หลงหยวนจะได้พักผ่อนพอดี” จางเทียนหลิงรีบสวนกลับ
หลิวเฉิงถลึงตาใส่จางเทียนหลิงอย่างไม่พอใจ “นักพรตลามก นายจ้องจะหักหน้าฉันตลอดเลยนะ”
“จริงสิ ยังไม่ทันได้ถามพวกนายเลยว่าเขาคือใคร?” เว่ยฟางเพิ่งเคยเจอจางเทียนหลิงครั้งแรก ตอนพวกเราเข้ามาก็ลืมแนะนำให้เธอรู้จัก
จางเทียนหลิงจัดชุดนักพรตบนตัว แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณหนูเว่ย ข้าพเจ้าคือนักพรตจางเทียนหลิง ศิษย์สายตรงแห่งเหมาซาน มีวาสนาได้รู้จักกับพวกเขาที่เจียงเป่ย ตอนนี้เป็นเพื่อนของพวกเขาทั้งสามคน”
“อ๋อ สวัสดีค่ะ” เว่ยฟางพยักหน้า
ตอนนั้นเอง จางเทียนหลิงก็เผยรอยยิ้มหื่นกามที่เป็นเอกลักษณ์ออกมาอีกครั้ง “รู้จักกันถือเป็นวาสนา ถ้าคุณหนูเว่ยไม่รังเกียจ ให้ข้าพเจ้าดูลายมือให้หน่อยไหมครับ”
“ไสหัวไป!”
ผม จ้าวอี้เฟย และหลิวเฉิงแทบจะประสานเสียงพร้อมกัน
เว่ยฟางงงเป็นไก่ตาแตก “ทำไมพวกนายถึงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ล่ะ?”
“นั่นสิ ฉันไม่ใช่คนเลวสักหน่อย” จางเทียนหลิงทำหน้าจนปัญญา ผายมือออก
จ้าวอี้เฟยพอจะรู้นิสัยจางเทียนหลิงอยู่บ้าง เลยเตือนให้เว่ยฟางอยู่ห่าง ๆ จางเทียนหลิงไว้
“หลี่หลงหยวน ถ้าเป็นวิญญาณแฟนพี่ตู้จริง ๆ นายจะทำยังไง?” จู่ ๆ เว่ยฟางก็ถามผม
ผมบอกว่าไม่ยาก ถามสาเหตุให้ชัดเจน แล้วเชิญเธอไป
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร วิญญาณก็ไม่ควรวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์นานเกินไป ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ไม่ได้ไปผุดไปเกิด
ความจริงสิ่งที่ผมติดใจคือรอยสักกุหลาบแดงบนแขนตู้คังต่างหาก รู้สึกสังหรณ์ใจว่านี่แหละคือกุญแจสำคัญ
สลบไปเกือบครึ่งชั่วโมง ในที่สุดตู้คังบนเตียงก็ได้สติ
“พี่ตู้ ในที่สุดก็ฟื้นสักที ตกใจแทบแย่” เว่ยฟางโล่งอก พูดด้วยความดีใจ
ยังไงแม่ของตู้คังก็ฝากฝังให้เธอช่วยดูแล ถ้าตู้คังเป็นอะไรไปจริง ๆ เธอคงไม่มีหน้าไปบอกแม่ของเขา
จากนั้นเธอก็เตือนสติตู้คัง “พี่ตู้ ครั้งหน้าอย่าทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้อีกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนฉันพวกนี้ พี่คงแย่ไปแล้ว”
พอรู้ว่าตัวเองนอนปลอดภัยอยู่บนเตียง อารมณ์ตู้คังก็พุ่งพล่านขึ้นมาทันที ทำท่าจะลุกจากเตียง ตะโกนลั่น “ช่วยฉันทำไม ปล่อยให้ฉันตาย ให้ฉันตายไปซะ”
เขาร้องไห้ไปตะโกนไป เว่ยฟางคนเดียวเอาไม่อยู่ หลิวเฉิงต้องรีบเข้าไปช่วย
“แม่มเอ๊ย ลูกผู้ชายอกสามศอกจะร้องไห้ทำไม” ปากหลิวเฉิงก็บ่นอุบ
ตู้คังน้ำตานองหน้า ร้องไห้อย่างเจ็บปวด ปากพึมพำไม่หยุด “เป็นผม เป็นผมที่ฆ่าเธอ ถ้าไม่ใช่เพราะผม ฮุ่ยลี่ก็คงไม่ตาย เป็นความผิดของผม เพราะงั้นตอนนี้เธอถึงมาหาผม เธอไม่มีทางให้อภัยผมแน่”
เขายิ่งพูดยิ่งคลุ้มคลั่ง น้ำเสียงแทบขาดใจ ตอนนี้เขาไม่ควรจะตื่นเต้นเกินไป ผมเลยรีบซัดยันต์สงบจิตใจใส่ตัวเขา
ค่อย ๆ เขาเริ่มสงบลง ไม่คลุ้มคลั่งเหมือนเมื่อครู่ เพียงแต่น้ำตายังคงไหลพรากไม่หยุด
“ตู้คัง ที่คุณบอกว่าคุณทำให้แฟนตาย เรื่องมันเป็นยังไงครับ?” เห็นเขาอารมณ์นิ่งขึ้น ผมก็เอ่ยถาม
ตู้คังบอกพวกเราว่า สาเหตุที่เหอฮุ่ยลี่แฟนเขาประสบอุบัติเหตุรถชน ก็เพราะวันนั้นเขาต้องรีบปั่นวิทยานิพนธ์สำคัญพอดี
ตกลงกันไว้ว่าเขาจะขับรถไปรับเหอฮุ่ยลี่ แต่สุดท้ายเหอฮุ่ยลี่ต้องนั่งแท็กซี่มาหาเขาเอง
ใครจะรู้ว่าระหว่างทางจะเกิดอุบัติเหตุ คนขับแท็กซี่กับเหอฮุ่ยลี่บาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตคาที่
ตั้งแต่นั้นมา เขามักจะเห็นเหอฮุ่ยลี่ในสภาพเลือดท่วมตัวมาหาในตอนกลางคืน เขาคิดว่าเหอฮุ่ยลี่ต้องโกรธแค้นเขาแน่ ๆ
“ผิดที่ผม ผิดที่ผมเอง” ปากผมพึมพำซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด