- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 346 มองแบบนี้มันอันตรายนะ
บทที่ 346 มองแบบนี้มันอันตรายนะ
บทที่ 346 มองแบบนี้มันอันตรายนะ
จำนวนอีกามันเยอะเกินไปจริง ๆ ผมกับจางเทียนหลิงถูกฝูงอีกาล้อมไว้ชั่วขณะ ปลีกตัวออกไปไม่ได้เลย
คนของแมงป่องดำไม่ธรรมดาสักคนจริง ๆ วิชาพิลึกพิลั่นแบบนี้ผมเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
“หลี่หลงหยวน พวกนายไม่เป็นไรใช่ไหม?” เสียงเป็นห่วงของจ้าวอี้เฟยดังมาจากในค่ายกลแผนผังไท่จี๋
ผมบอกเธอว่าไม่เป็นไร ให้เธอกับหลิวเฉิงรออยู่ในค่ายกลแผนผังไท่จี๋ดี ๆ อย่าออกมา
ขณะที่ผมกำลังคิดหาทางไล่อีกาพวกนี้ จางเทียนหลิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ตะโกนลั่นขึ้นมา
ผมหันไปมองอย่างสงสัย เห็นเขาประสานมุทรา แล้วตบลงที่พื้นอย่างแรง
ทันใดนั้น พลังที่มองไม่เห็นขุมหนึ่งก็แผ่กระจายจากใต้เท้าเขาออกไปรอบทิศ อีกาที่ล้อมพวกเราไว้ถูกพลังไร้ลักษณ์นี้กระแทกจนแตกกระเจิง กลายเป็นควันดำสลายไปจนหมด
ท่านี้ของจางเทียนหลิงน่าจะเป็นเคล็ดวิชาลับของเหมาซาน แต่พอใช้วิชานี้ เขาที่ถูกเลี่ยวเจี้ยนซัดบาดเจ็บอยู่แล้ว ก็กระอักเลือดออกมา
เขาแค่ยกมือเช็ด แล้วรีบไล่ตามออกไปนอกบ้านสไตล์ยุโรป
ผมเป็นห่วงมาก รีบตามออกไปทันที “นักพรตลามก นายไหวไหม?”
พอตามออกมานอกบ้าน จะไปมีเงาของเลี่ยวเจี้ยนที่ไหนอีก แม้แต่กลิ่นอายก็ถูกเขาลบไปจนหมดสิ้น
“โธ่เว้ย!” จางเทียนหลิงหน้าเครียด แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บใจ
ในใจผมเข้าใจความรู้สึกเขาที่อยากจะกำจัดคนทรยศแทนเหมาซาน แต่ผมก็ตบไหล่เขา แล้วถอนหายใจ “ช่างเถอะ เขาคงหนีไปไกลแล้ว พวกเราตามไม่ทันหรอก”
ถึงผมจะไม่อยากปล่อยเลี่ยวเจี้ยนไป แต่ก็จนปัญญาจริง ๆ
จางเทียนหลิงยังคงหน้าเครียดไม่พูดจา เดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับผม
“หลงหยวน เป็นไงบ้าง เลี่ยวเจี้ยนล่ะ?” เห็นผมกับจางเทียนหลิงกลับมาเร็วขนาดนี้ หลิวเฉิงก็รีบถาม
ผมส่ายหน้า บอกว่าเลี่ยวเจี้ยนหายตัวไปแล้ว แม้แต่กลิ่นอายก็ลบทิ้งเกลี้ยง ต่อให้ผมอยากจะใช้ยันต์ติดตาม ก็คงใช้ไม่ได้ผล
“แม่มเอ๊ย ถือว่ามันหนีเร็วนะ” หลิวเฉิงสีหน้าโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด แต่ปากก็ยังทำเก่ง
หลังคลายค่ายกลแผนผังไท่จี๋ จ้าวอี้เฟยกับหลิวเฉิงก็เดินเข้ามา
“เฮ้อ บ้านสวย ๆ ขนาดนี้ ตอนนี้เละเทะไปหมด เสียดายชะมัด” หลิวเฉิงมองบ้านสไตล์ยุโรปที่เคยตกแต่งงดงาม แต่ตอนนี้กลายเป็นซากปรักหักพัง ก็อดเสียดายไม่ได้
ผมบอกว่าบ้านก็ไม่ใช่ของเขา จะมาเสียดายอะไรนักหนา
หลังจากเลี่ยวเจี้ยนหนีไปไร้ร่องรอย พวกเราก็ออกจากบ้านหลังนั้น
ระหว่างทางจางเทียนหลิงยังคงเงียบกริบ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งผิดวิสัยปกติของเขาอย่างสิ้นเชิง
“นักพรตลามก เลี่ยวเจี้ยนหายตัวไปแล้ว นายจะมัวมากลุ้มใจอยู่ทำไม ไม่สมเป็นนายเลยนะ” ผมเอ่ยปากพูดกับเขา
หลิวเฉิงก็รีบเสริม บอกว่าคนอย่างเลี่ยวเจี้ยน ช้าเร็วก็ต้องได้รับผลกรรม
“หึ ๆ ฉันเข้าใจ หวังแค่ว่าครั้งหน้าที่เจอกัน ฉันจะหาวิธีรักษาไอไฟหยางในตัวได้ รอให้พลังฝีมือฉันกลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะต้องลงมือจัดการเขาด้วยตัวเองให้ได้” จางเทียนหลิงยิ้มขื่น พูดออกมาอย่างช้า ๆ
พอกลับถึงโรงแรม พวกเราก็แยกย้ายกันกลับห้องพักผ่อน
ผมโทรหาเจียงเยี่ยนเหวิน ถามถึงสถานการณ์ทางฝั่งอู๋หลี
เขาบอกผมว่าคนอื่นแค่บาดเจ็บภายนอก ทำแผลนิดหน่อยก็ไม่เป็นไรแล้ว ส่วนอู๋หลี เนื่องจากมีแผลลึกหลายแห่ง แถมยังกระทบกระเทือนอวัยวะภายในนิดหน่อย เลยต้องนอนโรงพยาบาลรอดูอาการสักพัก
“แล้วทางคฤหาสน์ตระกูลอู๋ล่ะ หม่าเจินฟื้นหรือยังครับ?” ผมถามต่อ
“ฟื้นแล้ว พอรู้เรื่องที่ตัวเองทำลงไป อวี้ซินบอกว่าแกร้องไห้โฮอยู่ที่คฤหาสน์ ตอนนี้มาถึงโรงพยาบาลพร้อมกับหลิวอวี้ซินแล้ว กำลังเฝ้าอู๋หลีอยู่ในห้องพักฟื้น” เจียงเยี่ยนเหวินถอนหายใจ แล้วตอบกลับมา
ผมพยักหน้า บอกว่างั้นก็ดี แล้วกำชับให้เขาดูแลหลิวอวี้ซินให้พักผ่อนเยอะ ๆ ร่างกายเธอยังไม่ฟื้นตัวดี ทางที่ดีให้คนอื่นมาเฝ้าอู๋หลีแทนดีกว่า
“เข้าใจแล้ว ผมจะกำชับเธอเอง” เจียงเยี่ยนเหวินรับปาก “จริงสิ อวี้ซินบอกว่าพวกคุณไปตามหาเลี่ยวเจี้ยน ผลเป็นยังไงบ้าง?”
“เขาหนีไปแล้ว”
“หนีไปแล้ว?”
“อืม” ผมเล่าสถานการณ์คร่าว ๆ ให้เขาฟัง เขาฟังแล้วแปลกใจมาก
แต่เขาก็บอกว่าขอแค่พวกเราปลอดภัยก็พอ ให้พวกเราพักผ่อนให้เต็มที่ หลายวันมานี้ลำบากเพื่อเรื่องตระกูลอู๋มามากแล้ว
คุยกันง่าย ๆ อีกสองสามประโยค ผมถึงวางสาย
ตอนนี้ จ้าวอี้เฟยอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
เธอเช็ดผมที่เปียกชุ่ม พลางถามถึงอาการพวกอู๋หลี ผมก็เล่าความจริงให้เธอฟัง
พอรู้ว่าพวกเขาปลอดภัย เธอถึงวางใจได้สนิท
อาจจะเป็นเพราะเพิ่งอาบน้ำมา ผิวพรรณเธอเลยดูขาวผ่องชุ่มชื้นยิ่งขึ้น แถมกลิ่นกายยังหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้อง ทำเอาผมสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ความเหนื่อยล้าในใจหายเป็นปลิดทิ้ง
“ทำไมมองฉันตลอดเลยล่ะ?” จ้าวอี้เฟยที่กำลังเช็ดผมหยุดมือ หันมาถามผม
ผมยิ้มน้อย ๆ ตอบกลับไป “ก็เพราะเธอสวยไง”
เธอหน้าแดงขึ้นมาทันที แกล้งดุแก้เขิน “ชิ ปากหวานจริงนะ!”
ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วจู่ ๆ ก็ดึงเธอกระชากเข้ามาในอ้อมกอด ผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจ จังหวะหัวใจ และอุณหภูมิร่างกายของเธออย่างชัดเจน มันช่างเป็นความจริงที่แสนอบอุ่น!
“ทำอะไรน่ะ?” เธอตกใจกับการกระทำกะทันหันของผม เงยหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นมองผม
“ปากหวานแล้วไง? ต่อให้ฉันปากหวาน ก็หวานกับเธอแค่คนเดียวเท่านั้นแหละ” ผมมองเธอแล้วพูด
เธอยกมุมปากยิ้ม เผยท่าทางเขินอายที่น่ารักน่าชัง “บ้า!”
“เธอรู้ไหมว่าเธอมองฉันแบบนี้ มันอันตรายนะ?”
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะว่า...” ผมก้มหน้าลง กระซิบที่ข้างหูเธอ จากนั้นก็ใช้ริมฝีปากประกบจูบเธออย่างดูดดื่มลึกซึ้ง
ร่างกายเธอสั่นสะท้านเล็กน้อยในตอนแรก ดูเหมือนจะตื่นเต้นและหวาดกลัว
แต่ไม่นานเธอก็กอดตอบผม เริ่มจูบตอบผมอย่างเป็นฝ่ายรุกบ้าง
ชั่วขณะนั้น เราสองคนต่างก็ลืมตัว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เธอผลักผมออก เราต่างก็หอบหายใจแรง
“คนบ้า! รีบไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะนอนแล้ว” เธอพูดเสียงเบา
ผมยิ้มพลางขยี้หัวเธอ บอกว่าเดี๋ยวผมเป่าผมให้แห้งก่อน นอนทั้งผมเปียกเดี๋ยวจะไม่สบาย
เธอพยักหน้า ไปหยิบไดร์เป่าผมมาส่งให้ผม
เป่าผมจนแห้ง เธอก็เข้านอน ผมอาบน้ำลวก ๆ แล้วมานั่งขัดสมาธิบนเตียง ฝึกวิชาสักพัก แล้วก็เข้านอนตาม
ในความฝัน เสิ่นหนิงซวงก็เรียกผมเข้าไปในจี้หยกอีกครั้ง เสี่ยวไป๋ก็อยู่ด้วย
พอเห็นผม เสี่ยวไป๋ก็กระโดดลงจากอ้อมอกเธอ วิ่งตรงมาหาผม
“เสี่ยวไป๋ แผลแกดีขึ้นหรือยัง?” เดิมทีอยากจะบ่นเสิ่นหนิงซวงสักหน่อย แต่พอเห็นเสี่ยวไป๋ ผมก็หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ก็มันน่ารักน่าเอ็นดูซะขนาดนี้
ผมย่อตัวลงลูบหัวมัน แล้วดูแผลที่ขา พบว่าแผลสมานกันเกือบสนิทแล้ว สมกับเป็นสัตว์ภูตจริง ๆ พลังฟื้นฟูน่าทึ่งมาก
ตอนนั้นเอง เสิ่นหนิงซวงก็เดินเข้ามา ยื่นม้วนไม้ไผ่ให้ผมอันหนึ่ง
“นี่คืออะไรครับ?” ผมรับม้วนไม้ไผ่มาอย่างสงสัย
“ในม้วนไม้ไผ่มีวิธีควบคุมวิญญาณไฟ ให้แฟนสาวตัวน้อยของเจ้าศึกษาดูดี ๆ พยายามเรียนรู้เนื้อหาข้างในให้ได้ อย่าปล่อยให้วิญญาณไฟที่ล้ำค่าขนาดนั้นเสียของเปล่า ๆ” เสิ่นหนิงซวงเอ่ยปากเสียงเรียบ
ผมเปิดม้วนไม้ไผ่ออกดู ข้างในบันทึกเรื่องการควบคุมวิญญาณไฟไว้จริง ๆ
“ขอบคุณครับ!” ผมดีใจมาก เอ่ยขอบคุณ
มีของสิ่งนี้ ขอแค่จ้าวอี้เฟยสละเวลาเรียนรู้ฝึกฝน ต่อไปก็จะมีวิชาป้องกันตัวได้แล้ว
ไม่ว่าสำหรับผมหรือตัวเธอ นี่ถือเป็นเรื่องดีที่หาได้ยาก เชื่อว่าถ้าเธอรู้เรื่องนี้ ต้องดีใจมากแน่ ๆ
เสิ่นหนิงซวงไม่ตอบ แต่หยิบโถเลี้ยงกู่ออกมาจากแขนเสื้อ
“ยังมีนี่อีก”
“นี่คือ?” ผมรับโถเลี้ยงกู่มาอย่างงง ๆ
เธอบอกว่าก่อนหน้านี้ผมสงสัยมาตลอดไม่ใช่เหรอ ว่าตอนนั้นที่เธอขอหนอนกู่เปรตไปจะเอาไปทำอะไร ตอนนี้ให้ผมเปิดโถเลี้ยงกู่ดูเอง
ผมอยากรู้เหมือนกันว่ากู่เปรตข้างในถูกเธอทำอะไรไปบ้าง พอเปิดออกดูก็ต้องตะลึงงัน
เห็นเพียงในโถเลี้ยงกู่ไม่ใช่หนอนกู่เปรตตัวสีขาวขุ่นเหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นหนอนอ้วนตัวสีทองอร่าม ขนาดสองนิ้ว รูปร่างเหมือนตัวไหม
ผมตกตะลึงสุดขีด ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “นี่มันกู่หนอนไหมทอง!?”