เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 344 ฝีมือของเลี่ยวเจี้ยน

บทที่ 344 ฝีมือของเลี่ยวเจี้ยน

บทที่ 344 ฝีมือของเลี่ยวเจี้ยน


“เลี่ยวเจี้ยน แกทำแบบนี้คู่ควรกับคำสั่งสอนที่อาจารย์ปู่เคยสอนแก และคู่ควรกับเหมาซานแล้วเหรอ?” ใบหน้าของจางเทียนหลิงเผยความโกรธที่ยากจะเห็นได้บ่อยนัก เขาคาดคั้นถามเลี่ยวเจี้ยนที่นั่งอยู่บนโซฟา

แมงป่องดำคือเนื้อร้ายของวงการผู้มีวิชา เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างรุมประณามสาปแช่ง การที่เลี่ยวเจี้ยนเข้าร่วมกับแมงป่องดำก็เท่ากับป้ายสีให้เหมาซานมัวหมอง จึงไม่แปลกที่เขาจะโกรธแค้นขนาดนี้

เมื่อเทียบกับความโกรธเกรี้ยวของจางเทียนหลิง เลี่ยวเจี้ยนกลับดูเยือกเย็นและสงบนิ่งอย่างยิ่ง เขาเพียงแต่ยิ้มเย็นชา “จางเทียนหลิง แกพูดแบบนี้มีประโยชน์อะไร? ฉันถูกเหมาซานลบชื่อออกไปแล้ว ยังจะมีอะไรให้พูดอีก ยิ่งไปกว่านั้นตาแก่นั่นก็ตายไปตั้งนานแล้ว กลายเป็นแค่กองดินเหลือง ๆ ใต้พื้นดินไปแล้ว”

“หุบปาก!” จางเทียนหลิงโกรธจัด

“ฮ่า ๆ ๆ” ยิ่งเขาโกรธ เลี่ยวเจี้ยนก็ยิ่งหัวเราะอย่างสะใจ “เมื่อก่อนแกดูนิ่ง ๆ นะ ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้โมโหง่ายนักล่ะ”

จริงอย่างที่เขาว่า ปกติจางเทียนหลิงเป็นคนใจเย็นมาก อย่างน้อยตั้งแต่ผมรู้จักเขามา นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาโกรธขนาดนี้

ดูท่าเขาคงโกรธมากเรื่องที่เลี่ยวเจี้ยนเข้าร่วมกับแมงป่องดำ

“นักพรตลามก ใจเย็น ๆ” ผมเอ่ยเตือนสติ

จางเทียนหลิงยังคงจ้องเลี่ยวเจี้ยนเขม็ง เขาพยักหน้า ดูเหมือนจะสงบลงไปเยอะ แต่ในแววตายังคงเต็มไปด้วยความโกรธ

“ไอ้หมอนี่กร่างชะมัด พวกเราบุกมาถึงที่แล้ว มันยังนั่งทำทองไม่รู้ร้อนอยู่อีก” หลิวเฉิงยื่นหน้าออกมา มองไปทางเลี่ยวเจี้ยนแวบหนึ่ง

ผมไม่พูดอะไร สีหน้าเคร่งเครียด

ที่เลี่ยวเจี้ยนเยือกเย็นได้ขนาดนี้ เป็นเพราะเขามั่นใจว่าจัดการพวกเราได้อยู่หมัดแน่ ๆ นี่แสดงให้เห็นว่าเขามั่นใจในฝีมือตัวเองแค่ไหน

“ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าทำไมเมื่อวานพวกแกถึงรีบกลับไปช่วยหลิวอวี้ซินที่บ้านตระกูลอู๋ได้เร็วขนาดนั้น ศพสามร่างของฉันไม่ใช่ศพธรรมดา พวกแกจัดการพวกมันได้เร็วขนาดนั้นได้ยังไง?” เลี่ยวเจี้ยนสงสัยนิดหน่อย เอ่ยถามด้วยความอยากรู้

หลิวเฉิงสวนกลับไปว่าศพสามร่างนั่นกระจอกจะตาย เจอพวกเราอัดเปรี้ยงปร้างแป๊บเดียวก็จอดแล้ว

ที่เขาพูดแบบนี้ก็เพราะหมั่นไส้ท่าทีดูถูกดูแคลนพวกเราของเลี่ยวเจี้ยน เลยจงใจคุยโวข่มขวัญเลี่ยวเจี้ยนสักหน่อย

นึกไม่ถึงว่าพอเลี่ยวเจี้ยนได้ยิน เขากลับปรบมือหัวเราะร่า “ฮ่า ๆ เยี่ยม! งั้นเดี๋ยวฉันจะขอดูหน่อยซิว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างพวกแกจะมีน้ำยาแค่ไหน อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ”

พูดจบ เขาก็หรี่ตาลง ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าใส่พวกเรา ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว

สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตของเลี่ยวเจี้ยน หลิวเฉิงก็ปอดแหกทันที รีบถอยกรูดกลับมาหลบหลังผมกับจางเทียนหลิง

“หลงหยวน นักพรตลามก อัดมันเลย!” ขนาดหลบไปอยู่ข้างหลังแล้ว เขายังไม่ลืมที่จะยุผมกับจางเทียนหลิง

เพื่อความไม่ประมาท ผมกางค่ายกลแผนผังไท่จี๋ออกมาปกป้องพวกเราสี่คน

เลี่ยวเจี้ยนมองผมอย่างสนใจ “ไอ้หนูซินแสอย่างแกก็น่าสนใจดีนะ ใช้วิชาแปลก ๆ ทั้งนั้น จางเทียนหลิงถูกไอไฟหยางทำร้าย พลังฝีมือตกลงไปเยอะ ดูท่าแกจะเป็นคนทำลายศพสามร่างของฉันสินะ”

“แล้วจะทำไม?” ผมไม่ปฏิเสธ ตอบกลับไป

เขายิ้มกึ่งไม่ยิ้ม เอามือไพล่หลังค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “หึ จะทำไมงั้นเหรอ?”

“ตายซะ!” จู่ ๆ เขาก็เผยสีหน้าเหี้ยมเกรียม ยกมือซัดฝ่ามือใส่ผมจากระยะไกล

ฝ่ามือสีดำทมึนที่เกิดจากการรวมตัวของไอดำพุ่งเข้าหาผมด้วยความเร็วสูง แผ่พลังน่ากลัวออกมา

เขาลงมือรวดเร็วมาก แถมพลังทำลายล้างก็ไม่เบา ผมรีบประสานมุทรา ซัดห้านิ้วอสนีบาตสวนกลับไป

สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ห้านิ้วอสนีบาตปะทะกับฝ่ามือสีดำ เกิดเสียงระเบิดดังตูม แสงสายฟ้าและฝ่ามือสีดำสลายไปพร้อมกัน

“นี่มันวิชาสายฟ้าอะไร?” เลี่ยวเจี้ยนสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย อุทานอย่างแปลกใจ

เห็นผมเงียบ เขาจึงแสยะยิ้มเย็นชา “ปฏิกิริยาตอบสนองใช้ได้นี่ แถมแกไม่ใช่คนของสำนักเต๋า แต่กลับใช้วิชาสายฟ้าลึกลับที่ร้ายกาจขนาดนี้ได้ ดูท่าแกจะมีความลับเยอะนะ ดี เดี๋ยวรอฉันจับตัวแกได้ จะเค้นถามให้หมดไส้หมดพุงเลย”

ผมแค่นเสียงเย็น ประสานมุทรา ซัดห้านิ้วอสนีบาตออกไปอีกครั้ง

ตูม!

เลี่ยวเจี้ยนเบี่ยงตัวหลบ โซฟาที่เขาเพิ่งลุกจากมาเมื่อครู่ถูกห้านิ้วอสนีบาตของผมผ่าจนระเบิดกระจุย

จังหวะนั้น จางเทียนหลิงก็เปิดฉากโจมตีบ้าง หยิบยันต์สีน้ำเงินออกมา ประสานมุทราซัดใส่เลี่ยวเจี้ยน

ยันต์สีน้ำเงินกลายเป็นหัวสิงโตเพลิงสีน้ำเงิน อ้าปากกว้างพุ่งเข้าไปกัดเลี่ยวเจี้ยน

“เลี่ยวเจี้ยน วันนี้ฉันจะกวาดล้างคนทรยศแทนเหมาซานเอง” จางเทียนหลิงตะโกนก้อง

วินาทีที่หัวสิงโตเพลิงสีน้ำเงินกัดโดนตัวเลี่ยวเจี้ยน จู่ ๆ มันก็สลายไปดื้อ ๆ แล้วหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

จางเทียนหลิงไม่อยากจะเชื่อ ตกใจหน้าตื่น “อะไรกัน!?”

เห็นเพียงเลี่ยวเจี้ยนสะบัดแขนเสื้อ แสยะยิ้มเย็น “จางเทียนหลิง ถ้าพูดถึงวิชาเหมาซาน ฉันเรียนมาก่อนแกตั้งหลายสิบปี ยิ่งตอนนี้แกบาดเจ็บอยู่สำแดงพลังได้ไม่เต็มที่ คิดว่าใช้วิชาเหมาซานจะทำอะไรฉันได้เหรอ?”

จางเทียนหลิงหน้าเขียวคล้ำ กัดฟันพูดไม่ออก สิ่งที่เลี่ยวเจี้ยนพูดเป็นความจริง เขาเถียงไม่ออกเลย

ความจริงผมก็แปลกใจเหมือนกัน นึกไม่ถึงว่ายันต์สีน้ำเงินของจางเทียนหลิงจะถูกเขาทำลายได้ง่ายดายขนาดนี้ ดูท่าวิชาเหมาซานทั่วไปคงทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขารู้ไส้รู้พุงหมดแล้ว

“นักพรตลามก ฉันจัดการเขาเอง นายคอยช่วยฉันอยู่ข้าง ๆ ก็พอ” ตอนนี้ผมตัดสินใจได้แบบนี้เท่านั้น

จางเทียนหลิงสีหน้าเจ็บใจ แต่ก็ยอมพยักหน้า “พี่หลี่ ฝากด้วยนะ”

ผมพยักหน้า เบนสายตาไปมองเลี่ยวเจี้ยน

ตอนนี้รอยยิ้มบนหน้าเลี่ยวเจี้ยนยิ่งกว้างขึ้น มือประสานมุทรา ปากท่องคาถา

ทันใดนั้น เสื้อผ้าบนตัวเขาก็พลิ้วไหวทั้งที่ไม่มีลม เขาตะโกนเสียงต่ำ บนร่างพลันปรากฏเงาผีหลายร่างพัวพัน ส่งเสียงคำรามโหยหวนน่าขนลุก

ในบ้านเริ่มมีลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน อากาศเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บ

“เฮ้ย! นี่มันวิชาอะไรวะ ทำไมเหมือนมีผีสิงอยู่บนตัวมันเต็มไปหมดเลย?” หลิวเฉิงตกใจกับสภาพของเลี่ยวเจี้ยนในตอนนี้ ตัวสั่นงันงก

ผมกับจางเทียนหลิงต่างสีหน้าเคร่งเครียด ไม่รู้ว่านี่เป็นวิชามารอะไร สัมผัสได้แค่ว่ากลิ่นอายบนตัวเลี่ยวเจี้ยนตอนนี้พิสดารมาก ไม่ใช่คนไม่ใช่ผี แต่กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตรายสุดขีด

“นี่คือเคล็ดวิชากลืนผีที่ฉันฝึกฝนหลังจากออกจากเหมาซาน วันนี้จะให้พวกแกได้เปิดหูเปิดตา และให้พวกแกมาช่วยเพิ่มพลังให้เคล็ดวิชากลืนผีของฉัน” เสียงของเลี่ยวเจี้ยนราวกับมีคนนับไม่ถ้วนพูดพร้อมกัน ฟังแล้วชวนขนหัวลุก

เคล็ดวิชากลืนผี!?

ผมเข้าใจแล้ว ดูท่าวิชานี้จะช่วยเพิ่มพลังให้ผู้ใช้ด้วยการกลืนกินวิญญาณ เงาผีซ้อนทับที่ปรากฏบนตัวเลี่ยวเจี้ยนพวกนั้นก็คือวิญญาณที่ถูกเขากลืนกินไปก่อนหน้านี้นั่นเอง

ถึงกับใช้วิชากลืนกินวิญญาณ มันเป็นวิชามารนอกรีตชัด ๆ เขาเสียสติไปแล้ว

คนกับผีอยู่คนละภพ หยินหยางผลักดันกัน ฝึกวิชามารพรรค์นี้ เกรงว่าสุดท้ายตัวผู้ใช้เองนั่นแหละที่จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่ใช่คนไม่ใช่ผี

เลี่ยวเจี้ยนขยับตัว พริบตาก็มาโผล่ตรงหน้าผม ผมตกตะลึงสุดขีด ความเร็วของเขาน่าทึ่งมาก ราวกับหายตัวได้

ยังดีที่ผมกางค่ายกลแผนผังไท่จี๋ไว้ก่อนแล้ว เลี่ยวเจี้ยนเลยโจมตีผมตรง ๆ ไม่ได้ ไม่งั้นป่านนี้ผมคงบาดเจ็บไปแล้ว

เขายกมือตะปบม่านแสงของค่ายกลแผนผังไท่จี๋ ทันใดนั้นม่านแสงก็แตกละเอียด ค่ายกลแผนผังไท่จี๋ก็สลายไปพร้อมกัน

“รีบถอยไป!” ผมตะโกนลั่น พร้อมกับโคจรเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ ดึงปราณที่สะสมไว้ในจุดตันเถียนล่างออกมา

เลี่ยวเจี้ยนไม่ยั้งมือ ตะปบเข้าที่หน้าผมตรง ๆ ผมยกมือทั้งสองข้างที่มีแสงสีทองเปล่งประกายขึ้นมาไขว้กันเพื่อปัดป้อง

ปัง!

ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วแขนทั้งสองข้าง พร้อมกับร่างผมที่ปลิวถอยหลังไป

จ้าวอี้เฟยกับหลิวเฉิงที่อยู่ข้างหลังหลบไม่ทัน ถูกผมชนล้มกลิ้งไปกับพื้น

จางเทียนหลิงคำรามลั่น ประสานมุทราพุ่งเข้าใส่เลี่ยวเจี้ยน

แต่เขาที่สำแดงพลังได้ไม่เต็มที่ แล้วจะเป็นคู่มือของเลี่ยวเจี้ยนได้อย่างไร ไม่ทันไรก็ถูกเลี่ยวเจี้ยนซัดฝ่ามือใส่จนปลิว กระอักเลือดออกมา

ไม่มีเวลาถามไถ่หลิวเฉิงกับจ้าวอี้เฟยว่าเป็นตายร้ายดียังไง ผมใช้มือตบพื้นอย่างแรง อาศัยแรงส่งดีดตัวลุกขึ้นยืน

เลี่ยวเจี้ยนแสยะยิ้มชกหมัดใส่ผม บนหมัดพลันปรากฏเงาหน้าผีขึ้นมา ดูน่ากลัวสุด ๆ

ผมรีบประสานมุทรา ซัดห้านิ้วอสนีบาตสวนกลับไป

ตูม!

ห้านิ้วอสนีบาตถูกเลี่ยวเจี้ยนชกแตกกระจายในหมัดเดียว ผมส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ เซถอยหลังไปไม่หยุด ต้องรีบโคจรปราณในร่างถึงจะทรงตัวอยู่ได้

ไม่เปิดโอกาสให้ผมได้พักหายใจ เลี่ยวเจี้ยนพุ่งเข้าใส่ผมอีกครั้ง

จ้าวอี้เฟยลุกขึ้นมาจากพื้นแล้ว ร้องเตือนด้วยความเป็นห่วง “หลี่หลงหยวน ระวัง!”

จบบทที่ บทที่ 344 ฝีมือของเลี่ยวเจี้ยน

คัดลอกลิงก์แล้ว