เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 330 คฤหาสน์กลางเขา

บทที่ 330 คฤหาสน์กลางเขา

บทที่ 330 คฤหาสน์กลางเขา


“เฮ้ย! เรื่องจริงเหรอเนี่ย โคตรหลอนเลยนะนั่น?” หลิวเฉิงฟังเจียงเยี่ยนเหวินเล่าจบ ก็กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว

จ้าวอี้เฟยเองก็ตกใจไม่น้อย เกาะแขนผมแน่นด้วยความตื่นเต้น

“สองผัวเมียเขาเล่าให้ผมฟังเอง ไม่น่าจะโกหกหรอกครับ” เจียงเยี่ยนเหวินตอบ “พวกเขาเองก็เพิ่งเคยเจอเรื่องสยองขวัญพรรค์นี้เป็นครั้งแรก เลยมาขอให้ผมช่วย”

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เจียงเยี่ยนเหวินคงจนปัญญา แต่ตอนนี้ต่างออกไป เพราะเรื่องของเสิ่นหลินทำให้เขารู้จักผม และรู้ว่าบนโลกนี้มีเรื่องที่คนทั่วไปไม่รู้อยู่จริง

เจียงเยี่ยนเหวินบอกว่าเขากับพ่อผู้ล่วงลับของอู๋หลีเป็นเพื่อนรักกัน เขาเองก็เห็นอู๋หลีเหมือนลูกชายคนหนึ่ง ครั้งนี้ไม่ว่ายังไงก็อยากขอให้ผมช่วยหน่อย

ลำพังแค่ฟังเขาเล่าผมยังระบุไม่ได้แน่ชัดว่าเรื่องประหลาดที่สองสามีภรรยาตระกูลอู๋เจอคืออะไรกันแน่ แต่ในเมื่อเจียงเยี่ยนเหวินออกหน้ามาขอให้ช่วยด้วยตัวเอง ผมก็ปฏิเสธไม่ลง

“ผอ.เจียงพูดขนาดนี้ ผมจะกล้าปฏิเสธได้ยังไงล่ะครับ”

“คุณตกลงแล้วเหรอครับ?” เจียงเยี่ยนเหวินได้ยินดังนั้นก็ดีใจมาก

ผมพยักหน้า บอกว่าถ้าเป็นฝีมือภูตผีปีศาจจริง ผมย่อมต้องช่วยสุดความสามารถอยู่แล้ว

เจียงเยี่ยนเหวินตื่นเต้นยกใหญ่ ขอบคุณผมอีกครั้ง “เยี่ยมเลย ผมจะโทรบอกเสี่ยวหลีเดี๋ยวนี้”

พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์เดินเลี่ยงไปโทร

ตอนนี้เอง หลิวเฉิงก็ขยับเข้ามาถามผมว่า รู้หรือยังว่าไอ้ตัวในท้องหลิวอวี้ซินคือตัวอะไร

ผมส่ายหน้า ลำพังแค่คำบอกเล่าไม่กี่คำของเจียงเยี่ยนเหวิน ยังตัดสินอะไรไม่ได้หรอก

“จะเป็นกุมารทองหรือเปล่า?” จ้าวอี้เฟยที่อยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา

ผมกับหลิวเฉิงหันขวับไปมองเธอด้วยความแปลกใจ ไม่รู้ว่าเธอไปรู้จักคำนี้มาจากไหน

จ้าวอี้เฟยหน้าแดง รีบแก้ตัว “ฉันเห็นในหนังสยองขวัญเขาชอบมีบทแบบนี้น่ะ”

ผมยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไป “ก็มีความเป็นไปได้นะ”

เจียงเยี่ยนเหวินโทรศัพท์เสร็จก็เดินกลับมา บอกเราว่าอู๋หลีเชิญพวกเราไปเจอกันที่บ้านตระกูลอู๋ พอดีมีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องถามสองสามีภรรยาให้ชัดเจน ผมเลยไม่ปฏิเสธ

“ได้ครับ เดี๋ยวผมพาไป”

เพื่อไม่ให้เสียเวลา พวกเราสี่คนเตรียมออกจากโรงแรมไปบ้านตระกูลอู๋

เพิ่งเดินออกจากโรงแรมก็เจอจางเทียนหลิงเดินควงผู้หญิงทรงเสน่ห์คนหนึ่งกำลังจะเข้าโรงแรม พอเห็นพวกเราสี่คนเดินจ้ำอ้าวออกมา เขาก็รีบตะโกนเรียกไว้

“พี่หลี่ ผอ.เจียง จะไปไหนกันครับ รีบร้อนเชียว?” จางเทียนหลิงสวมชุดนักพรต ใส่แว่นกันแดด ดูเท่ระเบิด ไม่เหลือเค้านักพรตเลยสักนิด

ผู้หญิงหุ่นแซ่บที่เขาควงอยู่ตอนนี้ ก็คือแม่ม่ายเศรษฐีนีที่เขาเพิ่งรู้จักเมื่อไม่กี่วันก่อน

เศรษฐีนีถอดแว่นกันแดดออก พยักหน้าให้พวกเรา เป็นเชิงทักทาย

“นักพรตลามก ยังรู้จักกลับมาด้วยเหรอ?” หลิวเฉิงแขวะเข้าให้

จางเทียนหลิงหัวเราะ ถอดแว่นกันแดดออกบ้าง “ฮ่ะ ๆ ที่รักของฉันบอกว่าจะเลี้ยงข้าวทุกคน เราสองคนกะจะขึ้นไปเรียกพวกนายพอดี นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอตรงนี้”

ผมบอกว่าเรื่องเลี้ยงข้าวเอาไว้คราวหน้า ตอนนี้พวกเราต้องไปจัดการธุระกับเจียงเยี่ยนเหวิน

“เรื่องภูตผีปีศาจเหรอ?” จางเทียนหลิงเดาทางออก

หลิวเฉิงสวนกลับ “แล้วจะทำไม เห็นนายยุ่งขนาดนี้ ยังมีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?”

“พูดเป็นเล่น เรื่องภูตผีปีศาจจะขาดท่านนักพรตไปได้ยังไง” จางเทียนหลิงไม่สนคำประชดของหลิวเฉิง กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเศรษฐีนี ทำเอาเธอป้องปากหัวเราะคิกคัก แถมยังยกมือตีเขาเบา ๆ ทีหนึ่ง

จากนั้นทั้งสองคนก็จุ๊บกันโชว์พวกเราหน้าตาเฉย แล้วจางเทียนหลิงก็โบกมือลาเศรษฐินี

พวกเราสี่คนกลั้นขำไม่อยู่ ส่วนเจียงเยี่ยนเหวินถึงกับยืนอึ้ง

จางเทียนหลิงไม่มียางอายสักนิด ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยตามสไตล์ “ไปกันเถอะ ท่านนักพรตจะไปเป็นเพื่อนพวกนายเอง”

เรื่องผู้หญิงเขาอาจจะดูไม่ได้ความไปหน่อย แต่เรื่องอื่นถือว่าพึ่งพาได้ ในเมื่อเขาขอไปด้วยตัวเอง ผมย่อมไม่ปฏิเสธ

“ไปกันเถอะ”

สี่สิบนาทีต่อมา พวกเราก็ออกจากตัวเมืองจิ่วอันมาถึงชานเมือง

“ผอ.เจียง บ้านตระกูลอู๋อยู่ที่ไหนกันแน่ครับ?” ออกมาถึงชานเมืองแล้วเจียงเยี่ยนเหวินยังให้ขับต่อ หลิวเฉิงเลยอดถามไม่ได้

เจียงเยี่ยนเหวินบอกว่าใกล้แล้ว อีกไม่กี่นาทีก็จะเห็นทางไปบ้านตระกูลอู๋

ไม่กี่นาทีต่อมา ก็เห็นถนนสายหนึ่งทอดขึ้นไปบนภูเขาอยู่ข้างหน้าจริง ๆ

“ตระกูลอู๋เป็นเศรษฐีจิ่วอันไม่ใช่เหรอ ทำไมไปอยู่บนเขา?” หลิวเฉิงถามอย่างไม่เข้าใจ

เจียงเยี่ยนเหวินบอกเขาว่า ภูเขาแถบนี้ถูกตระกูลอู๋ซื้อไว้หมดแล้ว คฤหาสน์ตระกูลอู๋ตั้งอยู่กลางเขาที่เรากำลังขึ้นนี่แหละ ไม่เพียงพื้นที่กว้างขวาง ทิวทัศน์ยังสวยสุดยอด

พวกเราได้แต่เดาะลิ้น คนรวยนี่ใช้ชีวิตกันสุดจริง ๆ คนธรรมดาเทียบไม่ติดเลย

“ฮ่า ๆ ดูท่าตระกูลอู๋จะรวยจริง งานนี้เจอถังข้าวสารแล้ว” หลิวเฉิงลืมไปเลยว่าเจียงเยี่ยนเหวินก็อยู่ด้วย พูดอย่างตื่นเต้น

เจียงเยี่ยนเหวินแค่ยิ้ม ๆ ไม่ได้พูดอะไร

มาถึงกลางเขา พวกเราก็เห็นทางเข้าคฤหาสน์ ตรงทางเข้ามีบอดี้การ์ดใส่สูทเต็มยศยืนเฝ้าอยู่หลายคน ที่หูใส่หูฟังบลูทูธ ดูเป็นมืออาชีพและภูมิฐานมาก

รถพวกเราไปถึง ประตูคฤหาสน์ก็เปิดออกอัตโนมัติ ดูท่าอู๋หลีคงแจ้งคนในคฤหาสน์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

“จุ๊ ๆ สมกับเป็นตระกูลดัง บอดี้การ์ดยังดูดีขนาดนี้” หลิวเฉิงขับรถเข้าไปในคฤหาสน์ อดปากชมไม่ได้

พื้นที่คฤหาสน์กว้างขวางมาก แถมวิวยังดีเยี่ยม อีกหลายนาทีต่อมาพวกเราถึงมาถึงตัวบ้านในคฤหาสน์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตัวบ้านหรูหราอลังการงานสร้างสุด ๆ

สองสามีภรรยาตระกูลอู๋มายืนรอรับพวกเราอยู่ที่หน้าบ้านแต่เนิ่น ๆ พอลงจากรถ ทั้งคู่ก็เดินเข้ามาต้อนรับ “ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมานะครับ ท่านนี้คงเป็นอาจารย์หลี่ที่คุณอาเจียงพูดถึงใช่ไหมครับ?”

สายตาเขาตอนที่พูดมองไปที่จางเทียนหลิง ไม่ใช่ผม

ในบรรดาคนที่มา มีแค่จางเทียนหลิงที่ใส่ชุดนักพรต เวลาทำท่าเคร่งขรึมก็ดูน่าเลื่อมใสจริง ๆ อู๋หลีจะเข้าใจผิดก็เป็นเรื่องปกติ

ผม หลิวเฉิง และจ้าวอี้เฟยแอบขำ จางเทียนหลิงกระอักกระอ่วนนิดหน่อย บอกว่าไม่ใช่เขา

“เสี่ยวหลี ท่านนี้ต่างหากอาจารย์หลี่ เขาคือนักพรตจาง ส่วนสองท่านนี้คือคุณหลิวกับคุณจ้าว” เจียงเยี่ยนเหวินรีบแนะนำพวกเราให้อู๋หลีรู้จัก

อู๋หลีรีบขอโทษ บอกว่าตัวเองคิดเองเออเองไปหน่อย

“คุณอาเจียงคะ นึกไม่ถึงเลยว่าอาจารย์หลี่ที่คุณอาพูดถึงจะหนุ่มขนาดนี้ ดูเด็กกว่าหนูกับอู๋หลีตั้งเยอะ” หลิวอวี้ซินเป็นคนพูดขึ้น

หลิวเฉิงรีบสวนขึ้นทันที “อย่าเห็นว่าพวกเราอายุน้อยนะครับ แต่เรื่องที่ผ่านมือพวกเรา ไม่มีเรื่องไหนที่แก้ไม่ได้”

อู๋หลีพยักหน้ารัว ๆ “เรื่องเถ้าแก่เสิ่นพวกเราฟังคุณอาเจียงเล่าแล้วครับ ย่อมเชื่อใจพวกคุณอาจารย์หลี่อยู่แล้ว ครั้งนี้คงต้องรบกวนด้วยนะครับ”

สองสามีภรรยาดูเป็นกันเองมาก แถมยังปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างสุภาพ ไม่ถือตัวว่าเป็นตระกูลดังเลยสักนิด

ระหว่างที่คุยกัน ผมอดสังเกตสองสามีภรรยาไม่ได้ พบว่าบนตัวทั้งคู่ไม่มีไอหยินหรือไอชั่วร้าย เลยพิจารณาโหงวเฮ้งของทั้งคู่ดูอย่างละเอียด

พบว่าตาของทั้งสองคนโตและกลม ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ดวงตาสวยแสดงว่าเป็นคนจิตใจดี

แต่ว่าตอนนี้หน้าผากของทั้งคู่มีไอสีดำพาดผ่าน แสดงว่ากำลังมีเคราะห์ร้ายเกาะกุม

อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ตำแหน่งเรือนบุตรของทั้งคู่นี่สิ ที่ทำให้ผมสงสัย

แปลกแฮะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย

จบบทที่ บทที่ 330 คฤหาสน์กลางเขา

คัดลอกลิงก์แล้ว