- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 330 คฤหาสน์กลางเขา
บทที่ 330 คฤหาสน์กลางเขา
บทที่ 330 คฤหาสน์กลางเขา
“เฮ้ย! เรื่องจริงเหรอเนี่ย โคตรหลอนเลยนะนั่น?” หลิวเฉิงฟังเจียงเยี่ยนเหวินเล่าจบ ก็กลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว
จ้าวอี้เฟยเองก็ตกใจไม่น้อย เกาะแขนผมแน่นด้วยความตื่นเต้น
“สองผัวเมียเขาเล่าให้ผมฟังเอง ไม่น่าจะโกหกหรอกครับ” เจียงเยี่ยนเหวินตอบ “พวกเขาเองก็เพิ่งเคยเจอเรื่องสยองขวัญพรรค์นี้เป็นครั้งแรก เลยมาขอให้ผมช่วย”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เจียงเยี่ยนเหวินคงจนปัญญา แต่ตอนนี้ต่างออกไป เพราะเรื่องของเสิ่นหลินทำให้เขารู้จักผม และรู้ว่าบนโลกนี้มีเรื่องที่คนทั่วไปไม่รู้อยู่จริง
เจียงเยี่ยนเหวินบอกว่าเขากับพ่อผู้ล่วงลับของอู๋หลีเป็นเพื่อนรักกัน เขาเองก็เห็นอู๋หลีเหมือนลูกชายคนหนึ่ง ครั้งนี้ไม่ว่ายังไงก็อยากขอให้ผมช่วยหน่อย
ลำพังแค่ฟังเขาเล่าผมยังระบุไม่ได้แน่ชัดว่าเรื่องประหลาดที่สองสามีภรรยาตระกูลอู๋เจอคืออะไรกันแน่ แต่ในเมื่อเจียงเยี่ยนเหวินออกหน้ามาขอให้ช่วยด้วยตัวเอง ผมก็ปฏิเสธไม่ลง
“ผอ.เจียงพูดขนาดนี้ ผมจะกล้าปฏิเสธได้ยังไงล่ะครับ”
“คุณตกลงแล้วเหรอครับ?” เจียงเยี่ยนเหวินได้ยินดังนั้นก็ดีใจมาก
ผมพยักหน้า บอกว่าถ้าเป็นฝีมือภูตผีปีศาจจริง ผมย่อมต้องช่วยสุดความสามารถอยู่แล้ว
เจียงเยี่ยนเหวินตื่นเต้นยกใหญ่ ขอบคุณผมอีกครั้ง “เยี่ยมเลย ผมจะโทรบอกเสี่ยวหลีเดี๋ยวนี้”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์เดินเลี่ยงไปโทร
ตอนนี้เอง หลิวเฉิงก็ขยับเข้ามาถามผมว่า รู้หรือยังว่าไอ้ตัวในท้องหลิวอวี้ซินคือตัวอะไร
ผมส่ายหน้า ลำพังแค่คำบอกเล่าไม่กี่คำของเจียงเยี่ยนเหวิน ยังตัดสินอะไรไม่ได้หรอก
“จะเป็นกุมารทองหรือเปล่า?” จ้าวอี้เฟยที่อยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา
ผมกับหลิวเฉิงหันขวับไปมองเธอด้วยความแปลกใจ ไม่รู้ว่าเธอไปรู้จักคำนี้มาจากไหน
จ้าวอี้เฟยหน้าแดง รีบแก้ตัว “ฉันเห็นในหนังสยองขวัญเขาชอบมีบทแบบนี้น่ะ”
ผมยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไป “ก็มีความเป็นไปได้นะ”
เจียงเยี่ยนเหวินโทรศัพท์เสร็จก็เดินกลับมา บอกเราว่าอู๋หลีเชิญพวกเราไปเจอกันที่บ้านตระกูลอู๋ พอดีมีรายละเอียดหลายอย่างที่ต้องถามสองสามีภรรยาให้ชัดเจน ผมเลยไม่ปฏิเสธ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมพาไป”
เพื่อไม่ให้เสียเวลา พวกเราสี่คนเตรียมออกจากโรงแรมไปบ้านตระกูลอู๋
เพิ่งเดินออกจากโรงแรมก็เจอจางเทียนหลิงเดินควงผู้หญิงทรงเสน่ห์คนหนึ่งกำลังจะเข้าโรงแรม พอเห็นพวกเราสี่คนเดินจ้ำอ้าวออกมา เขาก็รีบตะโกนเรียกไว้
“พี่หลี่ ผอ.เจียง จะไปไหนกันครับ รีบร้อนเชียว?” จางเทียนหลิงสวมชุดนักพรต ใส่แว่นกันแดด ดูเท่ระเบิด ไม่เหลือเค้านักพรตเลยสักนิด
ผู้หญิงหุ่นแซ่บที่เขาควงอยู่ตอนนี้ ก็คือแม่ม่ายเศรษฐีนีที่เขาเพิ่งรู้จักเมื่อไม่กี่วันก่อน
เศรษฐีนีถอดแว่นกันแดดออก พยักหน้าให้พวกเรา เป็นเชิงทักทาย
“นักพรตลามก ยังรู้จักกลับมาด้วยเหรอ?” หลิวเฉิงแขวะเข้าให้
จางเทียนหลิงหัวเราะ ถอดแว่นกันแดดออกบ้าง “ฮ่ะ ๆ ที่รักของฉันบอกว่าจะเลี้ยงข้าวทุกคน เราสองคนกะจะขึ้นไปเรียกพวกนายพอดี นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอตรงนี้”
ผมบอกว่าเรื่องเลี้ยงข้าวเอาไว้คราวหน้า ตอนนี้พวกเราต้องไปจัดการธุระกับเจียงเยี่ยนเหวิน
“เรื่องภูตผีปีศาจเหรอ?” จางเทียนหลิงเดาทางออก
หลิวเฉิงสวนกลับ “แล้วจะทำไม เห็นนายยุ่งขนาดนี้ ยังมีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?”
“พูดเป็นเล่น เรื่องภูตผีปีศาจจะขาดท่านนักพรตไปได้ยังไง” จางเทียนหลิงไม่สนคำประชดของหลิวเฉิง กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเศรษฐีนี ทำเอาเธอป้องปากหัวเราะคิกคัก แถมยังยกมือตีเขาเบา ๆ ทีหนึ่ง
จากนั้นทั้งสองคนก็จุ๊บกันโชว์พวกเราหน้าตาเฉย แล้วจางเทียนหลิงก็โบกมือลาเศรษฐินี
พวกเราสี่คนกลั้นขำไม่อยู่ ส่วนเจียงเยี่ยนเหวินถึงกับยืนอึ้ง
จางเทียนหลิงไม่มียางอายสักนิด ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยตามสไตล์ “ไปกันเถอะ ท่านนักพรตจะไปเป็นเพื่อนพวกนายเอง”
เรื่องผู้หญิงเขาอาจจะดูไม่ได้ความไปหน่อย แต่เรื่องอื่นถือว่าพึ่งพาได้ ในเมื่อเขาขอไปด้วยตัวเอง ผมย่อมไม่ปฏิเสธ
“ไปกันเถอะ”
สี่สิบนาทีต่อมา พวกเราก็ออกจากตัวเมืองจิ่วอันมาถึงชานเมือง
“ผอ.เจียง บ้านตระกูลอู๋อยู่ที่ไหนกันแน่ครับ?” ออกมาถึงชานเมืองแล้วเจียงเยี่ยนเหวินยังให้ขับต่อ หลิวเฉิงเลยอดถามไม่ได้
เจียงเยี่ยนเหวินบอกว่าใกล้แล้ว อีกไม่กี่นาทีก็จะเห็นทางไปบ้านตระกูลอู๋
ไม่กี่นาทีต่อมา ก็เห็นถนนสายหนึ่งทอดขึ้นไปบนภูเขาอยู่ข้างหน้าจริง ๆ
“ตระกูลอู๋เป็นเศรษฐีจิ่วอันไม่ใช่เหรอ ทำไมไปอยู่บนเขา?” หลิวเฉิงถามอย่างไม่เข้าใจ
เจียงเยี่ยนเหวินบอกเขาว่า ภูเขาแถบนี้ถูกตระกูลอู๋ซื้อไว้หมดแล้ว คฤหาสน์ตระกูลอู๋ตั้งอยู่กลางเขาที่เรากำลังขึ้นนี่แหละ ไม่เพียงพื้นที่กว้างขวาง ทิวทัศน์ยังสวยสุดยอด
พวกเราได้แต่เดาะลิ้น คนรวยนี่ใช้ชีวิตกันสุดจริง ๆ คนธรรมดาเทียบไม่ติดเลย
“ฮ่า ๆ ดูท่าตระกูลอู๋จะรวยจริง งานนี้เจอถังข้าวสารแล้ว” หลิวเฉิงลืมไปเลยว่าเจียงเยี่ยนเหวินก็อยู่ด้วย พูดอย่างตื่นเต้น
เจียงเยี่ยนเหวินแค่ยิ้ม ๆ ไม่ได้พูดอะไร
มาถึงกลางเขา พวกเราก็เห็นทางเข้าคฤหาสน์ ตรงทางเข้ามีบอดี้การ์ดใส่สูทเต็มยศยืนเฝ้าอยู่หลายคน ที่หูใส่หูฟังบลูทูธ ดูเป็นมืออาชีพและภูมิฐานมาก
รถพวกเราไปถึง ประตูคฤหาสน์ก็เปิดออกอัตโนมัติ ดูท่าอู๋หลีคงแจ้งคนในคฤหาสน์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
“จุ๊ ๆ สมกับเป็นตระกูลดัง บอดี้การ์ดยังดูดีขนาดนี้” หลิวเฉิงขับรถเข้าไปในคฤหาสน์ อดปากชมไม่ได้
พื้นที่คฤหาสน์กว้างขวางมาก แถมวิวยังดีเยี่ยม อีกหลายนาทีต่อมาพวกเราถึงมาถึงตัวบ้านในคฤหาสน์ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตัวบ้านหรูหราอลังการงานสร้างสุด ๆ
สองสามีภรรยาตระกูลอู๋มายืนรอรับพวกเราอยู่ที่หน้าบ้านแต่เนิ่น ๆ พอลงจากรถ ทั้งคู่ก็เดินเข้ามาต้อนรับ “ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมานะครับ ท่านนี้คงเป็นอาจารย์หลี่ที่คุณอาเจียงพูดถึงใช่ไหมครับ?”
สายตาเขาตอนที่พูดมองไปที่จางเทียนหลิง ไม่ใช่ผม
ในบรรดาคนที่มา มีแค่จางเทียนหลิงที่ใส่ชุดนักพรต เวลาทำท่าเคร่งขรึมก็ดูน่าเลื่อมใสจริง ๆ อู๋หลีจะเข้าใจผิดก็เป็นเรื่องปกติ
ผม หลิวเฉิง และจ้าวอี้เฟยแอบขำ จางเทียนหลิงกระอักกระอ่วนนิดหน่อย บอกว่าไม่ใช่เขา
“เสี่ยวหลี ท่านนี้ต่างหากอาจารย์หลี่ เขาคือนักพรตจาง ส่วนสองท่านนี้คือคุณหลิวกับคุณจ้าว” เจียงเยี่ยนเหวินรีบแนะนำพวกเราให้อู๋หลีรู้จัก
อู๋หลีรีบขอโทษ บอกว่าตัวเองคิดเองเออเองไปหน่อย
“คุณอาเจียงคะ นึกไม่ถึงเลยว่าอาจารย์หลี่ที่คุณอาพูดถึงจะหนุ่มขนาดนี้ ดูเด็กกว่าหนูกับอู๋หลีตั้งเยอะ” หลิวอวี้ซินเป็นคนพูดขึ้น
หลิวเฉิงรีบสวนขึ้นทันที “อย่าเห็นว่าพวกเราอายุน้อยนะครับ แต่เรื่องที่ผ่านมือพวกเรา ไม่มีเรื่องไหนที่แก้ไม่ได้”
อู๋หลีพยักหน้ารัว ๆ “เรื่องเถ้าแก่เสิ่นพวกเราฟังคุณอาเจียงเล่าแล้วครับ ย่อมเชื่อใจพวกคุณอาจารย์หลี่อยู่แล้ว ครั้งนี้คงต้องรบกวนด้วยนะครับ”
สองสามีภรรยาดูเป็นกันเองมาก แถมยังปฏิบัติต่อคนอื่นอย่างสุภาพ ไม่ถือตัวว่าเป็นตระกูลดังเลยสักนิด
ระหว่างที่คุยกัน ผมอดสังเกตสองสามีภรรยาไม่ได้ พบว่าบนตัวทั้งคู่ไม่มีไอหยินหรือไอชั่วร้าย เลยพิจารณาโหงวเฮ้งของทั้งคู่ดูอย่างละเอียด
พบว่าตาของทั้งสองคนโตและกลม ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ดวงตาสวยแสดงว่าเป็นคนจิตใจดี
แต่ว่าตอนนี้หน้าผากของทั้งคู่มีไอสีดำพาดผ่าน แสดงว่ากำลังมีเคราะห์ร้ายเกาะกุม
อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรพิเศษ แต่ตำแหน่งเรือนบุตรของทั้งคู่นี่สิ ที่ทำให้ผมสงสัย
แปลกแฮะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย