- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 328 พักห้องเดียวกัน
บทที่ 328 พักห้องเดียวกัน
บทที่ 328 พักห้องเดียวกัน
พวกเราเดินไปคุยไป เจียงเยี่ยนเหวินบอกพวกเราว่าอาการของเสิ่นหลินดีขึ้นมาก พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เพียงแต่แผลใจคงต้องใช้เวลาเยียวยา พวกเขาที่เป็นหมอก็ช่วยอะไรมากไม่ได้
“แล้วอีกสองคนล่ะครับ?” ผมถามถึงผู้ชายสองคนที่ตามเสิ่นเหวยเฟิงกับพวกเราลงไปที่ห้องใต้ดิน
เจียงเยี่ยนเหวินบอกว่าสองคนนั้นอาการก็ดีขึ้นมาก อีกสองสามวันก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
“ส่วนเพื่อนของคุณ หลิวเฉิง ถ้าเขาอยู่ไม่ติดจริง ๆ พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วครับ แค่ต้องระวังหน่อย และต้องมาทำแผลที่โรงพยาบาลทุกวัน จนกว่าแผลไฟลวกจะหายดี” สงสัยหลิวเฉิงคงไปบ่นให้ฟัง เจียงเยี่ยนเหวินถึงได้พูดแบบนี้
จางเทียนหลิงแอบด่าหลิวเฉิงเบา ๆ ว่าไอ้โง่ มีพี่สาวพยาบาลมาช่วยทำแผลให้ทุกวัน ไม่ดียังไง เขาอยากได้แบบนี้ยังไม่มีโอกาสเลย
“นายคิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนนายหรือไง?” ผมตอบกลับอย่างเอือมระอา
เจียงเยี่ยนเหวินกับจ้าวอี้เฟยยิ้มแต่ไม่พูดอะไร คงเป็นเพราะหลังจากรู้จักจางเทียนหลิงแล้ว ก็ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่เกี่ยวกับนักพรต
ตอนนั้น พยาบาลสองคนเดินสวนกับพวกเรา สายตาของจางเทียนหลิงก็เริ่มซุกซนทันที มองตามพยาบาลสองคนนั้นตาเป็นมัน
เห็นท่าเขาจะเดินตามไป ผมรีบลากตัวกลับมา บอกอย่าไปก่อเรื่องอีก
“รีบทำไมเล่า แค่ชื่นชมความงามเฉย ๆ” คราวนี้เขาทำท่าเคร่งขรึม สะบัดแขนเสื้อเดินนำหน้าพวกเราไป
พวกเราแวะไปที่ห้องพักฟื้นของหลิวเฉิงก่อน คุยกันสองสามประโยค เขาก็ลงจากเตียงตามพวกเราไปที่ห้องพักฟื้นของเสิ่นหลิน
ในห้องพักฟื้นของเสิ่นหลิน หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังปอกผลไม้ให้เสิ่นหลิน เจียงเยี่ยนเหวินบอกพวกเราว่าเธอคือแม่ของเสิ่นหลิน ช่วงก่อนหน้านี้มีธุระกลับไปบ้านเกิด เพิ่งกลับมาเมื่อคืน
“อาจารย์หลี่ มากันแล้วเหรอครับ” สีหน้าของเสิ่นหลินดูดีขึ้นมาก แต่ยังคงเศร้าหมอง เห็นได้ชัดว่ายังทำใจเรื่องการตายของโจวถิงไม่ได้
พอรู้ว่าพวกเราเป็นคนช่วยชีวิตเสิ่นหลิน แม่ของเสิ่นหลินก็เกรงใจพวกเรามาก ขอบคุณพวกเราไม่หยุด
จากนั้น เสิ่นเหวยเฟิงกับจ้าวกั๋วเหลียงก็กลับมาที่ห้องพักฟื้น ได้ยินเสิ่นหลินบอกว่าก่อนหน้านี้ทั้งสองคนไปเยี่ยมผู้ชายที่บาดเจ็บสองคนนั้นมา
คุยกับพวกเสิ่นเหวยเฟิงได้สักพัก โรงพยาบาลยังมีงานยุ่ง เจียงเยี่ยนเหวินจึงขอตัวลาพวกเราออกจากห้องไป
“อาจารย์หลี่ เมื่อคืนพักผ่อนสบายดีไหมครับ?” เสิ่นเหวยเฟิงเอ่ยถาม
ผมบอกว่าพักผ่อนสบายดี ขอบคุณที่เขาจองห้องพักให้พวกเรา
“เกรงใจกันเกินไปแล้ว เป็นตระกูลเสิ่นของพวกเราต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกคุณให้มาก ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกคุณ คราวนี้หลินเอ๋อร์คง...” เสิ่นเหวยเฟิงถอนหายใจ ไม่ได้พูดต่อ
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น “ได้ เอาของขึ้นมาเลย”
วางสายแล้ว เสิ่นเหวยเฟิงก็บอกพวกเราว่า ของที่ผมต้องการเขาให้คนเอามาให้แล้ว
“หมายถึงไม้ถูกฟ้าผ่าเหรอครับ?” พอพูดถึงไม้ถูกฟ้าผ่า หลิวเฉิงก็เริ่มตื่นเต้น
“ครับ” เสิ่นเหวยเฟิงยิ้มพยักหน้า แล้วหันมามองผม “แต่อาจารย์หลี่ พวกคุณเอาแค่ไม้ถูกฟ้าผ่าท่อนเดียว มันจะไม่น้อยไปหน่อยเหรอครับ?”
ตอนรับมือกับวิญญาณไฟชั่วร้าย เขาอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ รู้ว่าสถานการณ์อันตรายแค่ไหน คงรู้สึกว่าให้แค่ไม้ถูกฟ้าผ่ามันเอาเปรียบพวกเราไปหน่อย
ผมยิ้ม บอกว่าไม่มีอะไรน้อยไปหรือมากไปหรอก ในเมื่อตกลงกันไว้ก่อนแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
“คุณเสิ่น ของมาแล้วครับ” ระหว่างที่คุยกัน ชายคนหนึ่งก็อุ้มไม้ถูกฟ้าผ่าที่ห่อด้วยผ้าเดินเข้ามาในห้องพักฟื้น
เสิ่นเหวยเฟิงรับไม้ถูกฟ้าผ่ามาจากมือเขา แล้วยื่นให้ผม “อาจารย์หลี่ นี่ครับ”
ผมยังไม่ทันยื่นมือไป หลิวเฉิงก็อดใจไม่ไหวรับแทนผมไปแล้ว “ฮ่า ๆ งั้นพวกเราไม่เกรงใจละนะ”
พูดจบ เขาก็เปิดผ้าออก เผยให้เห็นด้านที่ไหม้เกรียมจากการถูกฟ้าผ่า
“ของรักของข้า ในที่สุดก็ได้แกมาครอบครองจนได้” หลิวเฉิงลูบคลำไม้ถูกฟ้าผ่าไม่ยอมปล่อย
แม่ของเสิ่นหลินเห็นไม้ถูกฟ้าผ่าในมือหลิวเฉิงก็ขมวดคิ้ว พูดกับเสิ่นเหวยเฟิงอย่างไม่พอใจ “ตาเฒ่า เขาช่วยชีวิตลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคุณไว้ คุณให้แค่ไม้ผุ ๆ ท่อนเดียวกับอาจารย์หลี่เนี่ยนะ?”
“ใช่ครับพ่อ แบบนี้มันจะดีเหรอ” เสิ่นหลินก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม
เสิ่นเหวยเฟิงมองผมอย่างน่าสงสาร ทำหน้าบูดเบี้ยว “นี่... นี่เป็นความต้องการของอาจารย์หลี่เอง ฉันก็ว่ามันน้อยไปเหมือนกัน”
“ไม่เป็นไรครับ น้อยไปหรือไม่ ไม้ถูกฟ้าผ่านี้สำหรับพวกเราแล้วเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยาก พวกคุณสบายใจได้เลย” ผมยิ้มตอบ
จ้าวอี้เฟยก็ช่วยพูดว่าผมไม่ใช่คนโลภ และไม่กลับคำพูดด้วย
“ฮี่ ๆ น้องอี้เฟยนี่รู้ใจหลงหยวนจริง ๆ” หลิวเฉิงห่อไม้ถูกฟ้าผ่ากลับคืน พลางพูดแซว
จ้าวอี้เฟยเขินอาย ไม่สนใจหลิวเฉิง
“เอางี้ รอหลินเอ๋อร์ออกจากโรงพยาบาล ให้เขาพาพวกคุณเที่ยวจิ่วอันให้ทั่ว ไม่งั้นพวกเราคงไม่สบายใจ” เสิ่นเหวยเฟิงคิดดูแล้วก็พูดขึ้น
หนึ่งคือให้เสิ่นหลินสนิทสนมกับพวกเรา กระชับความสัมพันธ์ สองคือให้เสิ่นหลินได้ถือโอกาสพักผ่อนหย่อนใจ
“ได้ครับ” เสิ่นหลินพยักหน้ารับคำ
“ได้ครับ ขอบคุณมาก” ผมไม่ปฏิเสธอีก พอดีพวกเราก็ไม่เคยมาจิ่วอัน แล้วหลิวเฉิงก็ต้องอยู่ทำแผลที่นี่อีกหลายวัน
พวกเราอยู่ที่โรงพยาบาลจนค่ำมืด พอจะกลับ หลิวเฉิงก็คะยั้นคะยอให้จางเทียนหลิงอยู่เป็นเพื่อนเขาสักคืน
จางเทียนหลิงย่อมไม่เต็มใจ “โตป่านนี้แล้ว ยังต้องให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนอีก”
“ฉันอยู่คนเดียวมันเบื่อ ถ้านายอยู่เป็นเพื่อน คืนนี้ฉันจะพานายไต่แรงค์” เพื่อเกลี้ยกล่อมจางเทียนหลิง หลิวเฉิงเริ่มงัดไม้ตายออกมา
“หึ อยู่โรงแรมก็ไต่แรงค์ได้เหมือนกัน” จางเทียนหลิงไม่หลงกล
หลิวเฉิงกลอกตาไปมา เอ่ยปากว่า “ตอนค่ำพี่สาวพยาบาลจะมาทำแผลให้ฉัน แถมยังน่ารักมากด้วยนะ”
“อะแฮ่ม เห็นแก่นายที่น่าสงสารขนาดนี้ ฉันจะฝืนใจอยู่เป็นเพื่อนสักคืนก็ได้” จางเทียนหลิงกระแอมไอทีหนึ่ง พูดหน้าตายอย่างไม่อายปาก
ขี้เกียจสนใจเจ้าสองคนนี้ ผมกับจ้าวอี้เฟยเดินออกจากห้องพักฟื้น จ้าวกั๋วเหลียงรอพวกเราอยู่ข้างล่างแล้ว
กลับถึงโรงแรม จ้าวกั๋วเหลียงกลับห้องไปพักผ่อน ผมกับจ้าวอี้เฟยคุยกันในห้องเธอนานมาก รอกระทั่งง่วงจนทนไม่ไหว ผมถึงกลับห้องตัวเอง
ก่อนไป ผมขอให้เธอหอมแก้มทีหนึ่ง ทีแรกเธอเขินไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ยอมหอมแก้มผมเบา ๆ แล้วหน้าแดงเอามือดันผมออกจากห้องไป
วันรุ่งขึ้น หลิวเฉิงและเสิ่นหลินออกจากโรงพยาบาล หลิวเฉิงสูดอากาศนอกโรงพยาบาลเข้าปอดเฮือกใหญ่ อารมณ์ดีสุด ๆ
เสิ่นหลินบอกว่าตอนบ่ายจะพาพวกเราไปเที่ยว ให้กลับโรงแรมไปเตรียมตัว
“ฮ่า ๆ งั้นท่านปู่หลิวจะกลับไปแต่งตัวหล่อ ๆ ให้สาว ๆ จิ่วอันหลงจนหัวปักหัวปำเลย” หลิวเฉิงหัวเราะร่า
จางเทียนหลิงก็บอกว่าจะกลับไปอาบน้ำ เมื่อคืนเบียดกับหลิวเฉิงบนเตียงคนไข้ ตัวเขาติดกลิ่นเหงื่อเหม็นโฉ่มาด้วย
“แม่มเอ๊ย นายต่างหากที่เหม็น” หลิวเฉิงโวยวาย
จ้าวกั๋วเหลียงกลัวจ้าวหงดูแลธุรกิจที่บ้านคนเดียวไม่ไหว กลับโรงแรมเก็บของเสร็จ ก็รีบกลับไปเลย
ผมรับปากว่าอีกไม่กี่วัน จะพาจ้าวอี้เฟยไปส่งที่บ้านตระกูลจ้าวอย่างปลอดภัย
ช่วงบ่าย เสิ่นหลินพาพวกเราเดินเที่ยวคอมมูนิตี้มอลล์ของเขาก่อน จากนั้นก็พาไปเที่ยวสถานที่เจ๋ง ๆ แถวคอมมูนิตี้มอลล์อีกรอบ
ทานมื้อเย็นเสร็จ พวกเราตามเสิ่นหลินไปที่บาร์บรรยากาศดีแห่งหนึ่ง นั่งคุยโม้สังสรรค์กัน
พอได้เวลาอันสมควร พวกเราก็กลับโรงแรม เสิ่นหลินบอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะมารับ ยังมีที่เที่ยวอีกเพียบจะพาไป
หลิวเฉิงกับจางเทียนหลิงกลับห้อง บอกให้ผมพักห้องเดียวกับจ้าวอี้เฟย จะได้ไม่ต้องเปลืองเงินเปิดห้องเพิ่ม
“ใช่ แบบนี้นายจะช่วยขจัดความชั่วร้ายของวิญญาณไฟชั่วร้ายให้สาวงามสกุลจ้าวได้สะดวกขึ้นด้วย” จางเทียนหลิงหาข้ออ้างให้ผมเสร็จสรรพ
ไม่รอให้ผมตอบตกลงหรือไม่ ทั้งสองคนก็กลับเข้าห้องล็อกประตูทันที
ในใจผมคาดหวัง แต่ภายนอกแกล้งทำเป็นลำบากใจ “งั้นฉันขอนอนห้องเธอแก้ขัดไปสักสองสามวันนะ”
“นะ นายแน่ใจนะ?” จ้าวอี้เฟยหน้าแดงระเรื่อ ตื่นเต้นเล็กน้อย
“อื้ม วางใจเถอะ ฉันไม่ทำอะไรหรอก” ผมยกมือสาบาน
จู่ ๆ จ้าวอี้เฟยก็ชะงักไป จ้องมองผม สีหน้าเปลี่ยนเป็นซับซ้อน
ผมถูกเธอจ้องจนเริ่มประหม่า “ปะ เป็นอะไรไป?”
“เว่ยฟางเคยบอกฉันว่า ปกติชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้อง ถ้าผู้ชายพูดประโยคนี้ แสดงว่าในหัวเขาคิดเรื่องลามกไว้เต็มไปหมดแล้ว”
“...” คำพูดของเธอ ทำเอาผมพูดไม่ออกไปเลยทีเดียว