- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 326 คนหัวใจสลาย
บทที่ 326 คนหัวใจสลาย
บทที่ 326 คนหัวใจสลาย
หลังจากคณะของพวกเราออกจากห้องใต้ดิน ก็กลับมายังที่จอดรถในลานจอดรถใต้ดิน
“คุณเสิ่น เกิดอะไรขึ้นครับ เถ้าแก่เสิ่นเป็นอะไรไป?” คาดว่าน่าจะเห็นสภาพสะบักสะบอมของพวกเรา รวมถึงเสิ่นหลินที่หมดสติจากกล้องวงจรปิด หัวหน้ารปภ.ของคอมมูนิตี้มอลล์เลยรีบพาเจ้าหน้าที่รปภ.สองคนตามมาดู
จ้าวอี้เฟยไม่อยากให้คนอื่นเห็นสภาพตัวเองตอนนี้ เลยรีบเข้าไปหลบในรถ
“ไม่มีอะไร พวกคุณไปทำงานเถอะ เดี๋ยวพวกผมก็จะไปแล้ว” เสิ่นเหวยเฟิงไม่อยากให้เรื่องนี้เอิกเกริก เลยพูดตัดบทไล่ให้หัวหน้ารปภ.กลับไปทำงาน
“งั้นเถ้าแก่เสิ่น...” หัวหน้ารปภ.ไม่กล้าถามมาก แต่สายตายังคงเหลือบมองเสิ่นหลินที่สลบอยู่
เสิ่นเหวยเฟิงบอกว่าพวกเราจะพาเสิ่นหลินไปโรงพยาบาล ให้เขาไม่ต้องกังวล
“ครับ เมื่อกี้ที่คอมมูนิตี้มอลล์เหมือนเกิดแผ่นดินไหว ลูกค้าตกใจกันใหญ่ ผมจะรีบพาคนไปดูแลความเรียบร้อยครับ” หัวหน้ารปภ.รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ไม่กล้าซักไซ้ หาข้ออ้างที่จะได้แสดงผลงานแล้วพาเจ้าหน้าที่รปภ.สองคนนั้นจากไป
พักผ่อนกันครู่หนึ่ง พวกเราก็ขับรถออกจากคอมมูนิตี้มอลล์ มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล
พวกเราต่างบาดเจ็บกันไม่มากก็น้อย แถมเสิ่นหลินยังสลบอยู่ การไปทำแผลที่โรงพยาบาลเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้
เนื่องจากสภาพของจ้าวอี้เฟย ครั้งนี้จางเทียนหลิงเลยไม่กล้านั่งเบาะหลัง เขาไปนั่งเบาะข้างคนขับ ปล่อยให้ผมกับจ้าวอี้เฟยนั่งที่เบาะหลังกันสองคน
จ้าวอี้เฟยกอดแขนผมแน่น ถามไถ่อาการบาดเจ็บของผม ผมบอกว่าไม่เป็นไรมาก แค่เสียพลังวัตรไปเยอะ ต้องใช้เวลาฟื้นฟูหน่อย
“เฮ้อ พี่หลี่นี่น่าอิจฉาจริง ๆ มีสาวงามคอยเป็นห่วงเป็นใยตลอดเวลา ไม่เหมือนพวกเรา เจ็บตัวก็ไม่มีใครถามสักคำ” จางเทียนหลิงถอนหายใจอยู่ที่เบาะข้างคนขับ
จ้าวอี้เฟยเริ่มเขิน จะปล่อยมือที่กอดแขนผมออก ผมไม่ยอมปล่อย แล้วบอกให้เธอไม่ต้องไปสนใจนักพรตลามกจางเทียนหลิง
“ทำไม นักพรตลามกอย่างนายทำหน้าอิจฉาตาร้อน หรืออยากจะหาแฟนกับเขาบ้าง?” หลิวเฉิงสวนกลับไปดอกหนึ่ง
จางเทียนหลิงตอบอย่างไม่พอใจ “ไม่ได้หรือไง ข้าพเจ้าเป็นนักพรตนะ”
“เหอะ ๆ ดูสารรูปหื่นกามของนายแล้ว ฉันว่าชาตินี้จะหาแฟนได้ก็มีแค่คำเดียว ยาก!”
“ไอ้คิงคองตายซาก กล้าว่าคนอื่นนะ ดูสารรูปหมีควายของตัวเองบ้างเถอะ สาว ๆ ตั้งเยอะพากันชมฉัน เรียกฉันว่าพี่จ๊ะพี่จ๋ากันทั้งนั้น”
ทั้งสองคนเริ่มเปิดศึกฝีปากกันตามปกติ กัดกันไปมา
“ถุย นายคิดว่าพวกหล่อนจริงใจเหรอ? ฝันไปเถอะ ก็หวังจะปอกลอกเงินนายทั้งนั้นแหละ” หลิวเฉิงฉีกหน้าเขาอย่างแรง
“เหอะ ๆ ฉันว่านายนั่นแหละอิจฉา ไอ้อ่อนหัดที่ยังไม่เคยลิ้มรสผู้หญิง” จางเทียนหลิงตอกกลับ
หลิวเฉิงโกรธจนหน้าแดง “แม่มเอ๊ย นักพรตลามก มาตัวต่อตัวกันเลยไหม”
“มาสิ คิดว่าท่านนักพรตกลัวนายหรือไง?”
ทั้งสองคนยิ่งพูดยิ่งมันปาก ผมรีบห้ามทัพ “พอได้แล้ว ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ ขับรถดี ๆ ไป”
“ฮึ!” ทั้งสองคนสะบัดหน้าใส่กัน ไม่สนใจกันอีก
ตอนนั้นเอง จ้าวอี้เฟยกระซิบถามผมว่าทำไมผมกับหลิวเฉิงถึงเรียกจางเทียนหลิงว่านักพรตลามก
ผมไม่รู้จะอธิบายให้เธอฟังยังไงดี บอกได้แค่ว่าสรุปแล้วจางเทียนหลิงหมอนี่เป็นนักพรตเหมาซานที่ไม่น่าเคารพสักเท่าไหร่
บนตัวจ้าวอี้เฟยมีแค่เสื้อสองตัวคลุมไว้ลวก ๆ สภาพนี้ไปถึงโรงพยาบาลต้องเป็นเป้าสายตาแน่ ๆ เลยให้หลิวเฉิงไปส่งเธอที่โรงแรมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน
พวกเราย่อมไม่มีปัญหา เธอโทรบอกพวกจ้าวกั๋วเหลียง ให้พวกเขาไปโรงพยาบาลก่อนเลยไม่ต้องห่วงพวกเรา
พอไปส่งเธอถึงโรงแรม จางเทียนหลิงกับหลิวเฉิงรออยู่ที่ล็อบบี้ ส่วนผมเดินไปส่งจ้าวอี้เฟยเปลี่ยนของที่ห้อง
จ้าวอี้เฟยเปลี่ยนของเสร็จอย่างรวดเร็ว ผมกับเธอก็ลงมาที่ล็อบบี้ เห็นจางเทียนหลิงกำลังจีบน้องพนักงานต้อนรับอยู่แต่ไกล ส่วนหลิวเฉิงนั่งอยู่บนโซฟาไม่ไกลนัก แกล้งทำเป็นไม่รู้จักจางเทียนหลิง
“หลงหยวน พวกนายมาสักที ไอ้บ้านี่หน้าด้านจะเอาเบอร์น้องพนักงานต้อนรับให้ได้ น้องเขาไม่อยากจะคุยด้วยเลย” หลิวเฉิงโมโหแทน ทำหน้าเอือมระอา
จางเทียนหลิงนักพรตลามกนี่เหลือเกินจริง ๆ ผมล่ะยอมใจเขาเลย เดินเข้าไปลากคอเขากลับมา
สีหน้าของน้องพนักงานต้อนรับดูไม่สบอารมณ์สุด ๆ ขืนช้ากว่านี้อีกนิด ผมว่าเธอคงเรียกรปภ.มาลากตัวจางเทียนหลิงออกไปแน่
“คนสวย อย่าลืมโทรมานะ เบอร์ผมคือ...” ตอนถูกลากตัวออกจากโรงแรม จางเทียนหลิงยังไม่วายตะโกนบอกเบอร์โทรตัวเองให้น้องพนักงานต้อนรับ เล่นเอาคนมองพวกเราเป็นตาเดียวด้วยสายตาแปลก ๆ
“แม่มเอ๊ย ขายหน้าชะมัด” หลิวเฉิงเอามือปิดหน้าแล้วรีบไปเอารถ ผมกับจ้าวอี้เฟยก็อายแทบแทรกแผ่นดินหนี
พอนั่งในรถ จ้าวอี้เฟยเหลือบมองจางเทียนหลิงที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ แล้วกระซิบข้างหูผม “ฉันเหมือนจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมพวกนายถึงเรียกเขาว่านักพรตลามก”
ผมอดขำไม่ได้ ยกนิ้วดีดจมูกเธอเบา ๆ ทีหนึ่ง “เข้าใจก็ดีแล้ว วันหลังอยู่ห่าง ๆ เขาไว้”
“มีคนนินทาฉันเหรอ?” จางเทียนหลิงหูดี หันขวับมามองผม
ผมยักไหล่ “เรื่องจริงต่างหาก”
พอพวกเราไปถึงโรงพยาบาล พวกจ้าวกั๋วเหลียงกับเสิ่นเหวยเฟิงตรวจร่างกายเสร็จแล้ว เสิ่นหลินยังไม่ฟื้น ต้องรอดูอาการ ชายสองคนที่เสิ่นเหวยเฟิงพาไปต้องนอนโรงพยาบาลรักษาสักสองสามวัน ส่วนตัวเขากับจ้าวกั๋วเหลียงไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
“อาจารย์หลี่ ผมพอได้ยินเรื่องราวมาบ้างแล้ว น่าหวาดเสียวจริง ๆ ดีที่พวกคุณไม่เป็นอะไรมาก” เจียงเยี่ยนเหวินทราบต้นสายปลายเหตุจากจ้าวกั๋วเหลียงกับเสิ่นเหวยเฟิง ก็เอ่ยชมผมด้วยความนับถือ
ผมยิ้มเจื่อน ๆ บอกว่าน่าหวาดเสียวจริง ๆ ยังดีที่ตอนนี้ถือว่าแก้ปัญหาลุล่วงไปได้แล้ว
จากนั้น เจียงเยี่ยนเหวินก็พาพวกเราสี่คนที่เพิ่งมาถึงไปตรวจดูอาการ สรุปว่าจ้าวอี้เฟย จางเทียนหลิง และผมสามคนไม่เป็นอะไรมาก หลิวเฉิงต้องนอนโรงพยาบาลทำแผลสองวันเพราะแผลไฟลวกที่ก้น
ความจริงผมกับจางเทียนหลิงบาดเจ็บไม่เบา แต่เนื่องจากไม่ใช่แผลภายนอก นอนโรงพยาบาลไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก
“แม่มเอ๊ย งานนี้เฮียหลิวขาดทุนยับเยินเลย” หลิวเฉิงนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงคนไข้ ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
สักพักก็มีพยาบาลสาวสองคนมาทำแผลให้เขา หลิวเฉิงกัดฟันข่มความเจ็บ ไม่กล้าทำตัวขายหน้าต่อหน้าพี่สาวพยาบาลทั้งสอง
พอเห็นพยาบาลสาวสองคน จางเทียนหลิงก็ตาค้างอีกแล้ว
“ทำแผลเรียบร้อยแล้วค่ะ สองวันนี้คุณนอนคว่ำแบบนี้จะดีที่สุด แผลจะได้หายไว ๆ” ก่อนไป พยาบาลสาวกำชับหลิวเฉิง
ตอนนั้นเอง จู่ ๆ จางเทียนหลิงก็ทำท่าเจ็บปวด “พี่สาวพยาบาลครับ ผมเหมือนจะเริ่มไม่สบายตัว สงสัยเมื่อกี้ตรวจไม่ละเอียด ช่วยดูให้ผมหน่อยสิครับ”
พยาบาลสาวสองคนหลงเชื่อ รีบเข้ามาพยุงจางเทียนหลิง “คุณอดทนไว้นะคะ เดี๋ยวเราจะพาไปตรวจอีกทีค่ะ”
พูดจบ จางเทียนหลิงก็ถูกพวกเธอพาออกจากห้องพักฟื้นไป
“นักพรตลามก แสดงเก่งฉิบหาย” พอสามคนนั้นออกไป หลิวเฉิงก็อดแขวะไม่ได้
ทว่าไม่กี่นาทีต่อมา จางเทียนหลิงก็เอามือกุมแก้มบวมเป่งกลับเข้ามาในห้อง ดูปราดเดียวก็รู้ว่าโดนดีเข้าให้แล้ว
“พยาบาลสาวโรงพยาบาลนี้มือหนักชะมัด ไม่ปรานีกันบ้างเลย” เขาพูดพลางกุมแก้ม
ผมค้อนเขา เตือนสติไปว่า “นายทำตัวดี ๆ หน่อยเถอะ ระวังจะโดนสั่งห้ามเข้าโรงพยาบาลอีก”
หมอนี่ไม่รู้จักจำจริง ๆ ผมชักสงสัยแล้วว่าตอนอยู่เหมาซานเขาเป็นคนยังไงกันแน่
อยู่ในห้องพักฟื้นของหลิวเฉิงสักพัก พอได้รับข่าวว่าเสิ่นหลินฟื้นแล้ว พวกเราสามคนก็ไปที่ห้องของเขา
ในห้องพักฟื้น เสิ่นหลินร้องไห้ปานจะขาดใจ ปากพร่ำเรียกชื่อโจวถิงไม่หยุด จ้าวกั๋วเหลียงกับเสิ่นเหวยเฟิงได้แต่ถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ผมก็ถอนหายใจ เดินเข้าไปปลอบให้เขาทำใจ เขากับโจวถิงคงทำบุญร่วมกันมาแค่นี้
“ทำไมครับ? อาจารย์หลี่ เสี่ยวถิง... เสี่ยวถิงช่วยไม่ได้แล้วจริง ๆ เหรอครับ?” เสิ่นหลินคว้ามือผมไว้ อารมณ์พลุ่งพล่าน “คุณเก่งขนาดนี้ ต้องมีวิธีแน่ ๆ ใช่ไหมครับ?”
ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ได้แต่ส่ายหน้า
“เสิ่นหลิน คนตายฟื้นคืนชีพไม่ได้หรอก” จางเทียนหลิงถอนหายใจพูด
เนื่องจากโศกเศร้าเกินไป อารมณ์ของเสิ่นหลินจึงไม่มั่นคงอย่างมาก เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ผมหยิบยันต์สงบจิตใจออกมาแปะบนตัวเขา เขาถึงค่อยสงบลงบ้าง
“เวรกรรมแท้ ๆ!” เสิ่นเหวยเฟิงมองเสิ่นหลินในตอนนี้ด้วยใบหน้าทุกข์ระทม
รอจนอารมณ์เสิ่นหลินสงบลง พวกเราถึงขอตัวกลับ ออกจากห้องพักฟื้น
เดินออกจากห้องพักฟื้น จ้าวอี้เฟยจับมือผมแน่น ตาแดงก่ำ พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “หลี่หลงหยวน เราสองคนต้องรักกันดี ๆ นะ”
“อื้ม” ผมพยักหน้าตอบรับ