เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 326 คนหัวใจสลาย

บทที่ 326 คนหัวใจสลาย

บทที่ 326 คนหัวใจสลาย


หลังจากคณะของพวกเราออกจากห้องใต้ดิน ก็กลับมายังที่จอดรถในลานจอดรถใต้ดิน

“คุณเสิ่น เกิดอะไรขึ้นครับ เถ้าแก่เสิ่นเป็นอะไรไป?” คาดว่าน่าจะเห็นสภาพสะบักสะบอมของพวกเรา รวมถึงเสิ่นหลินที่หมดสติจากกล้องวงจรปิด หัวหน้ารปภ.ของคอมมูนิตี้มอลล์เลยรีบพาเจ้าหน้าที่รปภ.สองคนตามมาดู

จ้าวอี้เฟยไม่อยากให้คนอื่นเห็นสภาพตัวเองตอนนี้ เลยรีบเข้าไปหลบในรถ

“ไม่มีอะไร พวกคุณไปทำงานเถอะ เดี๋ยวพวกผมก็จะไปแล้ว” เสิ่นเหวยเฟิงไม่อยากให้เรื่องนี้เอิกเกริก เลยพูดตัดบทไล่ให้หัวหน้ารปภ.กลับไปทำงาน

“งั้นเถ้าแก่เสิ่น...” หัวหน้ารปภ.ไม่กล้าถามมาก แต่สายตายังคงเหลือบมองเสิ่นหลินที่สลบอยู่

เสิ่นเหวยเฟิงบอกว่าพวกเราจะพาเสิ่นหลินไปโรงพยาบาล ให้เขาไม่ต้องกังวล

“ครับ เมื่อกี้ที่คอมมูนิตี้มอลล์เหมือนเกิดแผ่นดินไหว ลูกค้าตกใจกันใหญ่ ผมจะรีบพาคนไปดูแลความเรียบร้อยครับ” หัวหน้ารปภ.รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ไม่กล้าซักไซ้ หาข้ออ้างที่จะได้แสดงผลงานแล้วพาเจ้าหน้าที่รปภ.สองคนนั้นจากไป

พักผ่อนกันครู่หนึ่ง พวกเราก็ขับรถออกจากคอมมูนิตี้มอลล์ มุ่งหน้าไปโรงพยาบาล

พวกเราต่างบาดเจ็บกันไม่มากก็น้อย แถมเสิ่นหลินยังสลบอยู่ การไปทำแผลที่โรงพยาบาลเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้

เนื่องจากสภาพของจ้าวอี้เฟย ครั้งนี้จางเทียนหลิงเลยไม่กล้านั่งเบาะหลัง เขาไปนั่งเบาะข้างคนขับ ปล่อยให้ผมกับจ้าวอี้เฟยนั่งที่เบาะหลังกันสองคน

จ้าวอี้เฟยกอดแขนผมแน่น ถามไถ่อาการบาดเจ็บของผม ผมบอกว่าไม่เป็นไรมาก แค่เสียพลังวัตรไปเยอะ ต้องใช้เวลาฟื้นฟูหน่อย

“เฮ้อ พี่หลี่นี่น่าอิจฉาจริง ๆ มีสาวงามคอยเป็นห่วงเป็นใยตลอดเวลา ไม่เหมือนพวกเรา เจ็บตัวก็ไม่มีใครถามสักคำ” จางเทียนหลิงถอนหายใจอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

จ้าวอี้เฟยเริ่มเขิน จะปล่อยมือที่กอดแขนผมออก ผมไม่ยอมปล่อย แล้วบอกให้เธอไม่ต้องไปสนใจนักพรตลามกจางเทียนหลิง

“ทำไม นักพรตลามกอย่างนายทำหน้าอิจฉาตาร้อน หรืออยากจะหาแฟนกับเขาบ้าง?” หลิวเฉิงสวนกลับไปดอกหนึ่ง

จางเทียนหลิงตอบอย่างไม่พอใจ “ไม่ได้หรือไง ข้าพเจ้าเป็นนักพรตนะ”

“เหอะ ๆ ดูสารรูปหื่นกามของนายแล้ว ฉันว่าชาตินี้จะหาแฟนได้ก็มีแค่คำเดียว ยาก!”

“ไอ้คิงคองตายซาก กล้าว่าคนอื่นนะ ดูสารรูปหมีควายของตัวเองบ้างเถอะ สาว ๆ ตั้งเยอะพากันชมฉัน เรียกฉันว่าพี่จ๊ะพี่จ๋ากันทั้งนั้น”

ทั้งสองคนเริ่มเปิดศึกฝีปากกันตามปกติ กัดกันไปมา

“ถุย นายคิดว่าพวกหล่อนจริงใจเหรอ? ฝันไปเถอะ ก็หวังจะปอกลอกเงินนายทั้งนั้นแหละ” หลิวเฉิงฉีกหน้าเขาอย่างแรง

“เหอะ ๆ ฉันว่านายนั่นแหละอิจฉา ไอ้อ่อนหัดที่ยังไม่เคยลิ้มรสผู้หญิง” จางเทียนหลิงตอกกลับ

หลิวเฉิงโกรธจนหน้าแดง “แม่มเอ๊ย นักพรตลามก มาตัวต่อตัวกันเลยไหม”

“มาสิ คิดว่าท่านนักพรตกลัวนายหรือไง?”

ทั้งสองคนยิ่งพูดยิ่งมันปาก ผมรีบห้ามทัพ “พอได้แล้ว ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ ขับรถดี ๆ ไป”

“ฮึ!” ทั้งสองคนสะบัดหน้าใส่กัน ไม่สนใจกันอีก

ตอนนั้นเอง จ้าวอี้เฟยกระซิบถามผมว่าทำไมผมกับหลิวเฉิงถึงเรียกจางเทียนหลิงว่านักพรตลามก

ผมไม่รู้จะอธิบายให้เธอฟังยังไงดี บอกได้แค่ว่าสรุปแล้วจางเทียนหลิงหมอนี่เป็นนักพรตเหมาซานที่ไม่น่าเคารพสักเท่าไหร่

บนตัวจ้าวอี้เฟยมีแค่เสื้อสองตัวคลุมไว้ลวก ๆ สภาพนี้ไปถึงโรงพยาบาลต้องเป็นเป้าสายตาแน่ ๆ เลยให้หลิวเฉิงไปส่งเธอที่โรงแรมเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน

พวกเราย่อมไม่มีปัญหา เธอโทรบอกพวกจ้าวกั๋วเหลียง ให้พวกเขาไปโรงพยาบาลก่อนเลยไม่ต้องห่วงพวกเรา

พอไปส่งเธอถึงโรงแรม จางเทียนหลิงกับหลิวเฉิงรออยู่ที่ล็อบบี้ ส่วนผมเดินไปส่งจ้าวอี้เฟยเปลี่ยนของที่ห้อง

จ้าวอี้เฟยเปลี่ยนของเสร็จอย่างรวดเร็ว ผมกับเธอก็ลงมาที่ล็อบบี้ เห็นจางเทียนหลิงกำลังจีบน้องพนักงานต้อนรับอยู่แต่ไกล ส่วนหลิวเฉิงนั่งอยู่บนโซฟาไม่ไกลนัก แกล้งทำเป็นไม่รู้จักจางเทียนหลิง

“หลงหยวน พวกนายมาสักที ไอ้บ้านี่หน้าด้านจะเอาเบอร์น้องพนักงานต้อนรับให้ได้ น้องเขาไม่อยากจะคุยด้วยเลย” หลิวเฉิงโมโหแทน ทำหน้าเอือมระอา

จางเทียนหลิงนักพรตลามกนี่เหลือเกินจริง ๆ ผมล่ะยอมใจเขาเลย เดินเข้าไปลากคอเขากลับมา

สีหน้าของน้องพนักงานต้อนรับดูไม่สบอารมณ์สุด ๆ ขืนช้ากว่านี้อีกนิด ผมว่าเธอคงเรียกรปภ.มาลากตัวจางเทียนหลิงออกไปแน่

“คนสวย อย่าลืมโทรมานะ เบอร์ผมคือ...” ตอนถูกลากตัวออกจากโรงแรม จางเทียนหลิงยังไม่วายตะโกนบอกเบอร์โทรตัวเองให้น้องพนักงานต้อนรับ เล่นเอาคนมองพวกเราเป็นตาเดียวด้วยสายตาแปลก ๆ

“แม่มเอ๊ย ขายหน้าชะมัด” หลิวเฉิงเอามือปิดหน้าแล้วรีบไปเอารถ ผมกับจ้าวอี้เฟยก็อายแทบแทรกแผ่นดินหนี

พอนั่งในรถ จ้าวอี้เฟยเหลือบมองจางเทียนหลิงที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ แล้วกระซิบข้างหูผม “ฉันเหมือนจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมพวกนายถึงเรียกเขาว่านักพรตลามก”

ผมอดขำไม่ได้ ยกนิ้วดีดจมูกเธอเบา ๆ ทีหนึ่ง “เข้าใจก็ดีแล้ว วันหลังอยู่ห่าง ๆ เขาไว้”

“มีคนนินทาฉันเหรอ?” จางเทียนหลิงหูดี หันขวับมามองผม

ผมยักไหล่ “เรื่องจริงต่างหาก”

พอพวกเราไปถึงโรงพยาบาล พวกจ้าวกั๋วเหลียงกับเสิ่นเหวยเฟิงตรวจร่างกายเสร็จแล้ว เสิ่นหลินยังไม่ฟื้น ต้องรอดูอาการ ชายสองคนที่เสิ่นเหวยเฟิงพาไปต้องนอนโรงพยาบาลรักษาสักสองสามวัน ส่วนตัวเขากับจ้าวกั๋วเหลียงไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

“อาจารย์หลี่ ผมพอได้ยินเรื่องราวมาบ้างแล้ว น่าหวาดเสียวจริง ๆ ดีที่พวกคุณไม่เป็นอะไรมาก” เจียงเยี่ยนเหวินทราบต้นสายปลายเหตุจากจ้าวกั๋วเหลียงกับเสิ่นเหวยเฟิง ก็เอ่ยชมผมด้วยความนับถือ

ผมยิ้มเจื่อน ๆ บอกว่าน่าหวาดเสียวจริง ๆ ยังดีที่ตอนนี้ถือว่าแก้ปัญหาลุล่วงไปได้แล้ว

จากนั้น เจียงเยี่ยนเหวินก็พาพวกเราสี่คนที่เพิ่งมาถึงไปตรวจดูอาการ สรุปว่าจ้าวอี้เฟย จางเทียนหลิง และผมสามคนไม่เป็นอะไรมาก หลิวเฉิงต้องนอนโรงพยาบาลทำแผลสองวันเพราะแผลไฟลวกที่ก้น

ความจริงผมกับจางเทียนหลิงบาดเจ็บไม่เบา แต่เนื่องจากไม่ใช่แผลภายนอก นอนโรงพยาบาลไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก

“แม่มเอ๊ย งานนี้เฮียหลิวขาดทุนยับเยินเลย” หลิวเฉิงนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงคนไข้ ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

สักพักก็มีพยาบาลสาวสองคนมาทำแผลให้เขา หลิวเฉิงกัดฟันข่มความเจ็บ ไม่กล้าทำตัวขายหน้าต่อหน้าพี่สาวพยาบาลทั้งสอง

พอเห็นพยาบาลสาวสองคน จางเทียนหลิงก็ตาค้างอีกแล้ว

“ทำแผลเรียบร้อยแล้วค่ะ สองวันนี้คุณนอนคว่ำแบบนี้จะดีที่สุด แผลจะได้หายไว ๆ” ก่อนไป พยาบาลสาวกำชับหลิวเฉิง

ตอนนั้นเอง จู่ ๆ จางเทียนหลิงก็ทำท่าเจ็บปวด “พี่สาวพยาบาลครับ ผมเหมือนจะเริ่มไม่สบายตัว สงสัยเมื่อกี้ตรวจไม่ละเอียด ช่วยดูให้ผมหน่อยสิครับ”

พยาบาลสาวสองคนหลงเชื่อ รีบเข้ามาพยุงจางเทียนหลิง “คุณอดทนไว้นะคะ เดี๋ยวเราจะพาไปตรวจอีกทีค่ะ”

พูดจบ จางเทียนหลิงก็ถูกพวกเธอพาออกจากห้องพักฟื้นไป

“นักพรตลามก แสดงเก่งฉิบหาย” พอสามคนนั้นออกไป หลิวเฉิงก็อดแขวะไม่ได้

ทว่าไม่กี่นาทีต่อมา จางเทียนหลิงก็เอามือกุมแก้มบวมเป่งกลับเข้ามาในห้อง ดูปราดเดียวก็รู้ว่าโดนดีเข้าให้แล้ว

“พยาบาลสาวโรงพยาบาลนี้มือหนักชะมัด ไม่ปรานีกันบ้างเลย” เขาพูดพลางกุมแก้ม

ผมค้อนเขา เตือนสติไปว่า “นายทำตัวดี ๆ หน่อยเถอะ ระวังจะโดนสั่งห้ามเข้าโรงพยาบาลอีก”

หมอนี่ไม่รู้จักจำจริง ๆ ผมชักสงสัยแล้วว่าตอนอยู่เหมาซานเขาเป็นคนยังไงกันแน่

อยู่ในห้องพักฟื้นของหลิวเฉิงสักพัก พอได้รับข่าวว่าเสิ่นหลินฟื้นแล้ว พวกเราสามคนก็ไปที่ห้องของเขา

ในห้องพักฟื้น เสิ่นหลินร้องไห้ปานจะขาดใจ ปากพร่ำเรียกชื่อโจวถิงไม่หยุด จ้าวกั๋วเหลียงกับเสิ่นเหวยเฟิงได้แต่ถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี

ผมก็ถอนหายใจ เดินเข้าไปปลอบให้เขาทำใจ เขากับโจวถิงคงทำบุญร่วมกันมาแค่นี้

“ทำไมครับ? อาจารย์หลี่ เสี่ยวถิง... เสี่ยวถิงช่วยไม่ได้แล้วจริง ๆ เหรอครับ?” เสิ่นหลินคว้ามือผมไว้ อารมณ์พลุ่งพล่าน “คุณเก่งขนาดนี้ ต้องมีวิธีแน่ ๆ ใช่ไหมครับ?”

ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ได้แต่ส่ายหน้า

“เสิ่นหลิน คนตายฟื้นคืนชีพไม่ได้หรอก” จางเทียนหลิงถอนหายใจพูด

เนื่องจากโศกเศร้าเกินไป อารมณ์ของเสิ่นหลินจึงไม่มั่นคงอย่างมาก เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ผมหยิบยันต์สงบจิตใจออกมาแปะบนตัวเขา เขาถึงค่อยสงบลงบ้าง

“เวรกรรมแท้ ๆ!” เสิ่นเหวยเฟิงมองเสิ่นหลินในตอนนี้ด้วยใบหน้าทุกข์ระทม

รอจนอารมณ์เสิ่นหลินสงบลง พวกเราถึงขอตัวกลับ ออกจากห้องพักฟื้น

เดินออกจากห้องพักฟื้น จ้าวอี้เฟยจับมือผมแน่น ตาแดงก่ำ พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “หลี่หลงหยวน เราสองคนต้องรักกันดี ๆ นะ”

“อื้ม” ผมพยักหน้าตอบรับ

จบบทที่ บทที่ 326 คนหัวใจสลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว