เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 324 เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี

บทที่ 324 เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี

บทที่ 324 เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี


วิญญาณไฟชั่วร้ายแทรกซึมเข้าสู่ร่างของจ้าวอี้เฟยต่อหน้าต่อตาผม จ้าวอี้เฟยที่สลบอยู่ลืมตาขึ้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วก็หมดสติไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

เธอเป็นแค่คนธรรมดา ไม่เหมือนเสิ่นหลินที่ถูกหลอมสร้างให้เป็นภาชนะมนุษย์ของวิญญาณไฟชั่วร้าย วิญญาณไฟชั่วร้ายแทรกซึมเข้าร่างกายเธอ ร่างกายปุถุชนของเธอย่อมทนรับพลังไฟของวิญญาณไฟชั่วร้ายไม่ไหวแน่

“อี้เฟย!” ผมตาแดงก่ำ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนไปหมด

ผมพุ่งเข้าไปหาจ้าวอี้เฟยที่สลบอยู่บนพื้น ร่างกายของเธอระเบิดไอไฟรุนแรงออกมา เสื้อผ้าของเธอไหม้เป็นจุณในพริบตา

เรือนร่างอันงดงามไร้ที่ติของจ้าวอี้เฟยปรากฏอยู่ตรงหน้าผม เพียงชั่วพริบตาร่างทั้งร่างของเธอก็ถูกเปลวเพลิงห่อหุ้ม กลายเป็นมนุษย์เพลิงโดยสมบูรณ์

ผมร้อนใจแทบตาย รีบกัดนิ้วจนเลือดออก วาดยันต์ห้าธาตุน้ำกลางอากาศ แล้วซัดเข้าไปในร่างของจ้าวอี้เฟย

เปลวไฟบนตัวเธอลดลงไปเยอะ แต่ยังไม่ยอมดับ

ผมซัดยันต์ห้าธาตุน้ำเข้าไปอีกแผ่น เปลวไฟบนตัวเธอถึงจะดับลงจนหมด แต่ผิวพรรณของเธอกลับแดงก่ำไปทั้งตัว

ยังดีที่ยันต์ห้าธาตุน้ำที่อยู่ในตัวเธอก่อนหน้านี้ช่วยไว้ได้บ้าง บวกกับวิญญาณไฟชั่วร้ายถูกอสนีแดงของผมโจมตีจนอ่อนแอลงมาก ถึงยังไม่ได้คร่าชีวิตจ้าวอี้เฟยไปในทันที

ถ้าเป็นวิญญาณไฟชั่วร้ายในช่วงที่พลังเต็มเปี่ยม จ้าวอี้เฟยคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปในพริบตาแล้ว

ตามหลักแล้ว ผมเป็นคนทำวิญญาณไฟชั่วร้ายให้อยู่ในสภาพอนาถแบบนี้ มันแค้นเคือง คนที่มันอยากฆ่าควรจะเป็นผมสิ ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนใจหันไปแทรกซึมร่างจ้าวอี้เฟยแทน?

ในขณะที่ผมกำลังสงสัย ร่างกายของจ้าวอี้เฟยก็เริ่มมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นมาอีกครั้ง

ผมตกใจมาก ยันต์ห้าธาตุน้ำสองแผ่นทำไมถึงหมดฤทธิ์เร็วขนาดนี้ แถมกลิ่นอายของวิญญาณไฟชั่วร้ายยังค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมาอีก

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” ผมคิดยังไงก็ไม่เข้าใจ

ต่อให้ที่คอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้จะมีไอไฟเหลือเฟือ คอยช่วยเหลือวิญญาณไฟชั่วร้ายได้ แต่ตอนนี้ผมกับจ้าวอี้เฟยอยู่ที่ตำแหน่งสายฟ้าเจิ้น ไม่ใช่ตำแหน่งไฟหลี ผลลัพธ์มันไม่น่าจะชัดเจนขนาดนี้สิ

ไม่มีเวลาให้คิดมาก ผมเตรียมจะใช้เลือดวาดยันต์ห้าธาตุน้ำอีกครั้ง แต่คิดไปคิดมา ผมตัดสินใจวาดยันต์ห้าจั้งหกฝู่ก่อน เพื่อปกป้องอวัยวะภายในของจ้าวอี้เฟย ไม่อย่างนั้นไอไฟของวิญญาณไฟชั่วร้ายจะทำให้อวัยวะภายในของเธอบาดเจ็บสาหัสในไม่ช้า

วาดยันต์ห้าจั้งหกฝู่เสร็จ พวกหลิวเฉิงที่ได้ยินเสียงตะโกนของผมเมื่อครู่ ก็รีบวิ่งมาดูด้วยความเป็นห่วง

“หลงหยวน สถานการณ์เป็นไงบ้าง กำจัดวิญญาณไฟชั่วร้ายได้หรือยัง?” พวกหลิวเฉิงใกล้จะมาถึงทางเข้าตำแหน่งสายฟ้าเจิ้นแล้ว ผมรีบตะโกนห้ามให้พวกเขาหยุด

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งเข้ามา”

ตอนนี้จ้าวอี้เฟยไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย ผมจะให้พวกเขาเข้ามาเห็นสภาพเธอตอนนี้ไม่ได้

พวกเขาหยุดเดินด้วยความสงสัย มองไปที่ทางเข้าตำแหน่งสายฟ้าเจิ้นอย่างไม่เข้าใจ

“พี่หลี่ วิญญาณไฟชั่วร้ายที่บาดเจ็บสาหัสไม่ได้บุกไปทางพวกนายเหรอ ตกลงตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงกันแน่?” จางเทียนหลิงถามด้วยความกังวล

ผมเลยต้องบอกความจริงเรื่องวิญญาณไฟชั่วร้ายแทรกซึมเข้าร่างจ้าวอี้เฟยให้พวกเขารู้

“อะไรนะ!?” จ้าวกั๋วเหลียงไม่อยากจะเชื่อ ได้ยินแล้วแทบจะเป็นลม “อี้เฟย อี้เฟยลูกพ่อเป็นยังไงบ้าง?”

ผมทำได้แค่พูดปลอบใจ “คุณอาไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่ยอมให้อี้เฟยเป็นอะไรไปเด็ดขาด”

ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมยังนึกวิธีช่วยจ้าวอี้เฟยดี ๆ ไม่ออกเลย ยันต์ห้าจั้งหกฝู่กับยันต์ห้าธาตุน้ำทำได้แค่ยื้อเวลาเท่านั้น แก้ปัญหาที่ต้นเหตุไม่ได้

แถมขืนอยู่ที่นี่ต่อไป วิญญาณไฟชั่วร้ายก็จะดูดซับไอไฟไม่สิ้นสูญ และฟื้นฟูพลังกลับมาเรื่อย ๆ

“ไอ้วิญญาณไฟชั่วร้ายเวรตะไล ดันมาเล็งน้องอี้เฟยซะได้” หลิวเฉิงร้อนใจจนด่ากราด

ตอนนี้มือทั้งสองข้างของผมสั่นเทา สูญเสียความเยือกเย็นที่เคยมี ถึงขั้นเริ่มเสียใจที่ยอมให้จ้าวอี้เฟยเสี่ยงมาเป็นตัวล่อ

ถ้าเธอเป็นอะไรไปจริง ๆ ชาตินี้ผมคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ และไม่รู้จะเอาหน้าไปสู้จ้าวกั๋วเหลียงกับคนตระกูลจ้าวได้ยังไง

ในขณะที่ผมกำลังทำอะไรไม่ถูก เสียงเย็นชาของเสิ่นหนิงซวงก็ดังขึ้นในหัว

“ปกติเห็นเจ้าเยือกเย็นดีนี่ เหตุใดพอแฟนสาวเกิดเรื่องก็คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ซะแล้วล่ะ?”

คำพูดของเธอฟังดูเหมือนพูดจาถากถาง แต่ผมไม่มีอารมณ์จะมาโกรธ รีบถามหาวิธีช่วยจ้าวอี้เฟยจากเธอ

“รีบช่วยเธอหน่อย ขอร้องล่ะ” นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเอ่ยปากขอร้องเธอแบบนี้

ก่อนหน้านี้ต่อให้ต้องเผชิญความเป็นความตาย ผมก็ไม่เคยขอร้องเธออย่างเจียมเนื้อเจียมตัวแบบนี้มาก่อน แต่จ้าวอี้เฟย ผมยอมให้เธอเป็นอะไรไปไม่ได้จริง ๆ

เงียบไปครู่หนึ่ง เสิ่นหนิงซวงก็เอ่ยปากอีกครั้ง “เห็นแก่เจ้าที่ขอร้องข้าเป็นครั้งแรก ข้าจะเตือนสติให้สักครั้ง แต่ข้าหวังว่านับจากนี้เจ้าจะจำใส่ใจไว้ ต่อไปไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหน ต่อให้คนใกล้ชิดเกิดเรื่อง เจ้าก็ห้ามสติหลุดอีก เพราะเมื่อขาดสติ เจ้าจะช่วยใครไม่ได้เลย นั่นคือการกระทำที่ไร้ความสามารถที่สุด”

ผมรู้ว่าเธอพูดถูก แต่คนเราเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก การควบคุมอารมณ์พูดน่ะง่าย แต่ทำจริงยากกว่าที่คิด

“วิญญาณไฟชั่วร้ายเป็นปีศาจไฟ ลองนึกถึงจิ้งจอกหกหางสัตว์อสูรของเจ้าดูสิ” จากนั้น เสิ่นหนิงซวงก็พูดขึ้นอีกประโยค

“จิ้งจอกหกหาง?” ผมแปลกใจ เธอพูดถึงเสี่ยวไป๋ทำไมตอนนี้

ทันใดนั้น ผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้

จิ้งจอกปีศาจในทางห้าธาตุสังกัดธาตุน้ำ และเสี่ยวไป๋ยิ่งเป็นจิ้งจอกหกหางที่ทรงพลัง แก่นปีศาจของมันต้องรับมือกับวิญญาณไฟชั่วร้ายได้แน่นอน

จิ้งจอกหกหางสังกัดธาตุน้ำ แก่นปีศาจย่อมเป็นธาตุน้ำโดยธรรมชาติ แก่นปีศาจของจิ้งจอกหกหางรับมือกับวิญญาณไฟชั่วร้ายในตอนนี้ได้สบาย ๆ ผมนี่มันโง่จริง ๆ ก่อนหน้านี้ดันนึกไม่ถึงเรื่องนี้ซะได้

ผมตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบเรียกหาเสี่ยวไป๋ “เสี่ยวไป๋!”

จี้หยกที่หน้าอกผมส่องแสงสีขาวพุ่งออกมา แล้วร่างน่ารัก ๆ ของเสี่ยวไป๋ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม

มันร้องทักผมสองสามที แล้วเอาตัวมาถูไถที่ขาผม เงยหน้ามองผมอย่างว่าง่าย

“เสี่ยวไป๋ ขอยืมแก่นปีศาจของแกหน่อยได้ไหม ฉันต้องช่วยพี่สาวคนนี้” ผมพูดจาหว่านล้อม

แก่นปีศาจสำหรับสัตว์อสูรแล้วสำคัญเท่าชีวิต หากแก่นปีศาจเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา นั่นหมายถึงความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้สำหรับสัตว์อสูร

เสี่ยวไป๋หันไปมองจ้าวอี้เฟยที่ตัวแดงก่ำแวบหนึ่ง แล้วอ้าปากคายแก่นปีศาจออกมาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

เห็นเพียงลูกแก้วสีขาวนวลขนาดเท่าหัวแม่มือลอยออกมาจากปากของมัน ตกลงบนมือผม ผมสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่แฝงอยู่ในแก่นปีศาจ รวมถึงพลังธาตุน้ำอันเข้มข้น

เสี่ยวไป๋ที่คายแก่นปีศาจออกมา ร่างกายอ่อนแรงลงทันที นอนหมอบลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

ผมมองแก่นปีศาจในมือด้วยความตื่นเต้น ในใจเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง

เสี่ยวไป๋ยอมมอบแก่นปีศาจให้ผมโดยไม่ลังเล แสดงว่ามันเชื่อใจผมมากพอ ยังดีที่ตอนนี้มันยังไม่คืนร่างเป็นจิ้งจอกหกหาง ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมให้ยืมแก่นปีศาจแน่

“ขอบใจนะเสี่ยวไป๋ แกอดทนหน่อยนะ ฉันช่วยคนเสร็จแล้วจะรีบคืนแก่นปีศาจให้ทันที” ผมลูบหัวเสี่ยวไป๋ แล้วยัดแก่นปีศาจใส่ปากจ้าวอี้เฟย ให้เธอกลืนลงไป

หลังจากกลืนแก่นปีศาจลงไป ไอไฟในตัวจ้าวอี้เฟยก็เริ่มอ่อนลง ร่างกายก็ไม่แดงแล้ว จากนั้นผมก็ประสานมุทรา ถ่ายทอดปราณในตัวผมเข้าไปในร่างเธอด้วย

สองแรงแข็งขัน วิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเธอคงแผลงฤทธิ์ต่อไม่ได้แน่

“แฟนสาวของเจ้าดวงธาตุไม้ ไม้ก่อกำเนิดไฟ สำหรับวิญญาณไฟชั่วร้ายแล้วถือเป็นที่สิงสถิตชั้นยอด บางทีนี่อาจจะเป็นวาสนาของนางก็ได้” จู่ ๆ เสียงเย็นชาของเสิ่นหนิงซวงก็ดังขึ้นในหัวผมอีกครั้ง

ผมถึงบางอ้อ มิน่าล่ะวิญญาณไฟชั่วร้ายถึงเปลี่ยนเป้าหมายโจมตี หันมาแทรกซึมร่างจ้าวอี้เฟย ที่แท้ก็กะจะอาศัยจ้าวอี้เฟยเพื่อฟื้นฟูสภาพให้เร็วที่สุดนี่เอง

“เมื่อกี้คุณพูดว่าวาสนา หรือคุณจะบอกว่าไม่ให้ผมกำจัดวิญญาณไฟชั่วร้าย แต่ให้เก็บไว้ในตัวอี้เฟยเหรอ?”

“ถูกต้อง หากทำแบบนั้น ในทางหนึ่งนางก็จะกลายเป็นผู้ใช้วิชาอาคม วิญญาณไฟชั่วร้ายเดิมทีก็เป็นวัตถุวิญญาณอยู่แล้ว หากวันข้างหน้านางควบคุมและใช้งานมันได้ ก็เท่ากับมีไม้ตายไว้ป้องกันตัวและโจมตีที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว”

ผมขมวดคิ้ว ตอบกลับไป “แต่วิญญาณไฟชั่วร้ายมีพลังชั่วร้ายรุนแรงมาก แบบนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออี้เฟยเหรอ?”

“เจ้าโง่!” เสิ่นหนิงซวงด่าผมคำหนึ่งอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะอธิบายต่อ “เจ้าก็ใช้แก่นปีศาจของสัตว์อสูรขจัดความชั่วร้ายของวิญญาณไฟชั่วร้ายไปเรื่อย ๆ สิ แบบนี้วิญญาณไฟชั่วร้ายก็จะกลายเป็นวิญญาณไฟบริสุทธิ์ ไม่เป็นอันตรายต่อนางแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 324 เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี

คัดลอกลิงก์แล้ว