- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 322 เพลิงพิโรธ
บทที่ 322 เพลิงพิโรธ
บทที่ 322 เพลิงพิโรธ
หลังจากจ้าวอี้เฟยวิ่งออกจากตำแหน่งน้ำข่าน สายตาของวิญญาณไฟชั่วร้ายก็ถูกเธอดึงดูดความสนใจไปทันที
วิญญาณไฟชั่วร้ายกำลังกลุ้มที่ไม่มีที่ระบายความโกรธใส่หลิวเฉิงเมื่อครู่นี้ พอเห็นจ้าวอี้เฟยวิ่งออกมาเหมือนรนหาที่ตาย ก็คำรามออกมาด้วยความตื่นเต้น แล้วรีบไล่กวดจ้าวอี้เฟยไปทันที
ผมกับจางเทียนหลิงแปะยันต์ล่องหน แล้วรีบทำเวลาเดินออกจากตำแหน่งน้ำข่าน
ยันต์ล่องหนไม่เพียงมีผลให้ล่องหนได้ แต่ยังสามารถซ่อนกลิ่นอายทุกอย่างบนตัวพวกเราได้ด้วย ดังนั้นวิญญาณไฟชั่วร้ายจึงไม่พบความผิดปกติ
ในมือถือรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่สามองค์ ผมกับจางเทียนหลิงเริ่มแยกย้ายกันลงมือ ไม่ว่าจะเป็นจ้าวอี้เฟยหรือยันต์ล่องหน ล้วนยื้อเวลาได้ไม่นานนัก
บนตัวจ้าวอี้เฟยมีผลของยันต์เสริมพลังที่ผมแปะไว้ให้ ความเร็วในการวิ่งจึงเร็วกว่าคนทั่วไป ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก คอยหันกลับมามองวิญญาณไฟชั่วร้ายที่ไล่ตามหลังเป็นระยะ
วิญญาณไฟชั่วร้ายไล่กวดจ้าวอี้เฟยไปพลาง เปลวไฟหน้าคนก็อ้าปากพ่นเพลิงใส่จ้าวอี้เฟยไปพลาง
จ้าวอี้เฟยตกใจจนกรีดร้องไม่หยุด อาศัยการเสริมพลังจากยันต์เสริมพลัง หลบหลีกการโจมตีจากเพลิงเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่ว
ผมที่กำลังวางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ ได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอก็เป็นห่วงแทบแย่ แต่ผมรู้ดีว่าตัวเองวอกแวกไม่ได้ ต้องรวบรวมสมาธิวางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ให้เสร็จ
“อี้เฟยระวังนะ!” พวกจ้าวกั๋วเหลียงต่างก็เป็นห่วงอย่างมาก ยืนลุ้นตัวโก่งอยู่ที่ทางเข้าตำแหน่งน้ำข่าน มองดูจ้าวอี้เฟยที่หลบหลีกเปลวเพลิงอย่างฉิวเฉียด
หลิวเฉิงก็ลุ้นแทนเธอ ทุกครั้งที่จ้าวอี้เฟยหลบเปลวไฟพ้น เขาก็อดเอ่ยปากชมไม่ได้ “น้องอี้เฟย แจ่มมาก”
ในที่สุด ผมก็วางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่สามองค์เสร็จเรียบร้อย ส่วนฝั่งจางเทียนหลิงเหลืออีกแค่องค์เดียวที่ต้องวาง เขาไม่ได้ชำนาญทางเหมือนผม เลยช้ากว่าหน่อย
ผมเบนสายตาไปที่จ้าวอี้เฟยซึ่งกำลังวิ่งอยู่ วิญญาณไฟชั่วร้ายไล่ประชิดตัวเธอเข้ามาเรื่อย ๆ ลำแสงเพลิงที่พ่นออกมาก็ยิ่งรุนแรงและแม่นยำขึ้นทุกที
ผลของยันต์เสริมพลังเริ่มอ่อนลง หลังจากจ้าวอี้เฟยหลบเปลวไฟลูกหนึ่งพ้น ร่างกายก็เกิดเซถลา ความเร็วตกลงชั่วขณะ
วิญญาณไฟชั่วร้ายไม่ปล่อยโอกาสทองนี้ให้หลุดมือ คำรามลั่นแล้วสะบัดแส้เพลิงที่ขยับดุจหนวดปลาหมึกออกมา
“ระวัง!”
เห็นจ้าวอี้เฟยหลบแส้เพลิงนั่นไม่ทันแล้ว พวกเราต่างร้องอุทานด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
เพี๊ยะ!
แส้เพลิงฟาดเข้าใส่ตัวจ้าวอี้เฟยอย่างแรง จ้าวอี้เฟยร้องเสียงหลง ร่างลอยกระเด็นราวกับว่าวสายป่านขาด แล้วกระแทกเข้ากับผนังค่ายกลเขาวงกตแปดทิศที่อยู่ไม่ไกลอย่างจัง
จ้าวอี้เฟยที่กระแทกผนังส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ แล้วก็หมดสติไป
“อี้เฟย!” พวกเราหน้าถอดสี
หัวใจผมกระตุกวูบ ตาแดงก่ำ สติหลุดลอยไปชั่วขณะ ในหัวห่วงแต่ความปลอดภัยของจ้าวอี้เฟย
จ้าวกั๋วเหลียงเจ็บปวดเจียนตาย ตะโกนเรียกชื่อจ้าวอี้เฟยแล้วทำท่าจะพุ่งออกมา ยังดีที่พวกหลิวเฉิงรั้งตัวเขาไว้ทัน
วิญญาณไฟชั่วร้ายส่งเสียงร้องประหลาดอย่างตื่นเต้น อ้าปากพ่นเปลวเพลิงอันโชติช่วงใส่จ้าวอี้เฟยที่สลบอยู่อีกครั้ง
“ไปตายซะ!” ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ผมรีบโคจรเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ เร่งเร้าปราณในร่างอย่างบ้าคลั่ง
พริบตาเดียว ทั่วร่างผมก็ปกคลุมด้วยแสงสีทอง พุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าจ้าวอี้เฟย ยกมือปัดเปลวเพลิงที่วิญญาณไฟชั่วร้ายพ่นออกมาจนแตกกระจาย
ต่อให้ต้องเปิดเผยตำแหน่งตัวเอง ผมก็ไม่มีทางยอมให้วิญญาณไฟชั่วร้ายทำอันตรายถึงชีวิตจ้าวอี้เฟยเด็ดขาด
วิญญาณไฟชั่วร้ายเห็นผมที่จู่ ๆ ก็โผล่ออกมาพร้อมแสงสีทองทั่วร่าง ใบหน้าคนในกองเพลิงก็แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา
กลิ่นอายบนตัวผมทำให้มันรู้ว่า ผมคือคนที่ใช้ยันต์ห้าธาตุน้ำและค่ายกลวิญญาณน้ำเล่นงานมันก่อนหน้านี้
เปลวเพลิงของวิญญาณไฟชั่วร้ายลุกโชนขึ้นอีกครั้ง ใจกลางค่ายกลเขาวงกตแปดทิศร้อนระอุราวกับนรก มันพุ่งเข้ามาหาผมเหมือนคลื่นยักษ์แห่งเปลวเพลิง
คลื่นยักษ์เพลิงดูน่ากลัวไม่น้อย แต่ผมถอยไม่ได้ ถ้าถอย จ้าวอี้เฟยที่สลบอยู่ข้างหลังจะถูกไฟกลืนกินทันที ต้องตายในกองเพลิง ถูกไฟของวิญญาณไฟชั่วร้ายเผาจนเป็นเถ้าถ่าน
ผมทำหน้าเคร่งขรึม เร่งเร้าปราณในร่างอย่างบ้าคลั่งต่อไป ไม่ว่ายังไงก็ต้องต้านคลื่นยักษ์เพลิงนี้ไว้ให้ได้
“พี่หลี่ ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่วางเสร็จแล้ว” ตอนนั้นเอง จางเทียนหลิงก็วางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่อีกองค์เสร็จพอดี
ผมดีใจมาก มือประสานมุทรา ปากท่องคาถาเปิดใช้งานค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่
ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ทำงาน ไอน้ำรอบด้านเริ่มพุ่งสูงขึ้น ม่านน้ำกึ่งโปร่งแสงปรากฏขึ้นกลางอากาศ ครอบคลุมคลื่นยักษ์เพลิงเอาไว้
ตู้ม!
คลื่นยักษ์เพลิงกระแทกใส่เงาของม่านน้ำค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่อย่างแรง ม่านน้ำสั่นสะเทือนรุนแรง แต่สุดท้ายก็ยังต้านการโจมตีของคลื่นยักษ์เพลิงไว้ได้
แสงสีทองบนตัวผมค่อย ๆ จางหายไปในตอนนี้ เหงื่อเย็นหยดหนึ่งไหลลงมาจากขมับ
สถานการณ์เมื่อครู่อันตรายมาก ความจริงผมไม่มีความมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะทำให้จ้าวอี้เฟยที่สลบอยู่ปลอดภัยภายใต้การโจมตีอันรุนแรงของคลื่นยักษ์เพลิงได้
“เฮ้อ ยังดีที่ทันเวลา” จางเทียนหลิงถอนหายใจอย่างโล่งอก นั่งแปะลงกับพื้น
วิญญาณไฟชั่วร้ายสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ มันคำรามลั่นอยู่ในค่ายกล แปลงร่างเป็นเปลวไฟรูปร่างต่าง ๆ กระแทกใส่ม่านน้ำของค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่อย่างบ้าคลั่ง
ทว่าค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ไม่ใช่ค่ายกลวิญญาณน้ำธรรมดาจะเทียบได้ แม้ทุกครั้งที่วิญญาณไฟชั่วร้ายกระแทกจะทำให้ม่านน้ำสั่นสะเทือน แต่มันก็ยังแหวกออกมาไม่ได้ ยังคงถูกขังอยู่ในค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่
ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่สำหรับมันแล้วก็เหมือนถังดับเพลิง ยิ่งอยู่ในค่ายกลนานเท่าไหร่ พลังไฟของวิญญาณไฟชั่วร้ายก็จะยิ่งอ่อนลงเท่านั้น
ไม่สนใจวิญญาณไฟชั่วร้ายที่กำลังอาละวาดกระแทกม่านน้ำในค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ ผมรีบหันไปดูอาการของจ้าวอี้เฟย
แส้เพลิงของวิญญาณไฟชั่วร้ายรุนแรงไม่เบา คนธรรมดาคงตายคาที่ไปแล้ว จ้าวอี้เฟยมียันต์ห้าธาตุน้ำและยันต์คุ้มกายของผมคอยปกป้อง ถึงรอดตายมาได้
ผมตรวจดูอาการของจ้าวอี้เฟย เธอแทบไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยอย่างน่าประหลาดใจ เพียงแค่เพราะพลังไฟจากการโจมตีของวิญญาณไฟชั่วร้ายมันแรงเกินไป เลยกระแทกจนเธอสลบไปเท่านั้น
ตามหลักแล้วต่อให้มียันต์ห้าธาตุน้ำและยันต์คุ้มกายคุ้มครอง เธอก็น่าจะบาดเจ็บอยู่บ้าง
ตอนนั้น ผมก็นึกถึงป้ายไม้ที่จางเทียนหลิงให้จ้าวอี้เฟย ดูท่าที่จ้าวอี้เฟยไม่บาดเจ็บ ป้ายไม้นั่นคงมีส่วนช่วยไม่น้อย
ป้ายไม้คุ้มกันที่วันหนึ่งใช้ได้แค่ครั้งเดียว มีดีสมราคาคุยจริง ๆ
“หลงหยวน น้องอี้เฟยไม่เป็นไรนะ?” พวกหลิวเฉิงไม่กล้าออกจากตำแหน่งน้ำข่านสุ่มสี่สุ่มห้า ได้แต่ตะโกนถามด้วยความเป็นห่วงจากระยะไกล
จ้าวกั๋วเหลียงก็ร้อนรนกระวนกระวาย มองมาที่ผมอย่างตึงเครียด
“ไม่เป็นไรครับ เธอแค่สลบไป แทบไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลย” ผมตะโกนตอบเพื่อให้พวกเขาสบายใจ
พอรู้ว่าจ้าวอี้เฟยปลอดภัย ทุกคนก็โล่งอก
ผมกางค่ายกลแผนผังไท่จี๋ ให้จ้าวอี้เฟยที่สลบอยู่พักอยู่ข้างใน จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปทางค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่
วิญญาณไฟชั่วร้ายในค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ยังไม่ล้มเลิกความพยายามที่จะฝ่าออกมา เพราะแรงอาฆาตของวิญญาณทั้งห้าดวงที่ถูกไฟคลอกตายนั้นรุนแรงมาก ทำให้วิญญาณไฟชั่วร้ายมีพลังชั่วร้ายมหาศาล อยากจะกำจัดมัน ผมต้องอาศัยจังหวะที่มันถูกขังอยู่ในค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ หลอมสลายทำลายมันซะ
ผมนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ มือประสานมุทรา เริ่มเร่งเร้าค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ให้หลอมสลายวิญญาณไฟชั่วร้าย
สัมผัสได้ถึงจุดประสงค์ของผม วิญญาณไฟชั่วร้ายก็ยิ่งเกรี้ยวกราด คำรามลั่นพลางย่อส่วนร่างเพลิงอันโชติช่วงของตัวเอง จนสุดท้ายกลายเป็นมนุษย์เพลิงขนาดเท่าคนจริง
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก ร่างมนุษย์เพลิงของวิญญาณไฟชั่วร้ายดูจะไม่ดุดันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวมันกลับรุนแรงกว่าเดิม แถมยังเสถียรกว่าเดิมด้วย
วิญญาณไฟชั่วร้ายในร่างมนุษย์เพลิงกระทืบเท้าพุ่งทะยานขึ้นฟ้าดุจกระสุนปืน พื้นดินแตกระแหงเป็นรอยร้าวหลายสาย วิญญาณไฟชั่วร้ายกระแทกเข้ากับม่านน้ำดังสนั่น ม่านน้ำเกิดระลอกคลื่นที่ไม่เสถียรเป็นครั้งแรก และสั่นสะเทือนรุนแรงเป็นพิเศษ
ผมรีบประคองค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ไว้ ต่อจากนั้นวิญญาณไฟชั่วร้ายร่างมนุษย์เพลิงก็ไม่รอช้า กระหน่ำชนม่านน้ำไม่หยุดยั้ง ผมหน้าเสีย ต้องคอยเร่งเร้าค่ายกลหลอมวิญญาณไฟชั่วร้ายไปด้วย แล้วยังต้องคอยประคองค่ายกลให้มั่นคงไปด้วย เริ่มจะรับมือไม่ไหว
“นักพรตลามก มาช่วยประคองค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่หน่อย” ผมทำได้แค่ขอให้จางเทียนหลิงช่วย
จางเทียนหลิงไม่พูดมาก นั่งขัดสมาธินอกค่ายกล ช่วยส่งพลังให้ผมทันที