- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 320 แบกรับกรรม
บทที่ 320 แบกรับกรรม
บทที่ 320 แบกรับกรรม
ดวงของเธอไม่ใช่ธาตุไฟ ต่อให้ใช้ค่ายกลรวมไฟฝืนทำตัวเองให้เป็นภาชนะมนุษย์ของวิญญาณไฟชั่วร้าย ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของวิญญาณไฟชั่วร้ายให้มันพอใจได้
ถ้าไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือจากตำแหน่งไฟหลีในค่ายกลเขาวงกตแปดทิศใต้ดินของคอมมูนิตี้มอลล์นี้ เกรงว่าตั้งแต่แรกเธอคงย้ายวิญญาณไฟชั่วร้ายมาใส่ตัวไม่ได้ด้วยซ้ำ
ตอนนี้วิญญาณไฟชั่วร้ายย้ายเข้ามาในตัวเธอ พบว่านี่ไม่ใช่ภาชนะที่สมบูรณ์แบบ ก็เริ่มโกรธเกรี้ยว ตอนที่คุยกับพวกเราเมื่อกี้ โจวถิงก็พยายามฝืนกดมันเอาไว้
พลังในตัวเธอเหลืออยู่น้อยนิด ตอนนี้กดวิญญาณไฟชั่วร้ายที่กำลังโกรธจัดไม่อยู่แล้ว
ภายในร่างกายโจวถิงแผ่ไอไฟอันน่าสะพรึงกลัวออกมา เริ่มส่งผลกระทบต่ออุณหภูมิรอบด้าน คลื่นความร้อนที่น่ากลัวถาโถมเข้าใส่พวกเราทันที
“ร้อนมาก!” อุณหภูมิของคลื่นความร้อนทำให้พวกเราจำต้องถอยหลัง
เนื่องจากก่อนหน้านี้เสิ่นเหวยเฟิงใช้แรงไปมาก จึงพยุงเสิ่นหลินที่สลบไม่ไหว คลื่นความร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผิวหนังของเขากับเสิ่นหลินเริ่มแสบร้อน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ช้าก็เร็วต้องบาดเจ็บแน่
“รีบหนีไป!” โจวถิงกัดฟันพูด ยังคงต่อสู้กับวิญญาณไฟชั่วร้ายที่กำลังอาละวาดในตัว
ในสถานการณ์คับขัน ผมทำได้แค่กัดนิ้วตัวเองวาดยันต์น้ำห้าธาตุกลางอากาศสองแผ่น ซัดใส่เสิ่นเหวยเฟิงกับเสิ่นหลิน เพื่อคุ้มกันทั้งสองคนไว้ก่อน
“หลิวเฉิง นายกับนักพรตลามกรีบเข้าไปช่วยคน” ผมบอกหลิวเฉิงกับจางเทียนหลิงทันที
ทั้งสองพยักหน้า แล้วพุ่งเข้าไปหาเสิ่นเหวยเฟิงกับเสิ่นหลิน
ส่วนผมยังคงใช้เลือดวาดยันต์ต่อ วาดยันต์น้ำห้าธาตุอีกแผ่นซัดใส่โจวถิงที่กำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ยันต์น้ำห้าธาตุซัดเข้าสู่ร่างกายโจวถิง แต่ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนนัก ไอไฟบนตัวเธอยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ เห็นได้ชัดว่าความโกรธของวิญญาณไฟชั่วร้ายในครั้งนี้ รุนแรงกว่าสองครั้งก่อนที่เกิดกับเสิ่นหลินเทียบกันไม่ได้เลย
ผมสีหน้าเคร่งเครียด เตรียมจะใช้เลือดวาดยันต์อีกครั้ง แต่กลับถูกโจวถิงห้ามไว้
“เปล่าประโยชน์ ไม่ต้องเปลืองแรงหรอก การย้ายร่างของฉัน ทำให้วิญญาณไฟชั่วร้ายตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว ลำพังยันต์น้ำห้าธาตุจัดการมันไม่ได้หรอก”
ในขณะเดียวกัน หลิวเฉิงกับจางเทียนหลิงก็พาพ่อลูกตระกูลเสิ่นกลับมาแล้ว
“โอ๊ย โคตรร้อน ไอ้ผีไฟเวร เฮียหลิวจะโดนแกย่างเป็นหมูตายอยู่แล้ว” หลิวเฉิงร้อนจนร้องลั่น อุ้มเสิ่นหลินที่สลบมาในท่าเจ้าหญิง
จากนั้นเขาเหมือนจะรู้ตัวว่าพูดผิดไป รีบแก้คำพูด “ถุย ย่างเป็นคนตายต่างหาก”
“ฮ่า ๆ ไอ้คิงคองตายซาก ในที่สุดนายก็ยอมรับแล้วว่าตัวเองไม่ใช่คิงคองแต่เป็นหมู” จางเทียนหลิงพยุงเสิ่นเหวยเฟิงที่เดินกะเผลก แต่ก็ไม่ลืมที่จะเยาะเย้ยหลิวเฉิงที่พูดผิด
“ไปตายซะ!” หลิวเฉิงวางเสิ่นหลินลง ด่ากลับไป
ทันใดนั้น โจวถิงก็ร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เสื้อผ้าบนตัวเริ่มลุกไหม้
“หลี่หลงหยวน รีบหาวิธีช่วยเธอหน่อย” แม้โจวถิงจะทำผิดมาก่อน แต่เธอก็กลับตัวกลับใจได้ทัน จ้าวอี้เฟยไม่อยากเห็นเธอถูกวิญญาณไฟชั่วร้ายเผาตาย
ผมถอนหายใจ เพราะทุกอย่างสายไปแล้ว อย่าว่าแต่เรื่องภาชนะมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบเลย เกรงว่าวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเธอคงทำลายอวัยวะภายในจนเสียหายยับเยินเกินเยียวยาแล้ว เธอไม่รอดแล้ว
เชื่อว่าตอนที่ย้ายวิญญาณไฟชั่วร้าย โจวถิงคงรู้อยู่แล้ว แต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำ แสดงว่าเธอเตรียมใจตายไว้แต่แรกแล้ว
“เฮ้อ นี่เป็นทางเลือกของเธอเอง ฉันช่วยอะไรไม่ได้” ผมตอบอย่างจนปัญญา
จ้าวอี้เฟยปิดปาก รู้สึกเศร้าใจ หันหน้าหนีไม่อาจทนดูจุดจบของโจวถิงต่อไปได้
“หลงหยวน เธอไม่รอดแล้วจริง ๆ เหรอ?” หลิวเฉิงก็เริ่มสงสารสาวงามขึ้นมาบ้าง
ผมส่ายหน้า บอกว่านี่คือวิธีที่เธอเลือกช่วยเสิ่นหลิน เรื่องเกิดเพราะเธอ ผลลัพธ์นี้เธอเลือกที่จะแบกรับมันเอง บางทีนี่อาจเป็นการไถ่บาปของเธอ
จางเทียนหลิงก็ถอนหายใจ “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง เป็นกฎเกณฑ์ที่เที่ยงแท้มาแต่โบราณกาล”
เสิ่นเหวยเฟิงมองโจวถิงที่ไฟเริ่มลุกท่วมตัวด้วยสีหน้าซับซ้อน อ้าปากจะพูด แต่กลับพูดไม่ออกสักคำ
“บาปของฉัน ให้ฉันรับไว้เอง” โจวถิงน้ำตานองหน้า มองผมด้วยความรู้สึกผิด “อาจารย์หลี่ คำขอนี้อาจจะดูน่าขัน แต่ฉันยังอยากจะขอร้องให้คุณกำจัดวิญญาณไฟชั่วร้าย ฉันไม่อยากแบกรับบาปกรรมไปมากกว่านี้”
พูดตามตรง การรับมือกับวิญญาณไฟชั่วร้ายที่ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์และกำลังอาละวาด ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่ผมก็ยังพยักหน้า “ได้!”
แววตาของโจวถิงเผยความขอบคุณ จากนั้นหันไปมองเสิ่นหลินที่ไม่ได้สติ “ขอโทษนะ! คุณเป็นผู้ชายที่ดีมาก น่าเสียดายที่ฉันคงไม่คู่ควรกับคุณ แหวนขอแต่งงานของคุณฉันเก็บไว้ในลิ้นชักที่ห้องทำงานคุณแล้ว วันข้างหน้าขอให้คุณหาเจ้าของที่คู่ควรกับแหวนวงนั้นจริง ๆ ให้เจอ แล้วก็… ฉันรักคุณจริง ๆ นะ!”
พูดจบ เธอก็ร้องไห้จนตัวสั่น ดูน่าเวทนาจับใจ
“กรี๊ด!” จากนั้น เปลวเพลิงอันโชติช่วงก็กลืนกินร่างโจวถิงไปทั้งตัว เธอหายไปในกองไฟ
อุณหภูมิสูงลิบของวิญญาณไฟชั่วร้าย คนธรรมดาทนไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้เป็นผู้ใช้วิชาอาคมก็เหมือนกัน พริบตาเดียวโจวถิงก็ถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน
“ถอย!” พอขาดการถูกกดพลังจากโจวถิง ไฟของวิญญาณไฟชั่วร้ายก็พุ่งสูงขึ้น ผมรีบตะโกนบอก พาทุกคนถอยร่นไปอีกเพื่อทิ้งระยะห่าง
ทันใดนั้น ในเปลวเพลิงที่ลุกโชน ก็ปรากฏเปลวไฟรูปร่างหน้าคนสี่ห้าหน้า สีหน้าบิดเบี้ยว ปากส่งเสียงร้องโหยหวนน่าเวทนา ฟังแล้วขนลุกซู่
“เฮ้ย นั่นมันตัวอะไร?” หลิวเฉิงมองหน้าคนเปลวไฟที่บิดเบี้ยวพวกนั้นด้วยความหวาดกลัว
คนอื่น ๆ ก็ตกใจกลัวจนหน้าซีด
“นั่นคือวิญญาณอาฆาตของชาวบ้านที่ถูกไฟคลอกตายในอพาร์ตเมนต์เมื่อก่อน สาเหตุที่วิญญาณไฟกลายเป็นวิญญาณไฟชั่วร้าย ก็เพราะกลืนกินพวกเขาเข้าไป ได้รับอิทธิพลจากไอชั่วร้ายของวิญญาณอาฆาต จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณไฟชั่วร้ายที่แยกออกจากกันไม่ได้” ผมทำหน้าเคร่งขรึม พูดช้า ๆ
จางเทียนหลิงก็สีหน้าเคร่งเครียด “วิญญาณอาฆาตห้าดวงพัวพันหลอมรวมจนแยกไม่ออก มิน่าล่ะวิญญาณไฟชั่วร้ายถึงได้ดุร้ายน่ากลัวขนาดนี้ เป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากแรงอาฆาตอันมหาศาลของวิญญาณอาฆาตนี่เอง”
“หลงหยวน ในเมื่อวิญญาณไฟชั่วร้ายดุขนาดนี้ นายจะรับมือมันไหวเหรอ?” หลิวเฉิงเริ่มเป็นห่วง ถามอย่างกังวล
ผมบอกเขาว่าไม่ไหวก็ต้องไหว ไม่อย่างนั้นไม่ใช่แค่พวกเราจะตาย คนทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ก็คงไม่รอดเหมือนกัน
อาศัยจังหวะที่วิญญาณไฟชั่วร้ายเพิ่งออกมา ยังไม่ชินกับสภาพการณ์ ผมต้องรีบวางค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ มีแต่วางค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่เท่านั้น พวกเราถึงจะมีโอกาสชนะ
“รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่อยู่ไหน?” ผมเอ่ยถาม
ลูกน้องคนหนึ่งของเสิ่นเหวยเฟิงรีบปลดเป้ที่สะพายหลังอยู่ส่งให้ผม “อาจารย์หลี่ อยู่นี่ครับ”
ผมรับเป้มา หยิบรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่สามองค์ส่งให้จางเทียนหลิง “นักพรตลามก เราสองคนรับผิดชอบวางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่คนละสามองค์”
เพื่อแข่งกับเวลา ผมให้จางเทียนหลิงช่วย เมื่อกี้เขาเห็นผมวางค่ายกลที่ห้องเย็นโรงพยาบาลแล้ว น่าจะยังจำตำแหน่งวางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ได้
“รับทราบ” จางเทียนหลิงไม่รอช้า รับรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่สามองค์ที่ผมส่งให้ไป
ในขณะที่พวกเราสองคนเตรียมลงมือ จู่ ๆ วิญญาณไฟชั่วร้ายก็คำรามเสียงดังสนั่น พวกหลิวเฉิงแทบจะสลบเหมือด เอามืออุดหูร้องโอดโอย ส่วนผมก็รู้สึกเลือดลมตีกลับ
จางเทียนหลิงก็อาการหนักเหมือนกัน กัดฟันฝืนทนไว้
ตอนนี้วิญญาณไฟชั่วร้ายสังเกตเห็นพวกเราแล้ว มือเพลิงขนาดยักษ์ยื่นออกมาจากกองไฟที่ลุกโชนพุ่งเข้ามาคว้าจับพวกเรา
ผมตกใจ รีบชูรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่อีกองค์ขึ้นมา มือประสานมุทรา ชี้ไปที่รูปปั้น
ทันใดนั้นรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ก็เปล่งแสงสีทอง ไอน้ำสายหนึ่งพุ่งออกไปต้านมือเพลิงยักษ์ที่พุ่งเข้ามา
มือเพลิงยักษ์ถูกไอน้ำจากรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่กระแทกจนแตกกระจาย ผมเองก็ถึงกับเซถอยหลังไปหลายก้าว เลือดไหลซึมที่มุมปาก
เหตุการณ์มันกะทันหัน ใช้รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่แค่องค์เดียวต้านการโจมตีของวิญญาณไฟชั่วร้าย มันฝืนเกินไปจริง ๆ
“หลี่หลงหยวน นายไม่เป็นไรนะ?” จ้าวอี้เฟยเป็นห่วงสุด ๆ ถามอย่างกังวล
ผมบอกว่าไม่เป็นไร เช็ดคราบเลือดที่มุมปาก
วิญญาณไฟชั่วร้ายคำรามลั่น บังคับเปลวเพลิงที่ลุกโชนให้บีบเข้ามาหาพวกเรา
พวกเราถอยหลังกรูด แต่ขืนถอยอีกก็จะกลับไปที่ตำแหน่งไฟหลี ถึงตอนนั้นวิญญาณไฟชั่วร้ายจะยิ่งแกร่งขึ้นไปอีก
ก่อนตายโจวถิงอุตส่าห์จงใจพาวิญญาณไฟชั่วร้ายมาที่นี่เพื่อลดภาระให้ผม ผมจะปล่อยให้สิ่งที่เธอทำสูญเปล่าไม่ได้
ในแปดทิศก่อนกำเนิด น้ำกับไฟอยู่ตรงข้ามกัน น้ำข่านอยู่ตรงข้ามพวกเรา หรือก็คือข้างหลังวิญญาณไฟชั่วร้าย
“ถอยไม่ได้แล้ว พวกคุณตามผมมา ล่อวิญญาณไฟชั่วร้ายไปที่ตำแหน่งน้ำข่าน” ผมบอกทุกคนที่อยู่ข้างหลัง แล้วรีบวิ่งเลาะขอบศูนย์กลางค่ายกลเขาวงกตแปดทิศ เป้าหมายคืออ้อมไปที่ตำแหน่งน้ำข่าน