- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 318 ผู้หญิงที่ฉลาดหลักแหลม
บทที่ 318 ผู้หญิงที่ฉลาดหลักแหลม
บทที่ 318 ผู้หญิงที่ฉลาดหลักแหลม
โจวถิงจ้องมองพวกเราด้วยสายตาเย็นชา กลิ่นอายบนตัวกดดันผู้คน จนหลิวเฉิงและจ้าวอี้เฟยตกใจไม่กล้าส่งเสียง
“พวกแกหาเจอได้เร็วขนาดนี้ ผิดไปจากที่ฉันคาดไว้จริง ๆ” โจวถิงหันมามองผม แล้วพูดขึ้น
ผมรู้ว่าท่าทีแข็งกร้าวของเธอตอนนี้เป็นแค่การเสแสร้ง จุดประสงค์ก็เพื่อไม่ให้พวกเราจับได้ว่าเธอกำลังอ่อนแอ
เธอเป็นคนเยือกเย็นและฉลาดมากจริง ๆ มิน่าล่ะถึงทำเรื่องก่อนหน้านี้ได้ทั้งหมด
น่าเสียดายที่ผมเป็นคนไวต่อกลิ่นอายมาแต่เกิด กลิ่นอายความอ่อนแอที่แผ่ออกมาจากตัวเธอในตอนนี้หลอกผมไม่ได้หรอก
ผมมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วพูดช้า ๆ ว่า “ยอมแพ้ซะเถอะ ฉันรู้ว่าตอนนี้แกจนตรอกแล้ว”
ในแววตาของโจวถิงมีความตื่นตระหนกวูบผ่านไปอย่างยากจะสังเกต แต่ก็ยังแสร้งทำเป็นนิ่ง “งั้นเหรอ ก็ลองดูสิ!”
พูดจบ สีหน้าเธอก็เคร่งขรึมลง ตบฝ่ามือใส่ผนังข้างตัวอย่างแรง
อากาศรอบด้านร้อนขึ้นกะทันหัน ลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลห้าลูกปรากฏขึ้นรอบตัวพวกเรา
“มาอีกแล้ว!” หลิวเฉิงตอนนี้พอเห็นวิชาอาคมพวกนี้ก็รู้สึกปวดหัว ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
โจวถิงยิ้มเยาะ แล้วพูดว่า “ไอ้ซินแส แกมั่นใจเกินไปแล้ว อย่าลืมสิว่าฉันควบคุมห้าธาตุในแปดทิศได้ แถมที่นี่ยังเป็นตำแหน่งไฟหลีที่ได้เปรียบที่สุดสำหรับฉัน ฉันจะเผาพวกแกให้เป็นจุณไปเลย”
ต้องยอมรับว่าโจวถิงเก่งจริง ๆ แม้พลังของเธอจะเหลือไม่มาก แต่อาศัยอิทธิพลของวิญญาณไฟชั่วร้ายบวกกับการเสริมพลังจากตำแหน่งไฟหลี ก็ยังสามารถควบคุมห้าธาตุได้
นี่ก็เป็นการชี้ให้เห็นในทางอ้อมว่าสิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้มีจำกัด ไม่อย่างนั้นเธอคงใช้วิชาย้ายร่างสลับตำแหน่งของค่ายกลเขาวงกตแปดทิศย้ายพวกเราออกไปจากตำแหน่งไฟหลีเหมือนตอนที่แยกพวกเรากับจางเทียนหลิงแล้ว
“ไป!” โจวถิงยกมือสะบัดใส่พวกเรา ลูกไฟทั้งห้าก็พุ่งเข้ามา
หลิวเฉิงกับจ้าวอี้เฟยมองลูกไฟที่บีบเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างตึงเครียด ขยับเข้ามาเบียดผม
ไม่รอช้า ผมกางค่ายกลแผนผังไท่จี๋คุ้มกันพวกเราสามคนไว้ ลูกไฟทั้งห้ากระแทกใส่เกราะแสงสีทองของค่ายกลแผนผังไท่จี๋ไม่หยุด
ลูกไฟห้าลูกนั้นเป็นแค่ไฟธรรมดา อยากจะทะลวงค่ายกลแผนผังไท่จี๋ของผมต้องใช้เวลาสักหน่อย ผมเลยอาศัยจังหวะนี้ให้หลิวเฉิงหยิบอุปกรณ์วาดยันต์สามอย่างออกมา
เห็นผมป้องกันลูกไฟทั้งห้าได้และยังจะวาดยันต์ไปด้วย โจวถิงก็แปลกใจมาก กัดฟันแน่นเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง
การรับมือกับเปลวไฟ สิ่งที่ได้ผลที่สุดย่อมเป็นน้ำ สิ่งที่ผมจะวาดก็คือยันต์น้ำห้าธาตุ
รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์อยู่กับลูกน้องสองคนที่เสิ่นเหวยเฟิงพามา ไม่งั้นตอนนี้ผมคงใช้รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่จัดการโจวถิงได้เลย
“รวม!” จู่ ๆ โจวถิงที่อยู่ไม่ไกลก็ตะโกนลั่น
ลูกไฟทั้งห้าที่กระแทกเกราะแสงสีทองของค่ายกลแผนผังไท่จี๋อยู่หยุดลง แล้วเริ่มรวมตัวเข้าด้วยกันทีละลูก จนกลายเป็นลูกไฟขนาดยักษ์มหึมา ขนาดของลูกไฟใหญ่มาก ใหญ่กว่าค่ายกลแผนผังไท่จี๋ไปไกลลิบ
คนทั้งสองข้างกายแหงนหน้ามองลูกไฟยักษ์ หน้าถอดสีกันหมด
“แม่งเอ๊ย ยัยนี่กะจะใช้ลูกไฟทับพวกเราให้แบนเลยเหรอ?” หลิวเฉิงพูดด้วยความหวาดกลัว
ผมไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ เร่งความเร็วตั้งสมาธิวาดยันต์
ลูกไฟยักษ์ค่อย ๆ ลอยขึ้น แล้วทุ่มลงมาใส่เกราะแสงสีทองของค่ายกลแผนผังไท่จี๋อย่างแรง เกราะแสงสีทองสั่นสะเทือนรุนแรง พื้นดินก็สั่นไหวไปด้วย
เป็นแบบนี้อยู่สองสามครั้ง บนเกราะแสงสีทองของค่ายกลแผนผังไท่จี๋ก็เริ่มเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ การถูกลูกไฟยักษ์กระแทกจนแตกเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น
จ้าวอี้เฟยสีหน้าหวาดกลัว แต่ก็ฝืนทนไม่กล้ารบกวนผม หลิวเฉิงก็ยืนลุ้นตัวโก่งอยู่ข้าง ๆ ถามผมว่ายันต์น้ำห้าธาตุเสร็จหรือยัง
ในที่สุดยันต์น้ำห้าธาตุทั้งหกแผ่นก็เสร็จเรียบร้อย ผมรีบขยับตัวนำยันต์ทั้งหกไปแปะในตำแหน่งที่สอดคล้อง วางค่ายกลวิญญาณน้ำฉบับยันต์น้ำห้าธาตุได้สำเร็จ
ในวินาทีที่เกราะคุ้มกันของค่ายกลแผนผังไท่จี๋ถูกลูกไฟยักษ์ทุบจนแตกกระจาย ผมก็ร่ายคาถาเปิดใช้งานค่ายกลวิญญาณน้ำ
ทันใดนั้นไอน้ำรอบตัวพวกเราก็พุ่งสูงขึ้น ก่อตัวเป็นม่านน้ำขวางลูกไฟยักษ์ที่ทุ่มลงมา
เปลวไฟกับม่านน้ำปะทะกัน เกิดเสียงดังฉ่า ๆ และมีควันขาวลอยฟุ้ง
โจวถิงหน้าบึ้งตึง ยกมือทำท่าคว้าใส่ลูกไฟยักษ์ ลูกไฟก็ถอยกลับไปทันที แล้วเปลี่ยนรูปร่างเป็นดาบยาวเพลิงพุ่งเข้ามาแทงใส่ม่านน้ำอย่างรวดเร็ว
ผมไม่กล้าประมาท มือประสานมุทรา โคจรพลังวัตรเสริมกำลังให้ค่ายกลวิญญาณน้ำ
วางค่ายกลวิญญาณน้ำในตำแหน่งไฟหลี ประสิทธิภาพย่อมลดลง บวกกับที่ผมวางเป็นแค่ค่ายกลวิญญาณน้ำจากยันต์น้ำห้าธาตุ ถ้าผมไม่ส่งพลังเสริมเข้าไป เกรงว่าจะต้านการโจมตีนี้ไม่อยู่
ตู้ม!
ดาบยาวเพลิงกับม่านน้ำของค่ายกลวิญญาณน้ำปะทะกันเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยไอน้ำสีขาวโพลนพวยพุ่ง จนมองเห็นรอบด้านได้ยากลำบาก
การปะทะครั้งนี้ ทำให้ค่ายกลวิญญาณน้ำหมดฤทธิ์ทันที ยันต์น้ำห้าธาตุหกแผ่นคงไหม้เป็นจุณไปแล้ว แน่นอนว่าการโจมตีด้วยดาบยาวเพลิงของโจวถิงก็ถูกหักล้างไปเช่นกัน
ค่ายกลวิญญาณน้ำถูกทำลาย ผมโดนผลสะท้อนกลับเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก เชื่อว่าโจวถิงที่สูญเสียพลังที่เหลืออยู่น้อยนิดไปอีกในตอนนี้ คงอาการหนักกว่าผมแน่
ถ้าเธอยังฝืนใช้พลังต่อไป เกรงว่าจะควบคุมวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเสิ่นหลินไม่ได้อีก
พอไอน้ำจางลง จ้าวอี้เฟยก็รีบเข้ามาถามอาการผม “หลี่หลงหยวน นายไม่เป็นไรนะ?”
“ไม่เป็นไร” ผมส่งยิ้มให้เธอสบายใจ แล้วมองไปทางที่โจวถิงกับเสิ่นหลินอยู่
ทว่าตรงนั้นในตอนนี้ กลับไร้วี่แววของโจวถิงกับเสิ่นหลินแล้ว
“เฮ้ย ผู้หญิงคนนั้นกับเสิ่นหลินหายไปไหนแล้ว?” หลิวเฉิงตกใจเช่นกัน
คาดว่าโจวถิงคงอาศัยจังหวะที่ไอน้ำบังตา พาเสิ่นหลินหนีไปแล้ว
ผมยังสัมผัสกลิ่นอายของวิญญาณไฟชั่วร้ายได้ แสดงว่าเธอยังพาเสิ่นหลินหนีไปได้ไม่ไกล
“ตามไป” ผมพาทั้งสองคนวิ่งไล่ตามไปทางที่กลิ่นอายวิญญาณไฟชั่วร้ายส่งมา
ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเราก็ตามทันโจวถิงที่กำลังพยุงเสิ่นหลินอยู่
“โจวถิง แกทำพวกเราลำบากขนาดนี้ ตอนนี้คิดจะหนีมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ” หลิวเฉิงตะโกนด่าโจวถิง
ผมเอ่ยปากให้เธอยอมแพ้ เตือนเธอว่าถ้าวิญญาณไฟชั่วร้ายหลุดการควบคุม พวกเราทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย
โจวถิงมองเสิ่นหลินที่สลบไสลซึ่งตัวเองพยุงอยู่แวบหนึ่ง แล้วหันมามองพวกเรา สีหน้าซับซ้อนไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังมาจากด้านหลังพวกเรา พอหันไปมอง นึกไม่ถึงว่าจะเป็นพวกจางเทียนหลิงกับจ้าวกั๋วเหลียงที่ตามมาเจอ
สภาพแต่ละคนดูทุลักทุเลยิ่งกว่าตอนอยู่กับพวกเราเสียอีก ในบรรดาลูกน้องสองคนที่เสิ่นเหวยเฟิงพามา มีคนหนึ่งบาดเจ็บ อีกคนกำลังพยุงเขาอยู่
คนอื่น ๆ แม้เสื้อผ้าจะยับยู่ยี่ สภาพดูไม่ได้ แต่ยังดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ
“พี่หลี่ หาพวกนายเจอสักที ค่ายกลเขาวงกตแปดทิศนี่เล่นเอาพวกเราสะบักสะบอมเลย ยันต์สีฟ้าของฉันหมดไปตั้งเยอะ” จางเทียนหลิงทำหน้าเสียดายของสุด ๆ
พอเห็นจ้าวกั๋วเหลียง จ้าวอี้เฟยก็รีบวิ่งเข้าไปถามไถ่อาการด้วยความตื่นเต้น เป็นห่วงมาก
“หลินเอ๋อร์” เสิ่นเหวยเฟิงก็เห็นเสิ่นหลินที่สลบอยู่และถูกโจวถิงพยุงไว้เช่นกัน “โจวถิง แกมันไม่ใช่คน หลินเอ๋อร์ดีกับแกขนาดนี้ ทำไมแกต้องทำร้ายเขาด้วย”
โจวถิงไม่พูดอะไร ตะโกนเสียงต่ำซัดลูกไฟใส่พวกเรา แล้วพยุงเสิ่นหลินวิ่งหนีต่อ
ผมซัดฝ่ามืออสนีบาตทำลายลูกไฟ แล้วพาทุกคนไล่ตามไป
สุดท้าย พวกเราไล่ตามโจวถิงมาจนถึงใจกลางค่ายกลเขาวงกตแปดทิศ ตรงนี้กว้างขวางขึ้นมาก บนพื้นมีลวดลายแผนผังไท่จี๋อยู่
โจวถิงพยุงเสิ่นหลินหยุดลง พวกเราก็หยุดห่างจากทั้งคู่ไม่ไกลนัก
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเจตนาที่โจวถิงจงใจหนีมาที่นี่คืออะไร ที่นี่ไม่เพียงหลุดจากตำแหน่งไฟหลีที่ได้เปรียบสำหรับเธอ แต่เธอยังไม่สามารถควบคุมห้าธาตุในแปดทิศที่นี่ได้ด้วย
ตอนนั้นเอง โจวถิงก็ค่อย ๆ หันหน้ากลับมา เห็นเพียงใบหน้าของเธอซีดเผือด ที่มุมปากกลับมีเลือดไหลซึมออกมา
สภาพของเธอในตอนนี้ทำเอาพวกเราอึ้งไปทันที