เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 310 ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่

บทที่ 310 ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่

บทที่ 310 ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่


เพิ่งผ่านไปแป๊บเดียวเอง ต่อให้ค่ายกลวิญญาณน้ำที่ใช้ยันต์ห้าธาตุน้ำวางจะมีประสิทธิภาพไม่ดีนัก แต่ก็ไม่น่าจะเปราะบางขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่าวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเสิ่นหลินจะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมากะทันหัน

การสืบสวนของพวกเรายังไม่มีความคืบหน้า ทางฝั่งเสิ่นหลินก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เรียกได้ว่ามีแต่อุปสรรค ไม่ใช่ลางดีเลย

“อาจารย์หลี่ จะทำยังไงดีครับ หลินเอ๋อร์จะเป็นอันตรายไหม?” เสิ่นเหวยเฟิงกังวลไม่หยุด กลัวว่าเสิ่นหลินจะมีอันตราย

เรื่องที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของผมไปบ้าง ค่ายกลวิญญาณน้ำหมดฤทธิ์แสดงว่าวิญญาณไฟชั่วร้ายมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เสิ่นหลินอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ทุกเมื่อ ผมต้องกลับไปโรงพยาบาลเพื่อดูสถานการณ์ให้แน่ชัด

“ไป กลับโรงพยาบาลกันครับ” ผมลุกขึ้นพูด

พวกเราทุกคนจึงออกจากคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น รีบบึ่งกลับไปที่โรงพยาบาล

พอพวกเรากลับมาถึงห้องเย็นของโรงพยาบาล เจียงเหยียนเหวินกับหมออีกสองคนยืนอยู่ห่างจากหน้าห้องเย็นที่เสิ่นหลินอยู่ไกลพอสมควร

เห็นพวกเรารีบร้อนมาถึง เจียงเหยียนเหวินก็รีบพูดขึ้น “พวกคุณมาสักที ถ้าช้ากว่านี้ผมกลัวว่าเสี่ยวเสิ่นจะทนไม่ไหวแล้ว”

เขาทำหน้าร้อนรน ดูไม่เหมือนพูดเกินจริง

เสิ่นเหวยเฟิงได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งร้อนใจ “ตกลงเกิดอะไรขึ้นครับ?”

“ไม่ทราบครับ เดิมทีพวกเรากะจะมาดูอาการเสี่ยวเสิ่น ไม่นึกว่าจะเห็นเขาไฟลุกท่วมตัวล้มลงกับพื้น ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด แถมอุณหภูมิในห้องเย็นก็สูงขึ้นมาก จนพวกเราอยู่หน้าประตูห้องเย็นไม่ได้เลย” เจียงเหยียนเหวินส่ายหน้าตอบ

อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะพวกเขาถึงยืนอยู่ห่างจากประตูห้องเย็นขนาดนั้น ตอนพวกเราเข้ามาก็ได้สัมผัสถึงความร้อนในอากาศเหมือนกัน ดูท่าไฟจากวิญญาณไฟชั่วร้ายจะรุนแรงกว่าเดิม

ผมอดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ รู้สึกไม่เข้าใจอย่างมาก

วิญญาณไฟชั่วร้ายจู่ ๆ คลุ้มคลั่งขนาดนี้ต้องมีสาเหตุแน่ หรือว่าเสิ่นหลินทำอะไรลงไปหลังจากที่พวกเราออกมา?

แต่ในห้องเย็นว่างเปล่าแบบนั้น เขาจะทำอะไรได้ล่ะ?

อยากรู้เรื่องราวทั้งหมด ก็ต้องถามจากปากเสิ่นหลินเอง

“คุณเสิ่น รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์เตรียมพร้อมหรือยังครับ?” ผมหันไปถามเสิ่นเหวยเฟิงที่กำลังร้อนรน

เดิมทีคิดจะใช้ค่ายกลวิญญาณน้ำจากยันต์ห้าธาตุน้ำเพื่อถ่วงเวลา แต่ดูท่าตอนนี้คงต้องใช้รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่มาวางค่ายกลแล้ว วิญญาณไฟชั่วร้ายดุร้ายกว่าที่ผมคิดไว้มาก

เสิ่นเหวยเฟิงบอกว่าระหว่างทางเขาโทรเช็กแล้ว รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์เตรียมพร้อมแล้ว คนของเขากำลังรีบเอามาส่งที่โรงพยาบาล

ผมบอกว่าอย่างนั้นก็ดี แล้วให้เขาเร่งคนส่งของให้เร็วขึ้นอีก

“ได้ ผมจะโทรเดี๋ยวนี้แหละ” เสิ่นเหวยเฟิงรีบโทรศัพท์

ผมบอกให้คนอื่นรออยู่ที่เดิม ส่วนตัวเองเดินตรงไปที่หน้าห้องเย็นคนเดียว

ไอร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากห้องเย็นทำให้คนแทบทนไม่ไหว ผมรีบประสานมุทรา ร่ายคาถาคุ้มกาย ถึงจะต้านทานความไม่สบายตัว เดินมาถึงหน้าประตูห้องเย็นได้

เห็นเพียงในห้องเย็นมีมนุษย์เพลิงนอนไฟลุกโชนอยู่ ส่วนค่ายกลวิญญาณน้ำที่ผมวางไว้ก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว ยันต์ห้าธาตุน้ำทั้งหมดถูกเผาเป็นจุณ

“อะ...อาจารย์หลี่ ชะ...ช่วยผมด้วย ผมทรมานเหลือเกิน...” เสิ่นหลินที่เป็นมนุษย์เพลิงนอนอยู่บนพื้น เอ่ยปากอย่างยากลำบาก ดูท่าทางเจ็บปวดมาก

คราวก่อนวิญญาณไฟชั่วร้ายแผลงฤทธิ์ เสิ่นหลินยังเหมือนคนปกติ ครั้งนี้ทำไมถึงเจ็บปวดขนาดนี้?

ไม่มีเวลาถามมากความ ผมกัดปลายนิ้ว ใช้วิธีวาดยันต์ด้วยเลือดกลางอากาศ พอยันต์ห้าธาตุน้ำวาดเสร็จ ผมก็ซัดมันเข้าไปในร่างของเสิ่นหลิน

ทันใดนั้น ไฟบนตัวเขาก็เบาลงไปเยอะ แต่ยังไม่ดับสนิท ในเปลวไฟมีเสียงคำรามด้วยความโกรธของวิญญาณไฟชั่วร้ายดังออกมา

ผมขมวดคิ้ว วาดยันต์ห้าธาตุน้ำอีกสองแผ่นซัดใส่เสิ่นหลิน ต้องใช้ยันต์ห้าธาตุน้ำถึงสามแผ่นถึงจะสะกดการอาละวาดของวิญญาณไฟชั่วร้ายในครั้งนี้ได้

พอไฟดับลง เสิ่นหลินถึงค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“โชคดีจริง ๆ ผมนึกว่าจะตายซะแล้ว” เขาพูดด้วยความขวัญเสีย

ผมทำหน้าเคร่งขรึม อานุภาพของวิญญาณไฟชั่วร้ายรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก นี่มันผิดปกติ

“เสิ่นหลิน หลังจากพวกเราไปแล้วคุณทำอะไรลงไปกันแน่ ทำไมวิญญาณไฟชั่วร้ายถึงคลุ้มคลั่งขนาดนี้ จนทำให้ค่ายกลวิญญาณน้ำหมดฤทธิ์เร็วขนาดนี้?” ผมถามเสิ่นหลินเสียงเครียด

เสิ่นหลินทำหน้างง บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย

“หลินเอ๋อร์ ลูกไม่เป็นไรนะ?” ตอนนี้พวกเสิ่นเหวยเฟิงเดินเข้ามาแล้ว เขาถามเสิ่นหลินอย่างร้อนรน

วิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเสิ่นหลินถูกสะกดไว้ อุณหภูมิรอบด้านจึงลดลง

“พ่อ ผมไม่เป็นไรครับ” เสิ่นหลินนั่งอยู่บนพื้น ตอบกลับ

ผมถามเสิ่นหลินต่อ ให้เขาลองนึกทบทวนดูดี ๆ ว่าหลังจากพวกเราไปแล้วเขาทำอะไรบ้าง ในนั้นต้องมีสาเหตุที่ทำให้วิญญาณไฟชั่วร้ายโกรธจัดแน่

“ใช่ คุณลองนึกดูดี ๆ ตอนนี้พวกเราไม่รู้ที่มาของวิญญาณไฟชั่วร้ายเลย จะปล่อยผ่านเบาะแสอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด” จางเทียนหลิงพูดเสริม

เสิ่นหลินทำหน้าลำบากใจ บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ แต่ก็ลองทบทวนดูอย่างละเอียดอีกรอบ

หลังจากพวกเราไป เขาก็กินของกินต่อ พอกินจนอิ่มแปล้ เขาก็ทำตามคำกำชับของผม เดินไปนั่งอยู่ที่ทิศเหนือตำแหน่งข่าน พอกินอิ่มหนังตาก็หย่อน เผลอนั่งหลับไปโดยไม่รู้ตัว

ผ่านไปไม่นาน จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจ สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็พบว่าบนตัวมีไฟลุกโชนอีกแล้ว แถมยังรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หลังจากนั้นพวกเจียงเหยียนเหวินก็มาเจอเข้า แล้วก็โทรแจ้งให้พวกเรามา

“แค่นี้เหรอ?” หลิวเฉิงงง

ผมกับจางเทียนหลิงก็ไม่เข้าใจ ถ้าสิ่งที่เสิ่นหลินพูดเป็นความจริง เรื่องพวกนี้ก็ปกติมาก ไม่มีปัญหาอะไร ดูท่าทางเขาก็ไม่เหมือนโกหกด้วย

“แปลกแฮะ” จางเทียนหลิงอดพูดไม่ได้

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมบอกเสิ่นหลินว่าที่บ้านเขาไม่มีปัญหาอะไร นี่แสดงว่าวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเขาไปเจอมาจากข้างนอก ให้เขาลองนึกดูอีกทีว่าเคยไปที่ไหนที่น่าสงสัยบ้าง

เสิ่นหลินทำหน้ากลุ้ม บอกว่าตัวเองไม่ได้ไปไหนจริง ๆ คิดไม่ออกเลย

“งั้นปกติคุณอยู่ที่ไหนนานที่สุด?” ผมเลยถามเขาอีกครั้ง

“ที่ที่อยู่บ่อยสุดก็ห้องทำงานที่คอมมูนิตี้มอลล์ของผมครับ” เสิ่นหลินตอบโดยไม่ต้องคิด

ผมลูบคางครุ่นคิด บอกว่าเดี๋ยววางค่ายกลเสร็จแล้ว ให้เสิ่นเหวยเฟิงพาพวกเราไปดูที่คอมมูนิตี้มอลล์นั่นหน่อย

ไม่กี่นาทีต่อมา ชายสองคนก็นำรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ขนาดเท่าฝ่ามือหกองค์มาส่งที่ห้องเย็นของโรงพยาบาล

ผมมองรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์แวบหนึ่ง พบว่าลักษณะและวัสดุใช้ได้ เลยไม่เสียเวลา เริ่มใช้รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์วางค่ายกลวิญญาณน้ำ

หลังจากวางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ไว้ทั้งหกทิศในห้องเย็นเรียบร้อย ผมก็ร่ายคาถาเปิดใช้งานค่ายกลวิญญาณน้ำ

สมแล้วที่ใช้รูปปั้นทองแดงสัตว์เทพวางค่ายกล ผลลัพธ์ชัดเจนมาก อานุภาพเทียบกับค่ายกลที่ใช้ยันต์ห้าธาตุน้ำวางไม่ได้เลย ทั่วทั้งห้องเย็นเต็มไปด้วยไอน้ำในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกายของเสิ่นหลิน หรืออุณหภูมิในห้องเย็น ล้วนกลับสู่สภาวะปกติ

“ว้าว สบายตัวจัง!” เสิ่นหลินที่อยู่ในค่ายกลไม่รู้สึกทรมานอีกต่อไป รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก

ตอนนี้คนอื่น ๆ ก็สามารถเข้าออกห้องเย็น และเข้าใกล้เสิ่นหลินได้แล้ว

เสิ่นเหวยเฟิงเดินเข้าไปหาเสิ่นหลินเป็นคนแรก ตื้นตันใจจนน้ำตาแทบไหล

เห็นทั้งสองคนกำลังซึ้ง ผมจึงเตือนสติว่า “อย่าเพิ่งดีใจไปครับ เรื่องยังไม่จบ เสิ่นหลินจะอยู่ในค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ไปตลอดชีวิตไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุให้ได้ครับ”

“ใช่ อาจารย์หลี่พูดถูก” เสิ่นเหวยเฟิงปาดน้ำตาที่หางตา พยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ

จากนั้นผมก็พูดต่อ “อีกอย่าง ให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้เสิ่นหลินใส่เถอะครับ ตอนนี้เขาใส่เสื้อผ้าได้แล้ว จะให้โป๊แบบนี้ตลอดก็คงดูไม่ดี”

คำพูดของผม ทำให้เสิ่นหลินรีบเอามือปิดส่วนลับของตัวเองโดยอัตโนมัติ

“โห่ว พวกเราเห็นหมดแล้ว ตอนนี้ปิดไปจะมีประโยชน์อะไรหรอกครับ” การกระทำของเสิ่นหลินทำให้หลิวเฉิงอดแซวไม่ได้

เสิ่นหลินทำได้แค่ยิ้มแห้ง ๆ ด้วยความเขินอาย

จบบทที่ บทที่ 310 ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่

คัดลอกลิงก์แล้ว