- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 310 ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่
บทที่ 310 ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่
บทที่ 310 ค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่
เพิ่งผ่านไปแป๊บเดียวเอง ต่อให้ค่ายกลวิญญาณน้ำที่ใช้ยันต์ห้าธาตุน้ำวางจะมีประสิทธิภาพไม่ดีนัก แต่ก็ไม่น่าจะเปราะบางขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่าวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเสิ่นหลินจะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมากะทันหัน
การสืบสวนของพวกเรายังไม่มีความคืบหน้า ทางฝั่งเสิ่นหลินก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เรียกได้ว่ามีแต่อุปสรรค ไม่ใช่ลางดีเลย
“อาจารย์หลี่ จะทำยังไงดีครับ หลินเอ๋อร์จะเป็นอันตรายไหม?” เสิ่นเหวยเฟิงกังวลไม่หยุด กลัวว่าเสิ่นหลินจะมีอันตราย
เรื่องที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของผมไปบ้าง ค่ายกลวิญญาณน้ำหมดฤทธิ์แสดงว่าวิญญาณไฟชั่วร้ายมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ เสิ่นหลินอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ทุกเมื่อ ผมต้องกลับไปโรงพยาบาลเพื่อดูสถานการณ์ให้แน่ชัด
“ไป กลับโรงพยาบาลกันครับ” ผมลุกขึ้นพูด
พวกเราทุกคนจึงออกจากคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น รีบบึ่งกลับไปที่โรงพยาบาล
พอพวกเรากลับมาถึงห้องเย็นของโรงพยาบาล เจียงเหยียนเหวินกับหมออีกสองคนยืนอยู่ห่างจากหน้าห้องเย็นที่เสิ่นหลินอยู่ไกลพอสมควร
เห็นพวกเรารีบร้อนมาถึง เจียงเหยียนเหวินก็รีบพูดขึ้น “พวกคุณมาสักที ถ้าช้ากว่านี้ผมกลัวว่าเสี่ยวเสิ่นจะทนไม่ไหวแล้ว”
เขาทำหน้าร้อนรน ดูไม่เหมือนพูดเกินจริง
เสิ่นเหวยเฟิงได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งร้อนใจ “ตกลงเกิดอะไรขึ้นครับ?”
“ไม่ทราบครับ เดิมทีพวกเรากะจะมาดูอาการเสี่ยวเสิ่น ไม่นึกว่าจะเห็นเขาไฟลุกท่วมตัวล้มลงกับพื้น ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด แถมอุณหภูมิในห้องเย็นก็สูงขึ้นมาก จนพวกเราอยู่หน้าประตูห้องเย็นไม่ได้เลย” เจียงเหยียนเหวินส่ายหน้าตอบ
อย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะพวกเขาถึงยืนอยู่ห่างจากประตูห้องเย็นขนาดนั้น ตอนพวกเราเข้ามาก็ได้สัมผัสถึงความร้อนในอากาศเหมือนกัน ดูท่าไฟจากวิญญาณไฟชั่วร้ายจะรุนแรงกว่าเดิม
ผมอดขมวดคิ้วแน่นไม่ได้ รู้สึกไม่เข้าใจอย่างมาก
วิญญาณไฟชั่วร้ายจู่ ๆ คลุ้มคลั่งขนาดนี้ต้องมีสาเหตุแน่ หรือว่าเสิ่นหลินทำอะไรลงไปหลังจากที่พวกเราออกมา?
แต่ในห้องเย็นว่างเปล่าแบบนั้น เขาจะทำอะไรได้ล่ะ?
อยากรู้เรื่องราวทั้งหมด ก็ต้องถามจากปากเสิ่นหลินเอง
“คุณเสิ่น รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์เตรียมพร้อมหรือยังครับ?” ผมหันไปถามเสิ่นเหวยเฟิงที่กำลังร้อนรน
เดิมทีคิดจะใช้ค่ายกลวิญญาณน้ำจากยันต์ห้าธาตุน้ำเพื่อถ่วงเวลา แต่ดูท่าตอนนี้คงต้องใช้รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่มาวางค่ายกลแล้ว วิญญาณไฟชั่วร้ายดุร้ายกว่าที่ผมคิดไว้มาก
เสิ่นเหวยเฟิงบอกว่าระหว่างทางเขาโทรเช็กแล้ว รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์เตรียมพร้อมแล้ว คนของเขากำลังรีบเอามาส่งที่โรงพยาบาล
ผมบอกว่าอย่างนั้นก็ดี แล้วให้เขาเร่งคนส่งของให้เร็วขึ้นอีก
“ได้ ผมจะโทรเดี๋ยวนี้แหละ” เสิ่นเหวยเฟิงรีบโทรศัพท์
ผมบอกให้คนอื่นรออยู่ที่เดิม ส่วนตัวเองเดินตรงไปที่หน้าห้องเย็นคนเดียว
ไอร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากห้องเย็นทำให้คนแทบทนไม่ไหว ผมรีบประสานมุทรา ร่ายคาถาคุ้มกาย ถึงจะต้านทานความไม่สบายตัว เดินมาถึงหน้าประตูห้องเย็นได้
เห็นเพียงในห้องเย็นมีมนุษย์เพลิงนอนไฟลุกโชนอยู่ ส่วนค่ายกลวิญญาณน้ำที่ผมวางไว้ก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว ยันต์ห้าธาตุน้ำทั้งหมดถูกเผาเป็นจุณ
“อะ...อาจารย์หลี่ ชะ...ช่วยผมด้วย ผมทรมานเหลือเกิน...” เสิ่นหลินที่เป็นมนุษย์เพลิงนอนอยู่บนพื้น เอ่ยปากอย่างยากลำบาก ดูท่าทางเจ็บปวดมาก
คราวก่อนวิญญาณไฟชั่วร้ายแผลงฤทธิ์ เสิ่นหลินยังเหมือนคนปกติ ครั้งนี้ทำไมถึงเจ็บปวดขนาดนี้?
ไม่มีเวลาถามมากความ ผมกัดปลายนิ้ว ใช้วิธีวาดยันต์ด้วยเลือดกลางอากาศ พอยันต์ห้าธาตุน้ำวาดเสร็จ ผมก็ซัดมันเข้าไปในร่างของเสิ่นหลิน
ทันใดนั้น ไฟบนตัวเขาก็เบาลงไปเยอะ แต่ยังไม่ดับสนิท ในเปลวไฟมีเสียงคำรามด้วยความโกรธของวิญญาณไฟชั่วร้ายดังออกมา
ผมขมวดคิ้ว วาดยันต์ห้าธาตุน้ำอีกสองแผ่นซัดใส่เสิ่นหลิน ต้องใช้ยันต์ห้าธาตุน้ำถึงสามแผ่นถึงจะสะกดการอาละวาดของวิญญาณไฟชั่วร้ายในครั้งนี้ได้
พอไฟดับลง เสิ่นหลินถึงค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพื้น ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“โชคดีจริง ๆ ผมนึกว่าจะตายซะแล้ว” เขาพูดด้วยความขวัญเสีย
ผมทำหน้าเคร่งขรึม อานุภาพของวิญญาณไฟชั่วร้ายรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก นี่มันผิดปกติ
“เสิ่นหลิน หลังจากพวกเราไปแล้วคุณทำอะไรลงไปกันแน่ ทำไมวิญญาณไฟชั่วร้ายถึงคลุ้มคลั่งขนาดนี้ จนทำให้ค่ายกลวิญญาณน้ำหมดฤทธิ์เร็วขนาดนี้?” ผมถามเสิ่นหลินเสียงเครียด
เสิ่นหลินทำหน้างง บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเลย
“หลินเอ๋อร์ ลูกไม่เป็นไรนะ?” ตอนนี้พวกเสิ่นเหวยเฟิงเดินเข้ามาแล้ว เขาถามเสิ่นหลินอย่างร้อนรน
วิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเสิ่นหลินถูกสะกดไว้ อุณหภูมิรอบด้านจึงลดลง
“พ่อ ผมไม่เป็นไรครับ” เสิ่นหลินนั่งอยู่บนพื้น ตอบกลับ
ผมถามเสิ่นหลินต่อ ให้เขาลองนึกทบทวนดูดี ๆ ว่าหลังจากพวกเราไปแล้วเขาทำอะไรบ้าง ในนั้นต้องมีสาเหตุที่ทำให้วิญญาณไฟชั่วร้ายโกรธจัดแน่
“ใช่ คุณลองนึกดูดี ๆ ตอนนี้พวกเราไม่รู้ที่มาของวิญญาณไฟชั่วร้ายเลย จะปล่อยผ่านเบาะแสอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด” จางเทียนหลิงพูดเสริม
เสิ่นหลินทำหน้าลำบากใจ บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ แต่ก็ลองทบทวนดูอย่างละเอียดอีกรอบ
หลังจากพวกเราไป เขาก็กินของกินต่อ พอกินจนอิ่มแปล้ เขาก็ทำตามคำกำชับของผม เดินไปนั่งอยู่ที่ทิศเหนือตำแหน่งข่าน พอกินอิ่มหนังตาก็หย่อน เผลอนั่งหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปไม่นาน จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจ สะดุ้งตื่นขึ้นมา ก็พบว่าบนตัวมีไฟลุกโชนอีกแล้ว แถมยังรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลังจากนั้นพวกเจียงเหยียนเหวินก็มาเจอเข้า แล้วก็โทรแจ้งให้พวกเรามา
“แค่นี้เหรอ?” หลิวเฉิงงง
ผมกับจางเทียนหลิงก็ไม่เข้าใจ ถ้าสิ่งที่เสิ่นหลินพูดเป็นความจริง เรื่องพวกนี้ก็ปกติมาก ไม่มีปัญหาอะไร ดูท่าทางเขาก็ไม่เหมือนโกหกด้วย
“แปลกแฮะ” จางเทียนหลิงอดพูดไม่ได้
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมบอกเสิ่นหลินว่าที่บ้านเขาไม่มีปัญหาอะไร นี่แสดงว่าวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเขาไปเจอมาจากข้างนอก ให้เขาลองนึกดูอีกทีว่าเคยไปที่ไหนที่น่าสงสัยบ้าง
เสิ่นหลินทำหน้ากลุ้ม บอกว่าตัวเองไม่ได้ไปไหนจริง ๆ คิดไม่ออกเลย
“งั้นปกติคุณอยู่ที่ไหนนานที่สุด?” ผมเลยถามเขาอีกครั้ง
“ที่ที่อยู่บ่อยสุดก็ห้องทำงานที่คอมมูนิตี้มอลล์ของผมครับ” เสิ่นหลินตอบโดยไม่ต้องคิด
ผมลูบคางครุ่นคิด บอกว่าเดี๋ยววางค่ายกลเสร็จแล้ว ให้เสิ่นเหวยเฟิงพาพวกเราไปดูที่คอมมูนิตี้มอลล์นั่นหน่อย
ไม่กี่นาทีต่อมา ชายสองคนก็นำรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ขนาดเท่าฝ่ามือหกองค์มาส่งที่ห้องเย็นของโรงพยาบาล
ผมมองรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์แวบหนึ่ง พบว่าลักษณะและวัสดุใช้ได้ เลยไม่เสียเวลา เริ่มใช้รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์วางค่ายกลวิญญาณน้ำ
หลังจากวางรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ไว้ทั้งหกทิศในห้องเย็นเรียบร้อย ผมก็ร่ายคาถาเปิดใช้งานค่ายกลวิญญาณน้ำ
สมแล้วที่ใช้รูปปั้นทองแดงสัตว์เทพวางค่ายกล ผลลัพธ์ชัดเจนมาก อานุภาพเทียบกับค่ายกลที่ใช้ยันต์ห้าธาตุน้ำวางไม่ได้เลย ทั่วทั้งห้องเย็นเต็มไปด้วยไอน้ำในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิร่างกายของเสิ่นหลิน หรืออุณหภูมิในห้องเย็น ล้วนกลับสู่สภาวะปกติ
“ว้าว สบายตัวจัง!” เสิ่นหลินที่อยู่ในค่ายกลไม่รู้สึกทรมานอีกต่อไป รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก
ตอนนี้คนอื่น ๆ ก็สามารถเข้าออกห้องเย็น และเข้าใกล้เสิ่นหลินได้แล้ว
เสิ่นเหวยเฟิงเดินเข้าไปหาเสิ่นหลินเป็นคนแรก ตื้นตันใจจนน้ำตาแทบไหล
เห็นทั้งสองคนกำลังซึ้ง ผมจึงเตือนสติว่า “อย่าเพิ่งดีใจไปครับ เรื่องยังไม่จบ เสิ่นหลินจะอยู่ในค่ายกลวิญญาณน้ำเสวียนอู่ไปตลอดชีวิตไม่ได้ ต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุให้ได้ครับ”
“ใช่ อาจารย์หลี่พูดถูก” เสิ่นเหวยเฟิงปาดน้ำตาที่หางตา พยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ
จากนั้นผมก็พูดต่อ “อีกอย่าง ให้คนเอาเสื้อผ้ามาให้เสิ่นหลินใส่เถอะครับ ตอนนี้เขาใส่เสื้อผ้าได้แล้ว จะให้โป๊แบบนี้ตลอดก็คงดูไม่ดี”
คำพูดของผม ทำให้เสิ่นหลินรีบเอามือปิดส่วนลับของตัวเองโดยอัตโนมัติ
“โห่ว พวกเราเห็นหมดแล้ว ตอนนี้ปิดไปจะมีประโยชน์อะไรหรอกครับ” การกระทำของเสิ่นหลินทำให้หลิวเฉิงอดแซวไม่ได้
เสิ่นหลินทำได้แค่ยิ้มแห้ง ๆ ด้วยความเขินอาย