- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 308 หนึ่งและหกธาตุน้ำ
บทที่ 308 หนึ่งและหกธาตุน้ำ
บทที่ 308 หนึ่งและหกธาตุน้ำ
ผมบอกเขาว่าไม่ต้องทำขนาดนั้น ในเมื่อผมมาที่นี่แล้ว ย่อมต้องทำอย่างสุดความสามารถแน่นอน
“ฮ่า ๆ เถ้าแก่จ้าวพูดไม่ผิดเลยจริง ๆ วันนี้ว่าที่ลูกเขยของคุณทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาแล้ว” ผลงานของผมก่อนหน้านี้ทำให้เจียงเหยียนเหวินประหลาดใจเป็นอย่างมาก เขาเผยรอยยิ้มชื่นชมแล้วพูดกับจ้าวกั๋วเหลียง
จ้าวกั๋วเหลียงยิ้มไม่พูดอะไร แต่สีหน้าบ่งบอกว่าเขาดีใจมากที่ได้ยินเจียงเหยียนเหวินพูดแบบนี้
ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยไม่รู้จะพูดอะไร พวกเขาบอกว่าผมเป็นว่าที่ลูกเขยตระกูลจ้าว ทำให้ผมกดดันอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะผมกับจ้าวอี้เฟยเพิ่งจะเริ่มต้นกันเท่านั้น
หลิวเฉิงกับจางเทียนหลิงแอบหัวเราะอยู่ข้าง ๆ ผมถลึงตาใส่ทั้งคู่ ให้พวกเขาเพลา ๆ หน่อย
“หลงหยวน น้ำชนะไฟ หรือว่านายเตรียมจะวางค่ายกลวิญญาณน้ำในห้องเย็น?” หลิวเฉิงหุบยิ้มลงเล็กน้อย แล้วถามขึ้น
ผมพยักหน้า ต้องวางค่ายกลวิญญาณน้ำจริง ๆ นั่นแหละ หลิวเฉิงตอนนี้เริ่มดูมีมาดผู้ช่วยขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ฟังผมพูดมาตั้งเยอะ หลักการห้าธาตุก่อกำเนิดและหักล้าง เขาก็พอจะเข้าใจอยู่บ้าง
“คิงคอง ไปเอาอุปกรณ์วาดยันต์สามอย่างที่รถมาหน่อย” ผมหันไปสั่งหลิวเฉิง
“ได้เลย!” เขาก็ไม่พูดมาก รับคำแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปเอาของ
ไม่กี่นาทีต่อมา หลิวเฉิงก็ถืออุปกรณ์วาดยันต์สามอย่างกลับมา
“อ่ะ” เขายื่นของให้ผม แล้วพูดว่า “น้องอี้เฟยเป็นห่วงมากอยู่ข้างนอก เห็นฉันวิ่งออกไปก็รั้งตัวถามว่าเป็นไงบ้าง ฉันบอกเธอว่าไม่ต้องห่วง บอกว่านายรู้แล้วว่าตัวอะไรก่อเรื่อง”
ผมพยักหน้า แล้วให้เขาช่วยฝนชาด ผมจะเริ่มวาดยันต์
ไม่นาน ยันต์ห้าธาตุน้ำหกแผ่นก็ถูกผมวาดเสร็จ
ผมถือยันต์ห้าธาตุน้ำที่วาดเสร็จ ยืนอยู่หน้าประตูพูดกับเสิ่นหลินที่เปลือยกายล่อนจ้อนในห้องเย็นว่า “ตอนนี้ผมจะใช้ยันต์วางค่ายกลวิญญาณน้ำในห้องเย็นเพื่อช่วยกดดันวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวคุณ แต่ด้วยระดับความรุนแรงของวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวคุณ ค่ายกลวิญญาณน้ำที่ใช้ยันต์วางคงต้านได้ไม่นาน เพียงแต่วิญญาณไฟชั่วร้ายรู้ตัวแล้วว่าเราจะจัดการมัน มันคงไม่อยู่นิ่งเหมือนก่อนหน้านี้ การวางค่ายกลวิญญาณน้ำด้วยยันต์ชั่วคราวนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณด้วย”
“ผมเข้าใจแล้วครับ” เสิ่นหลินรีบตอบ
ยันต์ห้าธาตุน้ำที่ผมซัดเข้าไปในตัวเขายังไม่หมดฤทธิ์ ตอนนี้อุณหภูมิในห้องเย็นเลยไม่สูงเวอร์เหมือนก่อนหน้านี้ ผมท่องคาถาในปาก ถือยันต์เดินเข้าไปในห้องเย็นเริ่มวางค่ายกลวิญญาณน้ำ
หลังจากแปะยันต์ห้าธาตุน้ำทั้งหกแผ่นเสร็จ ผมก็เปิดใช้งานค่ายกลวิญญาณน้ำได้อย่างราบรื่น ทันใดนั้นธาตุน้ำในห้องเย็นก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิรอบด้านและอุณหภูมิร่างกายของเสิ่นหลินก็ลดลงไปไม่น้อย
“เอ๊ะ? ตอนนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยแน่นหน้าอกแล้ว ลิ้นเหมือนจะดีขึ้นด้วย กลืนน้ำลายไม่ขมแล้ว” พอค่ายกลวิญญาณน้ำทำงาน วิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเสิ่นหลินถูกกดดัน เขาเลยรู้สึกสบายตัวขึ้นเป็นธรรมดา
ผมบอกเขาว่าตอนนี้เขาปลอดภัยชั่วคราวแล้ว และกินของอร่อย ๆ ได้แล้ว คิดว่าก่อนหน้านี้ลิ้นเขาขม กินอะไรก็ขมไปหมด คงไม่ค่อยเจริญอาหารเท่าไหร่
“ดีจัง ในที่สุดก็จะได้กินอะไรให้อิ่มท้องสักที” เสิ่นหลินดีใจมาก ดูท่าคงหิวแย่แล้ว
เสิ่นเหวยเฟิงก็ดีใจสุด ๆ โทรสั่งคนให้เตรียมของกินมาส่ง
ผมเดินออกจากห้องเย็น บอกเสิ่นเหวยเฟิงว่ายังต้องการให้เขาจัดคนรีบไปเตรียมรูปปั้นทองแดงเสวียนอู่หกองค์มาให้เร็วที่สุด ตอนนี้แม้ค่ายกลวิญญาณน้ำจะได้ผลดี แต่ถ้าวิญญาณไฟชั่วร้ายแผลงฤทธิ์เมื่อไหร่ ค่ายกลวิญญาณน้ำแบบใช้ยันต์ทั่วไปคงต้านไม่อยู่แน่ ต้องอาศัยพลังของสัตว์เทพมาต่อกรกับวิญญาณไฟชั่วร้าย
เสวียนอู่คือหนึ่งในสี่สัตว์เทพ พิทักษ์ทิศเหนือ ห้าธาตุสังกัดธาตุน้ำ ใช้มันมาวางค่ายกลวิญญาณน้ำ ต้องต่อกรกับวิญญาณไฟชั่วร้ายในตัวเสิ่นหลินได้สักตั้งแน่นอน
“ได้ ผมจะให้คนไปหาเดี๋ยวนี้แหละ” เสิ่นเหวยเฟิงไม่กล้าชักช้า รีบรับปาก
ผมเตือนเขาอีกว่า “จำไว้ รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ไม่ต้องใหญ่มาก ขนาดเท่าฝ่ามือก็พอ แต่ต้องมีลักษณะและวัสดุที่ดี”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนจะสงสัยอะไรบางอย่าง จึงถามขึ้น “หลงหยวน ยันต์ห้าธาตุน้ำใช้หกแผ่น รูปปั้นทองแดงเสวียนอู่ก็ต้องหกองค์ ทำไมต้องเป็นเลขหกล่ะ? หรือว่าเอาเคล็ดเลขมงคล หกหกราบรื่น?”
ผมยิ้ม บอกว่าไม่ใช่เหตุผลที่เขาพูดมาแน่นอน
“ตามหลักอี้จิงห้าธาตุ ตัวเลขกับธาตุต่าง ๆ ล้วนมีความสัมพันธ์กัน โดยเลขหนึ่งและเลขหกเป็นเลขประจำทิศเหนือ สังกัดธาตุน้ำ นี่แหละคือเหตุผล” เรื่องนี้มีรายละเอียดซับซ้อน ผมเลยทำได้แค่อธิบายให้พวกเขาฟังแบบเข้าใจง่ายที่สุด
พวกเขาก็เข้าใจ ร้องอ๋อกันทันที
ไม่นาน ของกินมากมายก็มาส่ง เสิ่นหลินไม่ห่วงภาพลักษณ์ กินแหลกลาญอยู่ในห้องเย็น
ผมก็ฉวยโอกาสนี้ ถามคำถามเขาบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณไฟหรือวิญญาณไฟชั่วร้าย ล้วนเป็นวิญญาณที่พบเห็นได้ยาก ผมต้องสืบให้รู้ว่าเสิ่นหลินไปโดนวิญญาณไฟชั่วร้ายเข้าสิงที่ไหนกันแน่
ถ้าไม่รู้ที่มาของวิญญาณไฟชั่วร้าย การลงมือจะอันตรายเกินไป หากรู้ที่มา ก็จะแก้ปัญหาได้ตรงจุด ลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุด
ทว่าสำหรับคำถามของผม เสิ่นหลินกลับไม่รู้อะไรเลย บอกว่าตลอดหนึ่งปีมานี้เขาไม่เคยออกจากจิ่วอัน ไม่เคยคบหากับคนแปลก ๆ และไม่เคยแตะต้องของประหลาดอะไรเลย
“ถ้าจะบอกว่ามี ก็คงเป็นของพวกนั้นที่พ่อสะสมไว้ที่บ้าน” เสิ่นหลินกินไปคำหนึ่ง คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยตอบ
เสิ่นเหวยเฟิงได้ยินเขาพูดแบบนั้น ก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาทันที “เจ้าลูกคนนี้พูดอะไรมั่วซั่ว ของสะสมของพ่อได้มาอย่างถูกต้องทั้งนั้น จะมีของอัปมงคลได้ยังไง”
ดูท่าเขาจะรักของสะสมพวกนั้นมาก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเขาแสดงความไม่พอใจต่อเสิ่นหลิน
“ผมแค่บอกว่าอาจจะ ไม่ได้บอกว่าใช่แน่ ๆ สักหน่อย” เสิ่นหลินพูดเสียงอ่อย
ผมจนปัญญา เลยบอกว่าจะไปดูที่บ้านเสิ่นเหวยเฟิงหน่อย เพราะตอนนี้ไม่มีเบาะแสอะไรเลย
ก่อนไปผมกำชับเสิ่นหลิน ว่าหลังจากนี้ให้เขาอยู่ทางทิศเหนือตำแหน่งข่าน ตรงนั้นเป็นจุดที่ธาตุน้ำของค่ายกลวิญญาณน้ำแข็งแกร่งที่สุด
พูดจบ พวกเราก็ออกจากห้องเย็นของโรงพยาบาล
พอพวกเราออกมา ก็เจอกับจ้าวอี้เฟยที่ยืนรออย่างร้อนใจอยู่ข้างนอก
“เรื่องเรียบร้อยแล้วเหรอ?” เธอเอ่ยถาม
“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวฉันค่อย ๆ เล่าให้ฟังนะ” ผมยิ้มตอบ
พวกเราเตรียมออกเดินทางไปบ้านเสิ่นเหวยเฟิงทันที เจียงเหยียนเหวินติดธุระที่โรงพยาบาล เลยไม่ได้ไปกับพวกเรา
หลังจากบอกลาเขา พวกเราก็ออกเดินทาง
“พ่อ หนูขอนั่งรถไปกับพวกหลี่หลงหยวนนะคะ” ก่อนออกเดินทาง จ้าวอี้เฟยขอมานั่งกับผมเอง
จ้าวกั๋วเหลียงก็ไม่ได้ว่าอะไร นั่งรถคันเดียวกับเสิ่นเหวยเฟิงนำทางไปก่อน
พอนั่งในรถ ผมก็อดไม่ได้ที่จะจับมือเธอไว้ เธอหน้าแดงระเรื่อ มุมปากอมยิ้มอย่างมีความสุข
“วันนี้ได้เจอเธอสักที คิดถึงจะตายอยู่แล้ว” ผมกระซิบข้างหูเธอ
แต่ก็ยังไม่วายถูกหลิวเฉิงที่ขับรถอยู่ได้ยิน คาดว่าเขาคงคอยแอบฟังพวกเราที่นั่งอยู่เบาะหลังตลอด
“อะแฮ่ม! ระวังหน่อยสิ พวกเรายังอยู่นะ อย่าเพิ่งป้อนอาหารหมา” เขากระแอมทีหนึ่ง แล้วพูดขึ้น
ส่วนจางเทียนหลิงที่นั่งเบาะหลังกับผมและจ้าวอี้เฟยก็พูดอย่างหน้าไม่อายว่า “ไม่เป็นไร ฉันชอบกินอาหารหมา ทั้งสองคนเชิญต่อเลย ทำเหมือนพวกเราไม่มีตัวตนก็ได้”
เจ้าจางเทียนหลิงคนหน้าด้าน ที่นั่งข้างคนขับว่างไม่นั่ง ดันจะมาเบียดอยู่เบาะหลังเป็นก้างขวางคอ เขาเอาแต่ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์จ้องผมกับจ้าวอี้เฟย จะเมินเขาก็ยากเหลือเกิน
“รีบเล่าเรื่องเสิ่นหลินให้ฟังหน่อยสิว่าเป็นยังไงบ้าง?” จ้าวอี้เฟยเริ่มเขิน รีบเปลี่ยนเรื่องคุย
ผมถอนหายใจ “เฮ้อ ยุ่งยากน่าดู!”
ผมเลยเล่าสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังคร่าว ๆ เธอฟังแล้วก็ตกใจมาก บอกว่านึกไม่ถึงว่าในโลกนี้จะมีวิญญาณไฟชั่วร้ายแบบนี้อยู่ด้วย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเราก็มาถึงคฤหาสน์ของเสิ่นเหวยเฟิง
ตัวบ้านค่อนข้างใหญ่ มีสองชั้น สไตล์การออกแบบค่อนข้างเก่า ให้ความรู้สึกแบบยุคสาธารณรัฐจีน
การตกแต่งภายในบ้านดูเรียบหรู เข้ากับบุคลิกภูมิฐานของเสิ่นเหวยเฟิงดี
ผมให้เสิ่นเหวยเฟิงพาเดินดูรอบบ้านคร่าว ๆ พบว่าฮวงจุ้ยไม่มีปัญหาอะไร เสิ่นเหวยเฟิงก็บอกว่าเขาค่อนข้างถือเรื่องพวกนี้ เมื่อก่อนเคยจ้างคนมาดูให้โดยเฉพาะ
“ฮวงจุ้ยบ้านไม่มีปัญหา งั้นเราไปดูของสะสมของคุณกันดีกว่าครับ” ผมค่อนข้างสนใจของสะสมของเสิ่นเหวยเฟิง
เสิ่นเหวยเฟิงพยักหน้า ให้คนเอาถุงสวมรองเท้ากับถุงมือมา จากนั้นถึงพาพวกเราไปที่ห้องเก็บของสะสมที่อยู่ชั้นสอง