- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 298 พักฟื้น
บทที่ 298 พักฟื้น
บทที่ 298 พักฟื้น
คุณอาได้ยินเรื่องที่ผมบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลแล้วเช่นกัน เขาจึงรีบเดินทางกลับมาจากเหมืองแร่พร้อมกับอู๋หรง
พอเจอหน้าผม คุณอาก็ถามไถ่อาการผมด้วยความเป็นห่วง ผมบอกเขาว่าผมไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วง
เขาบอกว่าเขาจะไม่ห่วงได้ยังไง ผมเป็นทายาทชายคนเดียวในรุ่นนี้ของตระกูลหลี่ ถ้าผมเป็นอะไรไป เขาไม่รู้จะไปชี้แจงกับบรรพบุรุษตระกูลหลี่ หรือชี้แจงกับพ่อของผมที่เสียไปแล้วยังไง
“ถ้าเป็นไปได้ อาก็ไม่อยากให้แกเดินบนเส้นทางสายนี้เลยจริง ๆ” คุณอาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ตั้งแต่วันที่ผมเกิดมา มันก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าผมไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปได้ นี่คือโชคชะตาของผมครับ” ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วงผม แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว
คุณอาเงียบไปไม่พูดอะไรอีก สุดท้ายก่อนกลับ เขาถึงพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจังว่า “หลงหยวน เรื่องมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่อาอยากให้แกสัญญากับอา ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหนก็ตาม ต้องรักษาชีวิตตัวเองไว้ให้ได้ นี่เป็นข้อเรียกร้องเดียวที่อามีต่อแก”
“ผมเข้าใจครับ” ผมพยักหน้าอย่างจริงจังเช่นกัน
เรื่องในครั้งนี้ทำให้ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า เรื่องของผมย่อมส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นผมต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากพอ ถึงจะปกป้องพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น
หลังจากพวกคุณอากลับไป พานกั๋วซินกับฮั่วเหวินเฉินก็มาเยี่ยมผม
หลังจากเกิดเรื่องในครั้งนี้ ศูนย์อาบอบนวดเทียนเฉาก็ถูกสั่งให้ปิดปรับปรุง และการที่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ต่อให้หลังจากนี้กลับมาเปิดใหม่ ธุรกิจก็คงไม่ดีเหมือนเดิมแน่นอน
แม้ว่าพานกั๋วซินจะไม่ได้มีธุรกิจแค่แห่งเดียวในเมืองเจียงเป่ย แต่ที่นั่นก็เป็นหนึ่งในสาขาที่ทำรายได้ดีที่สุดในบรรดาธุรกิจมากมายของเขามาโดยตลอด เรียกได้ว่าเรื่องในครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อเขาค่อนข้างมาก
หลังจากพูดคุยทักทายกันพอสมควร พานกั๋วซินกับฮั่วเหวินเฉินก็กลับไป
หลังจากพวกเขาไป หลิวเฉิงกับจางเทียนหลิงก็หิ้วอาหารที่นำมาจากวิลล่ากลับมา
“นักพรตลามก วันนี้คนของโรงพยาบาลยอมให้นายเข้ามาได้ยังไง?” ผมประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นจางเทียนหลิงปรากฏตัวพร้อมกับหลิวเฉิง
ตอนนี้พอสนิทกับเขาแล้ว ผมก็เรียกเขาว่านักพรตลามกอย่าง ‘สนิทสนม’ เหมือนกับหลิวเฉิง
แน่นอนว่า พฤติกรรมของเขาก็สอดคล้องกับฉายานี้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพราะก่อนหน้านี้เขาปฏิเสธที่จะออกจากโรงพยาบาล แถมยังคอยตามรังควานพยาบาลไม่หยุด จนถูกเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลลากตัวออกไป และมีคำสั่งห้ามเขาเข้าออกโรงพยาบาลอีกอย่างเด็ดขาด
สองวันก่อนเขาอ้างว่าจะมาเยี่ยมผม แต่ก็ยังถูกคนขวางไว้ที่หน้าประตูโรงพยาบาล ไม่ว่าเขาจะพูดจนปากฉีกถึงหู คนก็ไม่ยอมให้เขาเข้ามาเด็ดขาด
วันต่อมา เขาก็ยังไม่ละความพยายาม ใช้วิธีเดิมอีกครั้ง ก็ยังคงเข้าแม้แต่ประตูโรงพยาบาลไม่ได้
ผมเองก็เพิ่งเคยเจอสถานการณ์พิลึกแบบเขานี่แหละ เพิ่งจะเข้าโรงพยาบาลได้แค่สองวันก็ถูกโรงพยาบาลขึ้นบัญชีดำ คาดว่าทั่วทั้งประเทศคงมีแค่เขานี่แหละที่เป็นกรณีพิเศษ
“ฮ่า ๆ ๆ อย่าไปพูดถึงเลย เจ้านี่แอบปีนกำแพงเข้ามา” หลิวเฉิงวางกล่องข้าวเก็บความร้อนลงบนตู้ข้างเตียง พูดพลางหัวเราะ
ผมถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ถามจางเทียนหลิงว่าจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ แค่เพื่อพยาบาลสาว ๆ ในโรงพยาบาล ถึงกับต้องทุ่มเทขนาดนี้
“ไม่ใช่ ๆ” เขายกนิ้วชี้ขึ้นมาส่ายไปมา
จากนั้นก็พูดอย่างหน้าไม่อายว่า ที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะเป็นห่วงผม อยากมาดูว่าผมฟื้นตัวเป็นยังไงบ้าง ไม่ใช่เพราะพยาบาลสาว ๆ ในโรงพยาบาลอย่างแน่นอน
เมื่อได้ยินดังนั้น ผมกับหลิวเฉิงต่างก็กลอกตาใส่เขา คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อคำพูดเขา
“ฉันเชื่อนายก็ผีแล้ว นักพรตลามก ร้ายกาจจริง ๆ” หลิวเฉิงอดไม่ได้ที่จะแขวะ
จางเทียนหลิงถอนหายใจ ทำหน้าเจื่อน ๆ “เฮ้อ ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของนักพรตอย่างฉันถูกพวกนายสองคนทำลายหมดแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนายเรียกฉันว่านักพรตลามกทั้งวัน พยาบาลสาว ๆ ก็คงไม่กลัวฉันขนาดนี้”
“เหอะ ๆ!” ผมกับหลิวเฉิงหัวเราะเยาะใส่หน้าเขา ขี้เกียจจะเสวนาด้วย
ในตอนนั้นเอง ด้านนอกห้องพักผู้ป่วยก็เกิดความโกลาหลขึ้น ดูเหมือนจะมีคนจำนวนไม่น้อยกำลังวิ่งมาทางนี้
“ฉันไม่ได้ตาฝาดแน่ คนที่ปีนกำแพงเข้ามาคือนักพรตคนนั้น” มีคนพูดขึ้นข้างนอก เสียงค่อย ๆ ดังใกล้เข้ามา
จากนั้นก็มีคนพูดอีกว่า “เมื่อกี้มีคนเห็นเขาเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยทางนั้น”
เห็นได้ชัดว่า เรื่องที่จางเทียนหลิงปีนกำแพงเข้ามาในโรงพยาบาลถูกจับได้เสียแล้ว ตอนนี้คนของโรงพยาบาลกำลังจะมาจับเขา
“เฮ้ย! ฉันถูกจับได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ พี่หลิว ไม่ใช่นายแอบไปฟ้องใช่ไหม?” จางเทียนหลิงตกใจมาก สงสัยว่าเป็นหลิวเฉิงที่หักหลังตัวเอง
หลิวเฉิงตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์สองคำ “ประสาท!”
ในตอนนี้ คนที่โรงพยาบาลส่งมาก็ตามมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วยของผมแล้ว พอเห็นจางเทียนหลิงอยู่ในห้อง ก็ตะโกนลั่น “นั่นไง เขานั่นแหละ”
จากนั้นคนกลุ่มหนึ่งก็กรูกันเข้ามาในห้อง เตรียมจะจับตัวจางเทียนหลิง
“แย่ล่ะ ฉันเผ่นก่อนนะ” จางเทียนหลิงทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง หันไปเปิดหน้าต่างแล้วกระโดดลงไป
โชคดีที่ห้องพักผู้ป่วยของผมอยู่ชั้นสอง ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาจะหนีไปทางไหน
คนของโรงพยาบาลพวกนั้นวิ่งไปที่หน้าต่าง เตรียมจะกระโดดตามลงไป แต่พอมองประเมินความสูงอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจล้มเลิก
“ไป ตามลงไปข้างล่าง!” ทันใดนั้น คนกลุ่มนั้นก็หันหลังวิ่งออกจากห้องพักผู้ป่วยเพื่อไล่ตามจางเทียนหลิงต่อไป
ตลอดเหตุการณ์ ผมกับหลิวเฉิงต่างกุมหน้าไม่พูดอะไร อับอายขายขี้หน้าเกินไปจริง ๆ
เพราะจางเทียนหลิง ผมเลยกลายเป็นคนดังในสายตาพยาบาลในโรงพยาบาลไปด้วย ไม่ว่าพยาบาลคนไหนจะมาที่ห้องพักผู้ป่วยของผม ประโยคแรกที่ทักต้องเป็น “นักพรตปากหวานคนนั้นคือเพื่อนคุณเหรอคะ?”
ทุกครั้งที่พวกเธอพูดแบบนี้ ผมก็ได้แต่ยิ้มแหย ๆ ไม่พูดอะไร ได้แต่ก่นด่านักพรตลามกจางเทียนหลิงในใจอย่างหนักหน่วง
วันเวลาที่พักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลช่างน่าเบื่อหน่าย อยากจะฝึกฝน แต่ในโรงพยาบาลมีคนพลุกพล่าน ผมทำได้เพียงแอบฝึกฝนเงียบ ๆ ช่วงกลางดึกอยู่ครู่หนึ่งเท่านั้น
ดังนั้น เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันของผม ถ้าไม่โทรหาจ้าวอี้เฟย ก็ส่งวีแชตคุยกับเธอ
ตอนแรกจ้าวอี้เฟยก็ดีใจมาก แต่ไม่นานเธอก็สังเกตเห็นความผิดปกติ ถามผมว่าช่วงนี้ทำไมจู่ ๆ ถึงมีเวลาคุยกับเธอเยอะแยะ
ผมไม่กล้าบอกเธอว่าตัวเองนอนแหง็กอยู่ในโรงพยาบาล ทำได้เพียงบอกว่าไม่ได้เจอเธอนาน เลยคิดถึงเธอ
เธอถูกผมหยอดจนหัวเราะคิกคักไม่หยุดในโทรศัพท์ ไม่ได้สงสัยอะไร บอกว่าเธอเองก็คิดถึงผมเหมือนกัน
เราสองคนกำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน เนื้อหาที่คุยกันในแต่ละครั้งเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้คนข้าง ๆ รู้สึกเลี่ยน ถ้าตอนที่ผมโทรศัพท์คุยกันแล้วหลิวเฉิงอยู่ด้วย เขาจะต้องส่งสายตาตัดพ้อและอิจฉามาให้ผมแน่ ๆ
ช่วงที่อยู่โรงพยาบาล ส่วนใหญ่จะเป็นหลิวเฉิงกับหลี่เหยียนที่คอยเฝ้าผม ผมกำชับเป็นพิเศษว่าไม่ต้องให้พวกแม่มาทุกวัน เพราะถ้าเธอมาเมื่อไหร่ ก็เลี่ยงไม่ได้ที่ผมจะต้องโดนวิจารณ์และบ่นอีกชุดใหญ่
หลังจากผมพักฟื้นที่โรงพยาบาลได้ครึ่งเดือน ก็ฟื้นตัวได้เจ็ดแปดส่วนแล้ว การรักษาของโรงพยาบาล ประกอบกับการทำงานของปราณในร่างกาย ทำให้ซี่โครงสองซี่ที่หักของผมกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม
พอผมเสนอว่าจะออกจากโรงพยาบาล พวกแม่ก็คัดค้านอย่างหนัก คิดว่าผมฝืนทน จะฟื้นตัวเร็วขนาดนั้นได้ยังไง
ด้วยความจนปัญญา ผมทำได้เพียงขอให้หมอมาจัดตารางตรวจเช็กการฟื้นตัวให้ ตอนแรก ท่าทีของหมอก็เหมือนกับพวกแม่ คิดว่าการที่ผมจะออกจากโรงพยาบาลเป็นเรื่องไร้สาระ
แต่พอผลตรวจออกมา เขาก็อึ้งไปเลย ในปากพึมพำแต่คำว่า มหัศจรรย์ ไม่น่าเชื่อ อะไรทำนองนี้ไม่หยุด
เพราะผลตรวจระบุว่าผมหายเป็นปกติโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรเลย
“เป็นหมอมาตั้งหลายปี พลังฟื้นตัวแบบคุณนี่ผมไม่เคยได้ยินไม่เคยได้เห็นมาก่อนเลยจริง ๆ” หมออดไม่ได้ที่จะพูดกับผม
ผมยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เพราะผมไม่ใช่คนธรรมดา การฟื้นตัวเร็วจึงเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว
พอได้คำยืนยันจากหมอ พวกแม่ถึงยอมให้ผมออกจากโรงพยาบาล แต่ก็ยังบังคับให้ผมพักฟื้นเงียบ ๆ อยู่ที่บ้านอีกสองสามวัน
เพื่อที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานนี้ ผมทำได้เพียงตอบตกลง ผมเบื่อโรงพยาบาลเต็มทีแล้วจริง ๆ
พอกลับถึงบ้าน ผมไม่เห็นจางเทียนหลิง เลยถามหลิวเฉิงว่าเขาไปไหน
หลิวเฉิงบอกผมว่า เขาก็ไม่เห็นจางเทียนหลิงมาสองวันแล้วเหมือนกัน
“นักพรตลามกนั่น สงสัยแอบหนีไปหาผู้หญิงที่ไหนอีกแล้ว” หลิวเฉิงกระซิบข้างหูผม ทำท่าทางเหมือนว่า ‘นายยังไม่ชินอีกเหรอ’
เพราะเรื่องพลังปราณเพลิงหยาง ผมก็เลยขี้เกียจไปสนใจจางเทียนหลิงมากนัก ถึงเวลาเขาก็คงกลับมาเอง
ในวันที่สองหลังจากผมออกจากโรงพยาบาลกลับมาอยู่บ้าน เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าคนนั้นที่เคยเผชิญหน้ากับทรงภพด้วยกันที่ตึกร้าง ก็มาเยี่ยมเยียนที่บ้านอย่างกะทันหัน
การมาโดยไม่มีธุระย่อมไม่ใช่เรื่องปกติ ดูเหมือนว่าเขาจะมีเรื่องอะไรบางอย่างอยากขอให้ผมช่วย