เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 292 กายทองแดงกระดูกเหล็ก

บทที่ 292 กายทองแดงกระดูกเหล็ก

บทที่ 292 กายทองแดงกระดูกเหล็ก


ในตอนนี้ ภายนอกของกัวตงดูไม่ต่างจากคนทั่วไป แต่ความจริงแล้ว ทั่วทั้งร่างของเขากลับแผ่ไอชั่วร้ายอันน่าสะพรึงกลัวที่คนทั่วไปมองไม่เห็นออกมา ราวกับมีควันดำหนาทึบพวยพุ่งออกมาจากตัวตลอดเวลา

ในที่นี้มีเพียงผมกับจางเทียนหลิงเท่านั้นที่มองเห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวนี้ พวกเราทั้งคู่ต่างขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเคร่งขรึม

“แกเป็นทรงภพ หรือกัวตงกันแน่?” พานกั๋วซินจ้องมองกัวตงที่อยู่ตรงข้ามอย่างเย็นชา ถามเสียงเข้ม

มุมปากของกัวตงยกขึ้น เผยสีหน้าหยิ่งผยอง “เรื่องนี้ยังต้องถามอีกเหรอ?”

พวกพานกั๋วซินต่างหน้าเครียดลง รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าไม่ใช่กัวตงอีกต่อไปแล้ว

“ไอ้ทรงภพเวรตะไล แกยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า รีบปล่อยตัวน้องเหยียนมาเดี๋ยวนี้” หลิวเฉิงมองหลี่เหยียนที่กำลังร้องไห้ขณะถูกมัดติดกับเสาอิฐแล้วรู้สึกสงสารจับใจ เขาโกรธจนสบถด่าทรงภพ สั่งให้มันปล่อยคน

ทรงภพหัวเราะเยาะ พลางหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมา แล้วเริ่มทำท่าทางกรีดไปมาบนลำคอและแก้มขาวเนียนของหลี่เหยียน “การศึกไม่หน่ายเล่ห์ แกนี่พูดอะไรโง่ ๆ พวกแกทำฉันเจ็บปวดขนาดนี้ ครั้งนี้ฉันจะทำให้พวกแกทุกคนตายแบบไม่มีที่ฝังศพ”

การกระทำนี้ทำให้หลี่เหยียนตกใจจนหน้าซีดเผือด ใบหน้าขาวซีด ตัวสั่นไม่หยุด

“วางมีดลง!” ทุกคนตกใจ

ส่วนผมกำหมัดแน่น ตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “ทรงภพ แกมันอวดดี!”

ถ้ามันกล้าทำร้ายหลี่เหยียนแม้แต่ปลายเล็บ ผมจะฉีกร่างมันเป็นหมื่น ๆ ชิ้นแน่นอน

ดูเหมือนจะพอใจกับปฏิกิริยาของพวกเรา ทรงภพหัวเราะออกมาอย่างลำพองใจ

“เฮ้อ!” จางเทียนหลิงถอนหายใจ กล่าวช้า ๆ “นี่แกจะทรมานตัวเองไปทำไม ถึงกับยอมทำให้ตัวเองอยู่ในสภาพไม่เป็นคนไม่เป็นผีแบบนี้”

แม้ว่าทรงภพจะดูเหมือนคนทั่วไป แต่ความจริงแล้วเขาคือศพผีดิบ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นศพผีดิบที่อยู่เหนือกว่าศพผีดิบทั่วไปมาก

“เลิกพูดไร้สาระซะ ก็ไม่ใช่เพราะพวกแกทั้งหมดเหรอ วันนี้พวกแกต้องตายที่นี่ อย่าหวังว่าใครจะมีชีวิตรอดออกไปได้” ดวงตาของทรงภพเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด พูดเสียงกร้าว

ในขณะนั้น เสียงไซเรนก็ดังขึ้นมาจากนอกตึกร้าง ดูเหมือนว่าพวกเจียงฮ่าวและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจะมาถึงแล้ว

“ทรงภพ คนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมาถึงแล้ว แกยังไม่รีบยอมจำนนอีก!” พานกั๋วซินข่มขู่ทรงภพ

คำพูดนี้กลับเรียกเสียงเยาะเย้ยจากทรงภพ “น่าขำ คิดว่าตอนนี้ฉันจะเห็นพวกปลายแถวอย่างพวกแกอยู่ในสายตาเหรอ?”

ในใจผมสงสัย ถ้าทรงภพอยากจะแก้แค้นผม แล้วทำไมถึงจงใจล่อคนมากมายมาที่นี่ หรือว่าเขามีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง?

“พี่หลี่!” ในตอนนี้ พวกของเจียงฮ่าวไม่กี่คนกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาในตึกร้างแล้ว

เมื่อเห็นพวกเรามากมายมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายก็ค่อนข้างประหลาดใจ

พอพวกเจียงฮ่าวเห็นหลี่เหยียนถูกมัดติดกับเสาอิฐ สีหน้าก็พลันซีดเผือด ร้องตะโกนออกมา “เสี่ยวเหยียน!”

เจียงฮ่าวยิ่งมีอารมณ์พลุ่งพล่าน ถึงกับคิดจะพุ่งเข้าไปช่วยหลี่เหยียน

โชคดีที่จางเทียนหลิงกับหลิวเฉิงตาไวมือไว รั้งตัวเขาไว้ได้ทัน

“เจ้าหนู ใจเย็น ๆ นายพุ่งเข้าไปก็เท่ากับไปตายเปล่า” จางเทียนหลิงเริ่มเกลี้ยกล่อม

เพื่อนของหลี่เหยียนอีกสองสามคนก็ตกใจกลัวจนตัวสั่น มีผู้หญิงสองคนถึงกับร้องไห้ออกมา

“เขาคือกัวตงผู้ต้องสงสัยที่กำลังถูกประกาศจับไม่ใช่เหรอ?!” เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจำกัวตงได้ ต่างก็ตกใจอย่างมาก

จากนั้นทุกคนก็ชักปืนพกออกมา เล็งไปที่ทรงภพซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และสั่งให้พวกเราถอยไป

“เรื่องที่เหลือให้พวกเราจัดการ พวกคุณถอยไป” เจ้าหน้าที่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้าพูดขึ้น

น่าเสียดาย ทรงภพเป็นศพผีดิบไม่ใช่คนเป็น ไม่กลัวปืนพกของพวกเขาเลยสักนิด

“ไม่ได้ผลหรอก กระสุนยิงเขาไม่ตาย” ผมยืนอยู่ที่เดิม พูดขึ้น

หลิวเฉิงและพวกพานกั๋วซินก็พยักหน้าเห็นด้วยซ้ำ ๆ บอกว่าทรงภพไม่ใช่คน

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหลายคนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็ขมวดคิ้ว “เขาไม่ใช่คน แล้วเป็นอะไร?”

“เป็นศพผีดิบ เป็นสิ่งอัปมงคลที่ไม่ใช่ทั้งคนและผี!” จางเทียนหลิงตอบ

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหลายคนแสดงสีหน้าแปลก ๆ ออกมาทันที เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของพวกเรา

“พูดจาเหลวไหล! พวกคุณรีบถอยไป ถ้ายังพูดจาหลอกลวงผู้คนอีก ระวังผมจะจับนักพรตจอมปลอมอย่างคุณไปด้วย” เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้ามองว่าจางเทียนหลิงเป็นนักพรตจอมปลอมที่หลอกลวงชาวบ้านไปแล้ว

จางเทียนหลิงถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่เงียบไป

“อย่ายิง ผมยอมแพ้!” ทันใดนั้น ทรงภพที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้น

พวกเราประหลาดใจ ไม่รู้ว่าทรงภพคิดจะเล่นไม้ไหนกันแน่

ไม่นึกว่าทรงภพจะยอมประนีประนอมและยอมจำนนง่ายดายขนาดนี้ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายหลายคนต่างดีใจอย่างมาก และก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชายสองคนเข้าไปสวมกุญแจมือทรงภพ เจ้าหน้าที่ชายทั้งสองพยักหน้า ใช้ปืนเล็งไปที่ทรงภพพลางค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเขาอย่างระมัดระวัง

“บ้าเอ๊ย มันกำลังเล่นละครอะไรอยู่?” หลิวเฉิงงงไปหมด ไม่ค่อยเข้าใจนัก

พวกพานกั๋วซินก็มีสีหน้าสงสัยเช่นกัน

ในตอนนั้น ผมสังเกตเห็นมุมปากของทรงภพยกขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย

“ระวัง โดนหลอกแล้ว!” ผมตกใจมาก รีบเตือนเจ้าหน้าที่ชายสองคนที่กำลังเดินเข้าไปหาทรงภพ

ทว่าทุกอย่างสายเกินไปเสียแล้ว สิ้นเสียงของผม สีหน้าของทรงภพก็เปลี่ยนเป็นดุร้าย เขาชกหมัดออกไปในอากาศอย่างแรงใส่ตำรวจนายหนึ่งทันที

เจ้าหน้าที่คนนั้นยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ก็ถูกหมัดที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศของทรงภพซัดจนร่างแหลกสลาย เลือดและชิ้นส่วนร่างกายสาดกระเซ็นไปทั่ว

ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคนที่อยู่ข้าง ๆ ก็โดนพลังหมัดอันน่าสะพรึงกลัวซัดกระเด็นจนล้มลงกับพื้น ร้องโอดโอยไม่หยุด

“ฮ่า ๆ ๆ!” ทรงภพแหงนหน้าหัวเราะลั่น ดูเหมือนจะสนุกกับการหลอกปั่นหัวคนแบบนี้

เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า พอได้สติกลับมา ก็พากันกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก

“อ๊า!”

ทุกคนหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับทนไม่ไหวอาเจียนออกมา

“เวรเอ๊ย ต่อยหมัดเดียวในอากาศก็ซัดคนจนเละเป็นชิ้น ๆ โคตรโหด!” หลิวเฉิงก็ตกใจไม่น้อย พูดอย่างหวาดผวา

“ยิง!” เมื่อเห็นสภาพการตายอันน่าสยดสยองของเพื่อนร่วมงาน เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าก็ทั้งโกรธทั้งอับอายจนขาดสติ ตะโกนลั่น

เจ้าหน้าที่หลายคนจึงพากันระดมยิงใส่ทรงภพอย่างไม่ปรานี ชั่วขณะนั้น เสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันไม่ขาดสายในตึกร้าง

ไม่นาน เสียงปืนก็หยุดลง สถานการณ์ตรงหน้าทำให้เหล่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายพากันอึ้งไปเลย

“เป็น เป็นไปได้ยังไง?” เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้า จ้องมองทรงภพที่ยืนอยู่อีกฝั่งอย่างปลอดภัยด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

ในดวงตาของเขามีทั้งความสงสัย ความตกตะลึง แต่ที่มากกว่านั้นคือความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้ง

เห็นทรงภพยืนอยู่ที่เดิมอย่างสบาย ๆ ที่พื้นใต้เท้าเต็มไปด้วยกระสุน เสื้อผ้าทั่วตัวของเขาเต็มไปด้วยรูกระสุน แต่ร่างกายกลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย กระสุนไม่ทิ้งร่องรอยไว้บนผิวหนังของเขาเลยด้วยซ้ำ

“สัตว์ประหลาด มันคือสัตว์ประหลาด” แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย แต่ในตอนนี้ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

เมื่อกี้พวกเขายิงไปตั้งหลายนัด ถ้าเป็นคนธรรมดาคงถูกยิงจนพรุนไปทั้งตัวแล้ว แต่ทรงภพกลับไม่เป็นอะไรเลย คนโง่ก็รู้ว่านี่มันไม่ปกติ

“บอกแล้วไงว่ากระสุนยิงเขาไม่ตาย” จางเทียนหลิงส่ายหน้าอย่างจนใจ

ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายดึงดันไม่ยอมฟังคำเตือน เจ้าหน้าที่ชายคนนั้นก็คงไม่ตายอย่างน่าอนาถแบบนี้

“ทำไมล่ะ เขาเป็นตัวอะไรกันแน่?” เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้า มือที่ถือปืนสั่นไม่หยุด หันมาถามผมอย่างหวาดผวา

ผมทำหน้าเคร่งขรึม พูดช้า ๆ “เขาคือศพผีดิบ คล้ายกับเจียงซือ(ผีดิบจีน)ที่พวกเราในประเทศมักพูดถึงกัน”

“เจียงซือ!?” พวกเขาอึ้งไปอีกครั้ง ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าสิ่งที่ปรากฏแต่ในหนัง จะมีอยู่จริงบนโลกนี้

“ดูจากความสามารถของเขาในตอนนี้ เกรงว่าน่าจะเทียบเท่ากับระดับเจียงซือขน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

หลิวเฉิงประหลาดใจมาก ถามผมว่าเจียงซือมีระดับด้วยเหรอ

“แน่นอน” ผมพยักหน้า “เจียงซือแบ่งออกเป็นแปดระดับ เจียงซือม่วง เจียงซือขาว เจียงซือเขียว เจียงซือขน เจียงซือบิน ศพเคลื่อนที่ ศพซุ่มซ่อน และกระดูกไม่สลาย ที่เรียกว่าเจียงซือขน ก็คือเจียงซือที่ตามร่างกายมีขนงอกออกมา ขึ้นชื่อเรื่องกายทองแดงกระดูกเหล็ก ยิ่งบำเพ็ญเพียรสูง ร่างกายก็ยิ่งแข็งแกร่ง เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ว่องไว กระโดดข้ามหลังคาขึ้นต้นไม้ เคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งเหินบิน เริ่มไม่กลัวไฟธรรมดา แม้กระทั่งไม่กลัวแสงแดด”

แม้ทรงภพจะเป็นศพผีดิบ แต่ความสามารถก็ใกล้เคียงกับระดับเจียงซือขนในบรรดาเจียงซือ รับมือได้ยากลำบากมาก

“กายทองแดงกระดูกเหล็ก มิน่าล่ะถึงโดนกระสุนไปตั้งเยอะแยะก็ยังไม่เป็นอะไร” หลิวเฉิงพูดอย่างเกรงกลัว

ในตอนนี้ ทรงภพก็พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเย็นชา “พวกแกแสดงจบแล้ว ทีนี้ก็ตาฉันบ้าง”

พูดจบ เขาก็หยิบถุงผ้าที่เขียนยันต์ประหลาดไว้เต็มไปหมดออกมาใบหนึ่ง แล้วโยนขึ้นไปในอากาศ

จบบทที่ บทที่ 292 กายทองแดงกระดูกเหล็ก

คัดลอกลิงก์แล้ว