- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 274 โหดเหี้ยมอำมหิต
บทที่ 274 โหดเหี้ยมอำมหิต
บทที่ 274 โหดเหี้ยมอำมหิต
ทันทีที่ห้านิ้วอสนีบาตปรากฏ อสนีบาตสายหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ทารกผีที่ถูกค่ายกลแปดทิศจองจำหยินผนึกการเคลื่อนไหวไว้อย่างรวดเร็ว
จางเทียนหลิงพอเห็นผมใช้ห้านิ้วอสนีบาตก็มีสีหน้าตกตะลึง “คุณเป็นซินแสฮวงจุ้ย กลับรู้วิชาอสนีบาตที่ร้ายกาจขนาดนี้ได้ยังไง!?”
ที่เขาจะประหลาดใจก็เป็นเรื่องธรรมดา ถึงอย่างไรวิชาอสนีบาตโดยทั่วไปก็นับเป็นวิชาของสำนักเต๋า
ผมไม่ได้อธิบายกับเขา ตั้งสมาธิจ้องมองทารกผีที่อยู่กลางอากาศ
ทารกผีมีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่น่าเชื่อว่าในจังหวะที่อสนีบาตฟาดลงบนร่าง มันกลับสลายตัวกลายเป็นไอหยินสีดำกระจัดกระจายไปในทันที ทำให้การโจมตีของห้านิ้วอสนีบาตถูกสลายไป
ผมขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าทารกผีที่จำแลงกายมาจากไอหยินตนนี้จะฉลาดขนาดนี้
ไอหยินสีดำที่สลายไปกลายร่างเป็นอสรพิษล่องลอยหลายสาย พุ่งไปยังประตูห้องทำงานอย่างรวดเร็ว คิดจะหนีออกจากที่นี่
ในค่ายกลแปดทิศจองจำหยิน ทารกผีตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ได้เปรียบ
ประกอบกับภูเขาจำลองคริสตัลสีม่วงที่ชั้นหนึ่งถูกย้ายออกไป ตำแหน่งเฉียนฟื้นฟูพลังหยางที่ควรจะมีกลับคืนมา รูปปั้นปี่เซียะในห้องน้ำตำแหน่งเฉียนก็กำลังแสดงผล สภาวะหยินรุ่งเรืองหยางเสื่อมถอยของศูนย์อาบอบนวดเทียนเฉาทั้งหมดกำลังอ่อนแอลง
ผลของสถานที่รวมหยินซ่อนหยินแย่ลง ทารกผีสูญเสียผู้ช่วยที่ดีที่สุดไป ลี่ลี่คงจะคาดไม่ถึงในจุดนี้เช่นกัน
ไอหยินสีดำหลายสายพุ่งชนเข้ากับประตูห้องทำงานของกัวตง ก็ถูกกำแพงแสงของค่ายกลแปดทิศจองจำหยินสกัดกั้นไว้ในทันที ไม่สามารถหนีออกไปได้
ไอหยินสีดำไม่ยอมแพ้ หันตัวพุ่งไปยังหน้าต่างฝั่งตรงข้ามแทน แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิม ถูกกำแพงแสงของค่ายกลสกัดกั้นเส้นทางไว้
ก่อนหน้านี้ผมก็เคยพูดแล้วว่าค่ายกลแปดทิศจองจำหยินขอเพียงเปิดใช้งาน วิญญาณชั่วร้ายสิ่งอัปมงคลทั้งหมดเข้ามาได้เพียงอย่างเดียว ออกไปไม่ได้
ทารกผีถึงแม้จะดุร้ายมาก แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะบุกทะลวงค่ายกลแปดทิศจองจำหยิน
ไอหยินสีดำส่งเสียงคำรามอย่างเกรี้ยวกราด ระบายอารมณ์ด้วยการเริ่มพลุ่งพล่านไปทั่วห้องทำงาน
เมื่อมองดูไอหยินที่เหมือนงูสีดำหลายตัวกำลังพลุ่งพล่านไปทั่ว พวกกัวตงก็หวาดผวาอย่างยิ่ง กอดหัวตัวสั่นงันงก
“สมกับเป็นเด็กน้อยจริง ๆ ก่อเรื่องเก่งซะเหลือเกิน” จางเทียนหลิงมองไอหยินที่พลุ่งพล่านไปทั่วและคำรามอย่างเกรี้ยวกราด พลางกล่าวขึ้น
หลิวเฉิงอุดหู อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ไอ้บ้าเอ๊ย เด็กบ้านไหนมันจะดุร้าย น่ากลัวขนาดนี้ ข้ารับรองเลยว่าจะอัดให้ยับ”
ดูท่าทางขี้ขลาดของเขานั่นสิ ก็กล้าปากดีแค่ตอนอยู่ในค่ายกลแผนผังไท่จี๋เท่านั้นแหละ
ในตอนนี้ ไอหยินที่พลุ่งพล่านไปมาก็รวมตัวกันอีกครั้ง กลับคืนสู่รูปลักษณ์ของทารกผี
ทารกผีลอยอยู่กลางอากาศ แยกเขี้ยวเคี้ยวกรามจ้องมองพวกเราอย่างโกรธแค้น อยากจะฉีกร่างพวกเราหลายคนออกเป็นชิ้น ๆ
ผมประสานมุทรากระตุ้นค่ายกลแปดทิศจองจำหยินอีกครั้ง ค่ายกลยังคงส่องแสงสว่างไสว ทารกผีถูกค่ายกลกดดันและจองจำไว้อีกครั้ง
ทารกผีที่ขยับตัวไม่ได้อยู่กลางอากาศ ส่งเสียงคำรามที่น่าขนลุกออกมา ผมเพิ่มพลังในการกระตุ้นค่ายกล ครั้งนี้ทารกผีไม่สามารถสลายตัวเป็นไอหยินเหมือนเมื่อครู่ได้แล้ว
จากนั้นผมก็รวบรวมฝ่ามืออสนีบาตไว้บนมือ พอสัมผัสได้ว่าพลังของฝ่ามืออสนีบาตเพียงพอแล้ว ผมก็ซัดฝ่ามืออสนีบาตออกไป พร้อมกันนั้นก็ซัดยันต์สะกดพลังชั่วร้ายออกไปแผ่นหนึ่งด้วย
พอถูกฝ่ามืออสนีบาตและยันต์สะกดพลังชั่วร้ายโจมตีพร้อมกัน ทารกผีก็ส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนาออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นก็ค่อย ๆ สลายไป
รอจนสัมผัสถึงไอพลังของทารกผีไม่ได้แล้ว ยืนยันว่าร่างแยกไอหยินนี้ถูกกำจัดไปแล้ว ผมถึงได้ยกเลิกค่ายกลแปดทิศจองจำหยิน และเก็บค่ายกลแผนผังไท่จี๋ที่ปกป้องพวกเราอยู่
ในตอนนี้ อุณหภูมิในห้องทำงานก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ ภายใต้การพัดกระหน่ำของลมหยินเมื่อครู่ ในห้องทำงานจึงดูเละเทะไปบ้าง
กัวตงยังคงขวัญหนีดีฝ่ออยู่บ้าง สายตากวาดมองไปรอบ ๆ พอไม่เห็นร่องรอยของทารกผีแล้ว ถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ปรมาจารย์หลี่ ทารกผีตายแล้วเหรอครับ?” เขาถามผมอย่างประหม่า
ผมบอกเขาว่า ที่ถูกกำจัดไปเป็นเพียงร่างแยกที่จำแลงกายมาจากไอหยินของผีเด็ก ไม่ใช่ผีเด็กตัวจริง
“หา!?” สีหน้าของกัวตงพลันเปลี่ยนเป็นหวาดผวาอีกครั้งในทันที “งั้นผีเด็กยังอยู่ที่นี่เหรอครับ?”
จางเทียนหลิงส่ายหน้า บอกว่าลี่ลี่ตัวจริงกับผีเด็กเกรงว่าคงจะไม่ได้มาที่ศูนย์อาบอบนวดเทียนเฉา ตอนนี้ที่นี่ปลอดภัยแล้ว
“งั้นก็ดีแล้วครับ งั้นก็ดีแล้ว” กัวตงตบหน้าอก ท่าทางวางใจ
ผมหัวเราะอย่างขมขื่น บอกว่านี่ไม่ดีเลยสักนิด ที่นี่ไม่มีปัญหาแล้ว แต่เรื่องกลับยุ่งยากมากขึ้น
“พอรู้ว่าตัวเองถูกเปิดโปงแล้ว ลี่ลี่จะต้องไม่ยอมปรากฏตัวง่าย ๆ อีกแน่นอน” ผมทำหน้าขรึมพูด
อีกทั้งวิธีการเมื่อครู่ก็เหมือนกับวิชาของผู้ใช้วิชาอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวลี่ลี่เองที่เป็นผู้ใช้วิชา หรือว่าเบื้องหลังของเธอยังมีผู้ใช้วิชาที่ยังไม่ปรากฏตัวซ่อนอยู่
ฮั่วเหวินเฉินเดินไปอยู่ข้าง ๆ เสี่ยวฟางที่ล้มอยู่บนพื้นแล้ว ยื่นมือไปอังจมูกดู จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “คนตายแล้วครับ”
“นังลี่ลี่มันสมควรตาย!” กัวตงโกรธจนสบถด่าออกมา
หลิวเฉิงถามผมว่าตอนนี้จะทำอย่างไร ผมขมวดคิ้วมองไปทางกัวตง
“ผู้จัดการกัว เมื่อวานผมให้คุณไปหาคนสืบประวัติของลี่ลี่อย่างละเอียด ผลเป็นอย่างไรบ้างครับ?” ตอนนี้ผมต้องยืนยันว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ลี่ลี่จะเป็นผู้ใช้วิชา
“ผมส่งคนไปสืบแล้วครับ ประวัติของเธอไม่มีอะไรพิเศษ ก็แค่เด็กสาวที่ออกมาจากชนบทเพื่อสู้ชีวิต ที่บ้านนอกจากพ่อแม่แล้วก็ไม่มีคนอื่นครับ” กัวตงตอบผม
ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ๆ ความเป็นไปได้ที่ตัวลี่ลี่เองจะเป็นผู้ใช้วิชาก็ไม่มากนัก เกรงว่าเบื้องหลังของเธอคงจะมีผู้ใช้วิชาที่พวกเราไม่รู้จักอยู่
วิธีการก่อนหน้านี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนที่เพิ่งมาเรียนรู้ทีหลังจะมีได้ เพราะฉะนั้นผมถึงกล้ายืนยันว่ามีความเป็นไปได้แปดเก้าส่วนที่จะมีผู้ใช้วิชาคนอื่นอยู่
“ดูท่าว่าจะมีผู้ใช้วิชาคอยช่วยลี่ลี่อยู่” จางเทียนหลิงพูด ความคิดคล้ายกับผม
ในตอนนี้ ดูเหมือนฮั่วเหวินเฉินจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบพูดว่า “ปรมาจารย์หลี่ ผมได้ยินมาจากปากของพนักงานรักษาความปลอดภัยสองสามคนว่า เมื่อวานตอนที่เสี่ยวฟางออกจากร้านไป ดูเหมือนจะแอบเอาอะไรบางอย่างไปด้วยครับ”
ผมขมวดคิ้ว ถามเขาว่าพอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านเมื่อวานได้ไหม
“ได้ครับ” ฮั่วเหวินเฉินพยักหน้า นำพวกเราไปยังห้องควบคุมกล้องวงจรปิด
พอมาถึงห้องควบคุมกล้องวงจรปิด ฮั่วเหวินเฉินก็เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าร้านเมื่อคืนนี้ด้วยตัวเอง พวกเราเห็นเสี่ยวฟางกำลังกอดของสิ่งหนึ่งที่ห่อด้วยผ้าสีดำไว้จริง ๆ สีหน้ารีบร้อนเดินจากไป
แม้แต่การ์ดสองสามคนที่หน้าประตูพูดทักทายกับเธอ เธอก็ไม่สนใจ
“เธอถืออะไรไปน่ะ?” หลิวเฉิงถามอย่างสงสัย
จางเทียนหลิงขมวดคิ้ว พูดช้า ๆ “เกรงว่าคงจะเป็นผีเด็กที่ลี่ลี่เลี้ยงไว้”
“อะไรนะครับ!?” พวกกัวตงชะงักไป
ผมให้ฮั่วเหวินเฉินเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดด้านนอกห้องพักของลี่ลี่เมื่อคืน ไม่นานพวกเราก็เห็นเสี่ยวฟางปรากฏขึ้นบนหน้าจอจริง ๆ เธอมองไปรอบ ๆ พอเห็นว่าไม่มีคนถึงได้แอบเดินเข้าไปในห้องพักของลี่ลี่
ประมาณสิบนาทีต่อมา ในมือของเธอก็กอดของที่ห่อด้วยผ้าสีดำไว้ เดินออกจากห้องพักของลี่ลี่ไปโดยไม่หันกลับมามอง
“เป็นอย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะตอนที่พวกเราไปถึงห้องพักถึงได้ไม่เจออะไรเลย ที่แท้ก็ถูกเธอชิงตัดหน้าไปก่อน เอาผีเด็กที่ลี่ลี่เลี้ยงไว้ออกไปแล้ว” จางเทียนหลิงหรี่ตาพูด
เรื่องราวชัดเจนแล้ว ก่อนหน้านี้ผมก็เคยพูดแล้วว่าลี่ลี่จัดฉากศูนย์อาบอบนวดเทียนเฉาให้กลายเป็นสถานที่รวมหยินซ่อนหยิน จุดประสงค์ก็เพื่อที่จะเลี้ยงดูผีเด็กได้ดียิ่งขึ้น มอบสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมที่สุดในการดำรงอยู่ให้กับผีเด็ก
ศูนย์อาบอบนวดเทียนเฉาจะต้องเป็นสถานที่ที่เธอใช้วางและเลี้ยงดูผีเด็กอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อวานผมถึงได้พาพวกเขาไปหาที่ห้องพักของลี่ลี่
“ลี่ลี่คนนี้โหดเหี้ยมจริง ๆ ด้วย ถึงกับฆ่าคนบ้านเดียวกันที่ช่วยเหลือตัวเองได้ลงคอ” หลิวเฉิงขุ่นเคืองเล็กน้อยขณะสบถด่าออกมา
คาดว่าเสี่ยวฟางเองก็คงจะถูกลี่ลี่หลอกเช่นกัน และคงไม่คิดว่าลี่ลี่จะโหดเหี้ยมอำมหิตถึงขนาดฆ่าตัวเอง
“ผู้จัดการกัว อพาร์ตเมนต์ที่ลี่ลี่ซื้อใหม่อยู่ที่ไหน? รีบพาพวกเราไปเดี๋ยวนี้เลยครับ” ผมมองไปทางกัวตงแล้วถาม
ในตอนนี้ พวกเราทำได้เพียงรีบหาตัวลี่ลี่ให้พบโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อไป
หลังจากกัวตงสั่งการบางอย่างแล้ว ก็พาพวกเราออกจากศูนย์อาบอบนวดเทียนเฉา มุ่งหน้าไปยังอพาร์ตเมนต์ของลี่ลี่
กัวตงกับฮั่วเหวินเฉินขับรถคันหนึ่งนำทางอยู่ข้างหน้า พวกเราสามคนขับรถตามอยู่ข้างหลัง
พอมาถึงกลางทาง ทันใดนั้นก็มีรถหลายคันโผล่ออกมาจากด้านข้าง ขวางเส้นทางของพวกเราไว้
“แม่มเอ๊ย เกิดอะไรขึ้นวะ?” หลิวเฉิงตกใจไป รีบเหยียบเบรกทันที
บนรถสามคันที่ขวางทางอยู่มีผู้ชายสิบกว่าคนลงมา ฮั่วเหวินเฉินกับกัวตงก็ลงจากรถแล้ว พวกเราสามคนจึงรีบลงจากรถตามไป
“ผู้จัดการกัว พวกนี้เป็นคนของใคร?” พวกเราสามคนเดินไปอยู่ข้าง ๆ พวกกัวตง ก่อนที่หลิวเฉิงจะถามอย่างสงสัย
ผมกับจางเทียนหลิงมองสำรวจผู้ชายพวกนี้อย่างระมัดระวัง พอพบว่าพวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดากลุ่มหนึ่ง ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อย
“พวกคุณคิดจะทำอะไร?” ฮั่วเหวินเฉินทำหน้าขรึม ถามชายสวมสูทผู้นำกลุ่มตรงหน้าอย่างระแวดระวัง
กัวตงจ้องมองชายสวมสูทคนนั้น ทันใดนั้นก็คล้ายกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “ผมจำได้ว่าพวกคุณดูเหมือนจะเป็นลูกน้องของเถ้าแก่ฉิน”