- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 260 ไม่มีแต่
บทที่ 260 ไม่มีแต่
บทที่ 260 ไม่มีแต่
ผมที่อยู่ใกล้ที่สุดสามารถสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้อย่างชัดเจน ในใจผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเป็นเช่นนี้ มิน่าล่ะเขาหมกมุ่นในกามารมณ์เกินไป แต่ไอเพลิงหยางบนตัวกลับยังคงรุนแรงถึงขนาดนี้ได้
“เชี่ยเอ๊ย นายยังจะหน้าด้านอีกเหรอ ใครจะไปให้ยืมเงินกัน?” หลิวเฉิงตกตะลึง ด่าอย่างเดือดดาล
เจียงฮ่าวกับหลี่เหยียนยิ่งทำหน้ารังเกียจ รู้สึกว่านักพรตหนุ่มหน้าหนาเกินไป
“ขอร้องล่ะครับ” นักพรตหนุ่มจ้องมองมาที่ผมเขม็ง แล้วพูดขึ้น
“หลงหยวน อย่าไปสนใจเขา ฉันดูออกแล้ว เขาไม่เพียงแต่เป็นนักพรตลามก แต่ยังเป็นนักต้มตุ๋นอีกด้วย” หลิวเฉิงบอกให้ผมอย่าหลงกล เร่งให้ผมเข้าไปข้างในกับพวกเขา
ผมไม่ได้พูดอะไร ควักกระเป๋าสตางค์ออกจากกระเป๋า หยิบธนบัตรใบละร้อยหยวนที่เหลืออยู่สิบกว่าใบออกมาทั้งหมดแล้วยื่นให้นักพรตหนุ่ม
“บนตัวผมมีเงินสดอยู่แค่นี้” สิ้นเสียงพูดของผม นักพรตหนุ่มก็คว้าเงินไปยัดใส่กระเป๋า เหมือนกับกลัวว่าผมจะเปลี่ยนใจ
เขามีสีหน้าซาบซึ้ง แล้วพูดกับผมว่า “สหาย ขอบคุณนะ มีคำพูดหนึ่งที่ผมคิดว่ายังไงก็จำเป็นต้องบอกคุณ”
“คำพูดอะไร?” ผมสงสัย
“ดวงชะตาของคุณมีเทียนเซ่อคุ้มครอง ชาตินี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่ธรรมดา แต่ทำไมคุณถึงได้เรียนวิชานอกรีตอย่างการเลี้ยงผี แถมที่เลี้ยงไว้นี่ก็ยังเป็นผีร้ายที่ประเมินพลังไม่ได้อีกด้วย” เขาชี้นิ้วไปที่จี้หยกบนหน้าอกของผม
ผมตกตะลึงอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าเขาจะสามารถมองเห็นเสิ่นหนิงซวงที่อยู่ในจี้หยกได้ ผมเจอคนมามากมายขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมองออกถึงเรื่องนี้ได้ เจ้าหมอนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ
ขณะที่ผมกำลังตกตะลึง เขาก็พูดต่อว่า “คนที่เลี้ยงผี โดยปกติแล้วมักจะจบไม่สวย ถึงแม้จะไม่รู้ว่าคุณมีเหตุผลอะไร แต่ก็หวังว่าคุณจะดูแลตัวเองให้ดี”
“บ้าบอสิ หลงหยวนเป็นซินแสฮวงจุ้ย จะไปเลี้ยงผีได้ยังไง พูดจาเหลวไหล!” หลิวเฉิงไม่รู้ความจริง ด่าออกมาเสียงดัง
ผมไม่พูดอะไร นักพรตหนุ่มก็ไม่ตอบเขา หลังจากพยักหน้าขอบคุณผมอีกครั้ง ก็หันหลังวิ่งไปยังศูนย์อาบอบนวดหรูที่อยู่ข้าง ๆ
ในชั่วพริบตาที่เขาวิ่งเข้าไปในศูนย์อาบอบนวด เขาพูดประโยคหนึ่งว่าจะคืนเงินให้ผมอย่างแน่นอน จากนั้นก็หายตัวไป
ในตอนนี้ หลิวเฉิงมองมาที่ผมอย่างไม่เข้าใจ ประหลาดใจอย่างยิ่งที่ผมให้เงินนักพรตหนุ่มยืมไปจริง ๆ
“พี่ชาย พี่...” หลี่เหยียนก็มองผมอย่างไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
ผมเก็บกระเป๋าสตางค์ แล้วพูดกับคนทั้งสามว่า “อย่ามองฉันเลย เข้าไปข้างในเถอะ เพื่อน ๆ ของนายคงจะรอกันแย่แล้ว”
พวกเราเข้าไปในร้านคาราโอเกะหรู ระหว่างทางไปห้องส่วนตัว หลิวเฉิงยังคงติดใจเรื่องที่ผมให้เงินนักพรตหนุ่มยืมไปเมื่อครู่
“หลงหยวน นายเป็นอะไรไป นักพรตลามกนั่นหลอกลวงคนชัด ๆ ทำไมนายยังให้เขายืมอีก?” หลิวเฉิงไม่เข้าใจจริง ๆ ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น
เจียงฮ่าวก็บอกว่าเงินก้อนนี้ของผมมีโอกาสสูงที่จะไม่ได้คืนแล้ว
เรื่องนี้ผมย่อมรู้อยู่แล้ว แต่ที่ผมทำแบบนี้ก็เพื่อช่วยชีวิตคน เงินพันกว่าหยวนนั่นก็ถือว่าเป็นการทำบุญไป
“มีเหตุผลบางอย่างอยู่ เดี๋ยวฉันจะอธิบายให้พวกนายฟังทีหลัง” เรื่องราวมันค่อนข้างซับซ้อน พวกเราเดินมาถึงหน้าห้องส่วนตัวแล้ว ผมจึงทำได้เพียงบอกว่าจะอธิบายให้พวกเขาฟังทีหลัง
ทั้งสามคนมองหน้ากัน ก็ไม่สะดวกที่จะพูดอะไรต่อ
พอพวกเราสี่คนเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว ข้างในก็มีคนนั่งรออยู่ไม่น้อย ล้วนเป็นหนุ่มสาวที่แต่งตัวสวยหล่อ
พอเห็นพวกเราก็พากันลุกขึ้นยืน แล้วทักทายพวกเรา
คาดว่าคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของผมจากปากของเจียงฮ่าว พวกเขาจึงเคารพและเกรงใจผมอย่างยิ่ง ทำเอาผมรู้สึกไม่ค่อยชินไปเลย
ตอนดึกสงัดเมื่อพวกเราออกจากร้านคาราโอเกะหรู ผมพยุงหลิวเฉิงที่เมาแอ๋เดินมาที่ริมถนน หันกลับไปมองแวบหนึ่ง ศูนย์อาบอบนวดหรูยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ไม่รู้ว่าเจ้าหมอนั่นเป็นอย่างไรบ้าง คงจะไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม?
“พี่ชาย รถมาแล้ว” เสียงของหลี่เหยียนที่เรียกผมดังมาจากข้างหลัง
พวกเราทุกคนดื่มเหล้ากัน เจียงฮ่าวก็ดื่มไปเยอะ ถูกคนส่งกลับไปแล้ว ผมกับหลี่เหยียนดื่มไปไม่มากเท่าไหร่ มีแต่หลิวเฉิงที่สนุกจนเกินเหตุ
ผมพยุงหลิวเฉิงขึ้นรถแท็กซี่ จากนั้นพวกเราจึงออกจากที่นี่ไป
พอกลับถึงบ้าน ผมให้หลี่เหยียนไปพักผ่อน แล้วพาหลิวเฉิงกลับไปส่งที่ห้องพักแขก จากนั้นก็กลับเข้าห้องนอนเช่นกัน
เพิ่งจะนอนลงได้ไม่นาน ผมกลับถูกเสิ่นหนิงซวงเรียกเข้าไปในมิติของจี้หยกตามอำเภอใจอีกแล้ว
มองผู้หญิงที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งตรงหน้าซึ่งมีใบหน้างดงามไร้ที่ติ ผมบ่นพึมพำถึงความไม่พอใจของตัวเองอย่างงัวเงีย
“พี่สาว ครั้งต่อไปก่อนที่คุณจะเรียกผม ช่วยบอกล่วงหน้าหน่อยได้ไหม? ตอนนี้ผมยังมึนหัวอยู่เลย อยากจะนอนอย่างเดียว” ผมนวดหัวแล้วพูดขึ้น
เสิ่นหนิงซวงแค่นเสียงเย็นชา พูดอย่างเยือกเย็นว่า “มีเวลาว่างไปดื่มเหล้า สู้เอาเวลาไปบำเพ็ญเพียรจะดีเสียกว่า หนหน้าหากเจออันตราย เจ้าอย่าหวังว่าข้าจะช่วยเจ้าอีก”
คำพูดของเธอทำให้ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ สุดท้ายถึงได้บ่นออกมาประโยคหนึ่ง “ทำงานกับพักผ่อนต้องสมดุลกันเข้าใจไหม?”
“คุณเรียกผมมาดึกขนาดนี้ทำไม?” ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ข้าจะให้เจ้าดูนี่” พูดจบ เธอก็กางฝ่ามือออก เห็นเพียงลูกแมวสีขาวตัวน้อยวิ่งออกมาจากแขนเสื้อของเธอ
ขณะที่ผมกำลังสงสัย เพิ่งคิดจะถามเธอว่าไปเอาลูกแมวมาจากไหน ผมถึงได้มองเห็นชัด ๆ ว่านั่นไม่ใช่แมว แต่เป็นลูกสุนัขจิ้งจอกสีขาวตัวหนึ่ง
“นี่มัน...”
“ปีศาจจิ้งจอกหกหาง” เสิ่นหนิงซวงพูดช้า ๆ
ผมตกใจ สุนัขจิ้งจอกที่น่ารักน่าเอ็นดู หน้าตาเหมือนลูกแมวตัวนี้คือปีศาจจิ้งจอกหกหาง!
มองดูดี ๆ ตอนนี้มันจะไปมีท่าทางที่สง่างามน่าเกรงขามเหมือนเมื่อก่อนได้อย่างไร เหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่ไม่มีพิษมีภัยโดยสิ้นเชิง
จากนั้นผมก็พบจุดที่น่าสงสัย พูดอย่างฉงนว่า “ปีศาจจิ้งจอกหกหางน่าจะมีหกหาง ทำไมมันถึงมีแค่หางเดียวล่ะ?”
เสิ่นหนิงซวงบอกผมว่า หลังจากปีศาจจิ้งจอกหกหางถูกผนึก พลังก็ลดลงไปอย่างมาก ประกอบกับถูกเธอทำร้าย จึงยิ่งอ่อนแอลงไปอีก
ดังนั้นเธอจึงฉวยโอกาสจับปีศาจจิ้งจอกหกหางที่อ่อนแอเข้ามาในมิติของจี้หยก จุดประสงค์ก็เพื่อให้ปีศาจจิ้งจอกหกหางกลายเป็นปีศาจรับใช้ที่ผมเลี้ยงไว้
ก่อนหน้านี้ที่เธอเอาเลือดของผมกับปราณในร่างกายไป ก็เพื่อเตรียมการหลอมปีศาจจิ้งจอกหกหางให้ผม
“หลังจากถูกหลอมด้วยเลือดและปราณของเจ้าแล้ว พลังของปีศาจจิ้งจอกหกหางก็ถูกกดไว้ที่ระดับต่ำสุด ดังนั้นตอนนี้มันจึงมีพลังเทียบเท่ากับปีศาจจิ้งจอกหนึ่งหางเท่านั้น แต่พลังของปีศาจจิ้งจอกหกหางจะค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นมา เมื่อพลังของมันฟื้นฟู ความทรงจำก่อนหน้านี้ก็จะค่อย ๆ ตื่นขึ้นมาเช่นกัน รอจนกว่าปีศาจจิ้งจอกหกหางจะฟื้นฟูพลังกลับมาโดยสมบูรณ์ แต่เจ้ากลับยังไม่ถึงระดับพลังที่จะสามารถกดมันไว้ได้ ตอนนั้นเจ้าจะต้องถูกปีศาจจิ้งจอกหกหางคร่าชีวิตอย่างแน่นอน” เสิ่นหนิงซวงอธิบายให้ผมฟัง
ผมกลืนน้ำลาย ประหลาดใจอยู่บ้าง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะหลอมปีศาจจิ้งจอกหกหางให้กลายเป็นปีศาจรับใช้ที่เชื่อฟังคำสั่งของผม นี่เป็นการตัดสินใจโดยพลการของเสิ่นหนิงซวงโดยสิ้นเชิง
ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากปีศาจจิ้งจอกหกหางฟื้นฟูพลังกลับคืนมา แต่ผมกลับยังไม่มีพลังพอที่จะกดมันไว้ได้ ผมก็คงจะจบเห่สิ
พอเห็นปฏิกิริยาของผม เสิ่นหนิงซวงก็ขมวดคิ้ว พูดอย่างไม่พอใจว่า “อย่าทำหน้าเหมือนตัวเองเสียเปรียบ การที่ได้ครอบครองปีศาจที่มีพลังระดับปีศาจจิ้งจอกหกหาง เจ้ารู้ไหมว่าเป็นเรื่องที่คนมากมายใฝ่ฝันหา? ยิ่งไปกว่านั้นการที่มันจะฟื้นฟูพลังกลับมาโดยสมบูรณ์ยังต้องใช้เวลาอีกนานแสนนาน เจ้ามีเวลามากพอที่จะบำเพ็ญเพียร เพิ่มพูนพลัง”
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าไม่มีทางเลือกอื่น วิธีควบคุมและเลี้ยงดูปีศาจ ใน ‘คัมภีร์เคล็ดวิชาเร้นลับอู๋ซ่างต้งเสวียน’ มีบอกไว้ เจ้าไปศึกษาเอาเองให้ดี ๆ” ไม่เปิดให้โอกาสผมพูดต่อ เสิ่นหนิงซวงก็ส่งผมออกจากโลกของจี้หยกไปโดยตรง
……….……….……….……….
ผู้แปล: พี่สาวคนสวยมัดมือชกกันเกินไปแล้วววว