เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 256 ใจคนซับซ้อน

บทที่ 256 ใจคนซับซ้อน

บทที่ 256 ใจคนซับซ้อน


หน้าวิลล่าตระกูลเฉินมียามร่างกำยำในชุดเครื่องแบบสีดำเฝ้าอยู่ไม่น้อย ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเฉินหมิงปั๋วกลัวคุณอาของผมจะพาคนมาหาเรื่องถึงที่ ถึงได้จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ

บ้านคนปกติที่ไหนจะมีคนเฝ้าเยอะขนาดนี้กัน

พวกเราปรากฏตัวที่หน้าวิลล่าของตระกูลเฉิน ยามร่างกำยำสองสามคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็รีบตื่นตัวเต็มที่ในทันที หนึ่งในนั้นรีบร้อนใช้หูฟังบลูทูธแจ้งสถานการณ์ คาดว่าคงกำลังส่งข่าวให้เฉินหมิงปั๋วที่อยู่ในวิลล่า

“พวก พวกแกจะทำอะไร? ที่นี่คือบ้านของเถ้าแก่เฉิน ไม่ใช่ที่ที่พวกแกจะมาอาละวาด”

ขบวนของพวกเรามีเกือบสี่สิบกว่าคน ยามร่างกำยำสองสามคนที่เฝ้าอยู่หน้าประตูตื่นตระหนกอย่างยิ่ง ฝืนทำเป็นใจเย็นแล้วให้พวกเราหยุด

เมื่อรู้ว่าเฉินหมิงปั๋วที่ซ่อนตัวอยู่ในวิลล่าได้รับข่าวว่าพวกเรามาหาเรื่องถึงที่แล้ว คุณอาจึงไม่เสียเวลากับลูกกระจ๊อกพวกนี้ โบกมือทีหนึ่ง ชายฉกรรจ์กว่าสามสิบคนที่อยู่ข้างหลังพวกเราจึงกรูเข้าไปลงมือ

จากนั้นก็มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นหลายครั้ง หลังจากประตูใหญ่เปิดออก พวกเราก็เดินเข้าไปในสนามหน้าวิลล่า ในไม่ช้ายามร่างกำยำอีกสิบกว่าคนก็ถือกระบองยาววิ่งเข้ามาหมายจะขวางพวกเรา

แต่พวกเรามีคนมากกว่า พวกเขาสู้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ในชั่วพริบตาก็ถูกจัดการจนหมด

ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเราก็มายืนอยู่ในห้องโถงของวิลล่าตระกูลเฉิน เฉินหมิงปั๋วถูกคนจับตัวไว้ในสภาพหน้าตาบวมปูด มองมาทางพวกเราอย่างตื่นตระหนก ส่วนลูกสาวของเขาเฉินเข่อซินกับภรรยาก็ตัวสั่นงันงกอยู่ข้างหลัง ไม่กล้าพูดอะไร

เมื่อครู่พวกเขาทั้งสามคนพ่อแม่ลูกกำลังเก็บของอยู่ในห้อง คิดจะหนีไป

“หลี่เต๋อจวิน แกจะทำอะไร? พาคนมากมายบุกเข้ามาทำร้ายคนในบ้านของฉัน นี่มันบุกรุกบ้านคนอื่น เชื่อไหมว่าฉันจะโทรศัพท์เรียกคนมาจับแก” เฉินหมิงปั๋วขาสั่น แต่ก็ยังคงตะโกนเสียงดัง

คำขู่แค่นี้คุณอาย่อมไม่เห็นอยู่ในสายตา ในเมื่อท่านกล้าบุกมาจัดการถึงที่ขนาดนี้ ย่อมต้องเตรียมการรับมือไว้ล่วงหน้าแล้วอย่างแน่นอน

“หึ!” คุณอาแค่นเสียงเย็นชา เดินเข้าไปตบหน้าเฉินหมิงปั๋วสองฉาด

รอยฝ่ามือสีแดงสองรอยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินหมิงปั๋วในทันที เขาสองตาเหม่อลอย ยังไม่ได้สติกลับมา

“พวกแกเป็นบ้าอะไรถึงมาตีพ่อฉัน หลี่เหยียน พวกแกหมายความว่ายังไง มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” ในตอนนั้น เฉินเข่อซินที่ยืนเงียบอยู่ข้างหลังมาตลอดพลันวิ่งออกมาข้างหน้า ยืนขวางหน้าเฉินหมิงปั๋วแล้วตะโกนลั่น

ภรรยาของเฉินหมิงปั๋วอยากจะดึงเธอกลับไป แต่เฉินเข่อซินไม่ยอมกลับไปเด็ดขาด ยังคงจ้องมองพวกเราอย่างเคียดแค้น โดยเฉพาะตอนที่มองหลี่เหยียน สายตานั้นไม่เหมือนกับมองเพื่อนที่เคยคบกันเลยสักนิด

“เข่อซิน เป็นพ่อของเธอที่ทำร้ายคนอื่นก่อน เพราะฉะนั้น...” หลี่เหยียนเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง อยากจะอธิบาย

แต่เฉินเข่อซินไม่ให้โอกาสเธออธิบาย ขัดจังหวะคำพูดของเธอทันที “พอแล้ว ฉันไม่อยากฟัง เธอเสแสร้งเก่งขนาดนี้มาตลอด ฉันทนไม่ไหวมานานแล้ว”

พอถูกเพื่อนรักในอดีตพูดจาดูถูกเช่นนี้ หลี่เหยียนก็ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที เสียใจอย่างยิ่ง

“เฉินเข่อซินเธอหมายความว่ายังไง คนชั่วฟ้องก่อน(1)เหรอ? เธอรู้ไหมว่าเรื่องในครั้งนี้ พ่อของเธอเกือบจะฆ่าคนไปกี่คน?” เจียงฮ่าวทนดูไม่ไหว ตวาดใส่เฉินเข่อซินอย่างเดือดดาล

“เหอะ ๆ เจียงฮ่าว นายก็เป็นแค่ลูกไล่ของหลี่เหยียน มีสิทธิ์อะไรมาพูดที่นี่ ตระกูลเจียงของพวกนายก็นับว่าเป็นตระกูลใหญ่ในเจียงเป่ย ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมนายถึงได้ชอบหลี่เหยียน ตระกูลหลี่ของพวกเขาก็เป็นแค่เศรษฐีใหม่ที่เพิ่งจะมาตั้งตัวในเจียงเป่ย ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลยสักนิด”

ดูเหมือนเฉินเข่อซินจะยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น พูดต่อไปว่า “ปกติฉันทนดูพวกนายหลายคนที่คอยประคบประหงมเธอเหมือนดวงดาวล้อมเดือนไม่ไหวจริง ๆ ก็แค่ชอบใบหน้าที่หลอกลวงคนของเธอนั่นแหละ ฉันด้อยกว่าเธอตรงไหน พวกนายไม่เคยชายตามองฉันเลยสักนิด ฉันอดทนอยู่ข้าง ๆ เธอ แกล้งทำเป็นสนิทกับเธอ ก็แค่เพื่อจะล้วงข้อมูลของบ้านนั้นจากปากของเธอ เพื่อหาโอกาสจัดการกับตระกูลหลี่”

ไม่คิดเลยว่าเฉินเข่อซินที่อายุยังน้อยจะมีความคิดลึกล้ำขนาดนี้ จิตใจก็ยังอำมหิต น่ากลัวจริง ๆ

โดยไม่คิดว่าในสายตาของเฉินเข่อซิน ตัวเองจะต่ำต้อยถึงเพียงนี้ แถมอีกฝ่ายยังไม่เคยนับเธอเป็นเพื่อนเลยแม้แต่น้อย หลี่เหยียนอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา เสียใจอย่างสุดซึ้ง

เจียงฮ่าวกับหลิวเฉิงรีบเอ่ยปากปลอบใจ ส่วนผมกลับถอนหายใจ รู้สึกทอดถอนใจอยู่ข้างใน

ใจคนช่างเป็นสิ่งที่ซับซ้อน ยากแท้หยั่งถึงจริง ๆ เชื่อว่าหลังจากผ่านเรื่องนี้ไปแล้ว หลี่เหยียนคงจะเข้าใจอะไรมากขึ้น

ระหว่างคนกับคน สิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปเลยก็คือเรื่องของการแก่งแย่งชิงดีกัน ดังนั้นเพื่อนแท้ที่อยู่ข้างกายจึงยิ่งดูมีค่ามากเท่านั้น

“เฉินเข่อซิน เธอจะมากเกินไปแล้วนะ เสี่ยวเหยียนนับเธอเป็นเพื่อนจริง ๆ” เจียงฮ่าวจ้องเฉินเข่อซินอย่างโกรธเคืองแล้วพูดขึ้น

“เหอะ เธอไม่คู่ควร” เฉินเข่อซินไม่ใส่ใจ แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา

เจียงฮ่าวโกรธจนพูดไม่ออก “นี่เธอ...”

เฮ้อ ดูท่าว่าความกังวลของหลี่เหยียนจะสูญเปล่าเสียแล้ว เพียงเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเฉินเข่อซิน อุตส่าห์รีบร้อนตามมาทันทีที่รู้ว่าคุณอาจะมาหาเรื่องเฉินหมิงปั๋ว แต่คนอื่นกลับไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลย

คุณอาเห็นหลี่เหยียนร้องไห้เสียใจ ก็รู้สึกสงสารอยู่บ้าง จึงส่งสัญญาณให้ชายฉกรรจ์สองคนลากตัวเฉินเข่อซินลงไป

ในไม่ช้าเฉินเข่อซินก็ถูกชายฉกรรจ์สองคนลากตัวออกไป ในปากของเธอยังคงด่าทอไม่หยุด

หลังจากเฉินเข่อซินถูกพาตัวออกไป คุณอาก็เดินเข้าไปหาเฉินหมิงปั๋ว

“ไอ้หลี่ขาเป๋ แกคิดจะทำอะไร? ฉันขอเตือนนะว่าอย่าทำอะไรบ้า ๆ ที่เมืองเจียงเป่ยน่ะ คนที่อยากให้แกตายไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว ถ้าแกทำอะไรฉัน พวกเขาไม่ปล่อยแกไว้แน่” เฉินหมิงปั๋วมองคุณอาอย่างประหม่า แล้วเอ่ยปากขึ้น

คุณอาขาเป๋มาตั้งแต่เด็ก คาดว่าไอ้หลี่ขาเป๋นี่คงจะเป็นฉายาที่พวกเขาตั้งให้คุณอา

เมื่อก่อนคุณอาเริ่มจากคนตัวเล็ก ๆ การพัฒนาก็ยิ่งราบรื่นขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันสถานะและอำนาจทางการเงินในเจียงเป่ยก็แซงหน้าบริษัทและตระกูลเก่าแก่ดั้งเดิมของเจียงเป่ยไปหลายเจ้าแล้ว คนพวกนี้จึงได้อิจฉา ไม่ชอบหน้าท่านขนาดนี้

เรื่องหาเงินสร้างตัว เดิมทีก็แล้วแต่ความสามารถ ไม่เกี่ยวกับชาติกำเนิด

พูดให้ถึงที่สุด พวกเขาก็แค่รู้สึกไม่เป็นธรรม เป็นความอิจฉาริษยาอย่างโจ่งแจ้ง

เมื่อต้องเผชิญกับคำขู่ของเฉินหมิงปั๋ว คุณอาก็ไม่หวั่นไหว สีหน้าเย็นชาแล้วพูดว่า “ตอนแรกฉันก็แปลกใจอยู่ โครงการใหญ่ขนาดพื้นที่เหมืองแร่นี่ ลำพังความสามารถของแกจะไปได้มาได้ยังไง คิดดูแล้วโครงการนี้น่าจะเป็นพวกเขาร่วมมือกันมอบให้แกตั้งแต่แรก เพื่อให้แกเอามาล่อฉัน”

“ในเมื่อแกรู้แล้ว ทำไมยังไม่ปล่อยฉันไปอีกล่ะ? รู้ว่าแกมาหาเรื่องฉัน พวกเขาต้องไม่นิ่งดูดายแน่” เฉินหมิงปั๋วรีบพูด ในใจพลันรู้สึกมีที่พึ่งขึ้นมาทันที

แต่คุณอากลับหัวเราะ เฉินหมิงปั๋วสงสัย ถามท่านว่าหัวเราะอะไร

“ฉันหัวเราะที่แกโง่เกินไป แกคิดว่าพวกเขาจะสนใจความเป็นความตายของแกเหรอ? ฉันบุกมาจัดการกับแกเอิกเกริกขนาดนี้ พวกเขายังไม่ปรากฏตัวเลยจนถึงตอนนี้ แกคิดว่าเป็นเพราะอะไรล่ะ?” คุณอาถามเฉินหมิงปั๋ว

เฉินหมิงปั๋วตอบไม่ได้ สีหน้ายิ่งดูแย่ลงไปอีก

“เห็นได้ชัดว่า พวกเขายังไม่กล้าแตกหักกับฉันอย่างเปิดเผย หรือพูดอีกอย่างก็คือ อย่างน้อยในสายตาของพวกเขา แกเฉินหมิงปั๋วยังไม่คู่ควรพอที่จะทำให้พวกเขาต้องมาแตกหักกับฉันในตอนนี้” คุณอาพูดต่อไปช้า ๆ

สีหน้าของเฉินหมิงปั๋วยิ่งดูแย่ลง พูดอะไรไม่ออก

“พวกเขาก็แค่คิดว่าแกโง่ เลยใช้แกเป็นเบี้ย แต่แกกลับยังโง่เง่าเชื่อใจพวกเขา” คุณอาตบแก้มของเฉินหมิงปั๋วเบา ๆ เฉินหมิงปั๋วพลันขาอ่อนแรง

ถ้าไม่มีคนพยุงเขาไว้ เขาคงจะทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นแล้ว

“เถ้าแก่หลี่ พี่หลี่ ผมก็แค่หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ ขอร้องล่ะครับยกโทษให้ผมด้วย ผมไม่กล้าต่อต้านพี่อีกแล้วแน่นอน” เฉินหมิงปั๋วร้องไห้ขอความเมตตา กลัวจนฉี่ราดแล้ว

คุณอาไม่พูดอะไร หันไปหยิบกระบองยาวมาจากมือของชายฉกรรจ์คนหนึ่ง สีหน้าเผยแววเหี้ยมเกรียม จากนั้นก็ฟาดลงไปที่หัวของเฉินหมิงปั๋วอย่างแรง

“อ๊าก!” เฉินหมิงปั๋วร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด เลือดสด ๆ ไหลทะลักออกจากหัว

เจียงฮ่าวกับหลี่เหยียนจะเคยเห็นภาพแบบนี้ที่ไหนกัน พวกเขาตกใจจนหน้าซีดเผือด

คุณอาโยนกระบองยาวในมือทิ้ง พูดอย่างเย็นชาว่า “นี่เป็นแค่การสั่งสอนเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะทำให้แกรู้ว่าฉันหลี่เต๋อจวินไม่ใช่ลูกพลับนิ่ม ๆ ที่ใครจะมาบีบก็ได้ และโครงการน้อยใหญ่ที่แกเอาไปเพื่อแลกกับโครงการพื้นที่เหมืองแร่กับฉันก่อนหน้านี้ ฉันให้เวลาแกสองวันชดใช้คืนมาให้ฉันทั้งหมด ไม่อย่างนั้นผลจะเป็นอย่างไรแกก็ไปคิดเอาเอง”

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นด้านที่น่าเกรงขามของคุณอาขนาดนี้ เวลาโหดขึ้นมาแล้วน่ากลัวไม่เบาเลย มิน่าล่ะท่านถึงได้เติบโตขึ้นมาในเจียงเป่ยได้

“ได้ครับ ได้” เฉินหมิงปั๋วกุมหัวของตัวเอง รีบร้อนรับคำ

คุณอาโบกมือให้ชายฉกรรจ์สองคนที่พยุงเฉินหมิงปั๋วอยู่ “ส่งเขาไปโรงพยาบาลซะ”

……….……….……….……….

(1)คนชั่วฟ้องก่อน (恶人先告状) เป็นสำนวนจีนที่หมายถึง การที่คนผิดหรือคนร้ายลงมือก่อเรื่องก่อน แล้วยังเป็นฝ่ายไปฟ้องหรือกล่าวโทษเหยื่อเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของอีกฝ่าย และหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ

จบบทที่ บทที่ 256 ใจคนซับซ้อน

คัดลอกลิงก์แล้ว