- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 254 พลังอันแข็งแกร่ง
บทที่ 254 พลังอันแข็งแกร่ง
บทที่ 254 พลังอันแข็งแกร่ง
บทที่ 254 พลังอันแข็งแกร่ง
ผมล้มลงบนพื้น ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองปีศาจจิ้งจอกหกหางยังทำได้ยากลำบาก
เดิมทีการตั้งค่ายกลทั้งที่บาดเจ็บอยู่ก็เกือบจะใช้พลังวัตรในร่างกายของผมจนหมดสิ้นแล้ว ยิ่งตอนนี้ค่ายกลผนึกที่อุตส่าห์ตั้งขึ้นมาได้กลับต้องมาถูกทำลายเพราะฝีมือของโจวเฮ่อ พอถูกผลสะท้อนกลับ ตอนนี้ผมจึงอ่อนแอยิ่งกว่าคนธรรมดาเสียอีก
โจวเฮ่อไอ้บัดซบ หาเรื่องตายให้ตัวเองไม่พอ ยังจะทิ้งเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ไว้ให้พวกเราอีก
ปีศาจจิ้งจอกหกหางแยกเขี้ยว คำรามเสียงต่ำไม่หยุด ในใจคงจะเกลียดชังผมอย่างยิ่ง
ทุกย่างก้าวที่มันเดินเข้ามาใกล้พวกเรา ผมสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ตัวซึ่งรุนแรงขึ้นทุกที
ผมที่อ่อนแออยู่แล้วจะไปทนรับแรงกดดันแบบนี้ได้อย่างไร ทั่วทั้งร่างรู้สึกทรมานอย่างยิ่ง เลือดไหลซึมออกจากปากไม่หยุด
ตอนนี้ผมอาศัยเพียงพลังใจฝืนทนไว้อย่างสุดกำลัง ไม่เช่นนั้นด้วยอาการบาดเจ็บขนาดนี้คงจะสลบไปนานแล้ว
หลิวเฉิงกับอู๋หรงตกใจจนโง่งมไปแล้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวาจ้องมองไปยังปีศาจจิ้งจอกหกหาง ยืนตัวสั่นแข็งทื่ออยู่กับที่
ผมคิดจะเอ่ยปากเรียกสติพวกเขาสองคน แต่พออ้าปากก็ไอออกมาเป็นเลือด พูดอะไรไม่ได้เลย
ในตอนนี้ ปีศาจจิ้งจอกหกหางหยุดนิ่ง ดวงตาฉายแววเย็นเยียบ หางเส้นหนึ่งฟาดเข้ามาหาผมราวกับแส้
พวกหลิวเฉิงทั้งสองคนตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งไม่สามารถหยุดยั้งปีศาจจิ้งจอกหกหางได้ ทำได้เพียงมองดูอย่างร้อนใจ
หางของปีศาจจิ้งจอกหกหางแหวกอากาศมาพร้อมกับเสียงที่รุนแรง ผมจ้องเขม็งไปยังหางที่ฟาดเข้ามา หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาถึงลำคอ
ในจังหวะที่หางของปีศาจจิ้งจอกหกหางอยู่ห่างจากใบหน้าของผมเพียงไม่กี่เซนติเมตร จี้หยกบนหน้าอกของผมก็ส่องประกายแสงออกมาวูบหนึ่ง หางของปีศาจจิ้งจอกหกหางที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพลันถูกพลังสายหนึ่งขวางไว้ ไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้แม้แต่น้อย
ผมอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
ผู้หญิงคนนั้นยอมลงมือเสียที
หางของตัวเองถูกขวางไว้ ปีศาจจิ้งจอกหกหางดูจะประหลาดใจอย่างยิ่ง จากนั้นมันก็สะบัดหางอีกห้าเส้นที่เหลือเข้าโจมตีผมพร้อมกัน
แต่ก็เหมือนกับหางเส้นก่อนหน้านี้ หลังจากหางอีกห้าเส้นที่เหลือโจมตีเข้ามา ก็ล้วนถูกขวางไว้ในจุดที่ห่างจากผมเพียงไม่กี่เซนติเมตร ไม่สามารถรุกคืบเข้ามาได้อีกแม้แต่น้อย
“คะ เกิดอะไรขึ้น?” หลิวเฉิงมองภาพนี้อย่างตกตะลึง
ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ปีศาจจิ้งจอกหกหางพลันคำรามลั่นออกมาครั้งหนึ่ง แล้วดึงหางทั้งหกเส้นกลับคืนพร้อมกับถอยหลังไปหลายก้าวอย่างรวดเร็ว
ในตอนนั้น เสียงแค่นเย็นชาสายหนึ่งก็ดังขึ้น แสงสว่างบนจี้หยกที่หน้าอกของผมค่อย ๆ จางลง หญิงสาวสง่างามในชุดฮั่นฝูปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าผม
ถึงแม้เธอจะหันหลังให้ผม แต่เพียงแค่แผ่นหลังก็เพียงพอที่จะทำให้คนจ้องมองไม่วางตา ไม่สามารถละสายตาไปได้
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่า ร่างอันงดงามตรงหน้าคือเสิ่นหนิงซวงที่ไม่ยอมลงมือมาโดยตลอดนั่นเอง
ทันทีที่เธอปรากฏตัว อากาศรอบทิศพลันเย็นลง มันไม่ได้เย็นเยียบเสียดกระดูก แต่กลับทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง ฟื้นคืนสติขึ้นมาได้หลายส่วน
“เมื่อต้องเผชิญหน้ากับราชันปีศาจอย่างปีศาจจิ้งจอกหกหาง ผลงานก่อนหน้านี้ของเจ้าก็ถือว่าไม่เลว ถึงแม้ปีศาจจิ้งจอกหกหางจะยังไม่ฟื้นฟูพลัง แต่ด้วยพลังของเจ้าในตอนนี้ การทำได้ขนาดนี้ก็นับว่าไม่ง่ายจริง ๆ หนนี้ข้าจะยอมช่วยเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน” เสิ่นหนิงซวงหันกลับมาพูดช้า ๆ น้ำเสียงยังคงเย็นชาเช่นเดิม
บนใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติไม่ปรากฏอารมณ์ใด ๆ
การหันกลับมาของเธอ ทำให้หลิวเฉิงและอู๋หรงที่อยู่ข้าง ๆ ตะลึงงันไปในทันที ทั้งสองต่างจ้องมองเสิ่นหนิงซวงอย่างเหม่อลอย
“ว้าว พี่สาวเทพเซียนมาจากไหนกันเนี่ย?” หลิวเฉิงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา ลืมความหวาดกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
“โฮก!” ปีศาจจิ้งจอกหกหางคำรามใส่เสิ่นหนิงซวง ในดวงตาปรากฏแววเกรงกลัวขึ้นเป็นครั้งแรก
เสิ่นหนิงซวงหันกลับไปมองมัน “อารมณ์ร้ายไม่เบาเลยนะ”
สิ้นเสียงพูด ร่างของเธอก็เคลื่อนไหว ในชั่วพริบตาก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าปีศาจจิ้งจอกหกหาง ราวกับเคลื่อนย้ายในพริบตา
ปีศาจจิ้งจอกหกหางตกใจอย่างเห็นได้ชัด หางทั้งหกเส้นกลายเป็นเหมือนหนามแหลมแทงเข้าใส่เสิ่นหนิงซวงที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกัน
ตูม!
ฝุ่นควันฟุ้งกระจายในทันที แต่ร่างของเสิ่นหนิงซวงกลับไปปรากฏอยู่ข้างกายของปีศาจจิ้งจอกหกหาง
ปีศาจจิ้งจอกหกหางโกรธจัด ยกขาหน้าข้างหนึ่งตบไปทางเธออย่างแรง
เสิ่นหนิงซวงเพียงแค่ยกมือขึ้นช้า ๆ ท่วงท่าสง่างาม กลับสามารถหยุดยั้งขาหน้าที่ปีศาจจิ้งจอกหกหางตบมาได้อย่างง่ายดาย
“หากเจ้าอยู่ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดก็พอจะสู้กับข้าได้อยู่หรอก แต่ตอนนี้ ยังห่างไกลนัก” เสิ่นหนิงซวงเหลือบมองปีศาจจิ้งจอกหกหาง แล้วพูดอย่างเย็นชา
เห็นเพียงเธอผลักข้อมือไปข้างหน้า ปีศาจจิ้งจอกหกหางราวกับถูกโจมตีอย่างรุนแรง ทั้งร่างลอยกระเด็นไปข้างหลัง กลิ้งอยู่บนพื้นหลายตลบ ก่อนจะสามารถทรงตัวไว้ได้
ผมตกใจจนพูดไม่ออก พลังของผู้หญิงคนนี้ช่างน่ากลัวจริง ๆ ปีศาจจิ้งจอกหกหางในตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อกรกับเธอได้เลย
“หลงหยวน พี่สาวเทพเซียนคนนี้โผล่มาจากไหนกัน ดุเดือดเกินไปแล้ว” หลิวเฉิงกับอู๋หรงเดินเข้ามา พยุงผมลุกขึ้นจากพื้น พลางตกใจอย่างยิ่งเช่นกัน
ผมกุมหน้าอกไม่พูดอะไร มองไปยังเสิ่นหนิงซวงผู้บริสุทธิ์หมดจดที่อยู่ไม่ไกล
แท้จริงแล้วเธอมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?
ในดวงตาของปีศาจจิ้งจอกหกหางเต็มไปด้วยความเกรงกลัว เริ่มมีความคิดที่จะถอย ถึงกับอยากจะหนีไป
“หึ!” เสิ่นหนิงซวงย่อมไม่ให้โอกาสมันอยู่แล้ว
เธอแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งครั้ง แล้วไปปรากฏตัวขึ้นเหนือหัวของปีศาจจิ้งจอกหกหาง จากนั้นก็เหยียบลงไปบนหัวของมันโดยตรง
เพียงแค่การเหยียบเบา ๆ ราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ กลับเหยียบหัวของปีศาจจิ้งจอกหกหางกระทั่งจมลงไปในพื้นดิน เงยหน้าไม่ขึ้นอีก
ร่างของเสิ่นหนิงซวงค่อย ๆ ลอยลงสู่พื้น ตั้งแต่ต้นจนจบเธอแสดงออกอย่างสบาย ๆ ไม่เปลืองแรง
ปีศาจจิ้งจอกหกหางส่งเสียงครางหงิง ๆ ออกมา เหมือนกำลังร้องขอความเมตตาจากเธอ
“เชี่ย สมแล้วที่เป็นพี่สาวเทพเซียน ดุเดือดเกินไปแล้ว” หลิวเฉิงมองปีศาจจิ้งจอกหกหางที่พ่ายแพ้จนต้องร้องขอความเมตตา ใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชมเสิ่นหนิงซวง
เมื่อพิจารณาจากอุปนิสัยและรูปโฉมที่งามล่มเมืองของเธอแล้ว คำเรียกขานว่าพี่สาวเทพเซียนก็ช่างเหมาะกับเธอจริง ๆ
ในขณะที่ผมกำลังสงสัยว่าเสิ่นหนิงซวงจะจัดการกับปีศาจจิ้งจอกหกหางอย่างไร เห็นเพียงเธอยกมือขึ้นคว้าไปทางปีศาจจิ้งจอกหกหาง ปีศาจจิ้งจอกหกหางที่เดิมทีสูงใหญ่เท่าคนก็ค่อย ๆ หดเล็กลง สุดท้ายก็กลายสภาพเป็นกลุ่มแสงสีขาวขนาดเท่าลูกปิงปอง ถูกเสิ่นหนิงซวงกำไว้ในฝ่ามือ
จากนั้น เธอก็หันหลังแล้วเดินมาทางพวกเราช้า ๆ
เธอยังคงมีสีหน้าเย็นชา ทั่วทั้งร่างให้ความรู้สึกที่ปฏิเสธผู้คนให้ห่างออกไปไกลพันลี้
หลิวเฉิงกับอู๋หรงมองเธออย่างประหม่า ไม่กล้าพูดอะไร
เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเราสามคน ไม่ได้สนใจหลิวเฉิงกับอู๋หรงที่กำลังพยุงผมอยู่เลยแม้แต่น้อย มองมาที่ผมแล้วพูดประโยคหนึ่ง “ตั้งใจฝึกฝนฝีมือให้ดี”
พูดจบ เธอก็กลายเป็นควันสีเขียวสายหนึ่งแล้วหายลับไปต่อหน้าพวกเรา
ผมรู้ว่าเธอกลับเข้าไปในจี้หยกแล้ว
“คนล่ะ? หายไปไหนแล้ว เธอเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่?” หลิวเฉิงกับอู๋หรงเบิกตากว้าง พูดอย่างตกตะลึง
หลิวเฉิงรีบถามผมอีกครั้ง “หลงหยวน ตกลงเธอเป็นใครกันแน่?”
ผมยิ้ม ไม่อยากจะอธิบายอะไรกับพวกเขาสองคนมากนัก “นายก็บอกเองว่าเป็นพี่สาวเทพเซียน ย่อมต้องมาไร้เงาไปไร้ร่องรอยอยู่แล้ว”
“งั้นเป็นนายที่เชิญเธอมาเหรอ?” หลิวเฉิงยังคงซักไซ้ต่อ
“ก็ทำนองนั้นแหละ” ผมตอบกลับไป
ปีศาจจิ้งจอกหกหางถูกเสิ่นหนิงซวงปราบลงได้ พวกเราก็รอดแล้ว ผมมองไปยังโจวเฮ่อที่นอนไร้ลมหายใจอยู่บนพื้นไม่ไกล ให้อู๋หรงกับหลิวเฉิงพยุงผมไปดู
พอพวกเรามาถึงข้างศพของโจวเฮ่อ เห็นเพียงสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว กระดูกทั่วทั้งร่างดูเหมือนจะถูกปีศาจจิ้งจอกหกหางตบจนแหลกละเอียด สภาพศพเรียกได้ว่าน่าอนาถอย่างยิ่ง
“น่าอนาถเกินไปแล้ว!” อู๋หรงขมวดคิ้ว ถอนหายใจ ไม่กล้ามองตรง ๆ
ส่วนหลิวเฉิงกลับด่าว่า “หึ เขาหาเรื่องเอง สมควรตายแล้ว”
“ไปกันเถอะ ไปดูว่าพวกเฉินหมิงปั๋วเป็นอย่างไรบ้าง” ผมละสายตาจากศพของโจวเฮ่อ แล้วพูดขึ้น
แต่พอพวกเราเดินกลับไปยังที่ที่เฉินหมิงปั๋วกับชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นสลบอยู่ก่อนหน้านี้ พวกเขากลับหายตัวไปหมดแล้ว
“ให้ตายเถอะ เจ้าพวกนี้ฉวยโอกาสตอนชุลมุนหนีไปเสียได้” หลิวเฉิงอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ” ผมพูด
ปีศาจจิ้งจอกหกหางถูกปราบแล้ว พื้นที่เหมืองแห่งนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรอีก ต่อไปก็สามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ
ถึงแม้จะไม่มีภูมิฮวงจุ้ยห้าปราณบรรจบธาตุอันยอดเยี่ยมแล้ว แต่ภูเขาทั้งสี่ด้านของพื้นที่โรงงานยังคงอยู่ ฮวงจุ้ยก็ไม่เลว การพัฒนาของพื้นที่เหมืองคงจะไม่ย่ำแย่แน่นอน
พอกลับมาถึงที่จอดรถซึ่งมีเครื่องกีดขวางตั้งอยู่ ชายสามคนที่สลบไปก่อนหน้านี้ก็ฟื้นแล้ว พอเห็นพวกเรากลับมาก็รีบเดินเข้ามาหาทันที
“เลขาฯ อู๋ พวกคุณนี่คือ? ก่อนหน้านี้มีคนตีพวกเราจนสลบแล้วบุกเข้าไปในพื้นที่เหมือง ข้างในเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ?” ชายคนหนึ่งถามอย่างรีบร้อน
จากนั้นชายอีกคนก็พูดต่อว่า “ใช่ครับ ไม่นานก่อนที่พวกคุณจะออกมา คนพวกนั้นก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว พวกเราพยายามห้ามก็ห้ามไม่อยู่”
“ไม่มีอะไรแล้ว พวกคุณก็กลับไปได้ ไม่ต้องเฝ้าแล้ว” อู๋หรงไม่ได้อธิบายอะไรมาก ตอบกลับไปง่าย ๆ
พอพวกเราขึ้นรถ ผมก็พิงเบาะรถแล้วค่อย ๆ หลับตาลง
ผมเหนื่อยเหลือเกิน แถมยังรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว อยากจะพักผ่อนอย่างเดียว หลิวเฉิงพูดกับผม ผมก็ไม่สนใจ
โดยไม่รู้ตัว ผมก็ผล็อยหลับไปในที่สุด