- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 250 ปีศาจจิ้งจอกปรากฏตัว
บทที่ 250 ปีศาจจิ้งจอกปรากฏตัว
บทที่ 250 ปีศาจจิ้งจอกปรากฏตัว
ในเวลาเดียวกัน พื้นดินของพื้นที่เหมืองก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ก็ดังก้องไปทั่วทั้งพื้นที่เหมืองแร่
ทันใดนั้น ผมรู้สึกว่าปราณในร่างกายเกิดความปั่นป่วน ผมตกใจอย่างยิ่ง รีบโคจรพลังเพื่อควบคุมสถานการณ์ในร่างกาย
ส่วนคนธรรมดาอย่างพวกเฉินหมิงปั๋วกลับไม่ได้โชคดีขนาดนั้น ต่างก็ล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ใบหน้าแสดงออกถึงความเจ็บปวดและหวาดกลัว
แม้แต่อสูรงูที่อยู่ตรงหน้าผมก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทา หมอบราบกับพื้นราวกำลังค้อมคำนับให้ใครบางคน
ในใจรู้สึกตกตะลึงอย่างยิ่ง ผมเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือค่ายกลวิญญาณน้ำห้าธาตุอย่างรวดเร็ว เห็นเพียงไอปีศาจมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากใต้ดินไม่หยุด หมุนวนรวมตัวกันอยู่เหนือค่ายกล
ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า โจวเฮ่อไม่เพียงแต่ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกันยังหัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ สายตาจับจ้องไปที่ไอปีศาจมหึมาที่หมุนวนอยู่เหนือค่ายกลวิญญาณน้ำห้าธาตุอย่างไม่วางตา
“ฮ่า ๆ ดี ยอดเยี่ยมไปเลย รอมาตั้งนาน ในที่สุดข้าก็จะสมดังใจปรารถนาแล้ว” โจวเฮ่อหัวเราะต่อไป อารมณ์ตื่นเต้นอย่างยิ่ง
ในตอนนั้นเอง ไอปีศาจที่หมุนวนไม่หยุดอยู่เหนือค่ายกลก็พลันหดตัวลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นเสียงดังฟุ่บสายหนึ่งก็พุ่งตรงลงมาจากกลางอากาศ ตกลงไปในค่ายกลวิญญาณน้ำห้าธาตุบนพื้นดิน
เสียงแคร็กดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง หินคริสตัลสีขาวแต่ละก้อนที่ใช้ตั้งค่ายกลต่างก็ปรากฏรอยร้าว เพราะไม่สามารถทนรับพลังปีศาจที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ ค่ายกลวิญญาณน้ำห้าธาตุจึงสูญเสียอิทธิฤทธิ์ ลมพายุที่พัดกระหน่ำทั่วพื้นที่เหมืองก็หยุดลงในฉับพลัน
ค่ายกลวิญญาณน้ำห้าธาตุถูกทำลาย โจวเฮ่อซึ่งเป็นผู้ควบคุมค่ายกลจึงได้รับผลกระทบไม่น้อย ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่สีหน้าก็ยังคงเต็มไปด้วยความคาดหวังและตื่นเต้นอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ไอปีศาจที่ตกลงบนพื้นดินค่อย ๆ สลายไป สุนัขจิ้งจอกขนาดมหึมาตัวหนึ่งที่มีลำตัวขาวราวกับหิมะ สูงกว่าคนปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเรา
ผมมองปีศาจจิ้งจอกที่หนีออกมาจากใต้ดินและปรากฏร่างที่แท้จริงอยู่ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในใจมีความคิดเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือจบสิ้นแล้ว!
หางทั้งหกเส้นของปีศาจจิ้งจอกค่อย ๆ แกว่งไกว นี่คือปีศาจจิ้งจอกหกหางอย่างไม่ต้องสงสัย
ผมคาดการณ์ไว้ตั้งนานแล้ว ปีศาจจิ้งจอกที่แข็งแกร่งถึงขนาดต้องใช้ภูมิฮวงจุ้ยห้าปราณบรรจบธาตุมาผนึกไว้ จะเป็นปีศาจธรรมดาไปได้อย่างไร
เดิมทีผมเตรียมใจไว้แล้ว รู้ว่าพลังของปีศาจจิ้งจอกไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเหนือความคาดหมายของผมไปไกล ปีศาจจิ้งจอกหกหางนั่นคือราชันปีศาจผู้แข็งแกร่งในตำนาน
เล่ากันว่าปีศาจจิ้งจอกจะงอกหางใหม่ออกมาหนึ่งเส้นทุก ๆ การบำเพ็ญเพียรหนึ่งร้อยปี นั่นหมายความว่าปีศาจจิ้งจอกตนนี้ อย่างน้อยก็บำเพ็ญเพียรมานานถึงหกร้อยปีแล้ว
มีคำกล่าวว่าปีศาจจิ้งจอกเก้าหางจะถูกเรียกว่าจิ้งจอกสวรรค์ และเป็นระดับสูงสุดในบรรดาปีศาจจิ้งจอก เจ็ดหางและแปดหางคือราชันระดับสูงสุด สี่หางถึงหกหางคือราชันปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค ส่วนหนึ่งหางถึงสามหางคือปีศาจจิ้งจอกทั่วไป
ปีศาจจิ้งจอกหกหางที่อยู่ตรงหน้าพวกเรา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นราชันปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค
โจวเฮ่อไอ้คนเสียสติ ครั้งนี้เกรงว่าคงจะทำให้พวกเราเดือดร้อนกันถ้วนหน้าแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปีศาจจิ้งจอกหกหาง ไม่รู้ว่าจะมีคนต้องตายไปอีกเท่าไหร่
สายตาของปีศาจจิ้งจอกหกหางกวาดมองทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุอย่างเย็นชา ในแววตามีแต่ความสูงส่งและดูแคลน ราวกับว่าในสายตาของมันพวกเราเป็นเพียงฝูงมดปลวก และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
“ปะ ปีศาจ ช่วยด้วย ช่วยด้วย!” ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นเพิ่งจะได้สติกลับคืนมาบางส่วน แต่พอเห็นปีศาจจิ้งจอกหกหางที่สง่างามอยู่ตรงหน้า ก็ตกใจจนร้องขอความช่วยเหลือออกมาทันที
เดิมทีพวกเขาก็เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ดอยู่แล้ว บวกกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความหวาดกลัว สีหน้าจึงดูน่าเกลียดอย่างที่สุด
เฉินหมิงปั๋วตกใจจนตัวแข็งทื่อไปนานแล้ว นั่งอยู่บนพื้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
โจวเฮ่อที่อยู่ใกล้ปีศาจจิ้งจอกหกหางที่สุดดูเหมือนจะประหลาดใจเช่นกัน แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้น
“ฮ่า ๆ ปีศาจจิ้งจอกหกหาง เป็นปีศาจจิ้งจอกหกหางจริง ๆ ด้วย สวรรค์เข้าข้างข้าโดยแท้ ครั้งนี้ข้าได้กำไรมหาศาลแล้ว!” โจวเฮ่อดีใจจนแทบคลั่ง ถึงกับยังคิดจะปราบปีศาจจิ้งจอกหกหาง
ผมล่ะสงสัยจริง ๆ เขาไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ปีศาจจิ้งจอกหกหางนั่นคือราชันปีศาจแห่งยุคเลยนะ ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด การจะเอาชีวิตผมก็เป็นเพียงเรื่องง่ายดายแค่พลิกฝ่ามือ
“เจ้าช่างเป็นเด็กที่โชคดีเสียนี่กระไร ทุกครั้งที่เจอก็เป็นแต่พวกที่ไม่ธรรมดา ครั้งนี้ยังเจอปีศาจจิ้งจอกหกหางที่หาได้ยากอีก” ทันใดนั้น เสียงของเสิ่นหนิงซวงก็ดังขึ้นในหัวของผม
ให้ตายเถอะ ที่แท้เธอก็คอยดูละครอยู่ตลอด
ผมรีบตอบกลับเธอในใจ “พี่สาว ครั้งนี้ท่านน่าจะลงมือช่วยได้แล้วใช่ไหม?”
“ฝันไปเถิด เจ้าคิดหาวิธีเอาเอง” เดิมทีผมยังดีใจและคาดหวังอยู่ ไม่คิดว่าเสิ่นหนิงซวงจะปฏิเสธโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
ผมแอบด่าเธอในใจไปรอบหนึ่ง แล้วจึงพูดอย่างร้อนรนว่า “นี่คือปีศาจจิ้งจอกหกหางนะ ถ้าท่านไม่ลงมือ พวกเราต้องจบเห่แน่”
น่าเสียดายที่เสิ่นหนิงซวงไม่ตอบกลับผมอีก
ในตอนที่ในใจของผมร้อนรนราวกับไฟเผา โจวเฮ่อกลับพูดกับปีศาจจิ้งจอกหกหางขึ้นมา “ปีศาจจิ้งจอก คนที่ช่วยเจ้าทำลายผนึกห้าปราณบรรจบธาตุนี้คือข้า คนที่ช่วยเจ้าหนีออกมาจากใต้ดินก็คือข้า ตอนนี้เจ้าควรจะตอบแทนข้าได้แล้วใช่หรือไม่?”
ผมมองปีศาจจิ้งจอกหกหางอย่างประหม่า กลืนน้ำลาย ไม่รู้ว่ามันจะตอบสนองต่อคำพูดของโจวเฮ่ออย่างไร
โจวเฮ่อก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยื่นมือไปทางปีศาจจิ้งจอกหกหางเหมือนจะลูบไล้มัน การกระทำนี้ย่อมต้องทำให้ปีศาจจิ้งจอกหกหางโกรธอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรเสียมันก็เป็นถึงราชันปีศาจแห่งยุค การกระทำของโจวนั้นเหมือนกับว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านของตัวเอง ถ้าปีศาจจิ้งจอกหกหางไม่โกรธสิแปลก
เห็นเพียงปีศาจจิ้งจอกหกหางฉายแววเย็นเยียบ อ้าปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคมคำรามลั่นออกมาครั้งหนึ่ง
เสียงคำรามนี้ดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า ราวกับจะสามารถฉีกกระชากความมืดมิดได้ ในเวลาเดียวกัน พลังมหาศาลสายหนึ่งก็พุ่งกระแทกออกไปรอบทิศพร้อมกับเสียงคำราม หินคริสตัลสีขาวหกก้อนที่ใช้ตั้งค่ายกลวิญญาณน้ำห้าธาตุก็ระเบิดเป็นผุยผงในพริบตา ผมกับโจวเฮ่อถูกกระแทกจนกระเด็นถอยหลังไป แล้วตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง
ส่วนเฉินหมิงปั๋วกับชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็ถูกกระแทกจนหงายหลังล้มตึง หลังจากร้องครวญครางอยู่สองสามครั้งก็สลบไป
ผมล้มลงกับพื้น เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก ทั่วทั้งตัวเจ็บปวดไปหมด จั้งทั้งห้าและฝู่ทั้งหกราวกับเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิม
เพียงแค่เสียงคำรามครั้งเดียว ก็มีพลังทำลายล้างที่น่ากลัวถึงขนาดนี้ อารมณ์ของผมก็ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้นไปอีก
โจวเฮ่อที่อยู่ไม่ไกลถูกแรงกระแทกจนกระเด็นออกไปได้รับบาดเจ็บรุนแรงกว่าผม ปากเต็มไปด้วยเลือด ในปากยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด
เขาพยายามลุกขึ้นมาจากพื้น พยุงลำต้นไม้ที่อยู่ข้าง ๆ ไว้ ในที่สุดดวงตาก็เผยแววตกตะลึงออกมาสายหนึ่ง
ดูท่าว่าหลังจากปีศาจจิ้งจอกหกหางโกรธขึ้นมา จะทำให้สมองที่มึนเมาไปด้วยความดีใจของเขาสร่างขึ้นมาไม่น้อย
ในตอนนี้ปีศาจจิ้งจอกหกหางยังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตายังคงเย็นชาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ อสูรงูที่อยู่ตรงหน้ามันตัวสั่นเทา หมอบราบอยู่กับพื้น
“พันธนาการมันไว้!” โจวเฮ่อที่อยู่ไม่ไกลเช็ดเลือดบนปาก ถึงกับสั่งให้อสูรงูโจมตีปีศาจจิ้งจอกหกหาง
ดูเหมือนอสูรงูจะขัดขืนคำสั่งของโจวเฮ่อไม่ได้ ร่างกายที่สั่นเทาโก่งตัวขึ้น เตรียมจะโจมตีใส่ปีศาจจิ้งจอกหกหาง
ในตอนนั้นปีศาจจิ้งจอกหกหางก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน หางเส้นหนึ่งราวกับหนวดปลาหมึกรัดอสูรงูไว้แน่นด้วยความเร็วสายฟ้าฟาดจนมองตามไม่ทัน
อสูรงูขยับตัวไม่ได้ในทันที จากนั้นหางที่รัดอสูรงูอยู่ก็ดึงอสูรงูมาที่ปากของปีศาจจิ้งจอกหกหาง ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของผม ปีศาจจิ้งจอกหกหางถึงกับกลืนอสูรงูเข้าไปในท้อง อสูรงูไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะขัดขืน
ปีศาจที่ตัวเองอุตส่าห์เลี้ยงดูมาอย่างยากลำบากถูกกลืนกินไปแบบนี้ โจวเฮ่อในฐานะเจ้าของก็ได้รับผลสะท้อนกลับอย่างรุนแรง กระอักเลือดออกมาหลายคำ ใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ ทั้งคนก็โงนเงนจวนเจียนจะล้ม
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาพยุงลำต้นไม้ไว้ ผมสงสัยว่าเขาคงจะล้มลงไปแล้ว
“เชี่ย! นี่... นี่มันตัวอะไรวะ?”
บังเอิญเสียจริง หลิวเฉิงกับอู๋หรงในที่สุดก็มาถึงในตอนนี้ พอดีกับที่เห็นภาพปีศาจจิ้งจอกหกหางกลืนอสูรงูเข้าไปในท้อง ตกใจจนยืนนิ่งอยู่กับที่
ผมกุมหน้าอก ทนความเจ็บปวดลุกขึ้นยืน คิดในใจว่าพวกเขาสองคนช่างเลือกเวลาปรากฏตัวได้ดีจริง ๆ
ในตอนนี้ ร่างกายของปีศาจจิ้งจอกหกหางที่กลืนอสูรงูเข้าไปดูเหมือนจะใหญ่ขึ้นเล็กน้อย พลังปีศาจบนตัวก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ดูท่าว่าการกลืนอสูรงูเข้าไปจะทำให้มันฟื้นฟูพลังกลับคืนมาได้บางส่วน
สายตาของปีศาจจิ้งจอกหกหางหันมาทางพวกเราอีกครั้ง เพื่อที่จะฟื้นฟูพลัง มันย่อมต้องไม่ปล่อยพวกเราไปอย่างแน่นอน ต้องดูดพลังชีวิตของพวกเราไปเพื่อฟื้นฟูพลัง
ผมทำหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ในหัวพยายามคิดหาวิธีอย่างรวดเร็ว แต่กลับคิดหาวิธีดี ๆ ที่จะหยุดยั้งปีศาจจิ้งจอกหกหางที่อยู่ตรงหน้าไม่ออกเลย
ผมอดไม่ได้ที่จะร้อนใจราวกับไฟเผา แอบด่าบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของโจวเฮ่อในใจไปรอบหนึ่งอย่างหนักหน่วง