เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 230 แจกอาหารหมา

บทที่ 230 แจกอาหารหมา

บทที่ 230 แจกอาหารหมา


สายถูกรับอย่างรวดเร็ว และตามที่คาดไว้ ผมเพิ่งพูดแค่ประโยคเดียว แม่ของผมก็เริ่มดุด่าอย่างหนัก

ผมรู้ว่าตัวเองผิด จึงฟังเงียบ ๆ ไม่กล้าตอบกลับ

รอจนเธออารมณ์เย็นลงบ้างแล้ว ผมถึงกล้าเอ่ยปากพูดอีกครั้ง

หลังจากรับประกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอีกไม่กี่วันจะไปเมืองเจียงเป่ย แม่ของผมถึงได้ยอมปล่อยผมไป

“จริงสิ ของส่วนใหญ่ของลูกพวกเราย้ายมาให้แล้ว พอลูกกลับไปที่หมู่บ้านก็ลองดูเองว่าจะเอาอะไรมาเพิ่มอีก ร้านทำเครื่องกระดาษของปู่ลูกก็จัดการเสียด้วย ถ้าขายต่อได้ก็ขายไปเลย ราคาต่ำหน่อยก็ไม่เป็นไร” ในโทรศัพท์แม่พูดกับผม

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว”

หลังจากคุยกับเธออีกสองสามประโยค ผมถึงได้วางสาย

“หลงหยวน เราสองคนจะไปเมืองเจียงเป่ยเมื่อไหร่?” พอเห็นผมวางสาย หลิวเฉิงก็ถามขึ้น

“นายคิดจะไปกับฉันด้วยเหรอ?” ผมสงสัย เจ้าหมอนี่ไม่อยากกลับเมืองหลวงหรือไง

หลิวเฉิงบอกว่าแน่นอนอยู่แล้ว ได้ยินมาว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้เมืองเจียงเป่ยพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เกือบจะทันเมืองเอกแล้ว เขาอยากลองไปเที่ยวมาโดยตลอด เพียงแต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ครั้งนี้เป็นโอกาสดีพอดี

“แล้วแต่นายเลย ขอแค่อาหลิวไม่ด่าว่านายวิ่งเล่นไปทั่วก็พอ” ผมพูด

“ชิ ตอนนี้มีน้าจางอยู่เป็นเพื่อน เขาขี้เกียจจะสนใจฉันแล้ว” หลิวเฉิงไม่ใส่ใจ ในแววตาปิดบังความตื่นเต้นไว้ไม่มิด “พอดีกับช่วงนี้ตามนายไปก็ได้เงินมาไม่น้อย เดี๋ยวฉันจะเที่ยวเล่นในเมืองเจียงเป่ยให้สุดเหวี่ยงไปเลย ฮ่า ๆ ๆ!”

ผมส่ายหน้าอย่างจนใจ เจ้าหมอนี่ติดลมขึ้นมาแล้ว

“ฮุ่ยเจวี๋ย หรือว่าท่านจะไปเที่ยวกับพวกเราสักสองสามวัน?” ผมหันไปถามความเห็นของฮุ่ยเจวี๋ย

ฮุ่ยเจวี๋ยบอกว่าตัวเองยังต้องกลับไปรายงานเรื่องครั้งนี้ให้ปรมาจารย์จิ้งหยวนทราบ คงจะไม่ไปแล้ว

“น้องฮุ่ยเจวี๋ย น่าเสียดายจริง ๆ เจ้าหนู นายไม่มีวาสนาได้เห็นของดี ชายหาดตากอากาศของเมืองเจียงเป่ยขึ้นชื่อเรื่องสาวสวยเยอะแยะเลยนะ สาว ๆ ใส่ชุดว่ายน้ำหลากหลายแบบเล่นกันอยู่บนชายหาด แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว” เจ้าหลิวเฉิงนี่ น้ำลายแทบจะไหลออกมาอยู่แล้ว

ผมถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง “พูดอะไรน่ะ อย่าสอนเด็กให้เสียคนสิ”

หลิวเฉิงรีบปิดปากตัวเอง แสดงว่าจะหุบปากแล้ว

“อมิตาภพุทธะ!” ฮุ่ยเจวี๋ยหลับตา พนมมือข้างเดียวขึ้นมาตรงหน้าอกแล้วพูดประโยคหนึ่ง

เพื่อให้สามารถเดินทางไปเมืองเจียงเป่ยได้เร็วที่สุด ผมจึงเริ่มนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียรบนเตียง คิดจะอาศัยปราณในร่างกายเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บบนร่างกายอย่างรวดเร็ว

หลิวเฉิงกับฮุ่ยเจวี๋ยก็ไม่รบกวนผม ปิดประตูออกจากห้องผู้ป่วยไป ให้ผมบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบ ๆ คนเดียว

พอโคจรปราณในร่างกาย ผมก็รู้สึกประหลาดใจในทันที เพราะผมพบว่าปราณในร่างกายของตัวเองดูเหมือนจะเข้มข้นกว่าเดิมเล็กน้อย ‘เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ’ ก็ก้าวหน้าขึ้นด้วย ถึงแม้จะยังอยู่ในวัฏฏะที่หนึ่ง แต่เห็นได้ชัดว่าก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งแล้ว

เมื่อปราณโคจรไปทั่วร่างของผม ความเจ็บปวดบนร่างกายก็ลดลงไปกว่าครึ่ง พลังก็ฟื้นฟูโดยสมบูรณ์

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ การบำเพ็ญเพียรของผมก็ถูกเสียงข้อความในโทรศัพท์มือถือที่ดังไม่หยุดขัดจังหวะ ผมลืมตามองออกไปนอกหน้าต่าง พบว่าเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว

โชคดีที่ผมฟื้นตัวได้เจ็ดแปดส่วนแล้ว ไม่ได้รู้สึกไม่สบายเหมือนตอนที่เพิ่งตื่น

ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นกลุ่มแชตชั้นเรียนมัธยมปลายในวีแชตที่กำลังเดือด ไม่รู้ว่าคนพวกนี้เป็นเพราะอะไร วันนี้ถึงได้คึกคักกันขึ้นมาทันที

จนกระทั่งผมได้อ่านประวัติการแชต ถึงได้รู้ว่าที่แท้เป็นเรื่องที่ผมกับจ้าวอี้เฟยคบกันถูกเว่ยฟางส่งเข้าไปในกลุ่มแชต ถึงได้เกิดการถกเถียงกันอย่างดุเดือด

เว่ยฟางเป็นเพื่อนสนิทของจ้าวอี้เฟย คาดว่าคงจะเป็นจ้าวอี้เฟยที่บอกเธอ

ในกลุ่มมีหลายคนแท็กผมกับจ้าวอี้เฟยให้พวกเราออกมาพูด แต่พวกเราสองคนไม่มีใครพูดอะไรเลย

เรื่องของผมกับจ้าวอี้เฟย ผมไม่ได้สนใจจะคุยกับพวกเขามากนัก ดังนั้นจึงปิดโทรศัพท์มือถือ ล้มตัวลงนอนพักบนเตียง

เพิ่งจะหลับตาลง ประตูห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออก คนที่เข้ามาคือจ้าวอี้เฟยกับเว่ยฟาง

“อี้เฟย เธออย่าโกรธเลย ฉันแค่ดีใจมากเกินไป ถึงได้อดไม่ได้ที่จะส่งเรื่องของเธอกับหลี่หลงหยวนเข้าไปในกลุ่มแชตชั้นเรียนมัธยมปลาย” เว่ยฟางขอโทษจ้าวอี้เฟยไม่หยุด จ้าวอี้เฟยถือปิ่นโตเก็บความร้อนเดินนำหน้าไม่พูดอะไร

จ้าวอี้เฟยยังคงโกรธอยู่บ้าง “ถ้ารู้ว่าเธอปากไม่มีหูรูดนี้ ฉันไม่น่าบอกเธอเลย”

ทั้งสองคนพูดพลาง ก็เห็นผมที่นอนอยู่บนเตียง

“นายตื่นแล้ว หิวหรือยัง ฉันต้มโจ๊กหม้อใหม่มาให้นายอีกแล้ว” พอจ้าวอี้เฟยเห็นผม ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม

ส่วนเว่ยฟางก็ให้ผมช่วยพูดขอร้องแทนเธอ “หลี่หลงหยวน นายรีบช่วยฉันหน่อยสิ ทำให้อี้เฟยหายโกรธที ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ อีกอย่างบอกพวกเขาก็ดีเหมือนกัน เจิ้งอวี่จะได้ตัดใจสักที และป้องกันไม่ให้เขามาตอแยอี้เฟยอย่างไร้ยางอายอยู่เรื่อย ๆ”

ประโยคหลังของเธอนี่ผมชอบฟัง “ใช่ ไอ้เจิ้งอวี่นั่นต่อไปถ้ายังกล้ามาตอแแยเธออีก เธอก็เตะมันให้ตายไปเลย”

แต่หลังจากที่เจิ้งอวี่เคยเห็นฝีมือของผมที่บ้านตระกูลจ้าวแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีความกล้าที่จะมาตอแยจ้าวอี้เฟยอีก

เมื่อครู่ในกลุ่มแชตชั้นเรียนมัธยมปลายก็ไม่เห็นเขาออกมาพูดสักคำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงจะออกมาพูดจาเหน็บแนมแดกดันผมในกลุ่มไปนานแล้ว

“พวกเธอสองคนนี่นะ หึ!” จ้าวอี้เฟยถูกผมกับเว่ยฟางพูดจนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก หายโกรธแล้ว

เธอกับเว่ยฟางเป็นเพื่อนสนิทกันมากอยู่แล้ว เชื่อว่าเธอคงไม่ได้โกรธจริง ๆ แค่ไม่พอใจที่เว่ยฟางปากสว่างไปหน่อย

ผมแกล้งทำเป็นยังไม่หายดีต่อไป ให้จ้าวอี้เฟยป้อนโจ๊กให้ผมกิน

“ตอนต้มโจ๊ก ฉันตั้งใจใส่เนื้อไก่สับให้นายด้วย นายกินเยอะ ๆ หน่อยนะ” จ้าวอี้เฟยป้อนผมอย่างระมัดระวัง ให้ผมกินเยอะ ๆ

“อืม!” ผมมีความสุขกับการดูแลเอาใจใส่ของเธอ ในใจรู้สึกอบอุ่น

เว่ยฟางที่อยู่ข้าง ๆ เบ้ปาก “พวกเธอสองคนเริ่มสวีตหวานแจกอาหารหมากันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ คิดว่าฉันไม่มีตัวตนหรือไง?”

ผมกับจ้าวอี้เฟยสบตากันยิ้ม ๆ ไม่สนใจเธอ

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมก็ให้หลิวเฉิงทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ผม

ตอนที่ออกจากโรงพยาบาล จ้าวอี้เฟยสงสัย ถามผมว่าเมื่อวานยังเจ็บจนยกชามข้าวไม่ขึ้นเลย ทำไมวันนี้ถึงได้หายดีเร็วขนาดนี้ และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

“แสดงว่าร่างกายฉันฟื้นตัวได้น่าทึ่งมาก ไม่ใช่คนธรรมดาจะเทียบได้” ผมพูดเหตุผลมั่ว ๆ ออกไป

เธอเป็นคนฉลาด เข้าใจในทันทีว่าเมื่อวานตอนบ่ายผมแกล้งทำ โกรธจนทำปากยื่นแล้วหยิกที่เอวผมอย่างแรงทีหนึ่ง

ตอนเย็น เว่ยจื้อผิงจัดเลี้ยงให้พวกเราหลายคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยในครั้งนี้ แสดงความขอบคุณต่อพวกเราไม่หยุด

“อาจารย์หลี่ หลวงจีนน้อยฮุ่ยเจวี๋ย และเถ้าแก่จ้าว ครั้งนี้ต้องขอบคุณพวกคุณจริง ๆ ถึงสามารถทำให้เรื่องราวไม่เลวร้ายลงไปอีก ไม่อย่างนั้นผู้นำของอำเภออย่างผมเกรงว่าจะรับผิดชอบไม่ไหว”

หลังจากเกรงใจกับพวกเราอยู่พักหนึ่ง เว่ยจื้อผิงก็ให้อวี๋เฟิงยื่นบัตรธนาคารให้ผมกับฮุ่ยเจวี๋ยคนละใบ

“คุณทั้งสองอย่าได้ถือสา ทางอำเภอให้ค่าตอบแทนพวกคุณได้ไม่มาก ในบัตรสองใบนี้มีเงินอยู่ใบละสองแสน หวังว่าทั้งสองทจะรับไว้ แต่ผมรับประกันกับทั้งสองได้ว่า หลังจากนี้ถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ ขอเพียงอยู่ในขอบเขตความสามารถของผม ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถแน่นอน” เว่ยจื้อผิงพูดด้วยความรู้สึกผิด

อย่างไรเสียเว่ยจื้อผิงก็เป็นคนของทางการ ไม่เหมือนกับนักธุรกิจอย่างพวกจ้าวกั๋วเหลียง ผมเข้าใจได้

และคำสัญญาของเขาเมื่อครู่ มีค่ามากกว่าเงินสองแสนในบัตรมาก บางครั้งคอนเนคชั่นก็เป็นสิ่งที่เงินทองทดแทนไม่ได้

ในตอนนี้ อวี๋เฟิงก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง ไม่นานเขาก็พูดอะไรบางอย่างข้างหูเว่ยจื้อผิงเบา ๆ

เว่ยจื้อผิงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตามองมาที่ผม “อาจารย์หลี่ พรุ่งนี้เช้าเกรงว่าคุณอาจจะยังไปไม่ได้ เบื้องบนส่งคนลงมา บอกว่าอยากจะพบคุณกับหลวงจีนน้อยฮุ่ยเจวี๋ยสักครั้ง”

“พบผมเหรอ!?” ผมประหลาดใจ

ทำไมจู่ ๆ คนที่เบื้องบนของทางการส่งมาถึงอยากจะพบผม?

จบบทที่ บทที่ 230 แจกอาหารหมา

คัดลอกลิงก์แล้ว