- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 190 รักษาหม่าเทา
บทที่ 190 รักษาหม่าเทา
บทที่ 190 รักษาหม่าเทา
“ทุบต่อไป กู่เปรตทนไม่ไหวแล้วกำลังจะออกมา” ผมรีบพูดกับหลิวเฉิง
“ได้เลย!” หลิวเฉิงก็ทุบจนติดลมแล้ว ใช้ไม้ถูกฟ้าผ่าทุบไปที่ร่างของหม่าเทาไม่หยุด
ผมจงใจวางภาชนะเลี้ยงกู่ที่ใส่ยันต์จำแลงกายไว้ไม่ไกลจากด้านหน้าของหม่าเทา แล้วก็ถอยไปอยู่อีกด้านหนึ่ง
“ออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้นะ ไอ้หนอนเวร รีบออกมาเร็ว!” หลิวเฉิงด่าไปพลางทุบไปพลาง
ในตอนนี้ หนอนสีขาวน้ำนมตัวหนึ่งก็โผล่หัวออกมาจากปากของหม่าเทา
มันอ้าปากกรีดร้องอย่างโหยหวน ส่วนหัวของมันบานออกเหมือนกับกลีบดอกไม้ เพียงแต่บนปากแต่ละกลีบของมันกลับเต็มไปด้วยฟันซี่เล็กแหลมคม เหมือนกับดอกไม้กินคนเคยเห็นในหนัง
“เชี่ย!” หลิวเฉิงพอเห็นกู่เปรตก็ตกใจไม่น้อย คิดจะอุ้มไม้ถูกฟ้าผ่าแล้ววิ่งหนี
ผมรีบตวาดห้ามเขาไว้ “ไม่ต้องกลัว ในมือนายมีไม้ถูกฟ้าผ่าอยู่ กู่เปรตไม่กล้าโจมตีนายหรอก”
ตอนนี้กู่เปรตยังคลานออกมาจากปากของหม่าเทาไม่หมด ถ้าหากเขาหนีไปตอนนี้ ก็เท่ากับว่าที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่า
หลังจากทุบไปอีกสองสามที ในที่สุดท่ามกลางเสียงกรีดร้องอันโหยหวนของกู่เปรต ร่างกายทั้งหมดของมันก็ออกมาจากปากของหม่าเทา แล้วตกลงบนพื้น
ในชั่วพริบตาที่กู่เปรตหลุดออกจากร่างกาย หม่าเทาก็หมดสติไปเช่นกัน ทั้งร่างล้มลงไปอยู่ข้าง ๆ
กู่เปรตบนพื้นขยับตัวสองสามครั้ง อ้าปากที่เหมือนกับดอกไม้กินคนแล้วคำรามใส่หลิวเฉิงที่ถือไม้ถูกฟ้าผ่าอยู่หนึ่งที หลิวเฉิงตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว
และรูปร่างของกู่เปรตก็ปรากฏสู่สายตาของพวกเราอย่างเต็มตา มันมีความหนาประมาณนิ้วหัวแม่มือ ทั้งตัวเป็นสีขาวน้ำนมอ้วนท้วน ยาวประมาณสามนิ้ว บนตัวมีไอชั่วร้ายสีดำที่น่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมาไม่หยุด
เพียงแต่โดนไม้ถูกฟ้าผ่าทำร้ายอย่างหนักมานานขนาดนั้น ตอนนี้มันก็อ่อนแอมากแล้ว
“ให้ตายสิ ไอ้หนอนนี่ทำไมมันน่าขยะแขยงอย่างนี้ หลงหยวนรีบฆ่ามันเร็วเข้า” หลิวเฉิงขมวดคิ้ว พูดด้วยแววตาหวาดผวา
ผมยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ สายตาทอดมองไปยังภาชนะเลี้ยงกู่
ในตอนนี้ ดูเหมือนว่ากู่เปรตจะพบภาชนะเลี้ยงกู่แล้วเช่นกัน มันส่งเสียงคำรามลั่น แล้วกระโจนเข้าไปในภาชนะเลี้ยงกู่
ผมคิดในใจว่าสำเร็จแล้ว รีบถือฝาแล้วพุ่งเข้าไป ปิดฝาภาชนะเลี้ยงกู่
บนฝาถูกผมแปะยันต์สะกดอัปมงคลไว้แต่แรกแล้ว กู่เปรตดิ้นรนอยู่ในภาชนะเลี้ยงกู่อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็เงียบเสียงไปโดยสิ้นเชิง
รอจนมันไม่ดิ้นแล้ว ผมถึงได้กล้าปล่อยมือ จากนั้นก็นั่งแหมะลงไปกับพื้น ในที่สุดก็ช่วยชีวิตหม่าเทากลับมาได้
หลิวเฉิงอุ้มไม้ถูกฟ้าผ่าไว้ แล้วเดินเข้ามาหาผมอย่างระมัดระวัง “หลงหยวน เสร็จแล้วเหรอ?”
“อืม” ผมพยักหน้า แล้วบอกให้เขาตะโกนเรียกคนที่อยู่นอกสวนหลังบ้านเข้ามา
หลิวเฉิงก็หัวเราะลั่นแล้ววิ่งไปเปิดประตู ปากก็ตะโกนเรียกให้คนเข้ามา
และในตอนนี้ ค่ายกลห้าธาตุกักพลังอัปมงคลที่ครอบคลุมสวนหลังบ้านของหม่าเทาไว้ก็หมดเวลาแล้วเช่นกัน สิ้นสุดประสิทธิภาพลงแล้ว
คนที่วิ่งเข้ามาในสวนหลังบ้านก่อนเป็นคนแรกคือพ่อแม่ของหม่าเทา พวกเขากังวลถึงความปลอดภัยของหม่าเทาอย่างยิ่ง พอเห็นหม่าเทาสลบอยู่บนพื้นในสภาพทุลักทุเลน่าสังเวช ก็ร้องไห้พลางวิ่งเข้าไปดูอาการของเขา
“เทาจื่อ ลูกที่น่าสงสาร!”
จากนั้น คนอื่น ๆ ถึงได้ทยอยกันเข้ามา ตอนแรกพวกเขายังกลัวอยู่บ้างไม่กล้าเข้ามา พอเห็นว่าในสวนหลังบ้านไม่มีเสียงอะไรนานแล้วถึงได้กล้าเข้ามาดู
“ฮ่า ๆ จะไม่ปิดบังพวกนายเลยนะ เมื่อกี้นี้กู่เปรตนั่นถูกฉันใช้ไม้ถูกฟ้าผ่าท่อนนี้ทุบจนร้องโอดโอยเลยล่ะ มันเอาแต่ร้องขอชีวิตจากฉันไม่หยุดเลย” หลิวเฉิงกับชายฉกรรจ์สองสามคนเข้ามาแล้ว เอาแต่คุยโวโอ้อวด
ชายฉกรรจ์สองสามคนเชื่อเป็นจริงเป็นจัง ต่างก็พากันยกนิ้วโป้งให้เขา
“อาจารย์หลี่คะ คุณรีบมาดูเทาจื่อบ้านฉันหน่อยค่ะว่าเป็นยังงีบ้าง” แม่ของหม่าเทาร้อนใจดั่งไฟเผาเดินเข้ามาเรียกผม
ผมลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินเข้าไป
พ่อของหม่าเทานั่งอยู่บนพื้นอุ้มหม่าเทาที่สลบอยู่ในอ้อมแขน ร้องไห้ไม่หยุด
“ตาเฒ่า รีบให้อาจารย์หลี่ดูเทาจื่อเร็วเข้า” แม่ของหม่าเทาพูดขึ้น
พ่อของหม่าเทารีบเช็ดน้ำตา ขอให้ผมช่วยหม่าเทา หม่าเทาเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านเขา จะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด
ผมบอกเขาว่าอย่าเพิ่งรีบร้อน จากนั้นก็ดูอาการของหม่าเทาอย่างใจเย็น
หม่าเทาหน้าซีดขาว บนร่างกายยังมีไอชั่วร้ายหลงเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นอะไรมากแล้ว
สิ่งสำคัญที่สุดคือสภาพภายในร่างกายของเขา กู่เปรตอยู่ในท้องของเขานานเกินไป จั้งทั้งห้าและฝู่ทั้งหกของเขาคงจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ต่อไปถึงแม้จะฟื้นตัวแล้ว คาดว่าร่างกายคงจะอ่อนแอลงมาก แต่อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตไว้ได้
“อาจารย์คะ เป็นอย่างไรบ้างคะ?” เมื่อเห็นว่าผมไม่พูดอะไร พ่อแม่ของหม่าเทาก็ถามอย่างเคร่งเครียด
ผมบอกพวกเขาทั้งสองคนว่าหม่าเทาไม่เป็นอะไรแล้ว แค่สลบไปเฉย ๆ อีกเดี๋ยวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นก็จะฟื้นขึ้นมา
“ดีเลยค่ะ ขอบคุณค่ะอาจารย์” คนชราทั้งสองคนต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีใจจนน้ำตาไหล
ผมกำชับพวกเขาอีกครั้งว่าพยายามอย่าขยับตัวหม่าเทา ป้องกันไม่ให้อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น ทางที่ดีควรหาอะไรมารองพื้นให้หม่าเทานอนราบลงไป
“อีกเดี๋ยวผมจะวาดยันต์ห้าจั้งหกฝู่อีกแผ่นหนึ่ง ทำเป็นน้ำยันต์ให้เขาดื่ม” ผมพูดจบ กำลังจะเดินไปก็นึกขึ้นได้ว่าน้ำยันต์สะกดอัปมงคลยังมีเหลืออยู่ “จริงสิ ตักน้ำยันต์สะกดอัปมงคลที่เหลืออยู่ก่อนหน้านี้มาให้เขาดื่มก่อนชามหนึ่ง”
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะอาจารย์ ขอบคุณค่ะอาจารย์!” พ่อแม่ของหม่าเทาขอบคุณผมไม่หยุด
พอเดินกลับไปที่ภาชนะเลี้ยงกู่ ผมก็ใช้เสื้อแจ็กเกตของหลิวเฉิงห่อไว้อีกครั้ง ในใจก็กำลังคิดอยู่ว่าจะจัดการกับกู่เปรตข้างในอย่างไรดี
ในตอนนี้ จ้าวกั๋วเหลียงที่ก่อนหน้านี้พักผ่อนอยู่ที่บ้านของชาวบ้านข้าง ๆ ก็มาถึงสวนหลังบ้านของหม่าเทาแล้ว
“อาจารย์หลี่ คุณเก่งกาจจริง ๆ ผมรู้ว่าคุณจะต้องทำสำเร็จ” จ้าวกั๋วเหลียงมีสีหน้ายินดี พูดกับผมพลางยิ้ม
ผมส่ายหน้า “พูดเล่นแล้วครับ คุณอาจ้าว ไม้ถูกฟ้าผ่าที่คุณหามาต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญ”
ถ้าหากไม่มีไม้ถูกฟ้าผ่า ผมก็คงจะไม่มีวิธีที่ดีนักที่จะจัดการกับกู่เปรตที่ซ่อนอยู่ในท้องของหม่าเทา
แต่จ้าวกั๋วเหลียงกลับบอกว่าผมถ่อมตัวเกินไป ถ้าหากไม่มีผม ต่อให้มีไม้ถูกฟ้าผ่าที่ดีกว่านี้ พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้อย่างไร
“หลงหยวน ไม้ถูกฟ้าผ่าท่อนนี้ร้ายกาจขนาดนี้ ใช้ก็ถนัดมือ หรือว่าพวกเราเก็บไว้เองเถอะ ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะได้ใช้อีก” หลิวเฉิงเดินเข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้ เริ่มจะคิดอยากได้ไม้ถูกฟ้าผ่าในมือขึ้นมา
บนใบหน้าของจ้าวกั๋วเหลียงเผยสีหน้าลำบากใจ “อาจารย์หลี่ครับ ไม้ถูกฟ้าผ่าผมยืมมาจากคนอื่น ตกลงกันไว้แล้วว่าครั้งนี้ใช้เสร็จแล้วจะต้องคืนให้เขา เพราะฉะนั้น...”
“ไม่ต้องพูดไปกว่านี้แล้วครับ ผมเข้าใจ” ผมตอบกลับ
ไม้ถูกฟ้าผ่าตามธรรมชาตินั้นหาได้ยาก มีค่าอย่างยิ่ง ประกอบกับไม้ถูกฟ้าผ่าท่อนนี้มีกลิ่นอายของอสนีบาตสวรรค์เข้มข้นขนาดนี้ ยิ่งเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยาก ขอเพียงเป็นคนที่รู้เรื่องก็ไม่มีทางที่จะยกให้คนอื่น หรือขายทิ้งไป
การที่เขาสามารถยืมมาให้พวกเราใช้ได้ ก็ถือว่ายากมากแล้ว แสดงว่าเจ้าของไม้ถูกฟ้าผ่าไว้หน้าเขามากพอสมควร
หลิวเฉิงทำหน้าเสียดาย ลูบไล้ไม้ถูกฟ้าผ่าในมือ “เฮ้อ น่าเสียดายจริง ๆ”
“เก็บไม้ถูกฟ้าผ่าไว้ก่อน เรื่องราวยังไม่จบ หลังจากนี้อาจจะต้องใช้อีก” ผมบอกหลิวเฉิง จากนั้นก็มองไปทางจ้าวกั๋วเหลียง “คุณอาจ้าว ได้ไหมครับ?”
“ได้ครับ พอเรื่องราวทุกอย่างจบลงแล้ว ผมจะเอาไปคืนให้เขาด้วยตัวเอง” จ้าวกั๋วเหลียงบอกว่าไม่มีปัญหา
พอฟังจบหลิวเฉิงก็ดีใจอีกครั้ง “ได้เลย หลังจากนี้ยังให้ฉันใช้มันทุบกู่พวกนั้นได้อีก”
พูดจบ เขาก็ยิ้มแฉ่งไปหยิบผ้าที่เคยห่อไม้ถูกฟ้าผ่าไว้ก่อนหน้านี้ ดูท่าว่าเขาจะถูกใจไม้ถูกฟ้าผ่าท่อนนี้จริง ๆ
จากนั้น สายตาของจ้าวกั๋วเหลียงก็จับจ้องไปที่ภาชนะเลี้ยงกู่ แล้วถามผมว่าจะจัดการกับกู่เปรตตัวนี้อย่างไร
ผมบอกว่าการจัดการกับกู่เปรตไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ตอนนี้ยังไม่ได้คิดไว้ รอให้คิดออกก่อนแล้วค่อยว่ากัน
จ้าวกั๋วเหลียงพยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรอีก
“หม่าเทาบาดเจ็บไม่น้อย อีกเดี๋ยวพวกเราจะพาเขาไปรักษาที่โรงพยาบาลในอำเภอ รอให้เขาฟื้นขึ้นมา ก็จะสามารถถามเขาเรื่องกู่ได้” ผมพูดอีกครั้ง
“ทุกอย่างแล้วแต่คุณจะจัดการเลยครับ” จ้าวกั๋วเหลียงไม่มีข้อโต้แย้ง
หลังจากเก็บภาชนะเลี้ยงกู่แล้ว ผมก็วาดยันต์ห้าจั้งหกฝู่ให้หม่าเทาหนึ่งแผ่น ทำเป็นน้ำยันต์ให้เขาดื่มลงไป จากนั้นพ่อแม่ของหม่าเทาก็ตามพวกเราพาหม่าเทามาถึงโรงพยาบาลในตัวอำเภอ
หลังจากตรวจดูง่าย ๆ แล้ว คุณหมอก็บอกว่าหม่าเทาบาดเจ็บสาหัส การทำงานของอวัยวะภายในได้รับความเสียหาย อีกทั้งตามตัวยังเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ซี่โครงหักไปสองซี่ ต้องรีบทำการรักษาโดยด่วน
แน่นอนว่า รอยฟกช้ำและซี่โครงที่หักบนร่างกายของหม่าเทา ล้วนเป็นฝีมือของหลิวเฉิงที่ใช้ไม้ถูกฟ้าผ่าทุบตี ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
จ้าวกั๋วเหลียงให้พวกหลินเหว่ยหมินพยายามให้เต็มที่ ต้องแน่ใจว่าหม่าเทาจะฟื้นขึ้นมาให้ได้
“คุณกับอาจารย์หลี่วางใจเถอะครับ ผมจะคอยดูเอง รับรองว่าจะไม่เกิดปัญหาแน่นอน” หลินเหว่ยหมินก็รู้ดีว่าพวกเราไปหาหม่าเทาเพื่ออะไร จึงรับประกัน
จริง ๆ แล้วผมไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย บาดแผลภายนอกเหล่านั้นไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตของเขา อวัยวะภายในของเขาก็มียันต์ห้าจั้งหกฝู่ของผมคอยคุ้มครองอยู่ หม่าเทาจะต้องฟื้นขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
รอจนเขาฟื้นขึ้นมา ไม่รู้ว่าพวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันตรายแบบไหนอีก...