- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 188 ไม้ถูกฟ้าผ่า
บทที่ 188 ไม้ถูกฟ้าผ่า
บทที่ 188 ไม้ถูกฟ้าผ่า
พูดตามตรง วิธีอื่น ๆ ที่ผมนึกออกในตอนนี้ มีเพียงต้องทำให้หม่าเทาตายไปพร้อมกับกู่เปรตในท้องของเขา
หากไม่ถึงที่สุดจริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะทำแบบนั้น
หลิวเฉิงร้อนใจ ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งวันแล้ว เขารีบร้อนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา “ฉันจะโทรไปถามสถานการณ์กับเถ้าแก่จ้าวเดี๋ยวนี้เลย”
ไม่นานก็โทรติด หลิวเฉิงถามถึงสถานการณ์ของไม้ถูกฟ้าผ่าทันที
หลังจากที่รู้ว่าพวกจ้าวกั๋วเหลียงยังหาไม้ถูกฟ้าผ่าไม่เจอ เขาก็เล่าคำพูดของผมเมื่อครู่ให้จ้าวกั๋วเหลียงฟังอีกครั้ง บอกเขาว่าเวลาเหลือไม่มากแล้ว
“พวกคุณต้องรีบหน่อยนะ ไม่อย่างนั้นถ้าหม่าเทาหนีออกมาอาละวาดได้ พวกเราต้องเดือดร้อนกันอีกแน่” หลิวเฉิงพูดอย่างร้อนรน แค่คิด เขาก็เริ่มจะกลัวแล้ว
ผมยื่นมือไปหาเขา “เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน”
เขายื่นโทรศัพท์ให้ผม ผมรับโทรศัพท์แล้วพูดกับจ้าวกั๋วเหลียง “คุณอาจ้าวครับ ถ้าหากหาไม้ถูกฟ้าผ่าตามธรรมชาติไม่ได้จริง ๆ แบบที่มนุษย์ล่อฟ้าสร้างขึ้นก็ใช้ได้เหมือนกันครับ”
“ได้ครับ ตอนนี้ผมได้ข่าวคราวเกี่ยวกับไม้ถูกฟ้าผ่าตามธรรมชาติจากเพื่อนคนหนึ่งแล้ว กำลังรีบไปตรวจสอบอยู่ ถ้าหากมีจริง ๆ ผมรับรองว่าจะต้องกลับไปถึงก่อนยามไฮ่คืนนี้แน่นอน” จ้าวกั๋วเหลียงตอบกลับ
ผมพูดอีกประโยคหนึ่ง แล้วจึงวางสายไป
หลังจากรับโทรศัพท์ที่ผมคืนให้แล้ว หลิวเฉิงก็ถามผมว่าถ้าหากสุดท้ายยังหาไม้ถูกฟ้าผ่าไม่เจอจะทำอย่างไร
ผมถอนหายใจ แล้วบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ทำได้เพียงสละชีวิตของหม่าเทา
ถ้าไม่ได้จริง ๆ ผมก็ทำได้เพียงใช้อัสนีแดง
ครั้งก่อนตอนที่ใช้อัสนีแดง ผมยังต้องอาศัยพลังจากภายนอก หลังจากนั้นผมก็ทะลวงเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะขั้นที่หนึ่งได้สำเร็จแล้ว สามารถใช้อัสนีแดงได้โดยไม่ต้องอาศัยพลังจากภายนอกอีก พลังทำลายของอัสนีแดงย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน
จากพลังทำลายของอัสนีแดงแล้ว การจะกำจัดกู่เปรตก็ไม่มีปัญหาอะไร
หลิวเฉิงก็พยักหน้าอย่างจริงจัง “อืม งั้นก็คงต้องดูแล้วว่าสวรรค์จะให้โอกาสหม่าเทามีชีวิตรอดหรือเปล่า”
ก่อนจะกินข้าวเที่ยง ผมก็ตรวจดูบาดแผลของพ่อหม่าเทาอีกครั้งหนึ่ง พอพบว่าไม่มีร่องรอยของพิษกู่แพร่กระจายแล้วถึงได้พันแผลให้เขาใหม่
“อาจารย์หลี่คะ แผลของตาแก่บ้านฉันไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ จะตายหรือเปล่า?” คาดว่าคงจะยังจำคำพูดของหลิวเฉิงเมื่อวานได้ แม่ของหม่าเทามีสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ผมบอกให้เธอวางใจ หลังจากพอกยาพอกสมุนไพรและดื่มยันต์สะกดอัปมงคลแล้ว พ่อของหม่าเทาก็ไม่เป็นอะไรมากแล้ว ไม่ตายหรอก
“แล้วเทาจื่อบ้านเราล่ะ?” เมื่อเทียบกับตัวเองแล้ว พ่อของหม่าเทากลับเป็นห่วงความเป็นความตายของหม่าเทามากกว่า
“จะไม่เป็นอะไรครับ” ผมทำได้เพียงพูดกับคนชราสองคนแบบนี้
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ หม่าเทาในสวนหลังบ้านก็เริ่มจะอาละวาดขึ้นมาอีกครั้ง พลังของค่ายกลห้าธาตุกักพลังอัปมงคลก็กำลังอ่อนแอลงเรื่อย ๆ อย่างไรเสียก็เป็นเพียงค่ายกลง่าย ๆ ที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เทียบไม่ได้กับค่ายกลที่เตรียมการมาอย่างดี
เมื่อเห็นม่านแสงของค่ายกลอ่อนแอลง หลิวเฉิงก็รู้ว่าเวลากระชั้นชิดเข้ามาแล้ว ร้อนใจจนเดินไปเดินมาอยู่ในสวนหลังบ้าน
“บ้าเอ๊ย ร้อนใจจะตายอยู่แล้ว” เขาอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
ผมรู้ว่าเขาจะโทรไปเร่งจ้าวกั๋วเหลียงอีกแล้ว ภายนอกผมดูเหมือนจะสงบนิ่ง แต่จริง ๆ แล้วในใจก็ร้อนรนมากเช่นกัน
โทรไปหาจ้าวกั๋วเหลียงติดต่อกันหลายครั้ง แต่ก็อยู่ในสถานะปิดเครื่องตลอด
“เชี่ย! ปิดเครื่อง คราวนี้จบเห่แล้ว” หลิวเฉิงโกรธจนสบถออกมา
ผมรีบให้เขานั่งลง อย่ามาโวยวายอยู่ตรงนี้ ทำให้คนอื่น ๆ พลอยลนลานไปด้วย
เวลาล่วงเลยมาถึงยามโหย่ว(17.00–19.00 น.) ทางฝั่งของจ้าวกั๋วเหลียงก็ยังไม่มีข่าวคราวอะไรส่งมา ทุกคนร้อนใจราวกับมดบนกระทะร้อน มองไปยังสวนหลังบ้านของหม่าเทาอย่างตื่นตระหนก
ในตอนนี้ม่านแสงของค่ายกลอ่อนแอลงเรื่อย ๆ ดูเหมือนกับว่ากำลังจะสลายไปในไม่ช้า
ผมลุกขึ้น แล้วเคลื่อนตัวกลับไปที่นอกประตูรั้วบ้านของหม่าเทา หลิวเฉิงและพ่อแม่ของหม่าเทาก็ตามมาด้วย
“หลงหยวน นายคงไม่ได้คิดจะเตรียมใช้สายฟ้าฟาดหม่าเทาหรอกนะ?” เมื่อเห็นว่าผมจ้องมองประตูรั้วไม่วางตา หลิวเฉิงก็ถามขึ้น
“อย่านะคะอาจารย์หลี่ พวกเรามีลูกชายคนนี้คนเดียว ถ้าหากเขาเป็นอะไรไป พวกเราสองคนตายายจะทำยังไงคะ!” พ่อแม่ของหม่าเทาร้อนใจจนร้องไห้ ไม่ต้องการให้ผมใช้สายฟ้าฟาดหม่าเทาจนตาย
ผมเพิ่งคิดจะพูดอะไรบางอย่าง โทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น เป็นจ้าวกั๋วเหลียงที่โทรมา
“ใครโทรมา?” หลิวเฉิงพอได้ยินเสียงโทรศัพท์ ก็รีบชะโงกหน้าเข้ามาดู
พอเห็นว่าเป็นจ้าวกั๋วเหลียง เขาก็พูดขึ้นทันที “หรือว่าจะมีข่าวดีแล้ว?”
ผมรับสาย ในโทรศัพท์มีเสียงของจ้าวกั๋วเหลียงดังขึ้น “อาจารย์หลี่ ขอโทษด้วยครับ ก่อนหน้านี้โทรศัพท์แบตหมด ตอนนี้พวกเรากำลังรีบไปครับ”
“แล้วไม้ถูกฟ้าผ่าล่ะครับ?” ผมถาม นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
โชคดีที่คำตอบของเขาไม่ทำให้ผมผิดหวัง “หาเจอแล้วครับ บอกว่าเป็นไม้ถูกฟ้าผ่าตามธรรมชาติ ครั้งนี้ทำเอาผมลำบากไม่น้อยเลย”
ผมดีใจอย่างยิ่ง ขอเพียงมีไม้ถูกฟ้าผ่าหม่าเทาก็มีหวังรอดแล้ว
หลิวเฉิงก็ได้ยินเนื้อหาในโทรศัพท์เช่นกัน เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก “ในที่สุดก็หาเจอเสียที”
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับพ่อแม่ของหม่าเทาที่ยังคงร้องไห้อยู่ “ไม่ต้องร้องแล้วครับ หาไม้ถูกฟ้าผ่าเจอแล้ว ลูกชายของพวกคุณรอดแล้ว”
“ดีเลย ดีเลย” ในดวงตาของคนชราทั้งสองพลันปรากฏแววดีใจออกมา
ข่าวนี้ ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงไม่น้อย ตอนนี้ก็รอแค่ให้จ้าวกั๋วเหลียงนำไม้ถูกฟ้าผ่ามาให้
ฟ้ามืดแล้ว ถึงยามซวี(19.00–21.00 น.) ในที่สุดจ้าวกั๋วเหลียงก็พาลูกน้องสองสามคนกลับมาถึง
เห็นเพียงในมือของเขาถือของที่ห่อด้วยผ้ามีความยาวประมาณครึ่งเมตรอยู่
“เถ้าแก่จ้าว ในที่สุดพวกคุณก็มาถึงเสียที พวกเราร้อนใจจะตายอยู่แล้ว” เมื่อเห็นพวกเขา หลิวเฉิงก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
จ้าวกั๋วเหลียงสีหน้าเหนื่อยล้า เผยแววขอโทษออกมาเล็กน้อย “ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ ไม้ถูกฟ้าผ่าไปหาเจอจากต่างอำเภอ ก็เลยใช้เวลาไปไม่น้อย”
ผมบอกว่าไม่เป็นไร หาเจอแล้วก็พอ อีกทั้งเวลายังพอมี
จ้าวกั๋วเหลียงยื่นของให้ผม “อาจารย์หลี่ คุณดูสิครับ ว่าใช่ไม้ถูกฟ้าผ่าตามธรรมชาติหรือเปล่า”
พอรับของมา ผมก็เปิดผ้าที่ห่อไว้ออก ไม้ท่อนหนึ่งขนาดความหนาสามนิ้วมือ ยาวครึ่งเมตรก็ปรากฏออกมา
เห็นเพียงปลายไม้ท่อนหนึ่งมีรอยไหม้เกรียม เห็นได้ชัดว่าเป็นร่องรอยที่ถูกฟ้าผ่าทิ้งไว้ อีกทั้งทั่วทั้งท่อนไม้ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ของสายฟ้า นี่คือไม้ถูกฟ้าผ่าตามธรรมชาติที่หาได้ยากอย่างไม่ต้องสงสัย
“เป็นยังไงบ้าง?” พวกหลิวเฉิงรอคำตอบของผมอยู่
ผมพยักหน้าหนัก ๆ “เป็นไม้ถูกฟ้าผ่าตามธรรมชาติไม่ผิดแน่ อีกทั้งกลิ่นอายของสายฟ้าก็เข้มข้นมาก รับรองว่าจะต้องทำให้กู่เปรตได้ลิ้มรสความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแน่นอน”
“ฮ่า ๆ เยี่ยมไปเลย อีกเดี๋ยวจะทุบไอ้หนอนเวรนั่นให้ตายเลย” หลิวเฉิงตื่นเต้นจนปรบมือโห่ร้อง
จ้าวกั๋วเหลียงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ในที่สุดก็วางใจลง ความเหนื่อยล้าบนใบหน้ายิ่งชัดเจนมากขึ้น
เพื่อที่จะหาไม้ถูกฟ้าผ่าท่อนนี้ เขาคงจะไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดทาง
ดังนั้นผมจึงให้เขาไปพักผ่อนที่บ้านข้าง ๆ ส่วนที่เหลือให้พวกเราจัดการก็พอ
“ถ้าอย่างนั้นที่เหลือก็ฝากไว้กับอาจารย์หลี่แล้วนะครับ” จ้าวกั๋วเหลียงรู้สภาพร่างกายของตัวเองดี ไม่ได้ปฏิเสธ
รอจนเขาไปที่บ้านของชาวบ้านข้าง ๆ แล้ว ผมถึงได้พิจารณาไม้ถูกฟ้าผ่าในมืออย่างละเอียดอีกครั้ง นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นไม้ถูกฟ้าผ่าของจริง
เวลานี้ ในสวนหลังบ้านก็มีเสียงคำรามของหม่าเทาดังขึ้นมาอีกครั้ง กู่เปรตในท้องของเขาคงจะสัมผัสได้ว่าค่ายกลห้าธาตุกักพลังอัปมงคลจะต้านทานได้อีกไม่นานแล้ว จึงอดกลั้นความตื่นเต้นในใจไว้ไม่อยู่
“ร้องเข้าไป ร้องให้เต็มที่เลย อีกเดี๋ยวจะส่งแกไปลงนรก!” หลิวเฉิงตะโกนด่าเข้าไปในสวนหลังบ้าน ท่าทางอวดดีอยู่บ้าง
เมื่อเห็นว่าเขาตื่นเต้นขนาดนั้น ผมก็ยื่นไม้ถูกฟ้าผ่าให้เขา
“หมายความว่ายังไง?” เขารับไม้ถูกฟ้าผ่าไปอย่างงง ๆ
“ฉันเห็นนายอยากจะแสดงฝีมือขนาดนี้ อีกเดี๋ยวให้นายเข้าไปกับฉัน นายรับผิดชอบใช้ไม้ถูกฟ้าผ่าทุบตีหม่าเทา” ผมพูดกับเขาพลางยิ้มเจ้าเล่ห์
หลิวเฉิงลนลาน อยากจะเอาไม้ถูกฟ้าผ่าคืนให้ผม แต่ผมไม่รับ “หลงหยวน นายอย่ามาล้อเล่นน่า ที่นี่มียอดฝีมือของตระกูลจ้าวอยู่ตั้งมากมาย ให้พวกเขาเข้าไปกับนายสิ จะมาถึงตาฉันได้อย่างไร”
“แค่นายคนเดียว พวกเขาไม่ต้องไป” ผมชี้ไปที่เขา
หลิวเฉิงร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ “งั้น งั้นก็ให้เราสองคนเข้าไปเหรอ? หรือว่า ให้คนเข้าไปกับพวกเราอีกสักสองสามคนเถอะ หม่าเทาโหดเหี้ยมขนาดนั้น แค่เราสองคนไม่ไหวแน่”
ผมส่ายหน้า “ไม่ได้ คนเยอะจะวุ่นวายง่าย แค่เราสองคน”
“นี่...”
ผมบอกให้เขาเลิกพล่าม แล้วหยิบยันต์เสริมกำลังออกมาสองแผ่น “ฉันจะแปะยันต์เสริมกำลังให้นายสองแผ่น การทำแบบนี้มีแค่นายเท่านั้นที่รับไหว คนอื่น ๆ ที่อยู่ในที่นี้ไม่มีใครทำได้ ไม่เลือกนายแล้วจะไปเลือกใคร?”