- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 180 ไหโบราณ
บทที่ 180 ไหโบราณ
บทที่ 180 ไหโบราณ
เพื่อให้จ้าวกั๋วเหลียงวางใจ ผมจึงพาพวกเขามาที่ห้องผู้ป่วยของจ้าวหงอีกครั้ง ในห้องผู้ป่วยยันต์รวมชี่ยังคงดูดซับไอชั่วร้ายบนร่างกายของจ้าวหงอยู่ เพียงแต่ไอชั่วร้ายเริ่มจะเจือจางลงเรื่อย ๆ ดูท่าว่าไอชั่วร้ายในร่างกายของจ้าวหงก็เหลืออยู่ไม่มากแล้ว
“ไม่มีปัญหาอะไรแล้วครับ คงอีกไม่นานมากเดี๋ยวพี่จ้าวก็ฟื้นขึ้นมาแล้วครับ” ผมหันไปบอกจ้าวกั๋วเหลียง
จ้าวกั๋วเหลียงพยักหน้าแต่ไม่ได้พูดอะไร สีหน้าของเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เห็นได้ชัดว่าเขาก็ยังไม่ได้พักผ่อนดี
“ดึกมากแล้ว พวกเรากลับไปพักผ่อนกันเถอะครับ คุณอาจ้าวก็เหมือนกัน ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะครับ” ผมกำชับจ้าวกั๋วเหลียง ป้องกันไม่ให้เขาทำผิดพลาดเหมือนกับซืออี๋
หลินเหว่ยหมินก็ช่วยเกลี้ยกล่อม “เถ้าแก่จ้าว อาจารย์หลี่พูดถูกแล้วครับ กลับไปพักผ่อนเถอะ”
ภายใต้การเกลี้ยกล่อมของพวกเรา จ้าวกั๋วเหลียงก็ยอมตกลงที่จะกลับ แล้วเดินทางออกจากโรงพยาบาลไป
ผมกับหลิวเฉิงก็กลับไปพักผ่อนที่โรงแรมฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล พอเอนตัวลงบนเตียงผมก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา พบว่าก่อนที่จะกลับมาจ้าวอี้เฟยส่งวีแชตมาหาผม
เธอถามผมถึงสถานการณ์ที่โรงพยาบาล ผมบอกเรื่องที่บุคลากรทางการแพทย์ทั้งห้าคนฟื้นขึ้นมาหมดแล้วให้เธอฟัง ส่วนอาการของจ้าวหงผมก็เล่าให้เธอฟังด้วย บอกเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วง
จากนั้นผมก็ถามเธออีกว่าซืออี๋เป็นอย่างไรบ้าง เธอบอกว่าหลังจากที่ซืออี๋กลับจากโรงพยาบาลแล้วก็หลับมาตลอด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ตื่น
ผมบอกเธอว่าจ้าวกั๋วเหลียงก็ถูกพวกเราเกลี้ยกล่อมให้กลับไปพักผ่อนแล้ว ให้เธอปลอบใจคนในบ้านให้ดี ตัวเธอเองก็ต้องพักผ่อนให้ดีด้วย
เธอส่งข้อความมาประโยคหนึ่ง: อื้ม ๆ รู้แล้วจ้ะ นายก็เหนื่อยมากแล้ว รีบพักผ่อนเถอะนะ
ผมตอบกลับเธอไปว่าได้ ก่อนวางโทรศัพท์มือถือแล้วนอนหลับไป
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากหลินเหว่ยหมิน เขาบอกว่าเมื่อสักครู่นี้เองยันต์รวมชี่ที่ลอยอยู่บนเตียงผู้ป่วยของจ้าวหงก็ลุกเป็นไฟ
ผมบอกว่าทราบแล้ว จากนั้นก็ลุกจากเตียงเตรียมจะไปดูสถานการณ์ที่โรงพยาบาล
ยันต์รวมชี่เผาไหม้เอง แสดงว่าไอชั่วร้ายในร่างกายของจ้าวหงถูกยันต์รวมชี่ดูดซับจนหมดแล้ว คาดว่าเขาคงจะฟื้นขึ้นมาได้ภายในวันนี้
ผมกับหลิวเฉิงเพิ่งจะไปถึงหน้าประตูโรงพยาบาล ก็เจอพวกจ้าวกั๋วเหลียงที่รีบมาเช่นกัน หลังจากพักผ่อนมาหนึ่งคืน สีหน้าของเขากับซืออี๋ก็ดีขึ้นไม่น้อย
“หลี่หลงหยวน ได้ยินผู้อำนวยการหลินบอกว่ากระดาษยันต์บนเตียงของพี่ชายฉันเผาไหม้เอง นี่หมายความว่าเขาใกล้จะฟื้นแล้วใช่ไหม?” จ้าวอี้เฟยเอ่ยปากถามผม
ซืออี๋ก็ร้อนใจอย่างยิ่ง “จริงด้วยอาจารย์หลี่ คุณรีบพูดสิคะ”
ผมบอกให้พวกเขาอย่าเพิ่งรีบร้อน ยันต์รวมชี่เผาไหม้เองเป็นเรื่องดี พวกเราเข้าไปดูสถานการณ์โดยละเอียดในห้องผู้ป่วยก่อนแล้วค่อยว่ากัน
พวกเราทั้งคณะมาถึงห้องผู้ป่วยของจ้าวหง หลินเหว่ยหมินรอพวกเราอยู่ข้างในแล้ว
“อาจารย์หลี่ กระดาษยันต์ไหม้หมดไปก่อนที่พวกคุณจะมาถึงแล้วครับ” หลินเหว่ยหมินพอเห็นพวกเรา ก็รีบพูดกับผมทันที
ผมพยักหน้า จากนั้นก็เดินเข้าไปตรวจสอบอาการของจ้าวหง
จ้าวหงบนเตียงผู้ป่วยมีสีหน้ากลับมาเป็นปกติแล้ว ริมฝีปากก็ไม่เป็นสีม่วงอีกต่อไป ดูเหมือนกับว่าแค่หลับไปเฉย ๆ และบนร่างกายก็ไม่มีไอชั่วร้ายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
จากนั้นผมก็แกะผ้าพันแผลบนมือของจ้าวหงออกดูสองสามครั้ง พบว่าพิษกู่หินบนร่างกายของเขาถูกยาพอกสมุนไพรดูดซับและขจัดออกไปเกือบหมดแล้ว
“อาจารย์หลี่ เป็นอย่างไรบ้างครับ?” คนตระกูลจ้าวต่างก็มองผมอย่างเคร่งเครียด
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พี่จ้าวคงจะฟื้นขึ้นมาได้ในช่วงบ่ายครับ” ผมพูดกับพวกเขา แล้วก็พันผ้าพันแผลกลับให้ดีอีกครั้ง
คนตระกูลจ้าวต่างก็ดีใจอย่างยิ่ง ในที่สุดบนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา “ดีเลย”
พวกเราอดทนรออยู่ที่หน้าห้องผู้ป่วยจนถึงช่วงบ่าย ในที่สุดจ้าวหงที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยก็เริ่มจะมีการเคลื่อนไหว
“อาจารย์หลี่คะ เมื่อกี้มือของสามีฉันขยับด้วยค่ะ” ซืออี๋ที่เฝ้าอยู่ในห้องผู้ป่วยก็พรวดพราดวิ่งออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
พวกเราที่อยู่หน้าห้องผู้ป่วยต่างก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย
พอพวกเราเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย จ้าวหงที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น คนตระกูลจ้าวต่างก็ดีใจจนร้องไห้ออกมา
เมื่อเห็นพวกเรามากมายขนาดนี้ ในดวงตาของจ้าวหงเต็มไปด้วยความสงสัย ยังไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งจะเดินผ่านประตูนรกมาหมาด ๆ
“ที่นี่ที่ไหน ทำไมพวกอาจารย์หลี่ถึงมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะครับ?” จ้าวหงมองไปรอบ ๆ สุดท้ายก็พบผมกับหลิวเฉิง
หลิวเฉิงชิงพูดขึ้นก่อน “พี่จ้าว ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะมีหลงหยวนอยู่ คุณคงจะถูกพิษกู่จากกู่หินฆ่าตายไปแล้ว”
“พิษกู่?” จ้าวหงชะงักไป
จากนั้นเขาก็ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากของพวกเรา
“พี่จ้าว คุณลองคิดดูดี ๆ นะครับว่าไปสัมผัสกับพิษกู่ได้อย่างไร?” ตอนนี้จ้าวหงฟื้นแล้ว ในที่สุดผมก็สามารถถามเรื่องนี้ได้
เรื่องของกู่หินไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ผมจะปล่อยปละละเลยโดยที่ยังไม่รู้อะไรเลยไม่ได้ ไม่อย่างนั้นผมเกรงว่าในอำเภอจะต้องมีคนตายเพราะเรื่องนี้อีก
“พี่คะ พี่ลองคิดดูดี ๆ นะคะ ว่าไปสัมผัสกับของที่น่ากลัวขนาดนี้ได้ยังไง” จ้าวอี้เฟยยังคงหวาดกลัวพิษกู่จากกู่หินไม่หาย
จ้าวหงนอนอยู่บนเตียงแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้ เขาไม่ได้ไปสัมผัสกับแมลงอะไรพวกนั้นเลย
“ถ้าอย่างนั้นช่วงนี้คุณไปที่ไหนมาบ้าง หรือว่าได้พบปะกับคนแปลก ๆ บ้างไหมครับ?” ผมถามต่อ
คิดไปอีกครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าจ้าวหงจะยังไม่มีเบาะแสอะไร “ช่วงนี้ผมก็อยู่แต่ที่บริษัทกับที่บ้าน ไม่ได้ไปไหนเลย คนที่พบเจอก็เป็นคนที่บริษัทหรือไม่ก็คู่ค้าทางธุรกิจ ไม่น่าจะมีนะครับ...”
ทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ “จริงสิ ผมนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือเปล่า”
“เรื่องอะไรครับ?” ผมรีบถาม
เขาบอกว่าเมื่อสองสามวันก่อนเขาได้ซื้อไหโบราณใบหนึ่งมาจากชายคนหนึ่งในอำเภอผ่านทางเพื่อน ไหใบนั้นดูเหมือนของโบราณจริง ๆ อีกทั้งยังเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เขาจึงใช้เงินหลายหมื่นหยวนซื้อมาแล้ววางไว้ที่ห้องทำงาน
“ตอนนี้พอมาคิดดู เหมือนว่าผมจะเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่ตอนนั้นเลย” ตอนนี้สมองของจ้าวหงค่อย ๆ ปลอดโปร่งขึ้นแล้ว ก็สามารถนึกเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากขึ้น
“ของโบราณ!?” ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย
หลิวเฉิงก็พูดขึ้นตามมา “พี่จ้าว ของโบราณที่มาที่ไปไม่ชัดเจนคุณก็ยังกล้ารับมาอีก มิน่าล่ะถึงได้เกิดเรื่อง”
จ้าวหงรีบอธิบาย “ไม่ใช่ว่าที่มาที่ไปไม่ชัดเจนนะครับ คนคนนั้นบอกว่าเป็นของที่ตกทอดมาจากที่บ้าน ช่วงนี้ต้องการใช้เงินด่วน ถึงได้เอาออกมาขาย เขาขายแค่ไม่กี่หมื่นหยวน พอดีช่วงก่อนหน้านี้ผมเพิ่งจะรู้จักเพื่อนที่เล่นของโบราณสองสามคน ก็เลยคิดว่าถึงตอนนั้นจะเอาไปให้พวกเขาดู”
“อาจารย์หลี่ หรือว่าไหโบราณใบนั้นจะมีปัญหาจริง ๆ ครับ?” พูดจบ เขาก็รีบถามผมอีกครั้ง
ผมบอกว่าก่อนที่จะได้เห็นไหโบราณใบนั้น ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ ต้องได้เห็นก่อนถึงจะรู้ว่าเรื่องของกู่หินเกี่ยวข้องกับไหโบราณจริง ๆ หรือไม่
“ไหโบราณอยู่ในห้องทำงานของผม ตอนนี้ผมจะให้คนพาคุณไปดู” จ้าวหงเป็นห่วงมาก เริ่มจะลนลาน
“ไปก็ต้องไปอยู่แล้วครับ แต่รอให้ผมช่วยคุณแกะผ้าพันแผลแล้วจัดการกับยาพอกสมุนไพรให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน ผู้อำนวยการหลินรบกวนคุณกับหลิวเฉิงไปเตรียมน้ำยาสมุนไพรอีกครั้ง พยายามเตรียมให้เยอะหน่อยนะครับ” ผมตอบเขา จากนั้นก็สั่งหลินเหว่ยหมินกับหลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ
ทั้งสองคนรีบเคลื่อนตัวไปเตรียมการ ผมก็เริ่มจัดการกับผ้าพันแผลและยาพอกสมุนไพรบนร่างกายของจ้าวหง
หลังจากเอายาพอกสมุนไพรออกจากร่างกายของจ้าวหงจนหมดแล้ว ผมก็ตรวจสอบร่างกายของจ้าวหงอย่างละเอียด พอเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรผมถึงได้ให้พวกจ้าวกั๋วเหลียงพาเขาไปแช่น้ำยาสมุนไพร ส่วนผมเองก็วิ่งไปยังพื้นที่ว่างด้านหลังตึกผู้ป่วยในเพื่อเผาผ้าพันแผลและยาพอกสมุนไพร
พอผมจัดการเสร็จแล้วกลับมา จ้าวหงก็กำลังแช่น้ำยาสมุนไพรอยู่แล้ว
ผมเหลือบมองจ้าวหงที่กำลังแช่อยู่ในน้ำยาสมุนไพรแวบหนึ่ง จากนั้นก็ให้จ้าวกั๋วเหลียงพาผมกับหลิวเฉิงไปที่ห้องทำงานของจ้าวหงเพื่อดูไหโบราณใบนั้น
ยี่สิบนาทีต่อมา พวกเราก็มาถึงห้องทำงานของจ้าวหง พอเปิดประตูห้องทำงานของเขาก็มีไอชั่วร้ายแผ่ออกมาสายหนึ่ง
พอมองเข้าไปในห้องทำงาน ก็พบว่าข้างในเต็มไปด้วยไอชั่วร้าย และต้นตอของไอชั่วร้ายก็แผ่ออกมาจากไหที่วางอยู่บนตู้ใบหนึ่งด้านหลังโต๊ะทำงานนั่นเอง
คาดว่านั่นคงจะเป็นไหโบราณที่จ้าวหงพูดถึง ดูท่าว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับไหโบราณที่ว่านี่จริง ๆ
ผมซัดยันต์สะกดอัปมงคลเข้าไปในห้องทำงานสองสามแผ่น รอจนไอชั่วร้ายสลายไปแล้วถึงได้นำจ้าวกั๋วเหลียงกับหลิวเฉิงเข้าไป
ทั้งสองคนต่างก็เครียดอยู่บ้าง พอเห็นว่าเมื่อครู่ผมซัดยันต์สะกดอัปมงคลออกไปสองสามแผ่น พวกเขาสองคนต่อให้มองไม่เห็นไอชั่วร้าย ก็เข้าใจว่าในห้องทำงานต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน
ผมเดินไปที่หน้าตู้แล้วมองดูไหโบราณใบนั้นอย่างละเอียด ก็พลันตกตะลึงอย่างยิ่ง
นี่มันจะเป็นไหโบราณได้อย่างไร มันคือภาชนะสำหรับเลี้ยงกู่ที่หมอพิษกู่ใช้ชัด ๆ!