- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 176 เริ่มการรักษา
บทที่ 176 เริ่มการรักษา
บทที่ 176 เริ่มการรักษา
นับตั้งแต่ที่ผมฝึกฝนจนเกิดปราณขึ้นในร่างกายแล้ว การวาดยันต์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับผมอีกต่อไป แต่เนื่องจากตอนนี้ผมกำลังวาดยันต์ชนิดใหม่ จึงยังคงวาดอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ
พอผมวาดเสร็จไปแผ่นหนึ่ง หลิวเฉิงที่คอยมองผมวาดยันต์อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยปากขึ้น “หลงหยวน ครั้งนี้นายวาดยันต์อะไรน่ะ รู้สึกว่าไม่เหมือนกับยันต์พวกนั้นก่อนหน้านี้เลย ดูเหมือนจะซับซ้อนมาก”
ผมพยักหน้าแล้วบอกว่าค่อนข้างซับซ้อน เป็นยันต์ที่สูงกว่ายันต์ทั่วไปอยู่บ้าง
“แล้วมันคือยันต์อะไรล่ะ?” หลิวเฉิงถามอีกครั้ง
“เรียกว่ายันต์ห้าจั้งหกฝู่ ใช้สำหรับปกป้องอวัยวะภายในของคน” ผมบอกเขา
พิษกู่ที่พวกจ้าวหงโดนนั้นร้ายกาจมาก อวัยวะภายในย่อมต้องได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตอนที่ขจัดพิษกู่จะต้องให้การคุ้มครองอวัยวะภายในสักหน่อย ยันต์ห้าจั้งหกฝู่คือตัวเลือกที่ได้ผลดีที่สุด
“แบบนี้นี่เอง” หลังจากที่ทุกคนได้ฟังแล้ว ต่างก็พยักหน้าไม่หยุด
อธิบายจบ ผมก็ตั้งสมาธิวาดยันต์ต่อไป ไม่นาน ยันต์ห้าจั้งหกฝู่ทั้งหมดหกแผ่นก็ถูกผมวาดเสร็จ
จากนั้น ผมก็วาดยันต์สะกดอัปมงคลต่ออีกหลายแผ่น การวาดยันต์สะกดอัปมงคลสำหรับผมแล้วถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ในพริบตาก็วาดเสร็จ
พอวาดยันต์เสร็จ หลิวเฉิงก็ลงมือเก็บของสามอย่างสำหรับวาดยันต์ให้เรียบร้อย
ผมมองไปทางจ้าวกั๋วเหลียง “คุณอาจ้าว ผงสมุนไพรเตรียมไปถึงไหนแล้วครับ?”
“เดี๋ยวผมจะโทรไปถามดู” จ้าวกั๋วเหลียงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปถาม
จ้าวอี้เฟยเดินเข้ามาแล้วพูดกับผมเสียงเบา “ลำบากนายแล้วนะ แล้วก็ขอบคุณที่อุตส่าห์รีบมา”
“เหะ ๆ น้องอี้เฟยนี่เกรงใจเกินไปแล้ว คนกันเองทั้งนั้น เรื่องของเธอน่ะ หลงหยวนใส่ใจเป็นพิเศษเลยนะ ระหว่างทางก็เร่งฉันตลอดทาง ถ้าทำได้ล่ะก็ ฉันอยากจะหาเครื่องบินขับกลับมาเลยด้วยซ้ำ” หลิวเฉิงที่แอบฟังคำพูดของจ้าวอี้เฟยอยู่ข้าง ๆ พูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์
จ้าวอี้เฟยถูกเขาพูดจนหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มอย่างเขินอาย
ส่วนผมก็มองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้านายไม่พูด ก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอกนะ”
“ก็ได้ ฉันหุบปากแล้ว พวกนายสองคนก็ค่อย ๆ คุยกันไปเถอะ” หลิวเฉิงเบ้ปาก แล้วถอยไปอยู่ข้าง ๆ อย่างรู้กาลเทศะ
ผมกับจ้าวอี้เฟยต่างก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมากับท่าทางของเขา อารมณ์ของจ้าวอี้เฟยก็ดีขึ้นมาเล็กน้อย
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันไม่ปล่อยให้พี่จ้าวเป็นอะไรไปหรอก” ผมเอ่ยปากปลอบใจเธอ
เธอมองผมแล้วพยักหน้าหนัก ๆ “อื้ม ฉันเชื่อนาย”
ในตอนนี้ จ้าวกั๋วเหลียงก็คุยโทรศัพท์เสร็จพอดี “อาจารย์หลี่ พวกเขาซื้อของครบหมดแล้ว กำลังเดินทางมาที่โรงพยาบาลครับ”
“ได้ครับ ผู้อำนวยการหลิน คุณให้คนเตรียมน้ำร้อนที่ต้มแล้วไว้หลาย ๆ ถัง รอไว้ใช้งานนะครับ” ผมสั่งหลินเหว่ยหมินอีกครั้ง
หลินเหว่ยหมินพยักหน้า แล้วก็เคลื่อนตัวไปให้คนเตรียมการ
พวกเรารออยู่หน้าห้องผู้ป่วยประมาณยี่สิบนาที ในที่สุดคนของจ้าวกั๋วเหลียงก็ถือผงสมุนไพรสองถุงใหญ่มาถึง
“อาจารย์หลี่ ผงสมุนไพรมาถึงแล้วครับ”
ผมพยักหน้า มองไปทางหลินเหว่ยหมิน หลินเหว่ยหมินเข้าใจความหมายของผม
“น้ำร้อนก็เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ ผมจะให้พวกเขาเอามาเดี๋ยวนี้เลย”
“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็มาเริ่มงานกันเถอะ” ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูด
อาการของบุคลากรทางการแพทย์ห้าคนเบากว่าของจ้าวหงไม่น้อย ทั้งยังจัดการได้ง่ายกว่า ผมตั้งใจจะเริ่มจากพวกเขาก่อน สุดท้ายค่อยจัดการกับพิษกู่ในร่างกายของจ้าวหง
หลังจากที่พยาบาลสองสามคนนำน้ำร้อนมาแล้ว ผมก็กำชับให้หลิวเฉิงใส่ผงสมุนไพรลงไปในน้ำร้อน แล้วคนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีม
หลิวเฉิงพับแขนเสื้อขึ้น ถือผงสมุนไพรแล้วเริ่มเทลงไปในน้ำร้อน จ้าวอี้เฟยก็ลงมือช่วยด้วย
“ฉันช่วยนะ”
“ขอบใจนะ น้องอี้เฟย” หลิวเฉิงขอบคุณ
ผมบอกพวกเขาสองคนว่าอีกเดี๋ยวพอทำเสร็จแล้วก็ให้เอายาพอกสมุนไพรเข้ามาในห้องผู้ป่วย ผมจะเอาไปพอกตรงบริเวณที่เขียวคล้ำบนร่างกายของบุคลากรทางการแพทย์
“เข้าใจแล้ว” หลิวเฉิงแสดงความเข้าใจ จากนั้นก็ทำผงสมุนไพรต่อไป
ดังนั้นผมจึงพาพวกจ้าวกั๋วเหลียงกับหลินเหว่ยหมินเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย แล้วเริ่มลงมือช่วยคน
ผมหยิบยันต์ห้าจั้งหกฝู่กับยันต์สะกดอัปมงคลออกมา แล้วทำเป็นน้ำยันต์ให้บุคลากรทางการแพทย์ทั้งห้าคนดื่มลงไป ในน้ำยันต์ผมยังได้ส่งปราณในร่างกายของผมเข้าไปเล็กน้อย เพื่อเสริมประสิทธิภาพของน้ำยันต์
พอพวกเขาดื่มน้ำยันต์ลงไปแล้ว ไอชั่วร้ายบนร่างกายของพวกเขาก็เริ่มจะหนีออกจากร่าง
ไอชั่วร้ายของพิษกู่จะปล่อยให้มันแผ่ออกไปตามอำเภอใจแบบนี้ไม่ได้ ดังนั้นผมจึงซัดยันต์รวมชี่เข้าไปที่ร่างของพวกเขาทุกคนคนละแผ่น เพื่อใช้ดูดซับไอชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพวกเขา
เมื่อมองดูยันต์รวมชี่ที่ลอยอยู่บนร่างของคนทั้งห้า หลินเหว่ยหมินกับพยาบาลสองสามคนต่างก็ตกตะลึงอย่างยิ่ง รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ
จ้าวกั๋วเหลียงกับซืออี๋เคยเห็นฝีมือของผมมาก่อนแล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้ตกใจอะไรมาก
“หลิวเฉิง พวกนายสองคนยังทำยาพอกสมุนไพรไม่เสร็จอีกเหรอ?” ผมตะโกนถามออกไปนอกห้องผู้ป่วย
“มาแล้ว ๆ เพิ่งจะทำเสร็จพอดีเลย” หลิวเฉิงขานรับ แล้วก็ถือยาพอกสมุนไพรเข้ามาพร้อมกับจ้าวอี้เฟย
ผมมองดูยาพอกสมุนไพรที่พวกเขาสองคนทำแวบหนึ่ง ไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นจึงเริ่มลงมือพอกยาพอกสมุนไพรลงบนแขนขาที่เขียวคล้ำของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งห้าคน
เพราะมีเพียงผมคนเดียวที่สามารถสัมผัสตัวพวกเขาได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงให้ผมพอกยาให้พวกเขาช้า ๆ คนเดียว คนอื่น ๆ ทำได้เพียงมองดู ช่วยอะไรไม่ได้
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา บริเวณที่เขียวคล้ำบนร่างกายของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งห้าคนก็ถูกผมพอกด้วยยาพอกสมุนไพรจนหมด
ผมให้พยาบาลไปหาผ้าก๊อซมา แล้วช่วยพวกเขาพันบริเวณที่พอกยาพอกสมุนไพรไว้ให้ดี ป้องกันไม่ให้ยาพอกสมุนไพรหล่นออกมาเลอะเต็มเตียง
หลังจากจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จแล้ว สีหน้าของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งห้าคนที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยก็ดีขึ้นมากแล้ว เริ่มจะมีสีเลือดฝาด
พวกหลินเหว่ยหมินตื่นเต้นอย่างยิ่ง เริ่มจะขอบคุณผม ในดวงตาเผยแววชื่นชมออกมา
“อาจารย์หลี่เก่งกาจจริง ๆ ดูท่าว่าเถ้าแก่จ้าวคงจะไม่ได้หลอกผม” หลินเหว่ยหมินยิ้มพลางเช็ดเหงื่อเย็นที่หน้าผาก
ผมช่วยชีวิตบุคลากรทางการแพทย์ห้าคนนี้ ก็เท่ากับว่าช่วยชีวิตเขาด้วย ไม่อย่างนั้นเกรงว่าเขาคงจะเดือดร้อน และคงจะต้องรับผิดชอบไม่ไหวแน่
“ฮะ ๆ นั่นแน่นอนอยู่แล้วครับ อาจารย์หลี่ไม่ใช่นักพรตต้มตุ๋นหลอกลวงเสียหน่อย” จ้าวกั๋วเหลียงก็เผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
หลินเหว่ยหมินพยักหน้าไม่หยุดแล้วเห็นด้วย “ใช่ครับ เป็นเพราะผมมีความรู้น้อย ถึงได้สงสัยในตัวอาจารย์หลี่ หวังว่าอาจารย์หลี่จะไม่ถือสานะครับ”
“ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอกครับ รอให้พวกเขาฟื้นขึ้นมาก่อนถึงจะเรียกว่าสำเร็จ” ผมเอ่ยปากตอบ
ซืออี๋ที่อยู่ข้าง ๆ อดใจรอไม่ไหวแล้ว ถามผมว่าตอนนี้จะไปช่วยจ้าวหงแล้วใช่หรือไม่
ผมพยักหน้า “ไปกันเถอะครับ”
พวกเรามาที่ห้องผู้ป่วยของจ้าวหง ก็ให้เขาดื่มน้ำยันต์ลงไปเช่นกัน จากนั้นก็ซัดยันต์รวมชี่ออกไปเพื่อเริ่มดูดซับไอชั่วร้าย เพราะพิษกู่ของจ้าวหงใกล้จะแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่างแล้ว ผมจึงต้องถอดเสื้อผ้าของเขาออกทั้งหมด
พอถอดเสื้อผ้าของจ้าวหงจนหมดเกลี้ยง เมื่อเห็นจ้าวหงบนเตียงที่ใกล้จะกลายเป็นประติมากรรมหินรูปร่างคนโดยสมบูรณ์แล้ว สีหน้าของคนตระกูลจ้าวก็ยิ่งเคร่งขรึมและเป็นกังวลมากขึ้น
ขั้นตอนการทายาพอกสมุนไพรบนร่างกายของจ้าวหงไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นผมจึงใช้เวลาเท่ากับตอนที่ช่วยบุคลากรทางการแพทย์ห้าคนนั้น พอพอกยาพอกสมุนไพรเสร็จแล้ว ผมก็ใช้ผ้าก๊อซพันให้จ้าวหงอีกครั้ง
หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนทั้งหมด จ้าวหงที่นอนอยู่บนเตียงก็เหมือนกับมัมมี่ เพียงแต่เผยให้เห็นใบหน้า และบริเวณหน้าอกบางส่วนเท่านั้น
พอทำเสร็จแล้ว ผมก็ประสานมุทราที่มือ ท่องคาถาในปาก ชี้นิ้วไปที่หว่างคิ้วของจ้าวหง แล้วท่องคาถาไปสิบกว่านาที
ทุกคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างก็มองดูอย่างเคร่งเครียด ไม่มีใครกล้ารบกวนผม
พิษกู่ในร่างกายของจ้าวหงรุนแรงเกินไป ผมจำเป็นต้องใช้วิชาอาคมเพื่อช่วยเหลือเขาในระดับหนึ่ง