เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 142 ใช้ประโยชน์จากฮวงจุ้ย

บทที่ 142 ใช้ประโยชน์จากฮวงจุ้ย

บทที่ 142 ใช้ประโยชน์จากฮวงจุ้ย


“หลี่หลงหยวน นายจะบอกว่าวิญญาณชั่วร้ายที่รวมตัวกันอยู่บนต้นไหวสามต้นนั่นถูกผีร้ายชุดกี่เพ้าล่อมาเหรอ?” จ้าวอี้เฟยที่ยืนฟังอย่างตั้งใจอยู่ข้าง ๆ พอจะเข้าใจความหมายของผมแล้ว

แต่ว่าเธอพูดถูกแค่ครึ่งเดียว

“ก็ประมาณนั้นแหละ เพียงแต่วิญญาณชั่วร้ายมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ นอกจากเหตุผลเรื่องผีร้ายชุดกี่เพ้าแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเพราะเหตุผลทางฮวงจุ้ยมากกว่า” ผมพูดต่อ

และการเปลี่ยนแปลงทางฮวงจุ้ยนี่แหละ ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่วิญญาณชั่วร้ายมารวมตัวกันได้ง่าย ผีร้ายชุดกี่เพ้าในโลงศพสัมผัสได้ถึงเรื่องนี้ จึงใช้ไอหยินที่เล็ดลอดออกมาเร่งปฏิกิริยาของฮวงจุ้ย ทำให้วิญญาณชั่วร้ายมารวมตัวกันที่นี่มากยิ่งขึ้น

หลังจากวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้นมาถึงที่นี่ ก็ถูกผีร้ายชุดกี่เพ้าใช้วิธีการบางอย่างขังไว้บนต้นไหวสามต้น อีกทั้งเธอยังใช้ประโยชน์จากฮวงจุ้ยซ่อนเร้นวิญญาณชั่วร้ายที่รวมตัวกันไว้อย่างดี ทำให้คนตรวจพบได้ยาก

ผมรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง หรือว่าตอนมีชีวิตผีร้ายชุดกี่เพ้าจะเป็นนักพรตด้วย?

ไม่อย่างนั้น คงเป็นไปไม่ได้ที่จะคิดใช้ประโยชน์จากฮวงจุ้ยเพื่อหลบหนีอย่างชาญฉลาดแบบนี้

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เกรงว่าผีร้ายชุดกี่เพ้าคงจะน่ากลัวกว่าที่ผมจินตนาการไว้มาก

“หลงหยวน ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเธอรวบรวมวิญญาณชั่วร้ายพวกนี้มาไว้ที่นี่เพื่ออะไร?” หลิวเฉิงถามต่อ

ผมเตือนเขาว่า หรือลืมวิธีที่ผีน้อยชุดแดงกลืนกินวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังตัวเองที่สุสานบรรพบุรุษตระกูลต่งไปแล้ว?

เขาพลันเข้าใจในทันที แล้วอุทานออกมาเสียงดัง “เชี่ย! ความอยากของเจ้าหล่อนนี่ไม่เบาเลยนะ คิดจะกินวิญญาณชั่วร้ายมากมายขนาดนั้นเชียว”

“วิชาอาคมที่ใช้ผนึกเธอไว้ไม่ธรรมดา การจะหลบหนีออกมาจึงไม่ใช่เรื่องง่าย” ผมตอบกลับไป

จ้าวหงถามผมว่าในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเอาโลงศพออกมาแล้วฝังกลับลงไปในดินใหม่จะได้ไหม ถึงตอนนั้น พอตระกูลจ้าวของพวกเขาเปลี่ยนทิศทางประตูวิลล่า ฮวงจุ้ยเดิมก็จะหายไป ผีร้ายชุดกี่เพ้าก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากฮวงจุ้ยรวบรวมวิญญาณชั่วร้ายได้อีก

“ใช่เลย ฉันว่าวิธีนี้ไม่เลว ง่ายแถมยังไม่เปลืองแรงด้วย” หลิวเฉิงปรบมือ เห็นด้วยกับข้อเสนอของจ้าวหงอย่างยิ่ง

ผมส่ายหน้า “ไม่ได้ครับ เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น”

“ทำไมล่ะ?”

ผมบอกพวกเขาว่าตอนนี้ผนึกที่กักขังผีร้ายชุดกี่เพ้าไว้ได้คลายออกแล้ว การจะพึ่งพาพลังฮวงจุ้ยและพลังชี่ของผืนดินเพื่อกำจัดเธอต่อไปแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกแล้วว่าวิธีการใช้ประโยชน์จากพลังฮวงจุ้ยและพลังชี่ของผืนดินต้องใช้เวลายาวนานมาก ไม่มีใครบอกได้ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ ระหว่างนั้นถ้าผนึกคลายออกมากขึ้น ผีร้ายชุดกี่เพ้าก็อาจจะใช้วิธีอื่นทำร้ายผู้คนสร้างความวุ่นวายได้อีก

หลังจากฟังคำอธิบายของผมจบ สีหน้าของทุกคนก็เคร่งขรึมลง

“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?” จ้าวอี้เฟยเริ่มร้อนใจขึ้นมา

ผมมองดูท้องฟ้า แล้วมองดูกิเลนหกตัวที่เหลือไว้จากการวางค่ายกลคราวก่อน ในใจมีแผนการหนึ่งผุดขึ้นมา

ถึงแม้วิธีการจะเสี่ยงอยู่บ้าง และมีโอกาสล้มเหลวสูง แต่นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่วิธีที่ทำได้ในตอนนี้ ผมจึงทำได้เพียงลองเสี่ยงดู

ทุกคนจ้องมองผม ไม่มีใครพูดอะไร รอให้ผมตัดสินใจ

ไม่กี่นาทีต่อมา ผมมองไปที่จ้าวหง “พี่จ้าว ผมต้องการให้พวกคุณหาวิธีเอาโลงศพออกมาให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน”

จ้าวหงเหลือบมองเวลา ยังมีเวลาอีกประมาณสามชั่วโมง “ได้ครับ ผมจะให้คนเอารถขุดกับรถเครนมา”

เมื่อรู้ว่าเสียเวลาไม่ได้ พูดจบจ้าวหงก็รีบไปโทรศัพท์ทันที

ผมสั่งให้หลิวเฉิงพาคนไปเก็บกวาดเชือกแดงที่พันอยู่บนรูปปั้นกิเลนซึ่งถูกลมพัดจนยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ

“หลงหยวน ค่ายกลหกประสานกิเลนยังใช้ได้อีกเหรอ?” หลิวเฉิงถามอย่างสงสัย

“แน่นอน รูปปั้นกิเลนทั้งหกตัวยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี เพียงแต่เสานำทางที่ใช้ส่งวิญญาณชั่วร้ายในตอนนั้นถูกทำลายไปแล้วเท่านั้นเอง” ผมอธิบายให้เขาฟัง

หลิวเฉิงเข้าใจแล้ว จึงพาคนสองสามคนไปช่วยกันเก็บเชือกแดง

ค่ายกลหกประสานกิเลนมีคุณสมบัติธาตุดินที่แข็งแกร่งมาก ผีร้ายชุดกี่เพ้าถูกฝังอยู่ในตำแหน่งขาน ทั้งยังเปื้อนน้ำจากแม่น้ำ ไอน้ำจึงรุนแรงมาก ซึ่งถูกค่ายกลหกประสานกิเลนข่มไว้พอดี

นี่ช่วยลดความยุ่งยากให้ผมไปได้ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นการจะรับมือกับผีร้ายชุดกี่เพ้ายังต้องเตรียมวิธีการอื่นใหม่อีก

จ้าวอี้เฟยเดินมาข้าง ๆ ผม แล้วพูดอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย “หลี่หลงหยวน ผีร้ายชุดกี่เพ้าร้ายกาจขนาดนี้ นายจะเป็นอันตรายไหม?”

นึกว่าเธอจะพูดอะไร ที่แท้ก็เป็นห่วงผมนี่เอง ในใจผมอดที่จะรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาไม่ได้

“เธอเป็นห่วงฉันเหรอ?” ผมมองเธอ แล้วเอ่ยถาม

แก้มของเธอแดงระเรื่อ ตามสัญชาตญาณจึงไม่กล้าสบตาผมตรง ๆ พลางเอามือทัดผม “ก็แน่สิ ยังไงนายก็กำลังช่วยตระกูลจ้าวของพวกเราอยู่นะ”

ผมยิ้มเล็กน้อย “ฮะ ๆ วางใจเถอะ ฉันรู้ว่าควรทำยังไง”

ที่ทำแบบนี้ เป็นเพราะผมพอจะมีความมั่นใจอยู่บ้าง ถ้าไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย ผมไม่ลงมือทำแน่นอน

“ถ้างั้นนายต้องระวังตัวด้วยนะ ห้ามฝืนตัวเองเด็ดขาด” เธอยังคงพูดด้วยความเป็นห่วง

ผมพยักหน้า “อืม!”

ไม่นาน รถขุดกับรถเครนที่จ้าวหงโทรศัพท์ไปเรียกก็มาถึง ผมให้ผู้ชายสองคนที่ลงไปในแม่น้ำก่อนหน้านี้ชี้ตำแหน่ง เพื่อยืนยันว่าจะต้องขุดตรงไหน

ทั้งสองคนชี้จุดแล้ว คนขับรถขุดถามพวกเราว่าต้องขุดลึกประมาณเท่าไหร่

“ลึกประมาณห้าถึงหกเมตรครับ” ชายสองคนนั้นปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้ตอบกลับมา

จ้าวหงประหลาดใจเล็กน้อย “ฝังไว้ลึกเหมือนกันนะเนี่ย”

“เป็นเรื่องปกติครับ ต้องการใช้ประโยชน์จากพลังชี่ของผืนดิน ก็ต้องลึกหน่อยเป็นธรรมดา” ผมพูด

ผมกำชับคนขับรถขุดว่าตอนขุดให้ระมัดระวังที่สุด ถ้าขุดโลงศพจนพังเข้า คงแย่แน่

โลงศพคือผนึกที่กักขังผีร้ายชุดกี่เพ้าไว้ ถ้าพัง ผนึกก็จะหายไป ถึงตอนนั้นผีสางที่ไหนจะรู้ได้ว่า จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรขึ้นอีก

คนขับรถขุดบอกว่าจะพยายามที่สุด จากนั้นก็เริ่มทำงาน

รถขุดทำการขุดดินไปได้ประมาณห้าเมตรก็หยุดลง คนขับบอกว่าไม่กล้าขุดต่อ เพราะกลัวจะขุดโลงศพพัง

ตอนนี้บริเวณนั้นกลายเป็นบ่อน้ำเล็ก ๆ ไปแล้ว ทัศนวิสัยไม่ดี

ผมขมวดคิ้ว เดินเข้าไปดู คาดว่าต่อไปคงต้องให้คนลงไปสำรวจดูสถานการณ์จริง

ให้จ้าวหงไปเรียกชายสองคนที่ลงไปในแม่น้ำก่อนหน้านี้มา พวกเขาสองคนต้องลงไปอีกรอบ ที่นี่มีแค่พวกเขาสองคนที่ว่ายน้ำเก่งที่สุด

แต่เพราะมีประสบการณ์จากครั้งก่อน พอทั้งสองคนมาถึง ได้ยินว่าต้องลงน้ำอีก ก็ไม่ยอมลงเด็ดขาด

“เถ้าแก่จ้าว อาจารย์หลี่ พวกเรายังอยากมีชีวิตอยู่นะครับ พวกคุณไปหาคนอื่นเถอะ”

เวลากระชั้นชิดอยู่แล้ว การไปหาคนใหม่เป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ จ้าวหงเองก็ร้อนใจ

แต่ชายสองคนนั้นก็ยังโบกมือ ไม่ยอมทำ

“ผมให้พวกคุณสองคนคนละสองแสน จะทำหรือไม่ทำ?” จ้าวหงหมดหนทาง ทำได้เพียงใช้ไม้ตาย

ทั้งสองคนมองหน้ากัน ยังคงลังเล แต่เห็นได้ชัดว่าเริ่มใจอ่อนแล้ว

ผมฉวยโอกาสพูดขึ้น “วางใจเถอะครับ ผมจะร่ายอาคมคุ้มครองพวกคุณ จะไม่ยอมให้ไอแค้นทำร้ายพวกคุณได้อีก”

พวกเขาสองคนยังคงลังเล

“สองแสนห้า ไม่ทำก็แล้วไป” จ้าวหงเริ่มโมโห

ทั้งสองคนรีบพยักหน้ารับทันที “ตกลงครับ พวกเราทำ”

ต้องยอมรับเลยว่า พลังของเงินตรานี่มันร้ายกาจจริง ๆ

แต่เงินแค่นี้สำหรับตระกูลจ้าวแล้วไม่นับว่าเป็นอะไร การที่ชายสองคนยอมตกลงถือเป็นเรื่องดี

“จ้าวอี้เฟย ไปเอาของสามอย่างสำหรับวาดอักขระยันต์กับแรปพลาสติกมาให้ที” ผมหันไปพูดกับจ้าวอี้เฟย

จ้าวอี้เฟยออกไปหยิบของ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับของที่ว่า

รับของมาแล้ว ผมให้ชายสองคนยืนนิ่ง ๆ แล้ววาดอักขระยันต์สะกดพลังชั่วร้ายคนละแผ่นลงบนบริเวณตันเถียนล่างของพวกเขา จากนั้นใช้แรปพลาสติกพันรอบบริเวณที่วาดอักขระยันต์ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำชะล้างยันต์สะกดพลังชั่วร้ายออกไป

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้ว ผมก็ประสานมุทราอีกครั้ง ใช้นิ้วแตะไปที่หว่างคิ้วของทั้งสองคน แล้วส่งผ่านปราณสายหนึ่งในร่างกายของผมเข้าไปในร่างของพวกเขาทั้งสอง

“เรียบร้อย ลงน้ำได้” ผมพูด

ทั้งสองคนเตรียมตัวอยู่ครู่หนึ่ง ก็ลงไปในน้ำ

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดโลงศพก็ถูกรถเครนยกขึ้นมา

เป็นอย่างที่สองคนนั้นพูดไว้ก่อนหน้านี้จริง ๆ บนโลงศพไม่เพียงมีไอแค้นและไอหยินมหาศาล แต่ยังสลักอักขระยันต์ไว้จนเต็ม ทั้งยังถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กหนาเท่าแขนอีกด้วย

“เอาโลงศพไปวางไว้ตรงกลางค่ายกลหกประสานกิเลน” ผมสั่งการรถเครน ให้เขาค่อย ๆ วางโลงศพลง

รอจนกระทั่งโลงศพถูกวางลงตรงกลางค่ายกลหกประสานกิเลนอย่างมั่นคง ผมถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเล็กน้อย ตอนนี้เรื่องราวดำเนินไปอย่างราบรื่นดี แต่สิ่งที่ผมต้องเผชิญต่อไปต่างหากคือปัญหาที่แท้จริง

จบบทที่ บทที่ 142 ใช้ประโยชน์จากฮวงจุ้ย

คัดลอกลิงก์แล้ว