- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 138 พลังแห่งเงินตรา
บทที่ 138 พลังแห่งเงินตรา
บทที่ 138 พลังแห่งเงินตรา
เสียงกรีดร้องดังออกมาจากปากของจ้าวเสวี่ยมั่น แต่กลับเป็นเสียงที่เกิดจากการผสมผสานของเสียงคนจำนวนมาก ฟังแล้วน่าสยดสยองอย่างยิ่ง
ทั้งยังเป็นเสียงที่ดังมาก ก้องกังวานอยู่ในห้องเป็นเวลานาน
แม้ว่าจ้าวเสวี่ยมั่นจะหลับตาอยู่ แต่สีหน้าของเธอกลับดูทุกข์ทรมานแสนสาหัส ชวนให้น่าสงสาร
“เสวี่ยมั่น เสวี่ยมั่น” ซืออี๋ช่วยจับมือของจ้าวเสวี่ยมั่นไว้ พลางมองลูกสาวทั้งน้ำตา ปากก็เรียกชื่อของจ้าวเสวี่ยมั่นไม่หยุด
เพียงแค่ตีไปครั้งเดียวปฏิกิริยาของจ้าวเสวี่ยมั่นก็รุนแรงถึงเพียงนี้ จ้าวหงที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วในตอนแรกก็เกิดความสงสารขึ้นมาอีกครั้ง ในมือเงื้อกิ่งไม้ค้างไว้ ไม่กล้าฟาดลงไปเสียนาน
“ทำต่อครับ ถ้าตอนนี้พวกคุณใจอ่อน จ้าวเสวี่ยมั่นจะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น และอาจจะเสียชีวิตเพราะเรื่องนี้ได้” ผมเร่งให้จ้าวหงลงมือต่อ
จ้าวหงพยายามแข็งใจ กัดฟันแล้วใช้กิ่งไม้ฟาดลงไปอย่างแรงอีกครั้ง จ้าวเสวี่ยมั่นร้องโหยหวนยิ่งกว่าเดิม สีหน้าก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้น การดิ้นรนก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
“เชี่ย! ทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้แรงเยอะขนาดนี้?” หลิวเฉิงที่จับขาของจ้าวเสวี่ยมั่นไว้เกือบจะเอาไม่อยู่ พูดขึ้นอย่างตกใจ
ผมเตือนพวกเขาว่าปฏิกิริยาทั้งหมดที่จ้าวเสวี่ยมั่นแสดงออกมาตอนนี้ แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของวิญญาณหยินในร่างของเธอ พวกเขาต้องระวังให้ดี ประมาทไม่ได้เด็ดขาด
ทุกคนพยักหน้า แล้วเพิ่มแรงที่มือมากขึ้น
จ้าวหงกลั้นน้ำตา ตาแดงก่ำพลางฟาดกิ่งไม้ลงบนท้องที่ป่องโตของจ้าวเสวี่ยมั่นไม่หยุด วิญญาณหยินถูกตีจนวิ่งหนีไปทั่วในท้องของจ้าวเสวี่ยมั่น พอวิญญาณหยินวิ่งไปทางไหน ท้องของจ้าวเสวี่ยมั่นก็โป่งนูนไปทางนั้น ดูแล้วประหลาดอย่างยิ่ง
เสียงกรีดร้องโหยหวนของจ้าวเสวี่ยมั่นดังก้องอยู่ในห้องไม่ขาดสาย ทุกคนทนดูภาพนี้ไม่ไหว ต่างเบือนหน้าหนี พยายามไม่มองสภาพอันน่าเวทนาของจ้าวเสวี่ยมั่น
ส่วนผมประคองไหดินเผาไว้ จ้องมองท้องที่ป่องโตของจ้าวเสวี่ยมั่นซึ่งถูกฟาดไม่หยุด ในใจก็ร้อนรนอย่างยิ่ง หวังว่าวิญญาณหยินจะทนไม่ไหวและหนีออกมาจากร่างของจ้าวเสวี่ยมั่นเร็ว ๆ
ทันใดนั้นเอง ในห้องก็มีเสียงเย็นเยียบชวนขนลุกดังขึ้น “หยุดมือนะ หยุด!”
หลิวเฉิงสะดุ้งตกใจ รีบมองหาที่มาของเสียงไปทั่ว
แต่เสียงนั้นราวกับดังออกมาจากเครื่องขยายเสียง ก้องกังวานไปทั่วทั้งวิลล่า หาที่มาไม่เจอเลยว่าดังมาจากที่ไหน
“ให้ตายสิพับผ่า เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?” หลิวเฉิงกลืนน้ำลาย ในแววตาฉายความตื่นตระหนก
คนอื่น ๆ ก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน จ้าวหงเองก็หยุดมือลง สายตากวาดมองไปรอบ ๆ
“อย่าหยุดครับ ตีต่อไป” ผมบอกให้เขาทำต่อ และบอกพวกเขาว่านี่คือเสียงของผีร้ายในชุดกี่เพ้า
การกระทำของพวกเราที่ต้องการกำจัดวิญญาณหยินถูกมันรู้เข้าแล้ว ตอนนี้มันกำลังคิดหาวิธีขัดขวางพวกเราอยู่
“ผีร้ายในชุดกี่เพ้าเหรอ” หลิวเฉิงพึมพำกับตัวเอง อดไม่ได้ที่จะหนาวสะท้านขึ้นมา
“มีค่ายกลแปดหยางคอยป้องกันอยู่ข้างนอก มันทำอะไรไม่ได้หรอก ทำได้แค่ใช้วิธีนี้ขู่พวกเรา” ผมบอกพวกเขาว่าอย่าตื่นตระหนก หากตื่นตระหนกก็จะหลงกลของผีร้ายในชุดกี่เพ้า
จ้าวหงพยักหน้า เงื้อกิ่งไม้ในมือขึ้นแล้วฟาดต่อไป
“พี่จ้าว เพิ่มแรงอีกครับ ไม่อย่างนั้นขับไล่วิญญาณหยินออกมาไม่ได้” ผมขอให้จ้าวหงอย่าออมมือ ต้องใช้แรงทั้งหมดที่มี
“ไอ้พวกเวร ออกมานะ ออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” จ้าวหงโกรธขึ้นมาเช่นกัน ปากก็ด่าไปพลาง มือก็ฟาดลงไปอย่างแรง
จากนั้นเสียงของผีร้ายในชุดกี่เพ้าก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวและดังขึ้นเรื่อย ๆ
“ไปตายซะ ไปตายซะ ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด...”
ในขณะเดียวกัน ด้านนอกบ้านก็มีเสียงวุ่นวายดังขึ้น ผมอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
โทรศัพท์ของจ้าวกั๋วเหลียงก็ดังขึ้นในตอนนี้พอดี เขารีบรับสาย “เกิดอะไรขึ้น ข้างนอกทำไมเสียงดังขนาดนั้น?”
“แย่ แย่แล้วครับคุณท่าน พวกจางเฮ่อหนานได้ยินเสียงผีผู้หญิงก็เริ่มกลัว แล้วอยากจะหนีครับ” จ้าวกั๋วเหลียงเปิดลำโพง พวกเราทุกคนได้ยินเสียงของคนรับใช้ชาย
เสียงของเขาสั่นเครือ คงจะถูกเสียงของผีร้ายในชุดกี่เพ้าทำให้ตกใจกลัวเช่นกัน
“อะไรนะ! นี่...” จ้าวกั๋วเหลียงตะลึงไป ไม่คิดว่าพวกอันธพาลข้างถนนท่าทางดุร้ายเหมือนปีศาจอย่างพวกจางเฮ่อหนานจะขวัญอ่อนขนาดนี้
“หาทางรั้งพวกเขาไว้ครับ ถ้าไม่มีค่ายกลแปดหยาง ผีร้ายในชุดกี่เพ้าอาจจะใช้ไอหยินควบคุมคนในวิลล่าอีก ถึงตอนนั้นจะยิ่งลำบาก” ผมทำได้เพียงให้จ้าวกั๋วเหลียงรีบคิดหาวิธี เพื่อไม่ให้เรื่องราวยิ่งเลวร้ายลง
จ้าวกั๋วเหลียงเองก็ร้อนใจมาก ตะโกนใส่โทรศัพท์ “รั้งจางเฮ่อหนานไว้ เอาโทรศัพท์ให้เขา”
ไม่นาน ในโทรศัพท์ก็มีเสียงด่าทออย่างตื่นตระหนกของจางเฮ่อหนานดังขึ้นมา “ไอ้เชี่ยเอ๊ย ไอ้แซ่จ้าว แกหมายความว่ายังไง บ้านผีสิงแล้วยังจะให้พวกกูมาตายอีก อำมหิตจริง ๆ”
นอกจากเสียงของเขาแล้ว ในโทรศัพท์ยังมีเสียงด่าทอของคนอื่น ๆ ด้วย สรุปคือวุ่นวายมาก คาดว่าข้างนอกคงจะโกลาหลกันไปหมดแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ” คราวนี้ผีร้ายในชุดกี่เพ้าเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ ชวนให้คนฟังขนหัวลุก
“ฉิบหาย!” ในโทรศัพท์มีเสียงพวกจางเฮ่อหนานร้องลั่นด้วยความตกใจ
ผมให้จ้าวกั๋วเหลียงเอาโทรศัพท์มาที่ปากผม “จางเฮ่อหนาน พวกคุณฟังนะ ผีร้ายในชุดกี่เพ้าเข้ามาไม่ได้ พวกคุณไม่ต้องกลัว ยืนตามแปดทิศทางของปากว้าต่อไป”
แต่เขาไม่เชื่อผมเลยแม้แต่น้อย กลับด่ากราดใส่หน้าผมชุดใหญ่ “ไสหัวแม่มึงไป คิดว่ากูเป็นเด็กสามขวบหรือไง?”
จ้าวกั๋วเหลียงโกรธจนต้องดึงโทรศัพท์กลับไป แล้วพูดอย่างโมโห “ไอ้แซ่จาง แกฟังให้ดีนะ รับเงินฉันไปแล้วไม่ทำงาน แกคอยดูเถอะ ตระกูลจ้าวของพวกเราในอำเภอนี้ไม่ใช่หมูในอวยนะเว้ย พวกแกกลับไปยืนตามที่อาจารย์หลี่บอกเดี๋ยวนี้ ถึงตอนนั้นฉันจะให้พวกแกคนละสองแสน ไม่อย่างนั้นแกก็ชั่งใจดูเอาเองแล้วกัน”
ในตอนนี้เอง จ้าวกั๋วเหลียงถึงได้แสดงบารมีของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จออกมาอย่างแท้จริง เขาไม่ใช่คนไม่มีโทสะ เพียงแต่ไม่ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่กับคนอื่นพร่ำเพรื่อ
จางเฮ่อหนานที่ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบกลับมา “ได้ คุณจะเพิ่มเงินก็น่าจะบอกแต่แรก เสียเวลาจริง ๆ”
จากนั้นก็ได้ยินเขาตะโกนใส่ลูกน้อง “ไอ้แซ่จ้าวตกลงจะให้พวกเราคนละสองแสน กลับไปยืนที่เดิมให้หมดทุกคน ใครกล้าขยับกูจะหักขาแม่ง”
จากนั้นเขาก็วางสายไป
“ให้ตายสิพับผ่า ที่แท้ก็อยากจะเพิ่มราคานี่เอง หน้าไม่อายจริง ๆ” หลิวเฉิงอดไม่ได้ที่จะบ่น
ผมยิ้มเล็กน้อย เป็นไปตามคาด พลังแห่งเงินตรานี่แหละคือของจริง
ในไม่ช้า กลิ่นอายของค่ายกลแปดหยางก็ฟื้นฟูขึ้นมา ดูเหมือนว่าพวกจางเฮ่อหนานจะกลับไปยืนที่เดิมเรียบร้อยแล้ว
ในตอนนี้ ผีร้ายในชุดกี่เพ้าเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้อีกครั้ง พวกเราทำได้เพียงทำเป็นหูทวนลม แล้วทำงานของตัวเองต่อไป
จ้าวหงเริ่มตีจนเหนื่อยแล้ว ความเร็วในการฟาดช้าลง เสียงกรีดร้องของจ้าวเสวี่ยมั่นก็อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ การดิ้นรนก็ค่อย ๆ ลดน้อยลง
แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่จ้าวเสวี่ยมั่นที่อ่อนแอลง แต่เป็นวิญญาณหยินในร่างของเธอที่อ่อนแอลงต่างหาก
ผมดีใจมาก จึงพูดกับทุกคนว่า “อดทนไว้นะครับ วิญญาณหยินอ่อนแอลงแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานมันจะทนไม่ไหวแล้วหนีออกจากร่างของจ้าวเสวี่ยมั่น”
พอได้ยินผมพูดแบบนั้น จ้าวหงก็เริ่มออกแรงตีอีกครั้ง แต่ใครจะรู้ว่าพอตีไปได้สองสามที กิ่งไม้กลับหักเสียอย่างนั้น
แต่ในขณะที่กิ่งไม้ในมือของเขาหักลง วิญญาณหยินก็พุ่งพรวดออกมาจากช่วงล่างของจ้าวเสวี่ยมั่น แล้วถูกไหดินเผาที่ผมรออยู่เป็นเวลานานสกัดทางหนีไว้ทันที
ผมรู้สึกได้ถึงการดิ้นรนอย่างรุนแรงของวิญญาณหยินในไหดินเผา แต่น่าเสียดายที่บนไหดินเผามียันต์ผนึกที่ผมวาดไว้หลายสาย มันไม่สามารถทำลายไหดินเผาออกมาได้อย่างแน่นอน
หลังจากวิญญาณหยินถูกผนึกเข้าไปในไหดินเผาจนหมดแล้ว ผมถึงได้ยกไหขึ้นแล้วปิดปากไห ทั้งยังแปะยันต์สะกดพลังชั่วร้ายไว้บนปากไหอีกด้วย
“เรียบร้อยแล้วครับ วิญญาณหยินถูกกำจัดออกไป และถูกผนึกไว้ในไหใบนี้แล้ว” ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วพูดกับทุกคน
ทุกคนเมื่อได้ฟังก็แสดงสีหน้ายินดี ตื่นเต้นกันอย่างมาก
จ้าวหงถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้น
“พวกชั่ว สารเลว ฉันไม่ปล่อยพวกแกไปแน่ ไม่ปล่อยพวกแกไปแน่...”
ดูเหมือนจะสัมผัสได้ว่าวิญญาณหยินถูกผมกำจัดและผนึกไว้แล้ว ผีร้ายในชุดกี่เพ้ากรีดร้องอย่างโกรธแค้นสองสามครั้ง จากนั้นเสียงก็ค่อย ๆ เบาลงจนหายไปอย่างสิ้นเชิง
ผมให้จ้าวอี้เฟยช่วยใส่กางเกงนอนให้จ้าวเสวี่ยมั่น เชื่อว่าอีกไม่นานเธอก็จะฟื้นขึ้นมา
ท้องของจ้าวเสวี่ยมั่นกลับสู่สภาพปกติโดยสมบูรณ์ ไม่ป่องโตอีกต่อไป และถึงแม้จะถูกกิ่งไม้ฟาดมานานขนาดนี้ บนท้องกลับไม่เหลือร่องรอยแม้แต่น้อย พวกหลิวเฉิงต่างพากันประหลาดใจไม่หยุด
“หลงหยวน นายนี่มันแน่มาก สุดยอดจริง ๆ!” หลิวเฉิงหันมามองผม แล้วยกนิ้วโป้งให้