- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 136 ค่ายกลแปดหยาง
บทที่ 136 ค่ายกลแปดหยาง
บทที่ 136 ค่ายกลแปดหยาง
“เอาล่ะ จ้าวเสวี่ยมั่นควรจะปลอดภัยชั่วคราวครับ” เมื่อเห็นว่าพลังหยางและสีหน้าของจ้าวเสวี่ยมั่นฟื้นฟูขึ้นมาบ้าง ผมก็วางใจลงเล็กน้อย
คนในตระกูลจ้าวต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก หลี่ว์หรงซิ่วและซืออี๋เริ่มเช็ดน้ำตาอีกครั้งอย่างอดไม่ไหว
หลิวเฉิงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง จึงขยับเข้ามาถามผมว่าทำไมไม่วาดอักขระยันต์สะกดพลังชั่วร้ายลงบนท้องของจ้าวเสวี่ยมั่นโดยตรง เพื่อสะกดวิญญาณชั่วร้ายในท้องของเธอไว้?
“ไม่ได้ ตอนนี้วิญญาณชั่วร้ายหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ในท้องของเธอ กลายเป็นวิญญาณหยินไปแล้ว วิญญาณหยินไม่ใช่เรื่องธรรมดา หากใช้ยันต์สะกดพลังชั่วร้ายโดยตรง กลับจะทำให้วิญญาณหยินโกรธ ถึงตอนนั้นจ้าวเสวี่ยมั่นจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย” ผมอธิบายให้เขาฟัง
หลิวเฉิงค่อนข้างประหลาดใจ ไม่คิดว่าเรื่องจะซับซ้อนขนาดนี้
“แล้วนายวางแผนจะกำจัดวิญญาณหยินในท้องของจ้าวเสวี่ยมั่นยังไง?” จากนั้นเขาก็ถามต่อ
ผมบอกว่าหากต้องการกำจัดวิญญาณหยิน ยังต้องให้พวกเราเตรียมของบางอย่างก่อน
“อาจารย์หลี่ ต้องการอะไรคุณบอกมาได้เลยครับ ผมจะจัดหาคนไปเตรียมให้ทันที” จ้าวหงรีบเอ่ยปาก ด้วยต้องการให้ลูกสาวของตนพ้นจากอันตรายโดยเร็ว
ผมพยักหน้า แล้วถามเขาเรื่องสุสานบรรพบุรุษของตระกูลจ้าว “สุสานบรรพบุรุษของตระกูลจ้าวอยู่ที่ไหนครับ?”
“สุสานบรรพบุรุษหรือครับ?” จ้าวหงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วตอบ “สุสานบรรพบุรุษของบ้านผมอยู่ห่างจากตัวอำเภอไปหกสิบกิโลเมตรครับ”
จ้าวกั๋วเหลียงเองก็แสดงความสงสัย “อาจารย์หลี่ คุณถามถึงสุสานบรรพบุรุษของบ้านผมทำไมหรือครับ”
“การจะช่วยจ้าวเสวี่ยมั่น ต้องใช้ของสองสามอย่างจากสุสานบรรพบุรุษของพวกคุณ” ผมตอบง่าย ๆ แล้วมองไปที่จ้าวหง “โชคดีที่สุสานบรรพบุรุษของพวกคุณอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ พี่จ้าว ตอนนี้คุณรีบพาคนไปที่สุสานบรรพบุรุษเลยครับ”
จ้าวหงพยักหน้าติด ๆ กัน “ไม่มีปัญหาครับ แล้วคุณว่าจะให้เอาอะไรมาบ้าง?”
“กิ่งไม้หนึ่งกิ่งจากยอดสูงสุดของต้นไม้ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือตำแหน่งเฉียน ดินหนึ่งกำมือจากทิศตะวันตกแท้ตำแหน่งตุ้ย ถ้าในภูเขาสุสานบรรพบุรุษของพวกคุณมีตาน้ำพุก็ให้ตักน้ำพุจากภูเขากลับมาด้วย” ผมบอกเขาทีละอย่าง
ตำแหน่งเฉียนเป็นธาตุหยาง กิ่งไม้บนยอดสูงสุดคือตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดมากที่สุด พลังหยางจึงเข้มข้นที่สุด
ตำแหน่งตุ้ยเป็นตัวแทนของหญิงสาวในบ้าน หรือก็คือลูกสาวคนเล็ก ตอนนี้ผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลจ้าวคือจ้าวเสวี่ยมั่น ทิศทางนี้จึงเป็นตัวแทนของเธอ
ส่วนน้ำพุจากภูเขานั้น ต้องใช้คู่กับดินจากตำแหน่งตุ้ย มีจะดีที่สุด แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะพาคนไปเดี๋ยวนี้เลย” จ้าวหงจดจำสิ่งที่ผมพูดทุกอย่าง แล้วหาคนไปกับเขาทันที
หลังจากเขาไปแล้ว จ้าวกั๋วเหลียงถามผมว่าทำไมต้องไปเอาของเหล่านี้จากสุสานบรรพบุรุษด้วย
ผมบอกเขาว่าโดยทั่วไปแล้วบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วจะคอยคุ้มครองลูกหลานในบ้าน ประกอบกับตระกูลจ้าวของพวกเขาก็ได้รับการคุ้มครองจากบุญบารมีที่บรรพบุรุษสั่งสมไว้แต่เดิมแล้ว ของเหล่านี้จากสุสานบรรพบุรุษจึงเป็นการอวยพรที่ส่งผลโดยตรงและมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับจ้าวเสวี่ยมั่น
“เป็นอย่างนี้นี่เอง” จ้าวกั๋วเหลียงเข้าใจแล้ว
จากนั้นผมนึกขึ้นได้อีกเรื่องหนึ่ง จึงให้จ้าวกั๋วเหลียงรีบไปจัดการ
“คุณอาครับ ผมยังต้องการให้คุณหาคนที่มีพลังหยางและไอสังหารรุนแรงมากแปดคนกลับมา ผมต้องใช้พวกเขาในการตั้งค่ายกล”
“คนแบบไหนถึงจะเรียกว่ามีพลังหยางและไอสังหารรุนแรงหรือครับ?” จ้าวกั๋วเหลียงสงสัยอยู่บ้างจึงเอ่ยถาม
ผมบอกเขาว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือไปหาพวกตัวโหดในวงการนักเลงโดยตรง คนพวกนี้ปกติชอบต่อยตีฆ่าฟัน ในมือเคยเปื้อนเลือดมาบ้างไม่มากก็น้อย พลังหยางและไอสังหารจึงรุนแรงที่สุด
“ได้ครับ ผมจะรีบไปหาเดี๋ยวนี้” จ้าวกั๋วเหลียงไม่กล้าชักช้า รีบออกไปทันที
หลังจากเขาไปแล้ว หลิวเฉิงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “หลงหยวน นายให้เขาไปหาพวกอันธพาลข้างถนนกลับมาทำไม?”
“มีประโยชน์ของมันน่ะ ถึงเวลาเดี๋ยวนายก็รู้เอง” ผมตอบ
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงเคลื่อนไหวมาจากด้านหลัง สีหน้าของจ้าวเสวี่ยมั่นที่เพิ่งจะดีขึ้นเล็กน้อยก็เริ่มแสดงความเจ็บปวดอีกครั้ง
“อาจารย์หลี่ ดูเหมือนเสวี่ยมั่นจะเริ่มทรมานอีกแล้วค่ะ” ซืออี๋ร้อนใจขึ้นมา
ผมรีบเดินเข้าไปดู พบว่าผลของน้ำยันต์เสริมพลังหยางลดลงไปกว่าครึ่ง ดูเหมือนอิทธิพลของวิญญาณหยินจะน่ากลัวกว่าที่ผมคิดไว้
“เอาน้ำมาอีกชาม ขอชามใหญ่หน่อย” ผมสั่ง
คนรับใช้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ รีบร้อนไปเตรียมทันที
ไม่นาน น้ำชามใหญ่ก็ถูกยกมา ผมหยิบยันต์เสริมพลังหยางออกมาอีกสองสามแผ่น ทำเป็นน้ำยันต์เสริมพลังหยางชามใหญ่
“จำไว้นะครับ ทันทีที่เธอแสดงสีหน้าเจ็บปวด ให้ป้อนน้ำยันต์เสริมพลังหยางให้เธอดื่มทันที” ผมมอบน้ำยันต์เสริมพลังหยางชามใหญ่ให้ซืออี๋ แล้วกำชับเธอ
หลี่ว์หรงซิ่วนั่งอยู่ข้างเตียงจับมือเล็ก ๆ ของจ้าวเสวี่ยมั่นไว้ตลอดเวลา น้ำเสียงเจือสะอื้น “หลานรักที่น่าสงสารของย่า ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ”
ผมถอนหายใจ แล้วส่งสัญญาณให้จ้าวอี้เฟยออกมาข้างนอกห้องกับผม
“หลี่หลงหยวน มีอะไรเหรอ?” พอออกมานอกห้อง จ้าวอี้เฟยถามผมอย่างสงสัย
ผมกระซิบบอกเธอ “เธอลองไปหาดูที ในบ้านพวกเธอมีไหดินเผาหรือไหกระเบื้องอะไรพวกนี้ไหม ขอแบบที่ปากไหสามารถครอบช่วงล่างของจ้าวเสวี่ยมั่นได้ทั้งหมดจะดีที่สุด”
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพยักหน้า “ได้สิ เดี๋ยวฉันไปหาดู”
ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา จ้าวอี้เฟยก็หาไหดินเผามาได้ใบหนึ่ง
“นายดูใบนี้หน่อยสิ ใช้ได้ไหม?” เธอยื่นไหดินเผาให้ผม
ผมรับไหดินเผามาดู ขนาดปากไหกำลังพอดี ตัวไหก็มีขนาดเหมาะสม
“ใช้ได้ เอาใบนี้นี่แหละ”
“ตกลงนายจะเอามันไปทำอะไรเหรอ?” จ้าวอี้เฟยอดถามไม่ได้
ผมบอกว่าถึงเวลาที่วิญญาณหยินถูกผมขับออกจากร่างของจ้าวเสวี่ยมั่นแล้ว จะต้องถูกผมผนึกไว้ในไหดินเผาใบนี้นี่แหละ
เธอเข้าใจแล้ว จึงพยักหน้ารับ
หลังจากนำไหดินเผาเข้ามาในห้อง ผมก็หยิบพู่กันจุ่มชาดแล้ววาดอักขระยันต์ผนึกสองสามสายลงบนไห
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา จ้าวกั๋วเหลียงก็กลับมา “อาจารย์หลี่ ผมหาคนมาได้แล้ว คุณลงมาดูหน่อยครับ”
ผมกับเขาลงไปชั้นล่าง พบว่ามีชายท่าทางดุร้ายเหมือนปีศาจแปดคนยืนอยู่ พวกเขาต่างมีรอยแผลเป็นจากมีดไม่ก็รอยสัก มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกในวงการนักเลง
พลังหยางและไอสังหารบนร่างของพวกเขารุนแรงมาก โดยเฉพาะชายผมสั้นหน้าบากที่เป็นหัวหน้า ไอสังหารบนร่างรุนแรงที่สุด
“เถ้าแก่จ้าว ปกติตระกูลจ้าวของพวกคุณไม่ค่อยชอบยุ่งเกี่ยวกับพวกเราไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ถึงให้ผมพาลูกน้องมา มีเรื่องอะไรกันแน่?” ชายหน้าบากพูดด้วยน้ำเสียงเจือแววเยาะเย้ย
จ้าวกั๋วเหลียงทำได้เพียงยิ้มประจบ “ฮะ ๆ พี่หนานพูดล้อเล่นแล้ว ปกติผมก็แค่ยุ่งเกินไปน่ะครับ”
พี่หนานยิ้ม ไม่ได้ใส่ใจอะไร สายตาเหลือบมองผมสองสามครั้ง
“ผมต้องการให้พวกคุณแปดคน พอฟ้ามืดก็ไปยืนอยู่ตามแปดทิศทางนอกวิลล่าตระกูลจ้าว ต้องยืนทั้งคืน และห้ามขยับเขยื้อน” ผมไม่พูดจาอ้อมค้อม เอ่ยปากบอกพี่หนานโดยตรง
พี่หนานหรี่ตาลง คนที่อยู่ข้างหลังเขาสองสามคนแสดงความไม่พอใจออกมาทันที
“ไอ้เวร มึงเป็นใครจากไหนวะ กล้ามาสั่งพวกกู ไม่อยากอยู่แล้วใช่ไหม?”
“ดูท่าทางก็รู้แล้วว่าเป็นไอ้โง่”
พวกเขาไม่เห็นผมอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย พูดจาเยาะเย้ยถากถาง
“จ้าวกั๋วเหลียง คุณเรียกพวกเรามาเพื่อให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่มาชี้้นิ้วสั่งพวกเราเนี่ยนะ?” น้ำเสียงของพี่หนานเจือความโกรธเล็กน้อย
“เข้าใจผิดแล้วครับ ผมแค่จะขอให้พวกคุณช่วย หลังจากเสร็จเรื่องผมจะให้พวกคุณคนละหนึ่งแสน” จ้าวกั๋วเหลียงรีบอธิบาย พร้อมทั้งรับประกัน
พอได้ยินว่ามีเงินให้ พวกเขาถึงกับตาโต
“ในเมื่อมีเงินให้หา ทุกอย่างก็คุยกันได้” พี่หนานแสยะยิ้ม
พอฟ้ามืด ผมก็ให้พวกพี่หนานทั้งแปดคนไปยืนตามแปดทิศทางของปากว้าทันที พร้อมทั้งกำชับว่าห้ามขยับเขยื้อนเด็ดขาด
นี่คือค่ายกลแปดหยางอย่างง่าย ใช้คนที่มีพลังหยางและไอสังหารรุนแรงมากแปดคนในการตั้งค่ายกล เพื่อให้ได้ผลในการข่มขู่ภูตผีปีศาจ
“รู้แล้วน่าไอ้หนู เอ็งจะจู้จี้อะไรนักหนา รับเงินใครมาก็ต้องทำงานให้คนนั้น พวกข้าอยู่ในวงการมาไม่ใช่เล่น ๆ นะเว้ย” พี่หนานรำคาญที่ผมจู้จี้ เลยไล่ให้ผมรีบไสหัวไป
ผมไม่สนใจเขา เดินกลับเข้าไปในวิลล่าพร้อมกับจ้าวกั๋วเหลียง
“อาจารย์หลี่ พวกเขาเป็นคนไร้มารยาทแบบนี้แหละครับ อย่าไปใส่ใจเลย แต่ว่าพวกเขาก็ยังรักษาคำพูดอยู่นะครับ” จ้าวกั๋วเหลียงกลัวว่าผมจะโกรธ จึงอธิบาย
“ไม่เป็นไรครับ ขอแค่พวกเขารักษาคำพูดก็พอ” ผมพยักหน้าตอบ
พอดีกับตอนนั้นเอง จ้าวหงก็พาคนสองสามคนกลับมาจากสุสานบรรพบุรุษในสภาพเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นผงจากการเดินทาง