- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 130 ความบังเอิญของฮวงจุ้ย
บทที่ 130 ความบังเอิญของฮวงจุ้ย
บทที่ 130 ความบังเอิญของฮวงจุ้ย
ผมหยุดคุยเล่นทันที “สวี่จั๋วว่ายังไงบ้างครับ?”
“เสี่ยวหงบอกว่าเขาไม่ยอมรับอะไรเลย แถมยังโมโหบอกว่าวิลล่าไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น” จ้าวกั๋วเหลียงกัดฟัน เห็นได้ชัดว่าโกรธมาก
พวกเราไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม สวี่จั๋วย่อมไม่ยอมรับอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นตระกูลจ้าวคงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่
“เอาโทรศัพท์มาให้ผม ผมจะคุยกับเขาเอง” ผมบอกให้จ้าวกั๋วเหลียงเอาโทรศัพท์มือถือมา
จ้าวกั๋วเหลียงยื่นโทรศัพท์มือถือให้ผม ผมรับมาแล้วก็ถามจ้าวหง “พี่จ้าว สวี่จั๋วไม่ยอมพูดอะไรเลย แล้วก็ไม่ยอมรับด้วยเหรอครับ?”
“ใช่ครับ บ้าเอ๊ย ผมอยากจะฆ่ามันจริง ๆ” เสียงของจ้าวหงในโทรศัพท์ก็เต็มไปด้วยความโกรธ
ดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาไปเจอตัวสวี่จั๋วที่ต่างเมืองแล้ว ทั้งสองคนคงจะคุยกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“อาจารย์หลี่ ตอนนี้จะทำยังไงดีครับ จะให้ผมจับตัวมันกลับไปเลยดีไหม?” จ้าวหงร้อนใจ พูดความคิดที่ไม่ค่อยมีเหตุผลออกมา “ผมไม่เชื่อหรอกว่าปากของมันจะแข็งได้สักแค่ไหน”
ผมรีบห้ามเขา กำชับว่าห้ามวู่วามเด็ดขาด
บุญบารมีของตระกูลจ้าวหาได้ยากยิ่ง จะให้ได้รับผลกระทบเพราะเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นจะไม่คุ้มค่ากับที่เสียไป
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ?” จ้าวหงร้อนใจ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้หญิงทุกคนในตระกูลจ้าว
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วให้คำแนะนำที่เป็นกลางแก่เขา
“เอาอย่างนี้ คุณไปคุยกับเขาดี ๆ อีกครั้ง แล้วก็ถามคำถามเขาสักสองสามข้อก็พอครับ”
จ้าวหงเงียบไปครู่หนึ่ง ถึงจะตอบตกลง “ได้ครับ ผมจะลองดู แล้วผมต้องถามอะไรบ้างครับ?”
“คุณถามเขาว่าวิลล่าสร้างขึ้นเมื่อปีไหน แล้วตอนที่สร้างได้หาซินแสมาดูหรือไม่ แล้วก็ลองสืบดูว่าหลังจากที่พวกเขาย้ายไปต่างเมืองแล้ว ร่างกายและสภาพจิตใจของภรรยาเขาฟื้นตัวหรือยัง” ผมบอกไปสองสามเรื่อง ให้เขาจดไว้
“อืม แค่นี้เหรอครับ?” จ้าวหงถามอีกครั้ง
ผมบอกว่ารู้แค่นี้ก็พอแล้ว ขอให้เขาถามให้ชัดเจน ห้ามมีข้อมูลเท็จเด็ดขาด
“เข้าใจแล้วครับ ถามชัดเจนแล้วผมจะโทรกลับไปหา” จ้าวหงวางสายไป
พวกเรารอโทรศัพท์ของจ้าวหงอยู่ที่วิลล่า รอจนถึงเที่ยง ในที่สุดเขาก็โทรมา
จ้าวกั๋วเหลียงรีบส่งโทรศัพท์มือถือให้ผม ผมรับสายแล้วก็กดเปิดลำโพง
“เป็นยังไงบ้างครับ ถามชัดเจนหมดแล้วหรือยัง” ผมถาม
“ถามชัดเจนแล้วครับ ตอนแรกไอ้หมอนั่นยังระวังตัวอยู่ แต่พอผมพูดดี ๆ ไปหน่อย เขาก็ยอมบอกแล้ว ไม่น่าจะโกหกครับ” จ้าวหงตอบกลับ
เช่นนั้นก็ดี ผมให้เขาเล่าผลลัพธ์มา
เขาบอกว่าตอนที่ตระกูลสวี่สร้างวิลล่า ได้หาซินแสมาดูจริงๆ ตำแหน่งและทิศทางในการสร้างวิลล่าล้วนเป็นซินแสกำหนด บอกว่าจะทำให้รุ่งเรืองทั้งคนและทรัพย์สิน สามารถรับพลังงานที่แข็งแกร่งของที่นั่นได้
พอวิลล่าสร้างเสร็จ หลังจากที่ตระกูลสวี่ย้ายเข้าไป ธุรกิจก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างต่อเนื่องจริง ๆ
“แล้ววิลล่าสร้างเมื่อปีไหนครับ?” ผมถามเขา อันที่จริงนี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด
“เขาบอกว่าต้นปี 2003 ผมยืนยันกับเขาสองสามรอบแล้ว ไม่น่าจะผิดครับ” จ้าวหงตอบต่อ
สร้างในยุคที่เจ็ดแห่งวัฏจักรเบื้องปลาย เป็นเช่นนี้จริง ๆ ดูเหมือนว่าผมจะคิดไม่ผิด
มิน่าล่ะถึงได้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น ทุกอย่างสามารถอธิบายได้แล้ว
“แล้วภรรยาของเขาล่ะครับ?” ผมถามต่อ
จ้าวหงบอกว่าหลังจากภรรยาของสวี่จั๋วย้ายไปต่างเมือง ก็ฟื้นตัวเป็นปกติแล้ว ตอนนี้สุขภาพจิตดีมาก เล่นไพ่นกกระจอกกับคนอื่น ชอปปิ้งห้างสรรพสินค้าทุกวัน
ผมยิ้ม เช่นนั้นตอนนี้ก็แทบจะยืนยันได้แล้วว่าเป็นเรื่องอะไร
“ดีครับ งั้นพวกคุณกลับมาเถอะ” ผมพูด
จ้าวหงปลายสายดูเหมือนจะประหลาดใจเล็กน้อย “แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วเหรอครับ แล้วสวี่จั๋วล่ะครับ?”
“คำตอบของคำถามเมื่อครู่นี้ ทำให้ผมแน่ใจแล้วว่าเป็นเรื่องอะไร เขาจะกลับมาหรือไม่กลับมาก็ไม่สำคัญแล้วครับ” ผมบอกเขาตามตรง
เชื่อว่าสวี่จั๋วเพียงแค่รู้ว่าวิลล่ามีปัญหา แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพียงแค่ฟังคำแนะนำของซินแสแล้วย้ายออกจากที่นี่ไป
หากรู้ความจริง คาดว่าเขาก็คงไม่มีความกล้าพอที่จะขายวิลล่าให้ตระกูลจ้าว
“เอ่อ งั้นก็ได้ครับ” จ้าวหงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จำต้องยอมกลับมา
หลังจากคืนโทรศัพท์ให้จ้าวกั๋วเหลียง เขาก็มีสีหน้าร้อนรน ถามผมว่าตกลงแล้วมันเรื่องอะไรกันแน่ สวี่จั๋วไม่กลับมาจะไม่มีปัญหาจริง ๆ หรือ?
“จะว่ายังไงดีล่ะครับ จริง ๆ แล้วตระกูลสวี่ก็เหมือนกับตระกูลจ้าวของพวกคุณ เป็นทั้งผู้ที่ได้รับประโยชน์และผู้ที่ได้รับเคราะห์จากรูปแบบฮวงจุ้ยประหลาดนี้” ผมคิดว่าจะพูดอย่างไรดีเพื่อให้พวกเขาเข้าใจ
ทุกคนสงสัย ถามผมว่าตกลงแล้วมันเรื่องอะไรกันแน่ หรือว่ามีคนจงใจจะทำร้ายพวกเขาทั้งสองตระกูล?
ผมยิ้มแล้วส่ายหน้า “ไม่ใช่ครับ ทั้งหมดนี้ควรจะเป็นความบังเอิญ”
“ความบังเอิญ!?” พวกเขายิ่งงงไปกันใหญ่
“ใช่ครับ ก็คือฮวงจุ้ยตามธรรมชาติของที่นี่ ประกอบกับฮวงจุ้ยที่มนุษย์สร้างขึ้นจากการสร้างวิลล่า ได้ก่อตัวขึ้นเป็นค่ายกลฮวงจุ้ยที่ประหลาดและซ่อนเร้นอย่างยิ่งโดยไม่มีใครรู้” มิน่าล่ะตอนแรกผมถึงไม่พบอะไรเลย หากไม่มีการสังเกตอย่างละเอียดและความรู้ด้านฮวงจุ้ยที่ลึกซึ้งมาสนับสนุน เกรงว่าจะไม่สามารถพบปัญหานี้ได้จริง ๆ
หลิวเฉิงยิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก เขาเร่งให้ผมรีบเล่าออกมา
ผมบอกเขาว่าอย่าเพิ่งรีบ แล้วพาพวกเขาออกจากวิลล่ามายังตำแหน่งที่สามารถสังเกตวิลล่าและสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างครบถ้วน
“พวกคุณดูนะครับ ทิศของวิลล่าไม่ได้หันไปทางทิศเหนือหรือใต้ตรง ๆ ด้านหน้าสูง ด้านหลังมีแม่น้ำใหญ่ หน้าแม่น้ำยังมีต้นไหวขนาดใหญ่สามต้น ถึงแม้ดาวหันหน้าจะขึ้นภูเขา แต่ด้านหลังมีน้ำ และมีต้นไหวขนาดใหญ่เป็นภูเขา ได้ทั้งภูเขาและน้ำ ดังนั้นจึงส่งเสริมทั้งคนและทรัพย์สิน ตามหลักแล้วย่อมไม่มีทางเกิดเรื่องชั่วร้ายเด็ดขาด แต่บังเอิญว่าวิลล่าหลังนี้สร้างในยุคที่เจ็ด ตามหลักการของสามวัฏจักรเก้ายุค และการเปลี่ยนแปลงของดาวเหินเสวียนคงทั้งเก้าในเก้าเรือนชะตา จึงทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น” ผมพูดกับพวกเขา
“อะไรคือสร้างในยุคที่เจ็ด? สามวัฏจักรเก้ายุค แล้วก็ดาวเก้าดวงเก้าเรือนชะตานี่คืออะไร พวกเราไม่เข้าใจเลย?” หน้าหลิวเฉิงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
ผมจนปัญญา นี่เป็นความรู้ด้านฮวงจุ้ยที่ลึกซึ้งมาก ผมทำได้เพียงอธิบายคร่าว ๆ ให้พวกเขาฟังอย่างง่าย ๆ
ที่เรียกว่าดาวเก้าดวงก็คือดาวเหนือเก้าดวงที่เรียกกันในสมัยโบราณ ได้แก่ ทานหลาง จวี้เหมิน ลู่ฉุน เหวินชวี เหลียนเจิน อู่ชวี พั่วจวิน และจั่วฝู่ โย่วปี้ ส่วนสามวัฏจักรเก้ายุคแบ่งออกเป็นวัฏจักรเบื้องต้น กลาง และปลาย แต่ละวัฏจักรมีหกสิบปี หรือก็คือหนึ่งเจี่ยจื่อ และแบ่งเป็นหนึ่งยุคทุก ๆ ยี่สิบปี เพื่อบ่งบอกว่าดาวดวงใดเป็นผู้ควบคุม
สวี่จั๋วบอกว่าวิลล่าสร้างเมื่อต้นปี 2003 ซึ่งปี 2003 เป็นปีสุดท้ายของยุคที่เจ็ดแห่งวัฏจักรเบื้องปลายพอดี ผมถึงได้บอกว่าวิลล่านี้สร้างในยุคที่เจ็ด
และตำแหน่งของดาวเก้าดวงในปากว้าเก้าเรือนชะตานั้นไม่ใช่สิ่งตายตัว แต่จะเปลี่ยนตำแหน่งไปตามวิถีบางอย่างเมื่อเวลาผ่านไป
“ส่วนที่ว่ามันเปลี่ยนแปลงอย่างไร และมีความหมายว่าอะไรนั้น มันซับซ้อนลึกซึ้งเกินไป พวกคุณไม่จำเป็นต้องรู้โดยละเอียด เพียงรู้แค่ว่าค่ายกลฮวงจุ้ยของวิลล่าเกี่ยวข้องกับความรู้ด้านฮวงจุ้ยเหล่านี้ก็พอแล้ว” ผมอธิบายง่าย ๆ
ทุกคนพยักหน้า ไม่ได้ซักไซ้ต่อ
ผมกลับมาที่ปัญหาของวิลล่าต่อ “จากการวิเคราะห์ตามความรู้ด้านฮวงจุ้ยที่ผมกล่าวไปข้างต้น ด้านหน้าวิลล่าสูง ด้านหลังมีแม่น้ำใหญ่ ทิศเฉียน ขั่น และเกิ้น ล้วนมีแสงน้ำปรากฏ ต้นไหวขนาดใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำสะท้อนน้ำเป็นสีเขียว ผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่จะเจริญรุ่งเรืองทั้งคนและทรัพย์สิน”
“แต่เนื่องจากดาวคู่เจ็ดมาถึงทิศขั่น เจ็ดคือตุ้ยหมายถึงบุตรสาวคนเล็ก ดาวสองดำมาถึงทิศเฉียน สองคือคุนหมายถึงมารดา ดาวห้าเหลืองมาถึงทิศเกิ้นคือเหลียนเจิน หรือก็คือดาวเก้าหลีหมายถึงบุตรสาวคนกลาง ดาวห้าเหลืองยังเป็นห้าภูตอีกด้วย และทั้งสามทิศนี้ล้วนมีแสงน้ำจากแม่น้ำใหญ่ส่องประกาย รวมกับดาวเจ็ดที่ตำแหน่งฐาน เท่ากับวิญญาณหยินรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ดังนั้นบนต้นไหวขนาดใหญ่สามต้นริมฝั่งแม่น้ำซึ่งควรจะเป็นที่เก็บลมรวบรวมชี่ กลับเต็มไปด้วยดวงวิญญาณชั่วร้าย ประกอบกับทั้งสามทิศนี้ยังหมายถึงผู้หญิงในบ้านอีกด้วย ดังนั้นผู้ที่ถูกสิ่งชั่วร้ายรังควานจึงมีแต่ผู้หญิงของตระกูลจ้าว”
จ้าวกั๋วเหลียงเข้าใจในทันที อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “เป็นอย่างนี้นี่เอง มิน่าล่ะผู้ชายของตระกูลจ้าวถึงไม่เป็นอะไรเลย”
“จริงสิ หลี่ว์หรงซิ่วถูกสิ่งชั่วร้ายควบคุมเป็นครั้งแรกเมื่อไหร่ครับ?” ผมถามทุกคน
จ้าวอี้เฟยนึกย้อนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอกว่าน่าจะประมาณห้าโมงเย็น
“ปลายยามเซิน(15.00–17.00 น.) ต้นยามโหย่ว(17.00–19.00 น.) ก็สอดคล้องกับที่นี่ซึ่งทิศขั่นเป็นกว้าหยิน ยามเซินเป็นเวลาหยิน สิ่งชั่วร้ายจะก่อเรื่องในยามเซิน” ผมพูดกับพวกเขา
จากนั้นผมก็ถามพวกเขาอีกว่า รู้หรือไม่ว่าทำไมวันนั้นหลี่ว์หรงซิ่วถึงได้สวมชุดกี่เพ้าสีเขียวอย่างกะทันหัน
“ทำไมเหรอ?” ทุกคนมองมาที่ผมด้วยความอยากรู้
ผมยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบกลับ “เพราะต้นไหวขนาดใหญ่สามต้นริมฝั่งแม่น้ำสะท้อนน้ำเป็นสีเขียว ดังนั้นผู้ที่สวมชุดสีเขียว ก็คือสิ่งชั่วร้าย!”
ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็นิ่งอึ้งไป ตกตะลึงอย่างยิ่ง