- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 128 ซ่อนหยินรวบรวมสิ่งชั่วร้าย
บทที่ 128 ซ่อนหยินรวบรวมสิ่งชั่วร้าย
บทที่ 128 ซ่อนหยินรวบรวมสิ่งชั่วร้าย
“อ๊า/กรี๊ด!” พวกเขาทั้งหมดกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและหวาดผวาอย่างที่สุด
เจิ้งอวี่ยิ่งตกใจจนหน้าซีดเผือด ฉี่ราดกางเกงแล้วล้มก้นจ้ำเบ้าลงบนพื้น
ในปากก็ยังคงร้องไม่หยุด “ผี มีผี ผีเต็มไปหมด!”
“แม่เจ้าโว้ย นี่มันรังผีชัด ๆ!” หลิวเฉิงก็ตกใจไม่น้อย เขาขยับเข้ามาใกล้ผม
สามคนตระกูลจ้าวก็ตัวสั่นงันงก แต่ยังดีกว่าเจิ้งอวี่อยู่บ้าง
บนต้นไหวขนาดใหญ่เต็มไปด้วยดวงวิญญาณชั่วร้าย ดูเหมือนพวกมันจะไม่มีเจตนาโจมตีพวกเรา เพียงแค่อยู่บนต้นไม้อย่างเงียบ ๆ
ภาพนี้อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่ผมเองก็ยังรู้สึกหนาวสันหลังวาบ โชคดีที่ก่อนมาพวกเขาได้ดื่มน้ำยันต์พิทักษ์วิญญาณกันหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นคงต้องตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเสียขวัญไปแน่
อีกทั้งแม้ว่ามีดวงวิญญาณมากมายรวมตัวกันอยู่บนต้นไม้ แต่ตอนแรกผมกลับไม่พบเลยแม้แต่น้อย ต้องบอกเลยว่าฮวงจุ้ยของที่นี่คงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ผมเคยดูไว้ก่อนหน้านี้
พลังงานของพื้นที่แห่งนี้แข็งแกร่ง ดวงวิญญาณไม่เพียงแต่ไม่กลัว แต่กลับมารวมตัวกันและซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ซึ่งไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
เพียงแต่ตอนนี้ฟ้ายังไม่สว่าง จะทำความเข้าใจรูปแบบฮวงจุ้ยให้ชัดเจนก็คงต้องรอให้ฟ้าสว่างก่อน
ในตอนนั้นเอง เจิ้งอวี่ที่ตกใจจนล้มก้นจ้ำเบ้าและฉี่ราดกางเกง ก็ใกล้จะสติแตกเต็มที
เขาร้องโวยวาย ใช้ทั้งมือและเท้าคลานหนีกลับไปทางวิลล่า “ช่วยด้วย ผีหลอก ช่วยด้วย...”
พวกเราไม่มีอารมณ์จะไปสนใจเขา ต่างก็จ้องมองดวงวิญญาณชั่วร้ายบนต้นไม้
ครู่ต่อมา ฤทธิ์ของยันต์สะกดพลังชั่วร้ายก็หมดลง ดวงวิญญาณชั่วร้ายบนต้นไหวขนาดใหญ่ก็กลับไปซ่อนตัวอีกครั้ง หายไปอย่างไร้ร่องรอย
นี่ทำเอาผมต้องขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง
เกรงว่าต้นไหวขนาดใหญ่อีกสองต้นที่เหลือก็คงจะเหมือนกับต้นนี้ เต็มไปด้วยดวงวิญญาณชั่วร้ายเช่นกัน
ดวงวิญญาณชั่วร้ายมากมายรวมตัวกัน แต่กลับไม่มีไอหยินรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย นี่เป็นวิธีการอะไรกันแน่ เป็นฝีมือมนุษย์หรือมีสาเหตุอื่น?
“หลงหยวน ดวงวิญญาณพวกนั้นล่ะ?” หลิวเฉิงกลืนน้ำลายแล้วถามผมอย่างประหม่า
ผมบอกว่ายังอยู่บนต้นไหวขนาดใหญ่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรถึงถูกซ่อนไว้อย่างน่าประหลาด
“เกรงว่า บนต้นไหวขนาดใหญ่อีกสองต้นก็คงจะมีสถานการณ์เดียวกัน” ผมพูดกับทุกคน
ทุกคนยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น ต่างก็ขยับเข้ามาใกล้ผม
“บ้าจริง สามต้นเลยเหรอ แล้วมันจะมีผีกี่ตัวกันเนี่ย?” หลิวเฉิงอุทาน
พอคิดว่าเมื่อครู่ตัวเองยังยืนชื่นชมทิวทัศน์ริมแม่น้ำใต้ต้นไหวขนาดใหญ่โดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
“ตอนนี้จะทำยังไงดี ผีเยอะขนาดนี้ นายจะจัดการได้หมดเหรอ?” ดวงวิญญาณชั่วร้ายมีมากเกินไป เขาจึงกังวลว่าผมจะจัดการไม่ได้
คนตระกูลจ้าวก็มองมาที่ผมอย่างประหม่าเช่นกัน เพราะความปลอดภัยของตระกูลจ้าวของพวกเขาอยู่ในมือผม
“ก่อนที่จะรู้แน่ชัดว่าทำไมที่นี่ถึงมีสิ่งชั่วร้ายรวมตัวกันมากมายขนาดนี้ จะลงมือผลีผลามไม่ได้ พวกเรากลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน” ผมตอบกลับ
ดวงวิญญาณมากมายขนาดนี้ หากจัดการไม่ดี ปล่อยให้พวกมันหนีกระจัดกระจายไป จะต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่แน่นอน
ทุกคนไม่มีความกล้าพอที่จะอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว พอผมบอกให้กลับ พวกเขาก็รีบจากไปอย่างร้อนรน
ผมมองลึกเข้าไปที่ต้นไหวขนาดใหญ่สามต้นซึ่งตอนนี้กลับสู่สภาพปกติแล้ว จากนั้นก็หันหลังเดินจากไป
เมื่อพวกเรากลับมาถึงวิลล่า คนที่รออยู่ข้างในก็ออกมารอที่หน้าประตูด้วยความหวาดวิตกแล้ว
พอเห็นพวกเรากลับมา เว่ยฟางก็เป็นคนแรกที่พุ่งออกมาจากกลุ่มคน
“อี้เฟย พวกเธอกลับมากันเสียที” เธอมีท่าทีร้อนรนและพูดด้วยความเป็นห่วง
ผมรู้สึกไม่เข้าใจเล็กน้อย จึงถามพวกเขาว่ามาออกันอยู่ที่หน้าประตูทำไม ไม่เข้าไปรอในบ้าน
เว่ยฟางรีบตอบว่า “เมื่อกี้นี้เอง จู่ ๆ พวกเราก็ได้ยินเสียงเจิ้งอวี่ร้องโวยวาย นึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็เลยพากันวิ่งออกมาดูสถานการณ์ ไม่มีใครรู้อะไร เจ้าเจิ้งอวี่นั่นเอาแต่ร้องว่าช่วยด้วย มีผีอะไรพวกนั้น ไม่ยอมตอบคำถามพวกเราเลย”
“นี่เขาไปไหนแล้ว?” หลิวเฉิงไม่เห็นร่างของเจิ้งอวี่ในกลุ่มคน
“อย่าไปพูดถึงเลย เขาวิ่งกลับมาแล้วก็ขึ้นรถขับออกไปเลย ไม่ว่าพวกเราจะตะโกนเรียกยังไงก็ไม่มีประโยชน์” เว่ยฟางพูดต่อ
พวกเรามองหน้ากันไปมา ไม่คิดว่าเจิ้งอวี่จะตกใจจนวิ่งหนีไปเลย
อีกอย่างเขาตกใจจนฉี่ราดกางเกง คงจะไม่มีหน้าอยู่ต่อไปแล้ว
หลิวเฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะเขา “ไอ้ขี้ขลาดนั่น หนีไปแบบนี้เลยเหรอ ดูท่าจะเป็นได้แค่พวกดีแต่ปาก คุณหนูจ้าวครับ ครั้งนี้คุณน่าจะเห็นธาตุแท้ของเขาแล้วนะ ยังไงหลงหยวนของพวกเราก็พึ่งพาได้มากกว่าใช่ไหม”
จ้าวอี้เฟยแอบมองผมแวบหนึ่ง แก้มแดงระเรื่อ แต่ไม่ได้ตอบอะไร
หลิวเฉิงหัวเราะฮะ ๆ แล้วขยิบตาให้ผม
ไอ้หมอนี่ต้องลากผมเข้าไปเกี่ยวให้ได้ ผมขี้เกียจจะสนใจเขาแล้ว
“เมื่อกี้พวกเธอไปเจออะไรมากันแน่ ทำไมถึงทำให้เจิ้งอวี่ตกใจขนาดนั้น?” เว่ยฟางถามเรื่องนี้ขึ้นมาอีก
คนอื่น ๆ ก็สนใจปัญหานี้เช่นกัน ต่างจ้องมองมายังพวกเราที่เพิ่งกลับมา
พอได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของพวกเราก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ยังคงรู้สึกหวาดผวากับฉากเมื่อครู่อยู่
“เรื่องมันค่อนข้างยุ่งยาก เข้าไปคุยกันข้างในเถอะครับ” ผมตอบกลับ จากนั้นพวกเราทั้งหมดก็เดินเข้าไปในวิลล่า
เมื่อกลับมาถึงห้องโถงในวิลล่า พอทุกคนได้ยินว่าต้นไหวขนาดใหญ่สามต้นริมแม่น้ำด้านหลังวิลล่าเต็มไปด้วยดวงวิญญาณชั่วร้าย ต่างก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด หวาดผวาอย่างยิ่ง
“ตระกูลจ้าวของพวกเราสั่งสมบุญกุศลมาหลายปี ทำไมถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ฮือ ๆ ๆ” หลี่ว์หรงซิ่วร้องไห้ฟูมฟายพลางเช็ดน้ำตา
คนอื่น ๆ ในตระกูลจ้าวต่างก็มีสีหน้าหม่นหมอง อารมณ์ตกต่ำ
ซืออี๋ถามผมอย่างร้อนรนว่า จะสามารถช่วยตระกูลจ้าวของพวกเขาจัดการกับดวงวิญญาณชั่วร้ายเหล่านั้นได้หรือไม่
“ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ แต่ต้องรอให้เข้าใจก่อนว่าทำไมถึงเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น ผมถึงจะลงมือได้” ผมพยักหน้า แสดงว่าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ
จ้าวกั๋วเหลียงรีบขอบคุณผม “อาจารย์หลี่ ครั้งนี้ความปลอดภัยของตระกูลจ้าวของพวกเราฝากไว้กับคุณแล้ว ขอเพียงแค่จัดการเรื่องนี้ได้ ตระกูลจ้าวของพวกเราจะไม่ทำให้คุณลำบากใจแน่นอน”
“คุณอาจ้าว กล่าวเกินไปแล้วครับ” ผมรีบตอบกลับ
ในตอนนี้ใกล้จะสว่างแล้ว ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่มีใครได้พักผ่อน ผมจึงให้พวกเขาทุกคนไปพักผ่อน ทุกอย่างรอให้ผมดูฮวงจุ้ยรอบ ๆ วิลล่าอย่างละเอียดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ
จ้าวอี้เฟยให้คนมาจัดห้องพักแขกให้ผมกับหลิวเฉิงสองห้อง หลังจากขอบคุณผมแล้ว เธอก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องพร้อมกับเว่ยฟาง
หลังจากทั้งสองคนไปแล้ว เจ้าหลิวเฉิงก็รีบเข้ามาใกล้ ๆ แล้วกระซิบกับผมว่า “หลงหยวน น้องอี้เฟยก็ไม่เลวนะ ฉันว่าเธอก็มีใจให้นายอยู่บ้าง นายอย่าพลาดโอกาสดี ๆ ไปล่ะ”
เจ้าบ้าเอ๊ย เริ่มจับคู่มั่วซั่วแล้ว ขี้เกียจจะสนใจเขาอีก ผมหาวแล้วเดินไปยังห้องพักแขก
“เฮ้ อย่าเพิ่งไปสิ นายหมายความว่ายังไง?”
หลังจากพักผ่อนไปสองสามชั่วโมง ผมก็ลุกขึ้นเตรียมตัวออกไปสำรวจรูปแบบฮวงจุ้ยรอบ ๆ วิลล่าตระกูลจ้าว
จ้าวกั๋วเหลียงและคนอื่น ๆ ก็ตื่นแล้วเช่นกัน ดูจากสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของพวกเขาแล้ว คาดว่าคงจะไม่ได้พักผ่อนเท่าไหร่
พอเห็นผมออกมา พวกเขาทุกคนก็รีบลุกขึ้นมายืนต้อนรับ
“อาจารย์หลี่ คุณตื่นแล้ว”
“ครับ หลิวเฉิงกับคนอื่น ๆ ยังไม่ตื่นเหรอครับ?” เมื่อไม่เห็นหลิวเฉิงกับจ้าวอี้เฟยและคนอื่น ๆ ผมจึงถามขึ้น
จ้าวหงส่ายหน้า บอกว่ายังไม่ตื่น แล้วถามว่าต้องการให้ไปเรียกพวกเขามาไหม
ผมบอกว่าไม่ต้อง เดี๋ยวเรื่องดูฮวงจุ้ยผมทำคนเดียวก็ได้ คนอื่น ๆ ช่วยอะไรไม่ได้ ให้พวกเขาพักผ่อนอีกหน่อยเถอะ
หลังจากกินอาหารที่จ้าวกั๋วเหลียงให้คนเตรียมไว้แล้ว ผมก็ไม่ได้ให้สองพ่อลูกตระกูลจ้าวตามไปด้วย และออกจากวิลล่าไปคนเดียว
ผมหาสถานที่ที่ชัยภูมิดีแห่งหนึ่ง แล้วเริ่มสังเกตสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์รอบ ๆ วิลล่า
วิลล่าตระกูลจ้าวตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือเล็กน้อย หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เล็กน้อย อยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้หันไปทางทิศใต้หรือเหนือตรง ๆ ด้านหน้าวิลล่าเป็นพื้นที่สูง ด้านหลังมีแม่น้ำใหญ่ หน้าแม่น้ำมีต้นไหวขนาดใหญ่สามต้น
ถึงแม้ดาวหันหน้า(1)จะขึ้นภูเขา แต่ด้านหลังมีน้ำ และมีต้นไหวขนาดใหญ่เป็นภูเขา ได้ทั้งภูเขาและน้ำ ดังนั้นจึงส่งเสริมทั้งคนและทรัพย์สิน
ประกอบกับพลังงานของพื้นที่ที่แข็งแกร่ง นับเป็นพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่าที่หาได้ยากจริง ๆ
แต่ต้นไหวขนาดใหญ่สามต้นนั้นไม่เพียงแต่รวบรวมดวงวิญญาณชั่วร้าย แต่ยังสามารถซ่อนไอหยินมหาศาลไว้ได้อย่างแนบเนียน ดูเหมือนปัญหาจะอยู่ที่ตำแหน่งของต้นไหวขนาดใหญ่สามต้นนั่น ผมคิดว่าจะกลับไปดูให้ละเอียดอีกครั้งตอนนี้เลย
เมื่อมาถึงบริเวณต้นไหวขนาดใหญ่สามต้น ก็พบว่าที่นี่ตั้งอยู่ในส่วนโค้งของแม่น้ำที่โอบล้อมเอาไว้ สามารถเก็บลมรวบรวมชี่ได้
แต่การเก็บลมรวบรวมชี่นั้น สิ่งที่ควรจะเก็บและรวบรวมคือพลังมงคล ทำไมถึงกลายเป็นดวงวิญญาณชั่วร้ายไปได้?
ตอนนี้การเก็บลมรวบรวมชี่ กลับกลายเป็นการซ่อนหยินรวบรวมสิ่งชั่วร้าย
ผมตกอยู่ในภวังค์ความคิด ในสมองนึกถึงรูปแบบของพื้นที่รอบ ๆ วิลล่า แล้วก็ยืนอยู่หน้าต้นไหวขนาดใหญ่สามต้น มองไปยังวิลล่า ทันใดนั้นผมก็ตระหนักได้ ในใจมีแผนการแล้ว
แต่เพื่อพิสูจน์ความคิดของผม ยังต้องให้ตระกูลจ้าวไปสืบเรื่องหนึ่งให้กระจ่างก่อน
ดังนั้นผมจึงรีบกลับไปที่วิลล่าโดยไม่รอช้า
……….……….……….……….
(1)ดาวหันหน้า (向星) คือดาวในระบบฮวงจุ้ยที่ควบคุมและส่งผลโดยตรงต่อเรื่อง โชคลาภ เงินทอง และความมั่งคั่ง โดยธรรมชาติแล้ว ดาวดวงนี้จะทรงพลังและทำงานได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่เป็น “น้ำ” (พื้นที่ต่ำ ที่โล่ง ถนน หรือแม่น้ำจริง ๆ)