เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 118 วิชาลับตระกูลหลี่

บทที่ 118 วิชาลับตระกูลหลี่

บทที่ 118 วิชาลับตระกูลหลี่


บทที่ 118 วิชาลับตระกูลหลี่

ตอนที่ตื่นนอนตอนเช้า ผมกำลังกอดม้วนตำราไม้ไผ่ที่เสิ่นหนิงซวงมอบให้ผมในโลกของจี้หยกอยู่ ในใจอดรู้สึกมหัศจรรย์ไม่ได้

ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียง สงสัยอย่างยิ่งว่าวิชาลับที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นของตระกูลหลี่จะเป็นอะไร จึงรีบร้อนเปิดม้วนตำราไม้ไผ่ออก

ทันทีที่เปิดม้วนตำราไม้ไผ่ออก ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโบราณที่ยากจะบรรยายแผ่ออกมา กลิ่นอายนี้สามารถทำให้จิตใจสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนอดไม่ได้ที่จะอยากนั่งขัดสมาธิทำสมาธิ ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ

ผมระงับความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ไว้ แล้วพิจารณาเนื้อหาบนม้วนตำราไม้ไผ่อย่างละเอียด

เนื้อหาตอนต้นของม้วนตำราไม้ไผ่คือตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนว่า ‘เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ’ ดูเหมือนว่านี่คือชื่อวิชาลับที่สืบทอดกันมาในตระกูลหลี่ของผม

บนม้วนตำราไม้ไผ่ได้บันทึกรายละเอียดวิธีการฝึกฝนวิชานี้ รวมถึงเคล็ดวิชาบางส่วนไว้ด้วย

ในวงการนักพรต สิ่งที่พวกเขาฝึกฝนคือพลังภายใน แต่วิชาของตระกูลหลี่ของผม ฝึกฝนพลังปราณ

อะไรคือปราณ ปราณคือพลังงานดั้งเดิมที่มีมาแต่กำเนิดของร่างกายมนุษย์ เป็นสสารที่อยู่ระหว่างหยินและหยาง ไม่ใช่ทั้งหยินและหยาง หรือก็คือสภาวะแห่งความโกลาหลดั้งเดิมก่อนที่หยินหยางจะแยกออกจากกัน เป็นพลังงานที่เก่าแก่ที่สุดของจักรวาล

ปราณ (炁) คือปราณที่มีมาแต่กำเนิด ส่วนชี่ (气) ของพลังภายในนั้นคือพลังงานที่เกิดจากการหายใจและการกินดื่มในภายหลัง เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะของตระกูลหลี่เรา คือการใช้วิธีการหายใจในภายหลังเพื่อเชื่อมต่อกับปราณที่มีมาแต่กำเนิด ทำให้ผู้ฝึกฝนสามารถใช้ปราณที่มีมาแต่กำเนิดได้โดยตรง

ดังนั้นการฝึกฝนปราณ จึงยากกว่าการฝึกฝนพลังภายในหลายเท่า แต่หากฝึกฝนสำเร็จ ก็จะกลายเป็นหนึ่งในใต้หล้าไร้ผู้เทียมทาน ทำให้ผู้อื่นได้แต่มองตามหลัง

วิชานี้มีทั้งหมดเก้าวัฏฏะ ทุกครั้งที่ฝึกฝนสำเร็จหนึ่งวัฏฏะ ปราณในร่างกายจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ระดับพลังฝีมือของผู้ฝึกฝนก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่ทำให้ผมตกตะลึงที่สุดคือประโยคหนึ่งบนม้วนตำราไม้ไผ่: เก้าวัฏฏะสำเร็จลุล่วง สามารถต่อกรกับเทพเซียนได้!

“ต่อกรกับเทพเซียนเหรอ?” ผมพึมพำ

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก แต่รู้สึกว่ามันจะเกินจริงไปหน่อย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจริงหรือเท็จ นี่คือสิ่งที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้ผม มีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษอย่างแน่นอน ฝึกก่อนแล้วค่อยว่ากัน

ผมรีบร้อนลงจากเตียง เตรียมจะเริ่มการฝึกฝน

ตอนนั้นเอง ผมได้ยินเสียงหลิวเฉิงเดินออกจากห้อง จึงรีบวางม้วนตำราไม้ไผ่ลงแล้วเปิดประตู

“เอ๊ะ นายตื่นแล้วเหรอ ฉันกำลังจะเรียกนายพอดี” หลิวเฉิงหาวหนึ่งครั้ง เตรียมจะล้างหน้าล้างตาไปมหาวิทยาลัย

“คิงคอง ช่วงนี้ฉันจะเก็บตัวฝึกวิชา ที่มหาวิทยาลัยนายช่วยดูให้หน่อยแล้วกัน” พูดจบ ผมก็ไม่รอให้เขาตอบ ปิดประตูห้องแล้วล็อกทันที

ไม่ว่าหลิวเฉิงจะเคาะประตูถามไถ่สถานการณ์อย่างไร ผมก็ไม่สนใจเขา

ตอนนี้มาลองคิดดูแล้ว สิ่งที่เสิ่นหนิงซวงพูดก็ไม่ผิด ช่วงนี้ผมไปล่วงเกินคนมาไม่น้อย สถานการณ์น่าเป็นห่วง ถ้าไม่พยายามยกระดับพลังฝีมือ วันข้างหน้าคงจะลำบากน่าดู

อีกทั้งคุณปู่เคยบอกว่าเมื่อก่อนท่านเคยล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ในวงการนักพรตมาไม่น้อย ผมก็ต้องเตรียมตัวรับมือคนที่จะมาหาเรื่องถึงที่ไว้ล่วงหน้าด้วย

หลิวเฉิงที่อยู่หน้าห้องเคาะประตูอยู่เป็นนานก็ไม่ได้รับการตอบสนอง สุดท้ายก็หัวเสียด่าทอแล้วจากไป

ผมไม่สนใจเขา หยิบม้วนตำราไม้ไผ่ขึ้นมาดูวิธีการฝึกฝน แล้วเริ่มฝึกทันที

ในช่วงแรก สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกหายใจเข้าออก ใช้พลังชี่ที่ได้มาภายหลังเพื่อเชื่อมต่อกับปราณที่มีมาแต่กำเนิด เพื่อสัมผัสให้ถึงแก่นแท้ของปราณ

ต่อเมื่อผมสามารถสัมผัสถึงปราณได้ ถึงจะสามารถเริ่มฝึกฝนเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะได้อย่างแท้จริง

กระบวนการฝึกฝนนั้นน่าเบื่อและยาวนานอย่างไม่ต้องสงสัย ผมนั่งขัดสมาธิฝึกหายใจเข้าออก ทำให้จิตใจสงบนิ่ง

แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า ในหัวผมก็มักจะปรากฏเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมา ไม่สามารถเข้าสู่สภาวะจิตว่างที่ว่านั่นได้ ไม่ต้องพูดถึงการสัมผัสกับปราณเลย

หลังจากลองอยู่หลายครั้ง ในใจผมก็เริ่มกระวนกระวาย

ในขณะที่ผมไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เสียงเย็นชาของเสิ่นหนิงซวงก็ดังขึ้นในหัว

“ทำใจให้ว่างเปล่า อย่าให้มีความคิดฟุ้งซ่านใด ๆ สิ่งสำคัญคือต้องสงบนิ่งลงก่อน อย่ามัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะสำเร็จ ทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ”

ผมครุ่นคิดถึงประโยคนี้ ค่อย ๆ ทำใจให้ว่างเปล่า ไม่คิดอะไรทั้งสิ้น ลืมไปว่ากำลังฝึกฝน ลืมไปว่าต้องการสัมผัสถึงการมีอยู่ของปราณ

ไม่นาน ผมก็ค่อย ๆ เข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้น เข้าถึงสภาวะจิตว่างได้สำเร็จ

หลังจากไม่กินไม่ดื่มอยู่เช่นนั้นเป็นเวลาสามวัน ในที่สุดผมก็สัมผัสได้ถึงปราณอันแผ่วเบาที่ซ่อนอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย นี่น่าจะเป็นปราณของจั้งทั้งห้า ปราณของฝู่ทั้งหก(1) และปราณของเส้นลมปราณที่กล่าวถึงในม้วนตำราไม้ไผ่

เพียงแต่ปราณในร่างกายของผมในตอนนี้อ่อนแอเกินไป ยากที่จะส่งผลอะไรได้

ใช้เวลาไปนานขนาดนี้ ในที่สุดผมก็สัมผัสถึงการมีอยู่ของปราณได้ ต้องบอกว่ามันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ต้องใช้เวลาและสมาธิมากกว่าการฝึกพลังภายในทั่วไปมาก

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต่อจากนี้ไปคือการฝึกฝนเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะที่แท้จริง

ผมลืมตาขึ้น หายใจเข้าลึก ๆ แล้วลงจากเตียง

ขังตัวเองอยู่ในห้องเก็บตัวฝึกวิชาอยู่สามวัน ไม่รู้ว่าจะทำให้หลิวเฉิงเป็นห่วงหรือเปล่า

พอเปิดประตูออกไป ก็เห็นต่งหลิงกับหลิวเฉิงกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถงด้วยสีหน้าเป็นกังวล

เมื่อเห็นผมออกมา ทั้งสองคนก็ลุกขึ้นยืนทันที

“หลงหยวน ในที่สุดนายก็ออกมาเสียที ถ้ายังไม่ออกมาอีกฉันคงสงสัยว่านายเกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้ว เกือบจะพังประตูเข้าไปแล้ว” หลิวเฉิงถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วพูดกับผม

ต่งหลิงก็ถามด้วยความเป็นห่วง “หลี่หลงหยวน นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

“ไม่เป็นไร ขอโทษด้วยที่ทำให้พวกเธอเป็นห่วง” ผมกล่าวขอโทษทั้งสองคน ไม่คิดว่าตัวเองจะหลับตาไปครั้งหนึ่งก็เป็นเวลาสามวันแล้ว

ต่งหลิงขมวดคิ้ว ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ บอกว่าไม่กินไม่ดื่มอยู่ในห้องสามวันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่เป็นอะไร

“จริงด้วย ถ้าเป็นฉันคงหิวจนไส้กิ่วไปแล้ว” หลิวเฉิงพูดเสริม

จากนั้นเขาก็ทำหน้าประหลาดใจ มองสำรวจผมอย่างไม่อยากจะเชื่อ “แต่แปลกจริง ๆ นายไม่เห็นเหมือนคนไม่กินไม่ดื่มมาสามวันเลย ดูสดชื่นขึ้นเยอะด้วยซ้ำ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”

เขาเกาศีรษะ รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

ผมยิ้มแล้วบอกทั้งสองคนว่าตนเองเป็นนักพรต กำลังเก็บตัวฝึกวิชา สถานการณ์ย่อมไม่เหมือนกับคนธรรมดาอยู่แล้ว

“แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่เหมือนกัน” ผมพูดเสริมขึ้นมาทันที

ทั้งสองคนรีบถามผมว่าจุดไหน

“ฉันหิวจริง ๆ”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผมวางชามและตะเกียบในมือลง รู้สึกอิ่มเอม

“ต่งหลิง ไม่คิดเลยว่าเธอจะทำบะหมี่เป็นด้วย” ผมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

นึกว่าคุณหนูอย่างเธอไม่น่าจะทำอาหารเป็นเสียอีก ไม่คิดว่าฝีมือจะดีใช่ย่อยเลย

หลิวเฉิงก็เช็ดคราบน้ำมันเต็มปากพลางพยักหน้าอย่างแรง “เทพธิดาต่ง อร่อยมากเลย อร่อยกว่าบะหมี่ที่ขายข้างนอกเยอะเลย”

“จะอร่อยเว่อร์ขนาดนั้นได้ยังไง ที่จริงฉันอยากจะทำอย่างอื่น แต่ในครัวของพวกนายแทบไม่มีอะไรเลย เลยทำได้แค่บะหมี่” ต่งหลิงหน้าแดงเล็กน้อย บอกว่าปกติอยู่ที่บ้านเธอก็ทำอาหารกินเองเหมือนกัน

“ขอโทษด้วย ปกติพวกเราสองคนถ้าไม่สั่งเดลิเวอรี่ก็ออกไปกินข้างนอก ขี้เกียจทำน่ะ” ผมพูดอย่างเขินอาย

ส่วนหลิวเฉิงก็ฉวยโอกาสชมต่งหลิงไม่หยุด “เทพธิดาต่งนี่แหละเทพธิดาตัวจริง ออกงานก็ได้ เข้าครัวก็เป็น เยี่ยม!”

หลังจากกินบะหมี่เสร็จ คุยกับพวกเราสักพัก ต่งหลิงก็กลับไป

ในช่วงวันต่อ ๆ มา ถ้าผมไม่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ก็จะฝึกวิชาลับอยู่ในห้องพักที่บ้านเช่า

เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน ในที่สุดผมก็สัมผัสถึงแก่นแท้วัฏฏะที่หนึ่งของเคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะได้ ไม่เพียงเท่านั้น พลังฝีมือและพลังจิตของผมก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในช่วงเวลานี้

เคล็ดวิชาอสนีปราณเก้าวัฏฏะ วิชาลับของตระกูลหลี่ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ!

พอสอบปลายภาคเสร็จ เจ้าหลิวเฉิงก็ดึงดันจะกลับบ้านไปกับผมให้ได้ บอกว่าไม่เคยไปบ้านผมมาก่อน ช่วงปิดเทอมนี้ต้องไปบ้านผมให้ได้

“อีกอย่าง คุณปู่ของนายซึ่งเป็นบุคคลสำคัญขนาดนั้นเสียไปแล้ว ในฐานะผู้ช่วยของนาย ฉันต้องกลับไปกับนายเพื่อเคารพศพท่าน”

ผมย่อมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว “แล้วแต่นายเลย แค่ว่าบ้านฉันมันบ้านนอกคอกนา นายเตรียมใจไว้ด้วยแล้วกัน”

“วางใจเถอะ เรื่องแค่นี้ทำอะไรคุณชายหลิวอย่างฉันไม่ได้หรอก” เขาตบอกตอบ

ตอนแรกเจ้าหมอนี่คิดจะชวนต่งหลิงไปด้วย แต่ต่งหลิงบอกว่าช่วงปิดเทอมต้องไปช่วยงานที่บริษัทของที่บ้าน เขาจึงต้องยอมแพ้

พวกเราสองคนขับรถของเขากลับไป พอถึงอำเภอบ้านผม หลิวเฉิงก็ดึงดันจะอยู่ต่อสองวัน ให้ผมพาเขาเดินเที่ยวเล่นในอำเภอก่อน

แต่ทว่าการเดินเที่ยวในอำเภอครั้งนี้ กลับทำให้พวกเราสองคนต้องเจอกับเรื่องประหลาด

……….……….……….……….

(1)อวัยวะจั้ง (脏) จั้งทั้งห้า เป็นอวัยวะที่มีลักษณะ “ตัน” หรือทึบตันอยู่ภายใน จัดเป็น “หยิน” เพราะเน้นการเก็บสะสมและบำรุงเลี้ยงร่างกายจากภายใน ไม่ได้เชื่อมต่อกับภายนอกโดยตรง ประกอบด้วย 5 อวัยวะหลัก: หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ไต

ส่วนอวัยวะฝู่ (腑) ฝู่ทั้งหก เป็นอวัยวะที่มีลักษณะ “กลวง” จัดเป็น “หยาง” เพราะมีหน้าที่รับของจากภายนอก (อาหาร) มาแปรรูป แล้วส่งต่อกากของเสียออกไป ประกอบด้วย 6 อวัยวะหลัก: กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะ ซานเจียวหรือโพรงสามส่วน (เป็นช่องทางเดินของพลังปราณและของเหลวทั่วร่างกาย/ไม่ใช่ลักษณะอวัยวะกายภาพ)

จบบทที่ บทที่ 118 วิชาลับตระกูลหลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว