- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 104 สองค่ายกลสับเปลี่ยน
บทที่ 104 สองค่ายกลสับเปลี่ยน
บทที่ 104 สองค่ายกลสับเปลี่ยน
“ถ้าผมเดาไม่ผิด ของที่หลิวเฉิงบอกทางโทรศัพท์ว่าซื้อมาจากปรมาจารย์แผงลอยจะต้องเป็นลูกแก้วคริสตัลหรือผลิตภัณฑ์จากคริสตัลอย่างแน่นอน” เรื่องนี้โดยพื้นฐานแล้วสามารถยืนยันได้เลย
หลิวอู่กลืนน้ำลาย รู้สึกตกใจ “หมายความว่า ในห้องของหลิวเฉิงยังมีลูกแก้วคริสตัลอยู่อีกเหรอ?”
“ถูกครับ อยู่ตรงตำแหน่งนั้น” ผมพยักหน้าแล้วชี้ไปที่บริเวณหัวเตียงของหลิวเฉิงที่กำลังมีไอสีดำแผ่ออกมา
ผมหยิบยันต์ปรากฏรูปออกมาหนึ่งแผ่น ต่งหลิงเข้าใจความหมายของผมในทันที เธอเดินมารับยันต์ปรากฏรูปในมือผมไปแปะไว้ตรงตำแหน่งหัวเตียงที่ผมชี้
แน่นอนว่าหลังจากแปะยันต์ปรากฏรูปเข้าไป จี้คริสตัลชิ้นหนึ่งก็ปรากฏออกมา
หลิวอู่และจางฮุ่ยประหลาดใจจนพูดไม่ออก
บนจี้คริสตัลนั้นดูเหมือนจะมีการแกะสลักลวดลายบางอย่างไว้ด้วย ผมจึงให้ต่งหลิงอธิบายให้ฟัง
“หัวเรียว ใบหูสั้นและกว้าง เหมือนหน้าสุนัขจิ้งจอก แต่ก็ไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่” ต่งหลิงบรรยายอย่างตั้งใจ มีท่าทีลังเลเล็กน้อย
หลังจากเธออธิบายเสร็จ ยันต์ปรากฏรูปก็กลายเป็นเถ้าถ่านอย่างรวดเร็ว จี้คริสตัลจึงถูกค่ายกลซ่อนไว้อีกครั้ง
ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในไม่ช้าก็รู้ว่าสิ่งที่เธอกำลังพูดถึงคืออะไร
“หวงต้าเซียน” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ทั้งสามคนต่างสงสัย “หวงต้าเซียนคืออะไร?”
ผมบอกพวกเขาว่าหวงต้าเซียนคือหนึ่งในห้าเซียนผู้ยิ่งใหญ่ตามตำนานพื้นบ้าน ซึ่งได้แก่ สุนัขจิ้งจอก เพียงพอน เม่น งู และหนู
จากคำอธิบายของต่งหลิง ดูเหมือนว่าสิ่งที่แกะสลักอยู่บนจี้คริสตัลก็คือเพียงพอนหวงต้าเซียน
จี้คริสตัลนี้แตกต่างจากลูกแก้วคริสตัลลูกอื่น ๆ เพราะมีการแกะสลักหวงต้าเซียนไว้ด้วย แสดงว่ามันคือกุญแจสำคัญของค่ายกลก่อนหน้านี้
มิน่าล่ะผมถึงได้แปลกใจอยู่ตลอดว่าทำไมห้องของหลิวเฉิงถึงกลายเป็นช่องโหว่ของค่ายกล ที่แท้ก็เป็นแผนการของซินแสคนนั้นที่ใช้เพื่อลวงผม
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าสองหุนเจ็ดพั่วของหลิวเฉิงถูกผนึกไว้ที่ไหน เกรงว่าคงจะอยู่ในจี้คริสตัลนั่นเอง
และสิ่งที่คอยดูดพลังชีวิตของหลิวเฉิงอยู่ตลอดก็คงจะเป็นสิ่งชั่วร้ายหวงต้าเซียนที่อยู่ในจี้คริสตัลอย่างแน่นอน
“ใช้ค่ายกลแปดประตูในวิชาฉีเหมินตุ้นเจี่ย บวกกับจี้คริสตัลที่ลงอาคมชั่วร้ายของหวงต้าเซียนเอาไว้ มิน่าล่ะค่ายกลนี้ถึงได้พิสดารและร้ายกาจถึงขนาดนี้” ผมพูดอย่างเย็นชา
ต่งหลิงสับสนงุนงง ถามผมว่าอะไรคือฉีเหมินตุ้นเจี่ย และอะไรคือแปดประตู
ผมอธิบายว่า ฉีเหมินตุ้นเจี่ย เป็นศาสตร์พยากรณ์โบราณแขนงหนึ่งของจีน และยังเป็นสุดยอดวิชาลับอันดับหนึ่งในสามสุดยอดวิชาลับอันได้แก่ ฉีเหมิน ลิ่วเหริน และไท่อี่ ถือเป็นอันดับแรกของวิชาทั้งสามแขนง
ส่วนแปดประตูในฉีเหมินตุ้นเจี่ย ได้แก่ ประตูเปิด ประตูพัก ประตูชีวิต ประตูเจ็บ ประตูปิด ประตูทิวทัศน์ ประตูตาย ประตูตกใจ
“ห้องของหลิวเฉิงก็คือประตูตายซึ่งเป็นประตูที่อันตรายที่สุดในบรรดาแปดประตูพอดิบพอดี!” ตอนที่ผมสังเกตเห็นว่าการวางค่ายกลมันไม่สมเหตุสมผล ผมควรจะรอบคอบให้มากกว่านี้
เป็นความผิดของผมเองที่หลงกล ถูกคำพูดของหลิวอู่และจางฮุ่ยทำให้ไขว้เขว แน่นอนว่าทั้งสองคนพูดความจริง เพียงแต่พวกเขาถูกซินแสคนนั้นวางแผนเล่นงาน กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ใช้ปิดตาผมโดยไม่รู้ตัว
เริ่มแรกเขาเข้าหาหลิวอู่ หลอกล่อหลิวอู่แล้วฉวยโอกาสมาวางลูกแก้วคริสตัลเจ็ดลูกไว้ที่บ้านของหลิวอู่ก่อน และยังให้หลิวอู่กับจางฮุ่ยเห็นกับตาตัวเอง เพื่อเป็นการปูทางสำหรับทำให้ผมเข้าใจผิดในภายหลัง
หลังจากนั้นก็รอให้หลิวเฉิงกลับบ้าน แล้วใช้วิธีเดียวกับที่หลอกหลิวอู่ไปหลอกหลิวเฉิงระหว่างทาง ขายจี้คริสตัลซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการวางค่ายกลให้หลิวเฉิง ทำให้หลิวเฉิงกลายเป็นคนที่ช่วยเขาวางค่ายกลและเปิดใช้งานค่ายกลโดยไม่รู้ตัว
จี้คริสตัลเป็นของที่หลิวเฉิงนำกลับมา พอเขานำจี้กลับเข้ามาในห้อง ค่ายกลก็เริ่มทำงาน ในขณะเดียวกันคริสตัลทั้งแปดในบ้านก็ถูกค่ายกลซ่อนไว้ทั้งหมด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหลิวอู่กับจางฮุ่ย หรือแม้แต่ผมที่อยู่ในค่ายกล ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีจี้คริสตัลปรากฏขึ้นในห้องของหลิวเฉิง
หลังจากผมมาถึงที่นี่ย่อมต้องค้นพบค่ายกล เขารู้ว่าผมต้องหาทางทำลายมัน และการจะทำลายค่ายกลได้ ผมจำเป็นต้องสอบถามวิธีการและขั้นตอนการวางค่ายกลของเขาจากหลิวอู่และจางฮุ่ย
เพียงแต่ข้อมูลที่ผมได้จากปากของหลิวอู่และจางฮุ่ยเป็นเพียงวิธีการวางค่ายกลด้วยลูกแก้วคริสตัลเจ็ดลูกที่ผิดพลาด ซึ่งจะทำให้ผมเข้าใจผิด จนหาจุดศูนย์กลางค่ายกลผิดจุด และใช้วิธีทำลายค่ายกลที่ผิดมหันต์
วิธีการทำลายค่ายกลที่ผิดพลาดย่อมทำให้ผมถูกพลังสะท้อนกลับจนบาดเจ็บสาหัส และยังทำให้ผมกลายเป็นคนเปิดใช้งานค่ายกลซ่อนเร้นอีกอันหนึ่งของเขาด้วย
สิ่งที่เขาวางไว้คือค่ายกลซ้อนสองชั้นที่สามารถสับเปลี่ยนได้ ขอเพียงผมหลงกลและทำลายค่ายกลตามที่เขาวางหมากไว้ ลูกแก้วคริสตัลลูกแรกที่ถูกย้ายย่อมต้องเป็นลูกที่อยู่ตรงทางเข้าบ้าน เมื่อนำลูกแก้วนั้นออกไป ค่ายกลแปดประตูก็จะเปลี่ยนเป็นค่ายกลเจ็ดดารารวมหยิน
เมื่อค่ายกลเจ็ดดารารวมหยินทำงาน มันจะดึงดูดวิญญาณชั่วร้ายนับไม่ถ้วนเข้ามา ตัวผมที่บาดเจ็บสาหัสย่อมยากที่จะรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ได้ นี่คือเป้าหมายของเขา เขาต้องการให้พวกเราตายด้วยการทรมานของวิญญาณชั่วร้ายนับไม่ถ้วน
น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว คนคนนี้ไม่เพียงแต่มีฝีมือสูงส่ง แต่ยังมีความคิดที่ละเอียดรอบคอบอย่างยิ่ง ทุกย่างก้าวที่ผมทำไปก่อนหน้านี้ล้วนอยู่ในการคำนวณของเขาทั้งสิ้น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ผมก็อดที่จะขนลุกชันไม่ได้ เหงื่อเย็นเยียบผุดออกมา
“หลงหยวน หลงหยวน เธอไม่เป็นไรนะ?” เมื่อเห็นผมเหม่อลอยอยู่กับที่ หลิวอู่ก็ร้องเรียกผมอย่างร้อนใจ
ผมได้สติกลับคืนมาแล้วมองไปที่เขา เขาถามผมอีกครั้ง “หลงหยวน ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงกันแน่?”
“ค่ายกลแปดประตูก่อนหน้านี้ได้เปลี่ยนเป็นค่ายกลเจ็ดดารารวมหยินแล้ว พวกเราเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้ว ไม่สิ ไม่ใช่แค่พวกเราที่เจอปัญหาใหญ่ ดีไม่ดีเพื่อนบ้านแถวนี้อาจจะต้องเดือดร้อนไปด้วย” ผมตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ทั้งสามคนตกตะลึง สีหน้าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม ร่างกายสั่นเทิ้มไปทั้งตัว
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความกลัวในใจ อีกส่วนหนึ่งคือบ้านของตระกูลหลิวได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของค่ายกลเจ็ดดารารวมหยินไปแล้ว ไอหยินรุนแรงมาก ทำให้คนรู้สึกเหมือนกำลังเปลือยกายอยู่ท่ามกลางหิมะในฤดูหนาว
ค่ายกลเจ็ดดารารวมหยินจะเพิ่มไอหยินในบริเวณที่ตั้งค่ายกล ทำให้ภูตผีปีศาจเข้าใจผิดว่าที่นี่คือประตูนรก เป็นทางเข้ายมโลก ดึงดูดวิญญาณชั่วร้ายในรัศมีร้อยลี้ให้แย่งกันมารวมตัวกันที่นี่
ถึงตอนนั้นเมื่อวิญญาณชั่วร้ายมาถึงที่นี่แล้วพบว่าถูกหลอก จะต้องโกรธเกรี้ยวและอาละวาดอย่างแน่นอน
อย่าว่าแต่พวกเราไม่กี่คนที่จะเดือดร้อนเลย แม้แต่ชาวบ้านที่อยู่แถวนี้ก็ยากที่จะรอดพ้น
ในตอนนี้ วังวนลมหยินและไอสีดำในบ้านตระกูลหลิวมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ผมยังรู้สึกได้ว่ามีวิญญาณชั่วร้ายกำลังจะมาถึงที่นี่แล้ว
การจะหยุดยั้งเรื่องทั้งหมดนี้มันยากเกินไป แต่ผมไม่อยากแพ้ ไม่อยากตายอย่างอัปยศแบบนี้
ไม่ว่าจะอย่างไร ผมจะต้องสู้กับเขาสักตั้ง ถึงแม้จะต้องแตกหักกันไปข้างหนึ่งก็ไม่เสียดาย!
เมื่อก่อนคุณปู่ต่อสู้กับฟ้าดินก็ยังไม่เคยหวาดหวั่น ในเมื่อผมได้รับสืบทอดมรดกของท่านแล้ว ก็จะทำให้ปณิธานของท่านต้องมัวหมองไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เป็นแค่การต่อสู้กับคนเท่านั้น ยิ่งจะแพ้ไม่ได้ แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
“หลี่หลงหยวน ฉันหนาว หนาวเหลือเกิน...” ต่งหลิงหน้าซีดเผือด ริมฝีปากเขียวคล้ำ สติของเธอดูเหมือนจะเริ่มเลือนราง
ไอหยินของค่ายกลรุนแรงเกินไป ไอหยินกัดกร่อนพลังหยางของพวกเขาไม่หยุด เกรงว่าพวกเขาจะทนไม่ไหวแล้ว
ไม่มีทางเลือก ผมรีบหาอุปกรณ์สามอย่างสำหรับวาดยันต์ แล้ววาดยันต์เสริมพลังหยางต่อเนื่องกันหลายแผ่น
หลังจากวาดยันต์ไม่กี่แผ่นนี้เสร็จ ผมรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลงไปอีก ร่างกายโงนเงนใกล้จะล้มเต็มที
แต่ผมจะล้มลงไม่ได้ ผมกัดฟันอดทนแล้วส่งยันต์เสริมพลังหยางสองสามแผ่นให้ต่งหลิงและคนอื่น ๆ
“กินยันต์เสริมพลังหยางเข้าไป จะช่วยเพิ่มพลังหยางให้พวกคุณ ต้านทานการกัดกร่อนของไอหยินได้” ผมพูดอย่างอ่อนแรง
ทั้งสามคนทนไม่ไหวมานานแล้ว รับยันต์เสริมพลังหยางจากมือผมแล้วกินเข้าไปโดยไม่ลังเล
หลังจากกินยันต์เสริมพลังหยางเข้าไป สถานการณ์ของทั้งสามคนก็ดีขึ้นมาก
“น่าทึ่งจริง ๆ ไม่หนาวเหมือนก่อนหน้าแล้วจริง ๆ ด้วย” หลิวอู่ประหลาดใจอย่างยิ่งและอุทานออกมา
ในขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะอันเยือกเย็นก็ดังขึ้นรอบทิศ มีวิญญาณชั่วร้ายมาถึงที่นี่แล้ว
ทั้งสามคนมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก พยายามหาที่มาของเสียงหัวเราะ ผมรีบส่งยันต์สะกดพลังชั่วร้ายที่เหลือทั้งหมดให้พวกเขา
“อย่าเพิ่งตกใจ รีบเอายันต์สะกดพลังชั่วร้ายไปติดไว้ที่ประตูหน้าต่างทุกบานในบ้าน เพื่อลดจำนวนวิญญาณชั่วร้ายที่จะเข้ามาในค่ายกลให้ได้มากที่สุด” ผมฝืนทนความเจ็บปวดแล้วสั่งพวกเขา
วิญญาณชั่วร้ายในบ้านเริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหัวเราะที่น่าขนลุกดังขึ้นไม่ขาดสายจากทุกทิศทาง ทั้งสามคนถือยันต์สะกดพลังชั่วร้ายอยู่ในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
“เร็วเข้า!” ผมตะโกนเสียงดัง แทบจะอดทนไม่ไหวต้องกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
พอถูกผมตะคอกใส่ ทั้งสามคนถึงได้ตัวสั่นงันงกถือยันต์สะกดพลังชั่วร้ายแล้วเริ่มขยับตัว