- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 102 จุดศูนย์กลางค่ายกล
บทที่ 102 จุดศูนย์กลางค่ายกล
บทที่ 102 จุดศูนย์กลางค่ายกล
“กรี๊ด หลี่หลงหยวน!” ต่งหลิงที่อยู่ด้านหลังร้องอุทานออกมา
ผมที่ล้มอยู่บนพื้นรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว ทรมานอย่างยิ่ง
ทั้งสามคนรีบวิ่งเข้ามาพยุงผมขึ้นอย่างตื่นตระหนก
“หลงหยวน เธอไม่เป็นไรนะ?” หลิวอู่มองผมอย่างเป็นห่วงแล้วเอ่ยถาม
ผมกุมหน้าอก พยายามข่มพลังปราณที่ปั่นป่วนอยู่ในร่างกายเอาไว้จนใบหน้าแดงก่ำ
โชคดีที่ช่วงนี้พลังบำเพ็ญของผมก้าวหน้าไปไม่น้อย จึงยังไม่ถึงกับกระอักเลือดออกมา
หากเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้ผมไม่เพียงแค่กระอักเลือด แต่อาจจะหมดสติไปแล้วด้วยซ้ำ
ผมลงมือทำลายค่ายกลที่ตัวเองสร้างขึ้นอย่างรุนแรง ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้สร้างค่ายกลอย่างผมย่อมได้รับผลสะท้อนกลับไม่น้อยเลย
หลังจากข่มพลังปราณที่ปั่นป่วนไว้ได้ สีเลือดบนใบหน้าของผมก็จางหายไปจนซีดเผือด
“หลี่หลงหยวน สีหน้านายดูแย่มาก” ต่งหลิงพยุงผมไว้อย่างเป็นห่วง
“วางใจเถอะ ไม่เป็นไรแล้ว” ผมโบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่ต้องพยุงผมแล้ว
พอทั้งสามคนปล่อยมือ ผมก็มองไปที่หลิวเฉิงบนเตียง พบว่าหลังจากค่ายกลเรียกวิญญาณกลับคืนถูกทำลาย เขาก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
เพียงแต่บนตัวของเขายังมีด้ายแดงพันอยู่อย่างไม่เป็นระเบียบ ส่วนเหรียญทองแดงก็ร่วงหล่นจากตัวเขาเกือบทั้งหมด
ผมเดินเข้าไปจ้องมองเขาอย่างตั้งใจ พบว่าในร่างกายของเขายังคงมีเพียงมิ่งหุนดวงเดียว สองหุนเจ็ดพั่วที่เหลือยังไม่กลับมา
“หลงหยวน เป็นยังไงบ้าง?” หลิวอู่ถามผมอย่างร้อนรนและกังวลใจ
ผมส่ายหน้าอย่างจนใจ เป็นการบอกว่าล้มเหลว
“ทำไมถึง...” หลิวอู่เหม่อลอย ไม่อยากจะเชื่อ
“จากสถานการณ์เมื่อครู่ ดูเหมือนว่าสองหุนเจ็ดพั่วของเขาจะถูกผนึกไว้ที่ไหนสักแห่งหลังออกจากร่างไป หากเมื่อครู่เรายังคงใช้ค่ายกลฝืนเรียกสองหุนเจ็ดพั่วของเขากลับมา จะต้องทำให้ดวงวิญญาณของเขาเสียหายอย่างแน่นอน และจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ประเมินค่าไม่ได้ตามมา” ผมขมวดคิ้วอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
ดังนั้นพอผมพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงรีบใช้กรรไกรตัดด้ายแดงเพื่อคลายค่ายกลอย่างรวดเร็ว
“แล้วจะทำยังไงดี อย่างนี้เสี่ยวเฉิงก็ไม่มีทางรอดแล้วน่ะสิ?” หลิวอู่ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกโศกเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเขาเป็นเช่นนี้ จางฮุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็อดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้
ผมรีบปลอบคนทั้งสอง “อันที่จริง เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปครับ”
“หมายความว่ายังไง?” หลิวอู่หันขวับมามองผม ในแววตาฉายประกายแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ก่อนหน้านี้ผมเคยบอกไปแล้วว่า หลิวเฉิงไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียร เมื่อวิญญาณออกจากร่างย่อมอยู่ได้ไม่นานนัก หรืออาจถึงขั้นวิญญาณสลายไปเลย แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน สองหุนเจ็ดพั่วของเขาถูกคนผนึกไว้ ณ ที่แห่งหนึ่ง จึงไม่เกิดสถานการณ์วิญญาณสลาย ถึงตอนนั้นขอเพียงเราหาสถานที่ที่สองหุนเจ็ดพั่วของเขาถูกผนึกไว้ให้เจอ ทำลายผนึก แล้วให้มันกลับเข้าร่างกายเขาก็พอ” ผมค่อย ๆ พูด
ตราบใดที่คนผนึกสองหุนเจ็ดพั่วของหลิวเฉิงไม่ปลดผนึกเอง พวกเราก็ยังมีเวลาอีกมาก
คำพูดของผมทำให้พวกเขาทั้งสามคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเล็กน้อย
“แน่นอนว่าเราจะดีใจเร็วเกินไปก็ไม่ได้ เพราะชีวิตของหลิวเฉิงและพวกเรายังอยู่ในกำมือของฝ่ายตรงข้าม” ผมเตือนพวกเขาว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะลดความระมัดระวัง
อันที่จริงมีเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่ได้บอกพวกเขาทั้งสามคน นั่นคือเรื่องที่หลิวเฉิงกำลังถูกดูดพลังชีวิตอยู่ตลอดเวลา
หากพลังชีวิตหมดไป ถึงตอนนั้นหลิวเฉิงก็คงไม่รอดพ้นความตาย แต่โชคดีที่ผมมีวิธีหยุดยั้งไม่ให้พลังชีวิตของเขาถูกดูดต่อไปได้
ผมให้พวกเขาช่วยกันเอาด้ายแดงที่พันอยู่บนตัวหลิวเฉิงออก เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ผมก็นำเหรียญทองแดงเจ็ดเหรียญไปวางไว้บนตำแหน่งเดิมทั้งเจ็ดแห่งบนตัวของหลิวเฉิงอีกครั้ง
ด้วยวิธีนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่แอบดูดพลังชีวิตของหลิวเฉิงอยู่ ก็จะไม่สามารถดูดพลังชีวิตจากตัวเขาได้อีกต่อไป
หลังจากออกจากห้องของหลิวเฉิง พวกเราก็กลับมาที่ห้องโถง นั่งพักบนโซฟาอยู่ครู่หนึ่ง ผมจึงเริ่มเตรียมการเรื่องต่อไป
พวกของหลิวอู่รอผมอยู่ที่ข้าง ๆ ตลอด ผมเงยหน้าขึ้นมองหลิวอู่กับจางฮุ่ย
“พวกคุณอาเคยบอกว่าซินแสคนนั้นวางลูกแก้วคริสตัลไว้เจ็ดตำแหน่งที่แตกต่างกันในบ้าน ตอนนี้เราเจอแค่ลูกเดียว ที่เหลืออีกหกลูกเราต้องหาให้เจอให้ได้ หวังว่าพวกคุณจะช่วยนึกให้ออกว่าตำแหน่งที่ถูกต้องของลูกแก้วคริสตัลอีกหกลูกอยู่ตรงไหน” ผมพูดกับทั้งสองคนด้วยสีหน้าจริงจัง
ต้องหาตำแหน่งของลูกแก้วคริสตัลทั้งหมดให้เจอเท่านั้น ผมถึงจะสามารถอนุมานวิธีที่ดีที่สุดในการทำลายค่ายกลได้
หลิวอู่เกาหัวด้วยความสงสัย “แปลกจริง ๆ วันนั้นฉันก็เดินตามเขาดูเขาวางลูกแก้วคริสตัลอยู่ตลอดแท้ ๆ แต่ทำไมตอนนี้กลับจำได้เลือนรางนัก แปลกเกินไปแล้ว ความจำของฉันน่าจะยังไม่แย่ขนาดนั้นนะ?”
จางฮุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็แสดงความสับสนออกมาเช่นกัน
“ไม่ใช่ความผิดของพวกคุณอาหรอกครับ เป็นเพราะค่ายกลต่างหาก พอค่ายกลทำงาน มันก็ส่งผลกระทบถึงพวกคุณ ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับตำแหน่งของลูกแก้วคริสตัลเลือนรางไป” ค่ายกลนี้ร้ายกาจถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าอาการของพวกเขาก็คงหนีไม่พ้นอิทธิพลของค่ายกล
ผมจึงหยิบยันต์ทำลายค่ายกลออกมาสองแผ่น ทำเป็นน้ำยันต์สองถ้วยให้ทั้งสองคนดื่ม
“ดื่มน้ำยันต์นี่เข้าไป อิทธิพลของค่ายกลที่มีต่อพวกคุณอาจะลดลงไปมาก อาศัยจังหวะนี้ พวกคุณต้องพยายามนึกตำแหน่งที่แน่ชัดของลูกแก้วคริสตัลอีกหกลูกที่เหลือให้เร็วที่สุดนะครับ” ผมยื่นน้ำยันต์สองถ้วยให้ทั้งสองคนพร้อมกับกำชับ
ทั้งสองคนรับน้ำยันต์ไปแล้วพยักหน้าก่อนจะดื่มลงไป
หลังจากดื่มน้ำยันต์ ทั้งสองคนก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็จำตำแหน่งของลูกแก้วคริสตัลอีกหกลูกได้จริง ๆ
“ฉันจำได้ว่ามีลูกหนึ่งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงในห้องนอนของเรา อีกลูกอยู่บนอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ อีกลูกอยู่ในห้องครัว แล้วก็อีกลูกอยู่...” พวกเขาทั้งสองคนบอกตำแหน่งของลูกแก้วคริสตัลที่เหลืออีกหกลูกออกมาทีละตำแหน่ง
“ดีเลยครับ พวกคุณอาพาผมไปติดยันต์ปรากฏรูปที” ผมดีใจมาก จึงให้พวกเขาทั้งสองคนพาไปติดยันต์ด้วยตัวเอง
ในไม่ช้า ลูกแก้วคริสตัลทั้งเจ็ดลูกก็ถูกหาเจอและติดยันต์ปรากฏรูปไว้ทั้งหมด
“เหะ ๆ ฉันว่าแล้วว่าตัวเองยังไม่แก่จนหลงลืมขนาดนั้น ที่แท้ก็เป็นฝีมือของค่ายกลนี่เอง” หลังจากหาลูกแก้วคริสตัลเจอครบทั้งเจ็ดลูก หลิวอู่ก็พูดพลางหัวเราะฮ่า ๆ
คำพูดของเขาทำให้จางฮุ่ยและต่งหลิงอดหัวเราะไม่ได้ บรรยากาศที่ตึงเครียดจึงผ่อนคลายลงไปบ้าง
ทว่าในตอนนี้ผมกลับหัวเราะไม่ออก คิ้วของผมขมวดเข้าหากันแน่น
เดิมทีคิดว่าถ้าหาตำแหน่งการวางลูกแก้วคริสตัลทั้งเจ็ดลูกเจอแล้วจะสามารถหาวิธีทำลายค่ายกลได้ ไม่คิดว่าตอนนี้มันกลับยิ่งทำให้ผมสับสนมากขึ้น
เพราะตำแหน่งการวางลูกแก้วคริสตัลทั้งเจ็ดลูกนี้ดูเหมือนจะไม่มีแบบแผนเอาเสียเลย ไม่ใช่รูปแบบการวางของค่ายกลเจ็ดดาราทั่วไป
ค่ายกลเจ็ดดาราทั่วไปจะใช้ลูกแก้วคริสตัลหกลูกวางเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำและหงายซ้อนกัน ส่วนลูกที่เหลือจะวางไว้ตรงกลาง
อีกทั้งลูกแก้วคริสตัลทั้งเจ็ดลูกยังตั้งใจเลี่ยงห้องของหลิวเฉิงไปทั้งหมด นี่มันแปลกเกินไปแล้ว ถ้าในห้องของหลิวเฉิงไม่มีลูกแก้วคริสตัล เช่นนั้นค่ายกลก็จะมีช่องโหว่น่ะสิ?
ผมคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก เห็นได้ชัดว่าการวางค่ายกลมีช่องโหว่ แต่ทำไมค่ายกลยังคงทำงานได้ตามปกติ แถมอานุภาพยังร้ายกาจอีกด้วย
“แปลกจริง ๆ แปลกมาก” ผมลูบคางพลางขมวดคิ้วแน่น
ทั้งสามคนมองมาที่ผมอย่างสงสัย แล้วถามว่าแปลกตรงไหน
“อาหลิว น้าจาง คุณสองคนแน่ใจนะครับว่าซินแสคนนั้นวางลูกแก้วคริสตัลไว้ในบ้านแค่เจ็ดลูก และไม่ได้วางไว้ในห้องของหลิวเฉิง?” ผมถามข้อสงสัยในใจออกไป
ทั้งสองคนมองหน้ากัน จากนั้นก็ส่ายหน้าพร้อมกันเพื่อยืนยันว่าซินแสคนนั้นใช้ลูกแก้วคริสตัลเพียงเจ็ดลูก
“ตอนนั้นเขาแค่เหลือบมองห้องของเสี่ยวเฉิงแวบเดียว ไม่ได้เข้าไปข้างใน” น้าจางยืนยันอีกครั้ง
ผมปวดหัวจนต้องนวดขมับพลางครุ่นคิด
หรือว่าสาเหตุที่ค่ายกลนี้พิสดารถึงเพียงนี้ เป็นเพราะรูปแบบการวางที่ไร้ซึ่งแบบแผน?
มีความเป็นไปได้สูงทีเดียว ค่ายกลในโลกนี้มีมากมายที่แปลกพิสดาร เป็นไปไม่ได้ที่ผมจะมองความลึกลับซับซ้อนของมันออกทั้งหมด
แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ยังคงมีแก่นแท้ของมันอยู่ ตราบใดที่เป็นค่ายกล จุดศูนย์กลางค่ายกลก็คือหัวใจหลักของมัน คล้ายกับตาพายุ ขอเพียงทำลาย ‘จุดศูนย์กลางค่ายกล’ ซึ่งเป็นหัวใจหลักนี้ได้ ก็จะสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้หาลูกแก้วคริสตัลที่ใช้สร้างค่ายกลทั้งเจ็ดลูกเจอแล้ว ขอเพียงผมใช้ตำแหน่งของลูกแก้วคริสตัลทั้งเจ็ดลูกนี้หาจุดศูนย์กลางของค่ายกลให้เจอเท่านั้น
“ต่งหลิง เอาตราประทับไม้ท้อมาให้ฉันที” ผมกลับมามีความมั่นใจอีกครั้งแล้วมองไปยังต่งหลิง