เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 คำเตือน

บทที่ 80 คำเตือน

บทที่ 80 คำเตือน


ต่งหลิงอยู่ในห้องของผมกับหลิวเฉิงอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าเธอดูไม่ค่อยสดชื่น ผมจึงแนะนำให้เธอกลับไปพักผ่อนที่ห้องแต่หัวค่ำ

หลังจากเธอไปแล้ว ผมกับหลิวเฉิงก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อพักผ่อนเอาแรง

กลางดึกขณะกำลังหลับฝัน ผมได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นข้างหูอย่างไม่มีสาเหตุ ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังคลานอยู่บนตัว

พอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผมรีบลุกขึ้นเปิดไฟทันที

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ผมถึงกับขนหัวลุก

บนเตียงของผมมีตะขาบตัวเท่านิ้วคลานอยู่ไม่รู้กี่ตัว บนพื้นเองก็มีคลานอยู่มากมาย

หลิวเฉิงบนเตียงอีกหลังยังคงหลับเป็นตาย บนเตียงและใบหน้าของเขามีตะขาบคลานอยู่ไม่น้อย เจ้าหมอนี่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?

ผมรีบตะโกนเรียกเขา คว้าขวดน้ำแร่บนโต๊ะขว้างไปที่เขา

“โอ๊ย!”

หลิวเฉิงที่โดนขวดน้ำแร่ขว้างใส่ตกใจ ร้องเสียงหลงแล้วตื่นขึ้นมาทันที

พอเขาพบว่าบนเตียงและบนตัวของตัวเองมีตะขาบคลานอยู่มากมาย ทันใดนั้นใบหน้าก็ซีดเผือด ตกใจกลัวอย่างสุดขีด

“บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย ตะขาบมาจากไหนวะเนี่ย ฉิบหาย!”

เขาร้องลั่นแล้วกระโดดลงจากเตียง ตบตะขาบบนตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย พอเห็นว่าบนพื้นก็มีตะขาบคลานอยู่มากมาย ก็ร้องโหยหวนไม่หยุด รีบร้อนเตะตะขาบที่อยู่ข้างเท้าออกไปเรื่อย ๆ

“หลงหยวน เกิดอะไรขึ้น?” เขากระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้ข้าง ๆ ผม พูดอย่างตื่นตระหนก

ผมขมวดคิ้ว โรงแรมหรูระดับนี้จะมีตะขาบปรากฏขึ้นมามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังเล่นตุกติก

การควบคุมแมลง เป็นวิธีการที่หมอพิษกู่ใช้กันเป็นประจำ คนที่เล่นตุกติกไม่เป็นหลานจื่อก็ต้องเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของเธอ

“มีคนกำลังข่มขู่พวกเรา” ผมขมวดคิ้ว พูดเสียงเย็นชา

พรุ่งนี้หลานจื่อจะแต่งงานกับเฉินซื่อจวินแล้ว เป้าหมายของพวกเขากำลังจะบรรลุผล ไม่อยากให้ผมเข้าไปขัดขวางจนแผนพังทลาย จึงได้ใช้วิธีนี้ ถือเป็นการเตือนผม

หลิวเฉิงตัวสูงใหญ่ขดตัวอยู่บนเก้าอี้ ผมกลัวจริง ๆ ว่าเก้าอี้จะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วถูกเขาทับพัง

“คุณพระช่วย หลงหยวน รีบคิดหาวิธีเร็ว” เขาร้องตะโกน ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ในห้องมีตะขาบคลานอยู่มากมายขนาดนี้ ภาพที่เห็นทำให้คนขนหัวลุกได้จริง ๆ

และในตอนนี้ ตะขาบสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของผมกับหลิวเฉิงแล้ว ทั้งหมดกำลังคลานมาทางนี้

ผมรีบหยิบกระดาษเหลืองกับพู่กันบนโต๊ะขึ้นมาวาดอักขระ ตะขาบสองสามตัวคลานขึ้นมาบนเท้าของผมแล้ว และกำลังคลานขึ้นมาบนตัวตามขาของผม

หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ร้องตะโกนพลางตบตะขาบที่พยายามจะคลานขึ้นมาบนเก้าอี้

ไม่มีเวลาสนใจตะขาบที่คลานขึ้นมาบนตัว ผมตั้งสมาธิวาดอักขระ ในพริบตาก็เขียนยันต์สะกดอัปมงคลเสร็จหนึ่งแผ่น

ผมท่องคาถาในปาก หยิบยันต์สะกดอัปมงคลขึ้นมาแปะลงบนพื้นตรงหน้าผมกับหลิวเฉิง

หลังจากแปะยันต์สะกดอัปมงคลลงไป ตะขาบที่คลานมาทางผมกับหลิวเฉิงก็ถอยหนี ไม่กล้าข้ามผ่านยันต์สะกดอัปมงคล

ปัดตะขาบที่คลานอยู่บนตัวออก ผมกำลังคิดว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี

ทันใดนั้น ตะขาบบนพื้นเหล่านั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ ราวกับกำลังจะทำอะไรบางอย่าง

หลิวเฉิงกลืนน้ำลาย “หลงหยวน พวกมันจะทำอะไร?”

ผมขมวดคิ้ว รู้สึกสงสัยเช่นกัน

ไม่นาน ตะขาบเหล่านั้นก็รวมตัวกันบนพื้นกลายเป็นตัวอักษร ‘อย่า-ยุ่ง-ไม่-เข้า-เรื่อง’

เป็นไปตามคาด เรื่องนี้คือคำเตือนที่หลานจื่อกับพวกส่งมาให้ผม

“ให้ตายสิโว้ย ดึกดื่นค่อนคืนมานั่งดูตะขาบเล่นกายกรรมแปรอักษร เล่าให้คนอื่นฟังไม่รู้จะมีใครเชื่อไหม” หลิวเฉิงมีสีหน้าหวาดกลัว แต่ปากยังไม่วายพูดจาไร้สาระ

จากนั้นตะขาบทั้งหมดก็รวมตัวกันบนพื้นอีกครั้ง กลายเป็นตัวอักษร ‘ตาย’ สีดำทมิฬขนาดใหญ่

ผมทำหน้าเคร่งขรึม ไม่ได้พูดอะไร ส่วนหลิวเฉิงมองผมอย่างกังวล

ไม่กี่วินาทีต่อมา ตะขาบเหล่านั้นก็เริ่มถอยทัพอย่างเป็นระเบียบ บนพื้นราวกับกระแสน้ำสีดำที่กำลังไหลบ่าถอยกลับไปยังมุมต่าง ๆ ของห้อง

ไม่รู้ว่าฝูงตะขาบออกจากห้องไปได้อย่างไร สรุปคือพวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หากไม่ใช่เพราะบนพื้นตรงหน้าผมกับหลิวเฉิงมียันต์สะกดอัปมงคลที่ผมเพิ่งวาดเสร็จแปะอยู่ ผมคงจะคิดว่านี่เป็นภาพลวงตา

วิธีการเช่นนี้ เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของกลุ่มคนของหลานจื่อได้

อารมณ์ของผมหนักอึ้ง สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง

แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะยุ่งเรื่องนี้ และก็ได้ล่วงเกินพวกเขาไปแล้ว ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะถอย

ถ้าหากถอยในตอนนี้ ผมไม่เพียงแต่จะทำให้คุณปู่เสียหน้า ยังจะถูกคนในวงการหัวเราะเยาะอีกด้วย

“ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?” ในตอนนี้ หลิวเฉิงค่อย ๆ ลงมาจากเก้าอี้อย่างระมัดระวัง

ผมส่ายหน้าแสดงว่าไม่รู้ จากนั้นก็เริ่มวาดอักขระอีกหลายแผ่น

ส่งยันต์สะกดอัปมงคลสองสามแผ่นให้หลิวเฉิง ให้เขาแปะไว้ที่หน้าต่างทุกบานในห้อง ส่วนผมนำยันต์สะกดพลังชั่วร้ายไปแปะไว้ที่ประตูห้อง

หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ ผมก็นึกถึงต่งหลิงที่อยู่ห้องข้าง ๆ ขึ้นมา ไม่รู้ว่าทางนั้นของเธอเป็นอย่างไรบ้าง

ผมเปิดประตูเตรียมจะออกไป หลิวเฉิงรีบวิ่งมาอย่างร้อนรน

“หลงหยวน นายจะไปไหน?” ดูท่าทางแล้ว เขาเหมือนจะกลัวว่าผมจะหนีไปคนเดียว

“ฉันจะไปถามต่งหลิงว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

จากนั้นผมกับหลิวเฉิงไปเคาะประตูห้องต่งหลิง ไม่นานต่งหลิงก็มาเปิดประตูด้วยท่าทางงัวเงีย

เมื่อเห็นท่าทางเป็นห่วงของพวกเราสองคน เธอก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย “มีอะไรเหรอ?”

“เทพธิดาต่ง เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” หลิวเฉิงถาม

ต่งหลิงส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร ผมกับหลิวเฉิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่าหลานจื่อกับพวกแค่เตือนผม ไม่ได้ลงมือกับต่งหลิง

แต่เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ผมยังคงหยิบยันต์สะกดอัปมงคลและยันต์สะกดพลังชั่วร้ายออกมาให้ต่งหลิงแปะไว้

“เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง น่ากลัวเกินไปแล้ว”

เล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ต่งหลิงฟัง หลังจากฟังจบเธอก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา

“ตอนนี้แปะยันต์แล้ว ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแล้วล่ะ พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเรามีเรื่องให้ยุ่งแน่” บอกให้ต่งหลิงพักผ่อนต่อ ผมกับหลิวเฉิงก็กลับห้องไป

หลังจากกลับมาถึงห้อง หลิวเฉิงยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง เขาถามย้ำอย่างไม่วางใจว่าไม่เป็นไรจริง ๆ แล้วใช่ไหม

ผมไม่สนใจเขา ล้มตัวลงนอนบนเตียง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็อิด ๆ ออด ๆ ล้มตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง

ตอนเช้าผมกับหลิวเฉิงถูกเสียงเคาะประตูอย่างเร่งรีบของต่งหลิงปลุกให้ตื่นขึ้น

หลังจากเข้ามาในห้อง ต่งหลิงมีสีหน้ายินดี บอกผมว่าเมื่อกี้เซี่ยถิงโทรหาเธอ บอกว่าพิษกู่บนตัวของเธอเหมือนจะหายแล้ว แผลพุพองบนใบหน้าหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ในชั่วข้ามคืน

“เธอดีใจจนร้องไห้เลย ให้ฉันมาถามว่าวิธีการของนายช่วยถอนพิษกู่ให้เธอหรือเปล่า” ต่งหลิงยิ้มออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดีใจกับเซี่ยถิงอย่างจริงใจ

“จริงเหรอ? สุดยอดไปเลยหลงหยวน” หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ชมผมเช่นกัน

เพียงแต่ผมไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย รู้สึกเพียงแต่ตกใจและประหลาดใจ

“เป็นไปไม่ได้ วิธีการของฉันเพียงแต่ช่วยสะกดพิษกู่ในร่างกายของเธอไว้ชั่วคราว ไม่สามารถถอนพิษกู่ในร่างกายของเธอได้เลย” ผมขมวดคิ้ว ปฏิเสธไป

เดิมทีต่งหลิงกับหลิวเฉิงที่กำลังดีใจอยู่ถึงกับนิ่งอึ้งไป ไม่เข้าใจปฏิกิริยาของผมเล็กน้อย

“แล้วทำไมแผลพุพองบนใบหน้าของเธอถึงหายไปล่ะ?” ต่งหลิงถามผม

หลิวเฉิงกลับไม่ใส่ใจ “หลงหยวน ก่อนหน้านี้นายอาจจะคิดมากเกินไปแล้วล่ะมั้ง พิษกู่ที่เธอโดนคงไม่รุนแรงอย่างที่นายคิด ดังนั้นวิธีการที่นายใช้ถึงได้สามารถถอนพิษกู่ในร่างกายของเธอได้โดยตรง”

“ฉันบอกแล้วว่าเป็นไปไม่ได้” อารมณ์ของผมยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้น “วิธีการของฉันไม่สามารถถอนพิษกู่ได้เลย เรื่องที่ผิดธรรมชาติย่อมมีเงื่อนงำ ฉันค่อนข้างเป็นห่วง ต่งหลิง เธอให้เซี่ยถิงมาเจอพวกเรานอกสถานที่จัดงานแต่งงานของเฉินซื่อจวินให้ได้นะ ฉันอยากจะเห็นกับตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ต่งหลิงรู้ว่าผมจะไม่พูดจาเหลวไหล จึงรีบหยิบมือถือโทรหาเซี่ยถิง

“ไปกันเถอะ พวกเราไปรอนอกสถานที่จัดงานแต่งงานกันตอนนี้เลย” หลังจากต่งหลิงวางสาย ผมก็ชวนทั้งสองคนออกจากห้องไป

หากพิษกู่บนตัวของเซี่ยถิงหายไปจริง ๆ ก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือคนที่ลงพิษกู่เป็นคนถอนพิษเอง

แต่ว่าทำไมกันล่ะ?

จบบทที่ บทที่ 80 คำเตือน

คัดลอกลิงก์แล้ว