- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 80 คำเตือน
บทที่ 80 คำเตือน
บทที่ 80 คำเตือน
ต่งหลิงอยู่ในห้องของผมกับหลิวเฉิงอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นว่าเธอดูไม่ค่อยสดชื่น ผมจึงแนะนำให้เธอกลับไปพักผ่อนที่ห้องแต่หัวค่ำ
หลังจากเธอไปแล้ว ผมกับหลิวเฉิงก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อพักผ่อนเอาแรง
กลางดึกขณะกำลังหลับฝัน ผมได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังขึ้นข้างหูอย่างไม่มีสาเหตุ ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังคลานอยู่บนตัว
พอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผมรีบลุกขึ้นเปิดไฟทันที
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ผมถึงกับขนหัวลุก
บนเตียงของผมมีตะขาบตัวเท่านิ้วคลานอยู่ไม่รู้กี่ตัว บนพื้นเองก็มีคลานอยู่มากมาย
หลิวเฉิงบนเตียงอีกหลังยังคงหลับเป็นตาย บนเตียงและใบหน้าของเขามีตะขาบคลานอยู่ไม่น้อย เจ้าหมอนี่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง?
ผมรีบตะโกนเรียกเขา คว้าขวดน้ำแร่บนโต๊ะขว้างไปที่เขา
“โอ๊ย!”
หลิวเฉิงที่โดนขวดน้ำแร่ขว้างใส่ตกใจ ร้องเสียงหลงแล้วตื่นขึ้นมาทันที
พอเขาพบว่าบนเตียงและบนตัวของตัวเองมีตะขาบคลานอยู่มากมาย ทันใดนั้นใบหน้าก็ซีดเผือด ตกใจกลัวอย่างสุดขีด
“บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย ตะขาบมาจากไหนวะเนี่ย ฉิบหาย!”
เขาร้องลั่นแล้วกระโดดลงจากเตียง ตบตะขาบบนตัวอย่างเอาเป็นเอาตาย พอเห็นว่าบนพื้นก็มีตะขาบคลานอยู่มากมาย ก็ร้องโหยหวนไม่หยุด รีบร้อนเตะตะขาบที่อยู่ข้างเท้าออกไปเรื่อย ๆ
“หลงหยวน เกิดอะไรขึ้น?” เขากระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้ข้าง ๆ ผม พูดอย่างตื่นตระหนก
ผมขมวดคิ้ว โรงแรมหรูระดับนี้จะมีตะขาบปรากฏขึ้นมามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังเล่นตุกติก
การควบคุมแมลง เป็นวิธีการที่หมอพิษกู่ใช้กันเป็นประจำ คนที่เล่นตุกติกไม่เป็นหลานจื่อก็ต้องเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดของเธอ
“มีคนกำลังข่มขู่พวกเรา” ผมขมวดคิ้ว พูดเสียงเย็นชา
พรุ่งนี้หลานจื่อจะแต่งงานกับเฉินซื่อจวินแล้ว เป้าหมายของพวกเขากำลังจะบรรลุผล ไม่อยากให้ผมเข้าไปขัดขวางจนแผนพังทลาย จึงได้ใช้วิธีนี้ ถือเป็นการเตือนผม
หลิวเฉิงตัวสูงใหญ่ขดตัวอยู่บนเก้าอี้ ผมกลัวจริง ๆ ว่าเก้าอี้จะรับน้ำหนักไม่ไหวแล้วถูกเขาทับพัง
“คุณพระช่วย หลงหยวน รีบคิดหาวิธีเร็ว” เขาร้องตะโกน ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ในห้องมีตะขาบคลานอยู่มากมายขนาดนี้ ภาพที่เห็นทำให้คนขนหัวลุกได้จริง ๆ
และในตอนนี้ ตะขาบสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของผมกับหลิวเฉิงแล้ว ทั้งหมดกำลังคลานมาทางนี้
ผมรีบหยิบกระดาษเหลืองกับพู่กันบนโต๊ะขึ้นมาวาดอักขระ ตะขาบสองสามตัวคลานขึ้นมาบนเท้าของผมแล้ว และกำลังคลานขึ้นมาบนตัวตามขาของผม
หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ร้องตะโกนพลางตบตะขาบที่พยายามจะคลานขึ้นมาบนเก้าอี้
ไม่มีเวลาสนใจตะขาบที่คลานขึ้นมาบนตัว ผมตั้งสมาธิวาดอักขระ ในพริบตาก็เขียนยันต์สะกดอัปมงคลเสร็จหนึ่งแผ่น
ผมท่องคาถาในปาก หยิบยันต์สะกดอัปมงคลขึ้นมาแปะลงบนพื้นตรงหน้าผมกับหลิวเฉิง
หลังจากแปะยันต์สะกดอัปมงคลลงไป ตะขาบที่คลานมาทางผมกับหลิวเฉิงก็ถอยหนี ไม่กล้าข้ามผ่านยันต์สะกดอัปมงคล
ปัดตะขาบที่คลานอยู่บนตัวออก ผมกำลังคิดว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี
ทันใดนั้น ตะขาบบนพื้นเหล่านั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ ราวกับกำลังจะทำอะไรบางอย่าง
หลิวเฉิงกลืนน้ำลาย “หลงหยวน พวกมันจะทำอะไร?”
ผมขมวดคิ้ว รู้สึกสงสัยเช่นกัน
ไม่นาน ตะขาบเหล่านั้นก็รวมตัวกันบนพื้นกลายเป็นตัวอักษร ‘อย่า-ยุ่ง-ไม่-เข้า-เรื่อง’
เป็นไปตามคาด เรื่องนี้คือคำเตือนที่หลานจื่อกับพวกส่งมาให้ผม
“ให้ตายสิโว้ย ดึกดื่นค่อนคืนมานั่งดูตะขาบเล่นกายกรรมแปรอักษร เล่าให้คนอื่นฟังไม่รู้จะมีใครเชื่อไหม” หลิวเฉิงมีสีหน้าหวาดกลัว แต่ปากยังไม่วายพูดจาไร้สาระ
จากนั้นตะขาบทั้งหมดก็รวมตัวกันบนพื้นอีกครั้ง กลายเป็นตัวอักษร ‘ตาย’ สีดำทมิฬขนาดใหญ่
ผมทำหน้าเคร่งขรึม ไม่ได้พูดอะไร ส่วนหลิวเฉิงมองผมอย่างกังวล
ไม่กี่วินาทีต่อมา ตะขาบเหล่านั้นก็เริ่มถอยทัพอย่างเป็นระเบียบ บนพื้นราวกับกระแสน้ำสีดำที่กำลังไหลบ่าถอยกลับไปยังมุมต่าง ๆ ของห้อง
ไม่รู้ว่าฝูงตะขาบออกจากห้องไปได้อย่างไร สรุปคือพวกมันหายไปอย่างไร้ร่องรอยอย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หากไม่ใช่เพราะบนพื้นตรงหน้าผมกับหลิวเฉิงมียันต์สะกดอัปมงคลที่ผมเพิ่งวาดเสร็จแปะอยู่ ผมคงจะคิดว่านี่เป็นภาพลวงตา
วิธีการเช่นนี้ เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของกลุ่มคนของหลานจื่อได้
อารมณ์ของผมหนักอึ้ง สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง
แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะยุ่งเรื่องนี้ และก็ได้ล่วงเกินพวกเขาไปแล้ว ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะถอย
ถ้าหากถอยในตอนนี้ ผมไม่เพียงแต่จะทำให้คุณปู่เสียหน้า ยังจะถูกคนในวงการหัวเราะเยาะอีกด้วย
“ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?” ในตอนนี้ หลิวเฉิงค่อย ๆ ลงมาจากเก้าอี้อย่างระมัดระวัง
ผมส่ายหน้าแสดงว่าไม่รู้ จากนั้นก็เริ่มวาดอักขระอีกหลายแผ่น
ส่งยันต์สะกดอัปมงคลสองสามแผ่นให้หลิวเฉิง ให้เขาแปะไว้ที่หน้าต่างทุกบานในห้อง ส่วนผมนำยันต์สะกดพลังชั่วร้ายไปแปะไว้ที่ประตูห้อง
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ ผมก็นึกถึงต่งหลิงที่อยู่ห้องข้าง ๆ ขึ้นมา ไม่รู้ว่าทางนั้นของเธอเป็นอย่างไรบ้าง
ผมเปิดประตูเตรียมจะออกไป หลิวเฉิงรีบวิ่งมาอย่างร้อนรน
“หลงหยวน นายจะไปไหน?” ดูท่าทางแล้ว เขาเหมือนจะกลัวว่าผมจะหนีไปคนเดียว
“ฉันจะไปถามต่งหลิงว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
จากนั้นผมกับหลิวเฉิงไปเคาะประตูห้องต่งหลิง ไม่นานต่งหลิงก็มาเปิดประตูด้วยท่าทางงัวเงีย
เมื่อเห็นท่าทางเป็นห่วงของพวกเราสองคน เธอก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย “มีอะไรเหรอ?”
“เทพธิดาต่ง เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?” หลิวเฉิงถาม
ต่งหลิงส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร ผมกับหลิวเฉิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนว่าหลานจื่อกับพวกแค่เตือนผม ไม่ได้ลงมือกับต่งหลิง
แต่เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ผมยังคงหยิบยันต์สะกดอัปมงคลและยันต์สะกดพลังชั่วร้ายออกมาให้ต่งหลิงแปะไว้
“เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง น่ากลัวเกินไปแล้ว”
เล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ต่งหลิงฟัง หลังจากฟังจบเธอก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา
“ตอนนี้แปะยันต์แล้ว ไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแล้วล่ะ พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้พวกเรามีเรื่องให้ยุ่งแน่” บอกให้ต่งหลิงพักผ่อนต่อ ผมกับหลิวเฉิงก็กลับห้องไป
หลังจากกลับมาถึงห้อง หลิวเฉิงยังคงหวาดกลัวอยู่บ้าง เขาถามย้ำอย่างไม่วางใจว่าไม่เป็นไรจริง ๆ แล้วใช่ไหม
ผมไม่สนใจเขา ล้มตัวลงนอนบนเตียง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็อิด ๆ ออด ๆ ล้มตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง
ตอนเช้าผมกับหลิวเฉิงถูกเสียงเคาะประตูอย่างเร่งรีบของต่งหลิงปลุกให้ตื่นขึ้น
หลังจากเข้ามาในห้อง ต่งหลิงมีสีหน้ายินดี บอกผมว่าเมื่อกี้เซี่ยถิงโทรหาเธอ บอกว่าพิษกู่บนตัวของเธอเหมือนจะหายแล้ว แผลพุพองบนใบหน้าหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ในชั่วข้ามคืน
“เธอดีใจจนร้องไห้เลย ให้ฉันมาถามว่าวิธีการของนายช่วยถอนพิษกู่ให้เธอหรือเปล่า” ต่งหลิงยิ้มออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดีใจกับเซี่ยถิงอย่างจริงใจ
“จริงเหรอ? สุดยอดไปเลยหลงหยวน” หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ชมผมเช่นกัน
เพียงแต่ผมไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย รู้สึกเพียงแต่ตกใจและประหลาดใจ
“เป็นไปไม่ได้ วิธีการของฉันเพียงแต่ช่วยสะกดพิษกู่ในร่างกายของเธอไว้ชั่วคราว ไม่สามารถถอนพิษกู่ในร่างกายของเธอได้เลย” ผมขมวดคิ้ว ปฏิเสธไป
เดิมทีต่งหลิงกับหลิวเฉิงที่กำลังดีใจอยู่ถึงกับนิ่งอึ้งไป ไม่เข้าใจปฏิกิริยาของผมเล็กน้อย
“แล้วทำไมแผลพุพองบนใบหน้าของเธอถึงหายไปล่ะ?” ต่งหลิงถามผม
หลิวเฉิงกลับไม่ใส่ใจ “หลงหยวน ก่อนหน้านี้นายอาจจะคิดมากเกินไปแล้วล่ะมั้ง พิษกู่ที่เธอโดนคงไม่รุนแรงอย่างที่นายคิด ดังนั้นวิธีการที่นายใช้ถึงได้สามารถถอนพิษกู่ในร่างกายของเธอได้โดยตรง”
“ฉันบอกแล้วว่าเป็นไปไม่ได้” อารมณ์ของผมยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้น “วิธีการของฉันไม่สามารถถอนพิษกู่ได้เลย เรื่องที่ผิดธรรมชาติย่อมมีเงื่อนงำ ฉันค่อนข้างเป็นห่วง ต่งหลิง เธอให้เซี่ยถิงมาเจอพวกเรานอกสถานที่จัดงานแต่งงานของเฉินซื่อจวินให้ได้นะ ฉันอยากจะเห็นกับตาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ต่งหลิงรู้ว่าผมจะไม่พูดจาเหลวไหล จึงรีบหยิบมือถือโทรหาเซี่ยถิง
“ไปกันเถอะ พวกเราไปรอนอกสถานที่จัดงานแต่งงานกันตอนนี้เลย” หลังจากต่งหลิงวางสาย ผมก็ชวนทั้งสองคนออกจากห้องไป
หากพิษกู่บนตัวของเซี่ยถิงหายไปจริง ๆ ก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือคนที่ลงพิษกู่เป็นคนถอนพิษเอง
แต่ว่าทำไมกันล่ะ?