- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 75 รอยสัก
บทที่ 75 รอยสัก
บทที่ 75 รอยสัก
รูปของผู้หญิงในข่าว เป็นรูปที่เธอสวมชุดราตรีเปิดไหล่และกำลังควงแขนผู้ชายอยู่พอดี เมื่อมองดูดี ๆ จะเห็นลวดลายคล้ายรอยสักที่บริเวณหัวไหล่ได้จริง ๆ ซึ่งดูเหมือนแมงป่องดำอย่างที่เซี่ยถิงบอกไม่มีผิด
นึกไม่ถึงว่าเซี่ยถิงจะสังเกตเห็นแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กน้อยขนาดนี้ ดูท่าจะเป็นคนที่ช่างสังเกตและละเอียดลออมาก
“คุณแน่ใจนะว่าหลานจื่อมีรอยสักแบบเดียวกันในตำแหน่งเดียวกัน?” ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
ถ้าเป็นเรื่องจริง นั่นพิสูจน์ได้ว่าหลานจื่อกับผู้หญิงสองคนในข่าวมีความเชื่อมโยงบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้อยู่
เซี่ยถิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ยืนยันว่าตัวเองเห็นกับตา ไม่มีทางจำผิดแน่นอน
“แล้วพี่ไปเห็นรอยสักแมงป่องดำแบบเดียวกันบนไหล่ของหลานจื่อตอนไหน?” เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ต่งหลิงจึงใส่ใจเรื่องนี้มาก
“เป็นตอนที่ฉันยังไม่ได้เลิกกับซื่อจวินน่ะ” เซี่ยถิงตอบ
เธอเล่าให้พวกเราฟังว่า ตอนนั้นหลานจื่อมักจะออกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ๆ ของพวกเขาบ่อยครั้ง มีครั้งหนึ่งตอนที่ไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำ เธอเห็นรอยสักแมงป่องดำบนไหล่ของหลานจื่อ ยังสงสัยถามไปว่าทำไมถึงคิดจะสักรูปแมงป่องดำไว้บนไหล่ มีความหมายพิเศษอะไรหรือเปล่า
แต่หลานจื่อกลับบอกว่าไม่มีความหมายพิเศษอะไร แค่ตอนเด็ก ๆ ยังไม่สิ้นคิดเลยสักไปเรื่อยเปื่อย
หลายคนชอบสักลายเล็ก ๆ บนร่างกายตัวเองเช่นกัน นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ตอนนั้นเธอจึงไม่ได้ถามอะไรมาก
“หน้าตาที่ดูคล้ายกันอย่างน่าประหลาด ไฝใต้ตาในตำแหน่งเดียวกัน แถมยังมีรอยสักแมงป่องดำบนไหล่เหมือนกันอีก พอรวมทั้งหมดนี้เข้าด้วยกัน มันยากมากที่จะไม่ทำให้คนสงสัย” ต่งหลิงมีสีหน้าตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อ
หลิวเฉิงเองก็ไม่อยากเชื่อเช่นกัน “ไม่น่าจะพิลึกขนาดนั้นมั้ง อีกอย่างผู้หญิงสองคนนี้กับหลานจื่อก็ไม่ได้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะ ๆ ชื่อแซ่ตัวตนก็ต่างกัน จะเป็นคนเดียวกันได้ยังไง?”
เรื่องนี้ทำให้ต่งหลิงกับเซี่ยถิงสับสนงุนงงเช่นกัน จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ฉันรู้แล้ว” ทันใดนั้น หลิวเฉิงเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ “หลานจื่อกับผู้หญิงสองคนในข่าวอาจจะเป็นแฝดสาม แบบนี้ก็อธิบายได้หมดเลยนี่”
ผมทำหน้าเคร่งขรึมปฏิเสธไป “แล้วถ้าหากไม่ใช่แค่แฝดสามล่ะ?”
“หา หมายความว่ายังไง?” หลิวเฉิงนิ่งอึ้งไป
ต่งหลิงและเซี่ยถิงมองผมอย่างไม่เข้าใจ
“กระดาษข่าวสองแผ่นนี้ ผมได้มาจากชายแปลกหน้าคนหนึ่งตอนไปบ้านเฉินซื่อจวินเมื่อเช้านี้ ในมือของเขายังมีกระดาษข่าวแบบนี้อีกไม่น้อย คาดว่าคงเป็นข่าวทำนองเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเรื่องแฝดง่าย ๆ แบบนั้น ผมสงสัยอย่างยิ่งว่าผู้หญิงในข่าวเหล่านี้คือหลานจื่อทั้งหมด” ผมพูดเดาของตัวเองออกไปอย่างกล้าหาญ
ทั้งสามคนตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
ครู่ต่อมา หลิวเฉิงถึงกับกลืนน้ำลายแล้วพูดว่า “นายจะบอกว่าหลานจื่อเปลี่ยนตัวตนไปเรื่อย ๆ แล้วก็ทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าตาไม่หยุด เพื่อไปหลอกลวงคนอื่นในที่ต่าง ๆ แล้วฮุบสมบัติของพวกเขาเหรอ?”
เจ้าหมอนี่ ในที่สุดก็วิเคราะห์ถูกสักครั้ง
“ก็ประมาณนั้นแหละ แต่การเปลี่ยนหน้าตาของเธอไม่น่าจะใช่การทำศัลยกรรม แต่น่าจะใช้วิชาอาคมบางอย่างที่คนทั่วไปไม่รู้จัก” ผมพูด
การทำศัลยกรรมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีร่องรอยหลงเหลืออยู่เลย ใบหน้าของหลานจื่อดูเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์
ผมค่อนข้างมั่นใจในการคาดเดาของตัวเอง และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมโหงวเฮ้งของเธอไม่มีปัญหาอะไร แต่กลับทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบมาพากลอยู่เสมอ แถมบนตัวเธอยังมีกลิ่นอายประหลาดอีกด้วย
นั่นหมายความว่าสิ่งที่พวกเราเห็นไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของเธอ แต่เป็นใบหน้าที่เธอจงใจใช้กลวิธีบางอย่างเปลี่ยนแปลงมันขึ้นมา
มิน่าล่ะเธอถึงได้ไปมั่วกับโจวหยาง โหงวเฮ้งของโจวหยางปรากฏลางนารีพิฆาตออกมา แต่บนใบหน้าของเธอกลับไม่มีอะไรเลย
ต่งหลิงกับหลิวเฉิงผ่านประสบการณ์มากับผมไม่น้อย จึงค่อนข้างยอมรับเรื่องราวแปลกประหลาดเหนือจินตนาการของคนทั่วไปได้ง่ายกว่า ส่วนเซี่ยถิงนั้นแตกต่างออกไป
“บนโลกนี้มีเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้อยู่จริง ๆ เหรอ?” เซี่ยถิงไม่อยากจะเชื่อ
ผมตอบไปประโยคหนึ่งทำให้เซี่ยถิงหมดคำพูด “ลองนึกถึงพิษกู่ในตัวคุณดูสิ บนโลกนี้มีเรื่องราวที่คุณคาดไม่ถึงอยู่จริง ๆ”
เพียงแต่ยิ่งพวกเราค้นพบมากเท่าไหร่ ในใจของผมก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น
ไม่เพียงแต่พิษกู่ บนตัวของหลานจื่อยังมีวิชาอาคมอื่น ๆ อีกด้วย และล้วนเป็นวิชามารที่หายากและไม่ค่อยพบเห็น ซึ่งทำให้ผมอดเป็นห่วงไม่ได้
ผมสงสัยว่าเบื้องหลังของหลานจื่อยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นอยู่ด้วย ลำพังเธอคนเดียวไม่น่าจะทำเรื่องเหล่านี้ได้
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ คงจะรับมือได้ยาก และอันตรายที่จะต้องเผชิญก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
แต่ตอนนี้ถ้าจะไม่สนใจเรื่องนี้ ต่งหลิงต้องไม่ยอมแน่ ๆ ซึ่งทำให้ผมค่อนข้างลำบากใจ
“ถ้างั้นที่เมื่อเช้านายหายตัวไปกะทันหัน ก็เพราะไปเจอชายแปลกหน้าคนนั้นเหรอ?” ตอนนั้น ต่งหลิงนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าขึ้นมาได้
ผมพยักหน้า “เห็นได้ชัดว่าผู้ชายคนนี้กำลังสืบเรื่องของหลานจื่ออยู่ คาดว่าเขาน่าจะค้นพบปัญหาเดียวกับพวกเรา”
หลิวเฉิงทำหน้าสงสัย “แล้วคนคนนี้เป็นใครกันแน่ เขาไปเจอเรื่องพวกนี้ได้ยังไง แล้วทำไมต้องมาสืบสวนด้วย?”
“ไม่แน่ใจ” ผมตอบ “แต่การที่เขาทุ่มเทรวบรวมเบาะแสมากมายขนาดนี้ ต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องปรากฏตัวอีกครั้ง”
เมื่อได้ยินทั้งหมดนี้ เซี่ยถิงแสดงสีหน้าเป็นกังวลทันที “ถ้าอย่างนั้น ซื่อจวินก็ตกอยู่ในอันตรายมากน่ะสิ”
พูดพลางเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาจะโทรหาเฉินซื่อจวิน ก่อนหน้านี้เธอถูกหลานจื่อหลอกอย่างสิ้นเชิงจึงได้ยอมถอยออกมาเอง ตอนนี้เมื่อรู้ว่าหลานจื่ออาจจะเป็นหญิงชั่วที่คอยทำร้ายคนอื่น เธอย่อมไม่ยอมให้เฉินซื่อจวินตกอยู่ในอันตราย
“เดี๋ยวก่อน” ผมรีบห้ามเธอ “ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน คุณคิดว่าเฉินซื่อจวินจะเชื่อเหรอ? เกิดไปตีหญ้าให้งูตื่นขึ้นมา พวกเราจะเสียเปรียบยิ่งกว่าเดิม”
เซี่ยถิงร้องไห้พลางวางมือถือลง โทษตัวเองว่าเมื่อก่อนโง่เกินไป หากเธอไม่ดึงดันจะเลิกกับเฉินซื่อจวิน ตอนนี้เฉินซื่อจวินคงไม่มาคบกับหลานจื่อและตกอยู่ในอันตราย
“นี่ไม่ใช่ความผิดของพี่ พวกเราทุกคนถูกเธอหลอกต่างหาก” ต่งหลิงรีบปลอบใจเธอ
“ต่งหลิงพูดถูก นี่ไม่ใช่ความผิดของคุณ อีกอย่างถ้าตอนนั้นคุณไม่ขอเลิก ป่านนี้คุณอาจจะกลายเป็นศพไปแล้ว” การปรากฏตัวของหลานจื่อก็เพื่อเข้าใกล้เฉินซื่อจวิน การมีอยู่ของเซี่ยถิงคืออุปสรรค
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หลานจื่อและคนที่อยู่เบื้องหลังเธอจะต้องกำจัดอุปสรรคทุกอย่างทิ้งไปอย่างแน่นอน
“แต่คนที่ตกอยู่ในอันตรายไม่ได้มีแค่เฉินซื่อจวินคนเดียว ยังมีอีกคนที่อันตรายมากเช่นกัน” ผมทำหน้าเคร่งขรึมพูดต่อ
ทั้งสามคนรีบร้อนถามผมว่าเป็นใคร ผมบอกพวกเขาว่าอีกคนก็คือโจวหยาง
“ทำไมล่ะ?” ต่งหลิงสงสัย
“จริง ๆ มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกพวกเธอ” ผมตอบ
แล้วเล่าเรื่องที่วันนี้บังเอิญไปเห็นโจวหยางกับหลานจื่อแอบพลอดรักกันให้พวกเขาฟัง
เรื่องนี้ทำให้ทั้งสามคนตกตะลึงอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึง
“มิน่าล่ะฉันถึงว่าสายตาที่เจ้าโจวหยางมองหลานจื่อมันแปลก ๆ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง หน้าไม่อายจริง ๆ ผู้หญิงของเพื่อนสนิทยังกล้ายุ่ง เขาดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี หลานจื่อไปชอบเขาได้ยังไง” หลิวเฉิงพูดอย่างไม่พอใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความดูถูก
ส่วนผมบอกว่าเขาต่างหากที่โง่ แล้วถามว่าเขาลืมฐานะทางบ้านของโจวหยางไปแล้วหรือ
หลิวเฉิงถึงบางอ้อ “นายหมายความว่าหลานจื่อก็เล็งสมบัติของโจวหยางเหมือนกันเหรอ?”
“แล้วจะเป็นอะไรได้?” ผมพูดเสียงเย็น
หากที่พวกเราคาดเดาไม่ผิด เป้าหมายสุดท้ายที่หลานจื่อเข้าหาผู้ชายทุกคนต้องเป็นการกอบโกยเงินทองอย่างแน่นอน
“ต่งหลิง ฉันหวังว่าเธอจะใช้เส้นสายของตระกูลต่งของเธอ ลองดูว่าจะสืบเรื่องราวเกี่ยวกับหลานจื่อได้ไหม” ผมพูดกับต่งหลิง
“ได้ เดี๋ยวฉันจะบอกพ่อเดี๋ยวนี้เลย” ต่งหลิงไม่ลังเล เธอโทรหาต่งติ้งกั๋วทันที
จากนั้นผมเสริมต่อ “แล้วก็ ถ้าจะให้ดีที่สุด ช่วยสืบเรื่องราวอื่น ๆ ที่คล้ายกับข่าวสองชิ้นนี้ด้วย”