เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 สองสั้นหนึ่งยาว

บทที่ 70 สองสั้นหนึ่งยาว

บทที่ 70 สองสั้นหนึ่งยาว


พวกหลิวเฉิงเล่นกันจนดึกดื่นถึงตัดสินใจกลับกัน ต่งหลิงกับเพื่อนผู้หญิงอีกสามคนดื่มไปไม่น้อย ผมกับหลิวเฉิงจึงเรียกรถเพื่อไปส่งพวกเธอ

หลังจากส่งพวกเธอทั้งสี่คนกลับถึงบ้านของต่งหลิงในย่านมหาวิทยาลัยแล้ว ผมกับหลิวเฉิงถึงได้เรียกรถกลับห้องเช่า

คืนนี้หลิวเฉิงเองก็ดื่มไปมาก ผมประคองเขาลงจากรถแล้วพยุงเข้าไปส่งในห้อง ถึงได้กลับเข้าห้องของตัวเอง

หลังจากกลับเข้าห้อง ไม่นานผมก็เผลอหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นมากินอาหารเช้า กำลังจะเริ่มฝึกฝนเนื้อหาใน ‘คัมภีร์เคล็ดวิชาเร้นลับอู๋ซ่างต้งเสวียน’ แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากต่งติ้งกั๋ว

เขาบอกว่านักออกแบบทั้งสามคนได้ออกแบบร่างแรกของห้างสรรพสินค้าตามความต้องการของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถามว่าผมมีเวลาหรือไม่ เขาจะส่งร่างแรกมาให้ผมดู

ผมบอกเขาว่าไม่มีปัญหา ให้ส่งมาได้เลย

ไม่นาน ผมก็ได้รับร่างแรกที่ต่งติ้งกั๋วส่งมา ตั้งใจดูอยู่ครู่หนึ่ง พบว่าเนื้อหาที่ผมพูดไปแทบทั้งหมดล้วนอยู่ในแบบร่างนั้น

อีกทั้งยังดูไม่ขัดตาเลยแม้แต่น้อย สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

ผมโทรศัพท์ไปบอกต่งติ้งกั๋วว่าแบบไม่มีปัญหา ให้พวกเขาสร้างห้างสรรพสินค้าตามแบบนี้ได้เลย รับรองว่าจะไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน

“ได้ มีคำยืนยันจากคุณ ผมก็วางใจแล้ว” เมื่อได้รับคำตอบของผม ต่งติ้งกั๋วดีใจมาก เขาวางใจลงได้อย่างสมบูรณ์

หลังจากวางสาย ผมก็เริ่มการฝึกฝนอันน่าเบื่อหน่าย

สุดสัปดาห์ ต่งหลิงขับรถมารับผมกับหลิวเฉิงที่หน้าห้องเช่า พวกเรามีกันแค่สามคน ขับรถของเธอคันนี้ไปอำเภออันหยางก็พอแล้ว

อำเภออันหยางอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงของมณฑลมากนัก ใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วโมงก็ถึงแล้ว แม้จะเป็นเพียงอำเภอเล็ก ๆ แต่อำเภออันหยางมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ไม่เลวเลย ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างขึ้นใหม่

ทิวทัศน์ในอำเภอสวยงามไม่น้อย หลิวเฉิงตื่นเต้นเป็นพิเศษ “เทพธิดาต่ง ฉันเพิ่งเคยมาอำเภออันหยางครั้งแรก รู้สึกว่าที่นี่ไม่เลวเลยนะ”

“อืม ครั้งสุดท้ายที่ฉันมาที่นี่ก็เมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว ไม่คิดเลยว่าที่นี่จะพัฒนาไปเร็วขนาดนี้ ฉันแทบจะจำที่นี่ไม่ได้แล้ว” ต่งหลิงเองก็อดที่จะทอดถอนใจไม่ได้

ก่อนจะมาที่นี่ ต่งหลิงได้จองโรงแรมไว้ล่วงหน้าแล้ว พวกเราจึงขับรถตรงมาที่โรงแรมเลย

ตอนที่ถึงโรงแรม ญาติผู้พี่ของต่งหลิงกับเพื่อนของเขาคนหนึ่งรอพวกเราอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรมแล้ว

“เสี่ยวหลิง ไม่ได้เจอกันนานเลย เธอนับวันยิ่งสวยขึ้นนะ” เมื่อพวกเรามาถึงล็อบบี้ ญาติผู้พี่ของต่งหลิงก็ต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น

ต่งหลิงเองก็ยิ้มแย้ม แนะนำผมกับหลิวเฉิงให้ญาติผู้พี่ของเธอรู้จัก “พี่คะ พี่เองก็เหมือนกัน นับวันยิ่งหล่อขึ้นนะคะ แล้วก็สมกับเป็นคนที่กำลังจะแต่งงานจริง ๆ หน้าตาสดใสเปี่ยมราศี ยินดีด้วยนะคะ นี่คือเพื่อนของฉันสองคน หลี่หลงหยวนกับหลิวเฉิงค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมเฉินซื่อจวิน ญาติผู้พี่ของเสี่ยวหลิง ส่วนนี่คือโจวหยาง เพื่อนรักของผม” เฉินซื่อจวินยื่นมือออกมาจับกับผมและหลิวเฉิง ส่วนโจวหยางเพียงแค่พยักหน้าให้พวกเราอย่างสุภาพ

ผมกับหลิวเฉิงเองก็ยิ้มทักทายพวกเขา แต่หลังจากพิจารณาโหงวเฮ้งของเฉินซื่อจวินกับโจวหยางอย่างละเอียด ในใจผมก็เริ่มสงสัยขึ้นมา เพราะโหงวเฮ้งของทั้งคู่มีปัญหาอยู่บ้าง

โหนกแก้มทั้งสองข้างและจมูกของเฉินซื่อจวินอยู่ในระนาบเดียวกัน ในศาสตร์แห่งโหงวเฮ้ง จมูกเป็นตัวแทนของโชคลาภด้านการเงิน โหนกแก้มเป็นตัวแทนของอำนาจวาสนา หากสันจมูกและโหนกแก้มของคนผู้หนึ่งค่อนข้างสูงและอยู่ในระนาบเดียวกัน แสดงว่าคนประเภทนี้ส่วนใหญ่มีความมุ่งมั่นตั้งใจสูง มีความคิดเป็นของตัวเอง ทำการสิ่งใดก็มุ่งมั่น รู้จักใช้สภาพแวดล้อมและทรัพยากรรอบตัวเพื่อพัฒนาตนเอง มักจะประสบความสำเร็จได้ไม่น้อย

แต่ตำแหน่งพ่อแม่ของเขายุบต่ำแบนราบ ทั้งยังมีเส้นลายสับสน ซึ่งบ่งบอกว่าพ่อแม่ของเขาน่าจะเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่

ส่วนโจวหยาง หูอยู่สูง คิ้วเชิดขึ้น หน้าผากอิ่มเต็ม แสดงว่าดวงชะตาของครอบครัวเขาไม่เลว ครอบครัวราบรื่นมาตั้งแต่เด็ก

ดูเผิน ๆ โหงวเฮ้งของทั้งคู่ไม่เลว แต่กลับปรากฏปัญหาเดียวกันขึ้นมาพอดี ตำแหน่งหว่างคิ้วมีไอสีดำวนเวียนอยู่ ขอบตาล่างมีสีคล้ำอมเขียว บ่งบอกว่าช่วงนี้ทั้งคู่จะมีเคราะห์ร้าย อีกทั้งยังขาดพลังชีวิต อาจจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ประกอบกับที่หางตาของโจวหยางยังมีเส้นเลือดสีเขียวปูดโปน ปลายจมูกมีสีแดงระเรื่อ นี่คือลักษณะของดวงดอกท้อเน่าโดยแท้

เรื่องของโจวหยางยังไม่ต้องพูดถึง ตามหลักแล้วเฉินซื่อจวินกำลังจะมีงานมงคล ไม่ควรจะมีโหงวเฮ้งที่เป็นลางร้ายเช่นนี้เลย

แต่เพราะเพิ่งเจอกันครั้งแรก ผมจึงไม่สะดวกที่จะถามอะไรมาก ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเหล่านี้ไว้ในใจ

“ไปกันเถอะ ขึ้นไปเก็บกระเป๋าที่ห้องก่อน แล้วค่อยไปหาอะไรกินที่ร้านของพี่สะใภ้เธอ” เฉินซื่อจวินรับกระเป๋าเดินทางจากมือของต่งหลิง แล้วนำพวกเราขึ้นไปชั้นบน

ระหว่างที่พูดคุยกัน พวกเราถึงได้รู้ว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นของครอบครัวโจวหยาง ที่บ้านของเขาไม่ได้มีแค่โรงแรมแห่งนี้แห่งเดียวในอำเภออันหยาง เขาเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีรุ่นสองที่เกิดและโตในอำเภออันหยางเลยทีเดียว

ส่วนเฉินซื่อจวินนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาใช้ความพยายามของตนเองเปิดเต็นท์รถขนาดไม่เล็กในอำเภออันหยาง นับว่าเป็นหนุ่มอนาคตไกลที่หาได้ยากในอำเภออันหยาง

หลังจากวางกระเป๋าเดินทางในห้องพักที่โรงแรม พวกเราก็ตามพวกเฉินซื่อจวินขับรถมายังภัตตาคารที่ตกแต่งอย่างโบราณสวยงามแห่งหนึ่ง

กิจการของภัตตาคารดีมาก ข้างนอกมีรถจอดอยู่เกือบเต็ม เข้าไปข้างในก็มีลูกค้าเกือบเต็มร้าน คึกคักอย่างยิ่ง

พนักงานต้อนรับในภัตตาคารดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเฉินซื่อจวินและโจวหยางเป็นอย่างดี ไม่ได้ถามอะไรมาก นำพวกเราไปยังห้องส่วนตัวสุดหรูห้องหนึ่งบนชั้นสาม

“พี่เฉิน นายน้อยโจว เชิญนั่งก่อนค่ะ เถ้าแก่เนี้ยยังมีธุระต้องจัดการอีกเล็กน้อย เดี๋ยวจะตามมาค่ะ” หลังจากนำพวกเรามาถึงห้องส่วนตัว พนักงานกล่าวอย่างนอบน้อม

“อืม เรื่องอาหารฉันสั่งกับทางครัวไว้แล้ว เธอลงไปเถอะ” เฉินซื่อจวินเอ่ยขึ้น

พนักงานคนนั้นพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป

“พี่คะ ภัตตาคารแห่งนี้เป็นของว่าที่พี่สะใภ้เหรอคะ ไม่เลวเลยนะ กิจการรุ่งเรืองขนาดนี้” ต่งหลิงประหลาดใจเล็กน้อย

เฉินซื่อจวินไม่ปิดบังความยินดีบนใบหน้า ตอบกลับว่า “ฮะ ๆ หลานจื่อเป็นคนจิตใจดี นิสัยก็ดีด้วย กิจการเลยไปได้สวย”

“โอ๊ย พี่คะ เก็บความสุขที่ล้นออกมาบนใบหน้าหน่อยเถอะค่ะ ฉันอิจฉาจะตายอยู่แล้ว” ต่งหลิงพูดล้อเล่น

ประมาณไม่กี่นาทีต่อมา เงาร่างอรชรสายหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้องส่วนตัวของพวกเรา

ผู้หญิงอายุราวสามสิบปี มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจที่เห็นได้ไม่ชัดนัก สวมใส่ชุดกี่เพ้า ขับเน้นเรือนร่างอันงดงามน่าหลงใหล ผมดำขลับ ผิวขาวนวล ที่หางตามีไฝน้ำตาเม็ดหนึ่ง หน้าตาสวยงามอย่างยิ่ง เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาววัยผู้ใหญ่

ตั้งแต่วินาทีที่เธอเข้ามา สายตาของหลิวเฉิง เฉินซื่อจวิน และโจวหยางทั้งสามคนก็ไม่ละไปจากร่างของเธอเลย

“ขอโทษด้วยนะคะ ที่ร้านยุ่งนิดหน่อย” หลานจื่อกล่าวพร้อมกับแววขออภัยเล็กน้อย

จากนั้น เฉินซื่อจวินก็แนะนำให้พวกเรารู้จักกัน

“หลงหยวน สวยหยาดเยิ้มเลยว่ะ เฉินซื่อจวินคนนี้มันโชคดีชะมัด” ในแววตาของหลิวเฉิงเต็มไปด้วยความอิจฉา เขาโน้มตัวมากระซิบข้างหูผม

ผมไม่ได้พูดอะไร ในใจรู้สึกแปลก ๆ อยู่ตลอดเวลา

จากโหงวเฮ้งของหลานจื่อผมดูไม่ออกว่ามีปัญหาอะไร แต่ที่แปลกคือบนร่างของเธอดูเหมือนจะมีไอบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ทำให้ผมรู้สึกไม่ดีอย่างยิ่ง จะให้พูดให้ชัดเจนผมก็อธิบายไม่ถูก

หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จ หลานจื่อยังต้องอยู่ดูแลกิจการของภัตตาคารต่อ โจวหยางเองก็บอกว่ามีธุระต้องไปก่อน พวกเราจึงตามเฉินซื่อจวินกลับไปที่บ้านของเขา

เรือนหอที่สร้างขึ้นใหม่ของเฉินซื่อจวินเป็นบ้านสไตล์ตะวันตกสองชั้นหลังเดี่ยว ตกแต่งอย่างดี มีรสนิยมทีเดียว

เมื่อเข้าไปในบ้าน พวกเราเห็นป้ายวิญญาณของพ่อแม่ที่เฉินซื่อจวินบูชาอยู่ จากจุดนี้ก็พอจะรู้ได้ว่าเฉินซื่อจวินเป็นคนกตัญญู

ดูเหมือนว่าที่ผมเห็นจากโหงวเฮ้งของเขาไม่ใช่เรื่องโกหก พ่อแม่ของเฉินซื่อจวินเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรจริง ๆ ที่บ้านจึงเหลือเขาอยู่เพียงคนเดียว

“ไม่ได้มานานแล้ว ฉันขอจุดธูปให้คุณลุงคุณป้าหน่อยนะคะ” พูดจบ ต่งหลิงก็จุดธูปขึ้นมาสามดอก

จากนั้นเธอถามเฉินซื่อจวินว่าเตรียมเรือนหอไปถึงไหนแล้ว จะให้พวกเราช่วยตกแต่งตอนนี้เลยไหม เฉินซื่อจวินบอกว่าพรุ่งนี้เพื่อนจะมาช่วยตกแต่ง ไม่ต้องรีบ

หลังจากนั่งอยู่ที่บ้านเขาสักพัก เฉินซื่อจวินก็กลับเข้าห้องไปเก็บของ ตั้งใจจะไปส่งพวกเรากลับโรงแรม

พวกเราสามคนเตรียมจะออกไปรอข้างนอก ตอนที่เดินผ่านป้ายวิญญาณของพ่อแม่เฉินซื่อจวิน ผมพบว่าธูปที่ต่งหลิงเพิ่งจะจุดไปเมื่อครู่เกิดปัญหาขึ้น สีหน้าของผมเปลี่ยนไปทันที

เมื่อเห็นสีหน้าผมไม่สู้ดี ต่งหลิงจึงถามว่าเป็นอะไรไป

ผมขมวดคิ้วแล้วบอกเธอ “ธูปบูชาสองสั้นหนึ่งยาว เกรงว่าญาติผู้พี่ของคุณกำลังจะเจอเรื่องร้าย”

จบบทที่ บทที่ 70 สองสั้นหนึ่งยาว

คัดลอกลิงก์แล้ว