- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 65 ศึกไม่หน่ายเล่ห์
บทที่ 65 ศึกไม่หน่ายเล่ห์
บทที่ 65 ศึกไม่หน่ายเล่ห์
แผนร้ายสำเร็จลุล่วง รอยยิ้มที่มุมปากของถงหรุ่ยยิ่งเข้มขึ้น มีดในมือยังคงจ่ออยู่ที่ตำแหน่งหัวใจไม่ขยับไปไหน
“งั้นก็รีบลงมือทำลายค่ายกลนี้ซะ ฉันไม่มีความอดทนมากนักหรอกนะ” ในปากของถงหรุ่ยยังคงเป็นเสียงของผู้หญิงและเด็กที่ผสมปนเปกัน
หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ร้อนใจ “หลงหยวน แกจะปล่อยมันออกมาจริง ๆ เหรอ?”
หลิวเฉิงอุตส่าห์ถ่วงเวลาวิญญาณแค้นแม่ลูกไว้ได้ ทำให้พวกเราวางค่ายกลสำเร็จ การปล่อยวิญญาณแค้นแม่ลูกออกมาแบบนี้ เขาค่อนข้างจะไม่เต็มใจ
“แม่ครับ ฮือ ๆ ๆ” ซูหาวที่ถูกผมรั้งไว้ร้องไห้จนน้ำตานองหน้า
แน่นอนว่าผมเองก็ไม่เต็มใจเช่นกัน แต่วิญญาณแค้นแม่ลูกใช้ชีวิตของถงหรุ่ยเป็นเครื่องต่อรอง เป็นไปไม่ได้ที่จะปล่อยให้มันฆ่าถงหรุ่ยต่อหน้าซูหาวแบบนี้
“เสี่ยวหาว เด็กดี พี่จะช่วยแม่ของหนูเดี๋ยวนี้แหละ” ผมปลอบซูหาว พลางส่งสัญญาณให้หลิวเฉิงพาซูหาวถอยไปข้างหลัง
หลังจากทั้งสองคนถอยไปแล้ว ผมเดินไปข้างหน้า ย่อตัวลงเตรียมหยิบเหรียญทองแดงที่วางค่ายกลอยู่บนพื้นเหรียญหนึ่ง
พื้นฐานของค่ายกลจองจำวิญญาณคือการใช้เหรียญทองแดงยี่สิบแปดเหรียญเป็นตัวแทนของยี่สิบแปดหมู่ดาวนักษัตร แต่ละเหรียญขาดไปไม่ได้เลย ขอเพียงแค่หยิบออกไปหนึ่งเหรียญ ค่ายกลก็จะไร้ผลในทันที
ทุกคนต่างมองผมอย่างเคร่งเครียด ในใจพวกเขารู้ดีว่าหลังจากปล่อยวิญญาณแค้นแม่ลูกออกมาแล้วพวกเราอาจจะตายกันหมด แต่ไม่มีใครเอ่ยปากห้ามผมเลย
“คิก ๆ ๆ เร็วเข้า!” วิญญาณแค้นแม่ลูกทำหน้าตื่นเต้น เร่งเร้าผม
มือของผมสัมผัสกับเหรียญทองแดงบนพื้นแล้ว แต่ในขณะที่ผมแสร้งทำเป็นจะหยิบเหรียญทองแดงขึ้นมานั้น มืออีกข้างของผมแอบล้วงเข้าไปในกระเป๋าอย่างเงียบเชียบ ข้างในมียันต์พันธนาการวิญญาณสามแผ่นที่ผมเตรียมไว้
ในใจท่องคาถา ผมเองก็เครียดอย่างมาก
ขอเพียงวิญญาณแค้นแม่ลูกสังเกตเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผมในตอนนี้ ถงหรุ่ยต้องตายแน่
โชคดีที่ความสนใจของวิญญาณแค้นแม่ลูกทั้งหมดอยู่ที่มือข้างที่ผมเตรียมจะหยิบเหรียญทองแดง ชัยชนะที่ใกล้เข้ามาทำให้มันลดความระมัดระวังลง
ฉวยโอกาสในชั่วพริบตานี้ สายตาของผมพลันคมปลาบ ขว้างยันต์พันธนาการวิญญาณสามแผ่นไปทางมัน
“ฟ้าดินสวรรค์ไร้ขอบเขต พันธนาการวิญญาณมีระเบียบ บัญชา!” ผมตะโกนลั่นทันที
ยันต์พันธนาการวิญญาณกลางอากาศกลายเป็นลำแสงสามสายพุ่งไปยังวิญญาณแค้นแม่ลูก รอยยิ้มที่มุมปากของวิญญาณแค้นแม่ลูกแข็งค้าง เมื่อรู้ตัวถึงจุดประสงค์ของผม แววตาของมันฉายความโหดเหี้ยม เตรียมจะแทงมีดเข้าไปในหัวใจของถงหรุ่ย
น่าเสียดายที่ลำแสงสามสายจากยันต์พันธนาการวิญญาณเร็วกว่า ในพริบตาเดียวก็พันรอบตัวมัน ราวกับเชือกที่มัดมันไว้อย่างแน่นหนา
วิญญาณแค้นแม่ลูกคำรามอย่างไม่ยอมแพ้ มีดในมือก็ร่วงลงสู่พื้นตามไปด้วย
เดิมทียันต์พันธนาการวิญญาณระดับนี้แทบจะไม่มีผลกับมันเท่าไหร่นัก แต่ผมใช้ทีเดียวสามแผ่น อีกทั้งยังมีพลังเสริมจากค่ายกลจองจำวิญญาณด้วย เพียงพอที่จะขังมันไว้ได้ช่วงหนึ่ง
“บัดซบ แกเล่นตุกติก!” วิญญาณแค้นแม่ลูกที่ขยับตัวไม่ได้โกรธจนกระฟัดกระเฟียด ตวาดลั่น
แผนการสำเร็จ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก “ศึกไม่หน่ายเล่ห์ เป็นแกที่ประมาทเอง”
“ฮ่า ๆ” หลิวเฉิงที่อยู่ข้างหลังหัวเราะลั่น “ใช่เลย ดูท่าตอนมีชีวิตอยู่แกคงไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ พอเป็นผีก็เลยเป็นผีโง่ ๆ”
ต้องยอมรับว่า ปากของหลิวเฉิงนี่มันยั่วโมโหคนได้เก่งจริง ๆ วิญญาณแค้นแม่ลูกถูกเขากวนประสาทจนกัดฟันกรอด แต่ตอนนี้กลับทำอะไรไม่ได้
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ผมก้าวเข้าไปในค่ายกล หยิบมีดผลไม้บนพื้นขึ้นมา
หลังออกจากค่ายกล ผมหยิบกระดาษเหลืองกับพู่กันขึ้นมา วาดยันต์สะกดพลังชั่วร้ายอีกสามแผ่น ยันต์ขับไล่ไอแค้นอีกสามแผ่น เตรียมจะอาศัยบ่ออสนีแห่งยี่สิบแปดหมู่ดาวนักษัตร ประกอบกับยันต์หกแผ่นนี้เพื่อขับไล่วิญญาณแค้นแม่ลูกออกจากร่างของถงหรุ่ย
“หลี่หลงหยวน ไม่ไหวแล้ว หยวนซิ่วฉินเสียเลือดมากเกินไป ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้เกรงว่าจะไม่รอดชีวิต” ต่งหลิงที่คอยช่วยห้ามเลือดอยู่ตลอดเวลา จู่ ๆ ก็พูดกับผมขึ้นมา
ผมเองก็รู้ว่าอาการบาดเจ็บของหยวนซิ่วฉินรุนแรง ชักช้าไม่ได้ “อธิการบดีอวี๋ คุณกับต่งหลิงพาหยวนซิ่วฉินไปโรงพยาบาลก่อน”
“แล้วพวกคุณล่ะ” อวี๋หย่งเป็นห่วงพวกเราที่เหลืออยู่ จึงลังเลเล็กน้อย
“เรื่องที่เหลือให้พวกเราจัดการเอง อาการของหยวนซิ่วฉินรอไม่ได้แล้ว พวกคุณรีบไปเถอะ”
ซูหลินชุนก็เกลี้ยกล่อมเขาเช่นกัน “ฟังอาจารย์หลี่เถอะ พวกคุณรีบพาซิ่วฉินไปโรงพยาบาลเร็ว”
ด้วยเหตุนี้ ต่งหลิงกับอวี๋หย่งจึงพาหยวนซิ่วฉินออกจากวิลล่าตระกูลซูไป
“กรี๊ด ห้ามไป ใครก็ห้ามไป ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมดเลย ฆ่าพวกแกให้หมด!” เมื่อเห็นพวกต่งหลิงจากไป วิญญาณแค้นแม่ลูกก็ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
ผมไม่ได้สนใจมัน แต่กำชับพวกหลิวเฉิงสามคน “ตอนนี้ผมจะลองขับไล่วิญญาณแค้นแม่ลูกออกจากร่างของถงหรุ่ย ทุกคนห้ามรบกวนผมเด็ดขาด แล้วก็อย่าจ้องตามันด้วย เดี๋ยวจะโดนมันล่อลวงเอาได้”
พูดจบ ผมก็นั่งขัดสมาธิลงนอกค่ายกล
ทำใจให้สงบแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ ผมหลับตาลงเริ่มโคจรพลังประสานมุทราพร้อมกับท่องคาถาในปาก
ไม่นาน ยันต์หกแผ่นที่วางอยู่บนพื้นตรงหน้าผมก็ลอยขึ้น
ผมลืมตาขึ้นทันที ชี้ไปยังถงหรุ่ยที่กำลังดิ้นรนอยู่ในค่ายกล “ไป!”
ยันต์หกแผ่นได้รับคำสั่ง พุ่งไปยังถงหรุ่ย แล้วแปะลงบนร่างของเธอทีละแผ่น
ยันต์สะกดพลังชั่วร้ายสามแผ่น ยันต์ขับไล่ไอแค้นสามแผ่น บวกกับพลังของบ่ออสนีแห่งยี่สิบแปดหมู่ดาวนักษัตร วิญญาณแค้นแม่ลูกต้องทนไม่ไหวแน่
ขอเพียงมันถูกขับออกจากร่างของถงหรุ่ยได้ เรื่องก็จะง่ายขึ้นมาก
เป็นไปตามคาด ในชั่วพริบตาที่ยันต์หกแผ่นแปะลงบนร่างของถงหรุ่ย วิญญาณแค้นแม่ลูกก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมา ผมรีบเร่งพลังของบ่ออสนีทันที
ในชั่วพริบตา ในค่ายกลสว่างวาบขึ้นเป็นแสงอสนีบาต พลังอสนีสายแล้วสายเล่าฟาดลงบนร่างของถงหรุ่ย
“กรี๊ด!” วิญญาณแค้นแม่ลูกกรีดร้องโหยหวน บางครั้งบนร่างของถงหรุ่ยยังปรากฏภาพซ้อนของวิญญาณหลินเจียเจียขึ้นมา
นี่แสดงว่าวิธีของผมได้ผล ผมโคจรพลังกระตุ้นบ่ออสนีต่อไป บนหน้าผากมีเหงื่อซึมออกมาไม่น้อย
การวาดยันต์ต่อเนื่องกับการกระตุ้นค่ายกลล้วนเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองพลังอย่างมาก นี่คือเหตุผลที่ผมไม่กล้าเสี่ยงใช้ห้านิ้วอสนีบาตโดยตรง
หากใช้ห้านิ้วอสนีบาตไปแล้ว ผมต้องอ่อนแอลงอย่างแน่นอน ถ้าหากไม่สามารถปราบวิญญาณแค้นแม่ลูกได้สำเร็จ พวกเราทุกคนต้องจบเห่แน่
ถงหรุ่ยในค่ายกลเจ็บปวดอย่างยิ่ง บนใบหน้าเดี๋ยวเป็นใบหน้าของถงหรุ่ย เดี๋ยวเป็นใบหน้าของหลินเจียเจีย
“ให้ตายเถอะ น่ากลัวชะมัดยาด” หลิวเฉิงกลืนน้ำลาย พูดอย่างขวัญหนีดีฝ่อ
ทันใดนั้น รูปลักษณ์ของหลินเจียเจียหายไป ถงหรุ่ยทำหน้าเจ็บปวดมองไปยังซูหลินชุนกับซูหาว
“ทรมานจัง ฉันทนไม่ไหวแล้ว พวกคุณรีบมาช่วยฉันเร็ว” เสียงของเธอกลับมาเป็นเสียงของถงหรุ่ย
พอได้ยินว่าเป็นเสียงของถงหรุ่ย ซูหาวกับซูหลินชุนก็ชะงักไป
“แม่ครับ!” ซูหาวตะโกนลั่น
ทันใดนั้น ถงหรุ่ยในค่ายกลก็แสดงท่าทีเจ็บปวดน่าสงสารยิ่งขึ้น “เสี่ยวหาว มาช่วยแม่เร็วเข้า เร็วสิ!”
ผมใจหาย รู้สึกไม่ดีทันที รีบเตือน “นั่นเป็นวิญญาณแค้นแม่ลูกกำลังหลอกคนอยู่ อย่าหลงกลนะ”
แต่ผลลัพธ์ก็ยังช้าไป ซูหาวดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของซูหลินชุน วิ่งเข้าไปในค่ายกลเสียแล้ว
ผมอยากจะห้าม แต่ก็ไม่ทันแล้ว
ซูหาววิ่งเข้าไปในค่ายกล เท้าเตะโดนเหรียญทองแดงที่วางค่ายกลพอดี เหรียญทองแดงขยับตำแหน่ง ค่ายกลพังทลายลงในทันที
บ่ออสนีหายไป ผมที่กำลังกระตุ้นค่ายกลอยู่ก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง
“ฮ่า ๆ ๆ” ภัยคุกคามจากค่ายกลหมดไปแล้ว ถงหรุ่ยหัวเราะลั่น
เมื่อไม่มีพลังของบ่ออสนีคอยจำกัด ยันต์พันธนาการวิญญาณก็ไม่สามารถขังมันไว้ได้ ถงหรุ่ยดิ้นหลุดจากพันธนาการ ยันต์บนร่างทั้งหมดระเบิดออกจนไร้ผล
“แม่ แม่ครับ” ซูหาวมองถงหรุ่ยที่กำลังหัวเราะลั่นอย่างตื่นตระหนก เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
ถงหรุ่ยเหลือบมองเขาอย่างเย็นชา มือข้างหนึ่งบีบคอของซูหาว แล้วยกตัวเขาขึ้น
“ลูกรัก ขอบใจนะ แม่จะปลดปล่อยหนูเดี๋ยวนี้แหละ” แววตาของถงหรุ่ยฉายความดุร้าย รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากทำให้คนขนหัวลุก