เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 ความจริงปรากฏ

บทที่ 60 ความจริงปรากฏ

บทที่ 60 ความจริงปรากฏ


ถงหรุ่ยมีแววตาสับสน แต่ไม่ได้พูดอะไร

“ศาสตราจารย์ซู พวกคุณก็ไม่เคยเห็นใช่ไหมครับ?” ผมหันไปมองซูหลินชุนและหยวนซิ่วฉิน

ทั้งสองคนพยักหน้า บอกว่าไม่เคยเห็นจริง ๆ ตอนที่ถงหรุ่ยติดต่อกลับมาที่บ้านตระกูลซู ซูหาวก็เกิดแล้ว

เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ!

ผมพูดต่อ “เกรงว่าไม่ใช่แค่บ้านตระกูลซูของคุณ แม้แต่พ่อแม่ของคุณถงหรุ่ยเองก็น่าจะไม่เคยเห็น ผมพูดถูกไหมครับทนายถง?”

คนอื่น ๆ ก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ต่างพากันมองไปที่ถงหรุ่ย

“มันจะแปลกอะไรล่ะคะ ตอนนั้นพอดีว่าฉันทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง มันก็เลยเป็นแบบนี้” ถงหรุ่ยขึ้นเสียง อารมณ์ของเธอแปรปรวนอย่างรุนแรง

ไม่คิดว่ามาถึงขนาดนี้แล้วเธอยังคิดจะปิดบังอีก ผมทำหน้าขรึมลงทันทีแล้วพูดอย่างโกรธเคือง “คุณโกหก! บริเวณเรือนบุตรใต้ตาของคุณบุ๋มลึกไม่มีเนื้อ ทั้งยังมีลายเส้นคล้ายตาข่ายปรากฏขึ้น บ่งบอกว่าพลังไตแต่กำเนิดของคุณอ่อนแอ ชาตินี้มีบุตรได้ยากมาก ยิ่งไปกว่านั้น โหงวเฮ้งของคุณเป็นธาตุทอง ส่วนคุณหมอซูเป็นธาตุไม้ ในห้าธาตุทองข่มไม้ พวกคุณสองคนถูกกำหนดมาแล้วว่าจะไม่มีวันได้อยู่ด้วยกัน และเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีลูกด้วยกัน”

ตั้งแต่แรกเห็นโหงวเฮ้งของถงหรุ่ย ผมก็เกิดความสงสัยขึ้นมากมาย

“พูดจาเหลวไหล พูดจาเหลวไหลสิ้นดี!” ถงหรุ่ยสติแตกโดยสมบูรณ์ เธอตะคอกอย่างเกรี้ยวกราด “เสี่ยวหาวเป็นลูกของฉัน เขาเป็นลูกของฉัน!”

ถงหรุ่ยตะโกนสุดเสียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ผมถอนหายใจแล้วเกลี้ยกล่อม “ใช่ลูกแท้ ๆ ของคุณหรือไม่ ไปตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้ทุกอย่าง แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามาเสียไปกับเรื่องแบบนั้นแล้ว คุณถงหรุ่ย ถ้าคุณไม่อยากเห็นตระกูลซูล่มสลาย ก็จงพูดความจริงออกมา อย่าลืมสิว่าซูหาวก็เป็นคนของตระกูลซู”

ดูจากท่าทีก็รู้ว่าเธอห่วงซูหาวมาก เมื่อไม่มีทางเลือกผมจึงต้องใช้ประเด็นนี้มาโน้มน้าวเธอ

และก็เป็นดังคาด พอผมพูดถึงว่าซูหาวก็เป็นคนของตระกูลซู แววตาของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น สีหน้าสับสนว้าวุ่นใจ และในที่สุดน้ำตาก็ไหลออกมา

“ทำไม ทำไมคุณต้องเปิดโปงเรื่องนี้ด้วย?” ถงหรุ่ยร้องไห้โฮ ไม่เหลือคราบทนายความผู้สง่างามอีกต่อไป “เรื่องนี้ต่อให้ตายฉันก็ไม่คิดจะพูดถึงมัน”

“เสี่ยวหรุ่ย หรือว่า...” ซูหลินชุนมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ

ถงหรุ่ยน้ำตานองหน้าไปหมดแล้ว “เขาพูดถูกค่ะ เสี่ยวหาวไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของหนู”

“อะไรนะ!?”

นอกจากผมแล้ว ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงอย่างยิ่ง จ้องมองถงหรุ่ยอย่างเหลือเชื่อ

ถงหรุ่ยปล่อยโฮออกมา ผมถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้น ตกลงซูหาวเป็นลูกของคุณหมอซูกับใครกันแน่ครับ?”

หลังจากเช็ดน้ำตา ถงหรุ่ยก็เริ่มเล่าความจริงทั้งหมดให้พวกเราฟัง

ปรากฏว่าเมื่อหกปีก่อน หลังจากที่เธอแต่งงานกับซูจวิ้นอวี่ได้เพียงสองปี ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เริ่มห่างเหินมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่นานเธอก็พบว่าซูจวิ้นอวี่มีความสัมพันธ์กับไต้หนิงเยวี่ยซึ่งเป็นพยาบาลฝึกหัดที่โรงพยาบาล

เนื่องจากเวลาผ่านไปสองปีเธอก็ยังไม่ตั้งท้องเสียที เธอจึงคิดว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับซูจวิ้นอวี่มีปัญหา เพื่อรักษาชีวิตแต่งงานของตัวเอง เธอจึงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคถุงน้ำในรังไข่หลายใบ หมอบอกว่าชาตินี้เธอคงจะตั้งท้องได้ยากมาก หรืออาจจะตั้งท้องไม่ได้เลย เธอรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมา

พอดีกับช่วงนั้นที่ซูจวิ้นอวี่ถูกโรงพยาบาลส่งไปศึกษาต่อต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนไปเขาได้เลือกที่จะเลิกกับไต้หนิงเยวี่ย หลังจากเลิกกับซูจวิ้นอวี่ ไม่นานไต้หนิงเยวี่ยก็ออกจากโรงพยาบาลไปและไม่ได้กลับไปเรียนต่อ ถงหรุ่ยสังเกตเห็นความผิดปกติจึงจ้างคนไปสะกดรอยตามไต้หนิงเยวี่ย ไม่นานก็ได้ข่าวว่าไต้หนิงเยวี่ยตั้งท้องลูกของซูจวิ้นอวี่โดยที่เขาไม่รู้

หลังจากได้รู้ข่าวนี้ ในใจของเธอก็เกิดความคิดอันน่ากลัวขึ้นมา นั่นคือการไปหาไต้หนิงเยวี่ย และหลังจากที่ไต้หนิงเยวี่ยคลอดลูกแล้ว ก็จะแย่งเด็กมาเป็นของตัวเอง

เธอโกหกคนภายนอกว่าตัวเองไปทำงานที่ต่างจังหวัด แต่ความจริงแล้วเธอกักขังไต้หนิงเยวี่ยไว้ในบ้านพักที่เช่าไว้นอกเมืองหลวง จนกระทั่งไต้หนิงเยวี่ยคลอดซูหาวออกมา เธอจึงให้เงินไต้หนิงเยวี่ยไปก้อนหนึ่ง แล้วส่งเธอกลับบ้านเกิดไป

แต่เธอไม่คาดคิดว่าไต้หนิงเยวี่ยที่ถูกแย่งลูกไป พอหลังจากกลับถึงบ้านเกิดก็มีอาการทางจิตอย่างรวดเร็ว และสุดท้ายก็กระโดดตึกฆ่าตัวตาย

“หลังจากที่เธอฆ่าตัวตาย ฉันก็รู้สึกผิดมาตลอด แต่พอคิดว่าผู้หญิงคนนั้นตายไปแล้ว ก็จะไม่มีใครรู้ความจริงอีก” ถงหรุ่ยเล่าอย่างต่อเนื่อง ยิ่งพวกเราฟังก็ยิ่งตกใจ “เพื่อชดเชยความผิดของตัวเอง ฉันจึงเลี้ยงดูเสี่ยวหาวเหมือนเป็นลูกแท้ ๆ มาตลอด หลายปีที่ผ่านมา ในใจของฉันเขาได้กลายเป็นลูกชายแท้ ๆ ของฉันไปโดยสมบูรณ์แล้ว”

เมื่อได้ฟัง ในใจของพวกเรารู้สึกสับสนปนเปไปหมด มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ส่วนซูหลินชุนยิ่งเสียใจอย่างสุดซึ้งจนน้ำตาไหลออกมา

“เธอจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน?” หลิวเฉิงถอนหายใจแล้วพูดขึ้น

ถงหรุ่ยทำหน้าเจ็บแค้น อารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง “ตั้งแต่เด็ก ครอบครัวของหนูมีฐานะดี หนูฉลาด แล้วก็หยิ่งในศักดิ์ศรีมาตลอด เป็นที่รักและเป็นจุดสนใจของทุกคนเสมอ หนูไม่ยอมให้ตัวเองต้องกลายเป็นตัวตลกของคนอื่นเพราะชีวิตแต่งงานที่ล้มเหลวและเรื่องที่ตัวเองมีลูกไม่ได้เด็ดขาด หนูจะเป็นถงหรุ่ยคนที่ยังคงหยิ่งผยองและเป็นที่น่าอิจฉาของทุกคนต่อไป!”

ไม่คิดเลยว่าถงหรุ่ยที่ดูเยือกเย็นและเก่งกาจจะมีความคิดสุดโต่งขนาดนี้ ช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ

สุดท้ายถงหรุ่ยก็หัวเราะอย่างขมขื่น “เพียงแต่ความคิดของหนูมันไร้เดียงสาเกินไป ต่อให้มีซูหาวแล้ว ซูจวิ้นอวี่ก็ยังคงไปเจ้าชู้ข้างนอกอยู่ดี หนูที่ไม่อยากจะกลายเป็นตัวตลกก็ได้แต่ทนกล้ำกลืนฝืนทนมาจนถึงตอนนี้ แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาก็คือคำขอหย่าจากเขา คิดดูแล้วมันช่างน่าหัวเราะจริง ๆ”

“เวรกรรมจริง ๆ นี่มันเป็นเวรกรรมที่เจ้าลูกอกตัญญูของฉันก่อขึ้นทั้งนั้น!” ซูหลินชุนทุบหน้าอกกระทืบเท้าด้วยความเสียใจ

เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเวรกรรมที่ซูจวิ้นอวี่ก่อขึ้นจริง ๆ ไม่ว่าถงหรุ่ยจะทำอะไร สำหรับคนเจ้าชู้รักไม่จริงอย่างเขาก็ล้วนเปล่าประโยชน์ บางครั้งหลาย ๆ เรื่องก็ไม่อาจฝืนกันได้

“เรื่องนี้ฉันหวังว่าพวกคุณจะเก็บเป็นความลับกับซูหาว ฉันไม่อยากเสียเขาไป และยิ่งไม่อยากให้เขารู้ว่าพ่อแม่ที่เขาเคารพเป็นแบบอย่างมาตลอด ลับหลังจะเป็นคนน่ารังเกียจขนาดนี้” ถงหรุ่ยร้องขอ

ผมบอกให้เธอวางใจ ที่ผมจงใจให้ซูหาวหลบฉากไปก็เพราะไม่อยากให้เขารับรู้เรื่องราวสกปรกในโลกของผู้ใหญ่เหล่านี้

“คุณพ่อคะ หนูขอโทษ!” ถงหรุ่ยหยุดร้องไห้ แล้วพูดกับซูหลินชุนด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

ซูหลินชุนส่ายหน้าถอนหายใจ “เป็นจวิ้นอวี่กับบ้านตระกูลซูต่างหากที่ต้องขอโทษพวกเธอ”

หลังจากปรับอารมณ์ของตัวเองให้สงบลง ผมก็ถามถงหรุ่ยอีกว่า นอกจากไต้หนิงเยวี่ยแล้ว ยังมีใครเคยท้องลูกของซูจวิ้นอวี่อีกบ้าง

ตอนนี้ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าผีแม่ลูกไม่ใช่ไต้หนิงเยวี่ยอย่างแน่นอน แต่เป็นคนอื่น

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถงหรุ่ยก็ตอบกลับ “น่าจะมีผู้หญิงอีกคนที่ชื่อหลินเจียเจียค่ะ เธอเป็นพนักงานบริษัทเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ไม่เหมือนกับไต้หนิงเยวี่ย หลังจากรับเงินของซูจวิ้นอวี่แล้ว เธอก็ตกลงว่าจะไปทำแท้งและเลิกกัน”

ผมดีใจมาก ในที่สุดก็มีเบาะแสอื่นแล้ว

“คุณเอาที่อยู่บริษัทของหลินเจียเจียให้หลิวเฉิงนะ ผมจะให้เขาไปตามหาคนตอนนี้เลย”

หลังจากได้ที่อยู่ หลิวเฉิงกับอวี๋หย่งก็พากันออกไปตามหาผู้หญิงที่ชื่อหลินเจียเจียคนนี้ ส่วนพวกเราก็รอข่าวอยู่ที่บ้าน

ไม่นาน หลิวเฉิงก็โทรศัพท์มาหาผม บอกว่าหลินเจียเจียไม่ได้ไปทำงานที่บริษัทมาเกือบสองปีแล้ว ตำแหน่งงานก็มีคนอื่นมาทำแทนไปนานแล้ว และไม่มีใครติดต่อเธอได้เลย พูดอีกอย่างก็คือเธอหายตัวไปแล้ว

ผมวางสายโทรศัพท์ ในใจก็เกิดการคาดเดาครั้งใหญ่ขึ้น เกรงว่าหลินเจียเจียไม่ได้หายตัวไป แต่ถูกฆ่าตายไปนานแล้ว อาคมมารดรบุตรและผีแม่ลูกมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเธอ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หลินเจียเจียแค้นซูจวิ้นอวี่ลึกซึ้งขนาดนี้ หรือว่าซูจวิ้นอวี่เป็นคนแอบฆ่าเธอ?

แต่ผมใช้วิชาอาคมทดสอบซูจวิ้นอวี่แล้ว เขาไม่น่าจะโกหกนี่นา แล้วนี่มันเป็นเพราะอะไรกันแน่?

ทันใดนั้น ผมก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้ ไต้ตงฟาน!

จบบทที่ บทที่ 60 ความจริงปรากฏ

คัดลอกลิงก์แล้ว