- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 48 ไอแค้น
บทที่ 48 ไอแค้น
บทที่ 48 ไอแค้น
บทที่ 48 ไอแค้น
“ให้ตายสิ เผ็ดร้อนเร้าใจขนาดนี้เลยเหรอ?” หลิวเฉิงร้องตะโกน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
แต่พอเห็นสีหน้าของพวกซูหลินชุน เขาก็รีบหุบปากเงียบทันที แต่แววตาที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านนั้นไม่ได้ลดลงเลย
อวี๋หย่งที่อยู่ข้าง ๆ ทำหน้าเขียวคล้ำ ตะคอกอย่างเกรี้ยวกราด “เป็นไปไม่ได้ คนตระกูลซูล้วนเป็นผู้มีการศึกษา จะเกิดเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นได้ยังไง”
แม้คำพูดของเขาจะออกมาในเชิงปกป้องตระกูลซู แต่กลับทำให้สีหน้าของซูหลินชุนและหยวนซิ่วฉินดูแย่ลงไปอีก
หลิวเฉิงเองก็เป็นคนหัวไว พอสังเกตเห็นบรรยากาศที่ไม่ปกติ เขาก็กลอกตาแล้วรีบพูดผสมโรง “ใช่ ๆ ๆ ท่านอธิการบดีพูดถูกเผงเลยครับ”
“นั่นสิ หลี่หลงหยวน นายดูผิดหรือเปล่า” ต่งหลิงเองก็ไม่อยากจะเชื่อ
จริง ๆ แล้วการวินิจฉัยของผมไม่น่าจะผิดพลาด เพียงแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัวของตระกูลซู ผมจึงไม่สะดวกที่จะเปิดโปงต่อหน้า ได้แต่ตอบไปอย่างจนใจ “ผมแค่บอกว่าการที่ทิศตะวันออกของบ้านตระกูลซูมีแต่น้ำ อาจจะทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ได้ ไม่ได้บอกว่ามันเกิดขึ้นแล้วเสียหน่อย”
คำพูดของผมทำให้ทุกคนผ่อนคลายลงเล็กน้อย ส่วนความจริงเป็นอย่างไรนั้นมีเพียงคนในตระกูลซูเท่านั้นที่รู้แก่ใจ
เมื่อเห็นว่าพวกเขาเงียบไป ผมจึงได้แต่กำชับซูหลินชุน “ศาสตราจารย์ซูครับ ปัญหาสามแห่งของบ้านตระกูลซูนี้ไม่เล็กเลย ทางที่ดีควรรีบแก้ไขโดยเร็วที่สุด”
ซูหลินชุนพยักหน้า “สระน้ำกับบ่อน้ำเป็นของตระกูลซูเราเอง เรื่องนั้นจัดการง่าย แต่เสาไฟฟ้าคงต้องติดต่อการไฟฟ้าถึงจะจัดการได้”
“ไม่เป็นไรครับอาจารย์ พอดีผมรู้จักคน เรื่องเสาไฟฟ้าเดี๋ยวผมติดต่อคนมาจัดการให้เอง” อวี๋หย่งเป็นห่วงอาจารย์อย่างซูหลินชุนคนนี้อย่างแท้จริง ไม่แปลกใจเลยที่ซูหลินชุนอายุมากขนาดนี้แล้วยังยอมกลับมาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย
“ดี งั้นฝากเธอด้วยแล้วกัน” ซูหลินชุนไม่เกรงใจเขา ตอบกลับไป
ตอนนั้นเอง หลิวเฉิงก็ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น “ศาสตราจารย์ซู ท่านอธิการบดี ผมพูดไม่ผิดใช่ไหมล่ะครับ ดูสิ พอหลงหยวนลงมือ ก็เจอปัญหาของตระกูลซูเลย”
อวี๋หย่งเองก็แสดงแววตาชื่นชม “น่าประหลาดใจจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าในหมู่นักศึกษาของพวกเราจะมีผู้มีความสามารถพิเศษเช่นเธออยู่ด้วย”
ทุกคนเริ่มพูดคุยหัวเราะกัน ต่างคิดว่าเรื่องจบลงแล้ว มีเพียงผมที่ยังทำหน้าเคร่งขรึม เพราะรู้ว่ายังมีปัญหาสำคัญที่ยังหาไม่เจอ
“ศาสตราจารย์ซูครับ ผมขอเข้าไปดูในบ้านได้ไหมครับ?” ผมเอ่ยถาม
ปัญหาสามข้อเมื่อครู่เป็นเพียงเครื่องบ่งชี้ว่าตระกูลซูประสบเคราะห์ร้ายจริง แต่อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงมีไอแค้นรังควานพวกเขาอยู่พร้อม ๆ กัน จะต้องมีสถานการณ์บางอย่างที่ผมยังไม่เจอซ่อนอยู่อีกแน่นอน หากมองจากนอกบ้านไม่เห็น เช่นนั้นปัญหาก็น่าจะอยู่ในบ้าน
ไม่คิดว่าคำพูดของผมจะทำให้ซูหลินชุนเข้าใจผิด เขายิ้มอย่างขอโทษ “ขอโทษที ขอโทษที ดูสิ มัวแต่ให้พวกเธอยืนอยู่ตรงนี้ พวกเราเข้าไปนั่งในบ้าน ดื่มน้ำกินอะไรกันหน่อยเถอะ”
“ศาสตราจารย์ซูครับ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมอยากจะดูว่าในบ้านมีปัญหาอะไรด้วยหรือเปล่า” ผมรีบอธิบาย
เขาประหลาดใจเล็กน้อย “ยังมีปัญหาอีกเหรอ?”
เมื่อครู่คนอื่น ๆ ต่างก็คิดว่าผมเจอปัญหาของตระกูลซูหมดแล้ว ตอนนี้ทุกคนจึงหันมามองผมเป็นตาเดียว
“ปัญหาสามข้อข้างนอกบ้านเป็นเพียงเครื่องพิสูจน์ว่าตระกูลซูประสบเคราะห์ร้ายจริง มีภัยพิบัติ แต่ไม่อาจอธิบายไอแค้นที่ติดอยู่บนตัวพวกคุณได้ สถานที่ที่มีไอแค้นปรากฏขึ้นมักจะหมายความว่าอาจมีสิ่งชั่วร้ายอาละวาดอยู่ จะประมาทเลินเล่อไม่ได้เด็ดขาด” ผมอธิบายอย่างจริงจัง
อีกทั้งผมยังไม่ได้บอกไปตรง ๆ ว่า โดยทั่วไปแล้วไอแค้นจะมีเพียงสิ่งชั่วร้ายระดับวิญญาณอาฆาตเท่านั้นที่ปล่อยออกมาได้ หากเป็นไอแค้นที่สิ่งชั่วร้ายทิ้งไว้จริง เกรงว่าตระกูลซูคงจะไปยั่วโทสะวิญญาณอาฆาตที่ดุร้ายตนหนึ่งเข้าโดยไม่รู้สาเหตุ ที่ไม่ได้บอกไปตรง ๆ ก็เพราะกลัวจะทำให้พวกเขาตื่นตระหนก
“อะไรนะ มีสิ่งชั่วร้ายอีกแล้วเหรอ?” พอได้ยินคำว่าสิ่งชั่วร้าย หลิวเฉิงก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที
ต่งหลิงเองก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา เพราะก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะโดนสิ่งชั่วร้ายทำร้ายอย่างแสนสาหัส ยังขวัญผวาไม่หาย
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของผม ซูหลินชุนก็ไม่กล้าชักช้า “ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นพวกเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ”
ตอนที่พวกเรากำลังจะเข้าไป ต่งหลิงกลับลังเล เธอแอบดึงชายเสื้อของผมแล้วกระซิบว่า “หลี่หลงหยวน จะมีอันตรายไหม ฉันกลัว”
ผมยังไม่ทันได้พูดอะไร หลิวเฉิงก็ตบอกอาสาแล้ว “เทพธิดาต่งไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องเธอเอง”
“นายเนี่ยนะ?” ต่งหลิงไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเขา แสดงท่าทีสงสัย
“ฉันกับหลงหยวนเคยสู้กับวิญญาณอาฆาตตัวน้อยที่สุสานบรรพบุรุษของเธอมาแล้วนะ ฉันมีประสบการณ์”
ผมยิ้มแล้วพยักหน้า “ใช่แล้ว แถมเขายังพกยันต์สะกดพลังชั่วร้ายที่ฉันให้ติดตัวไว้ด้วย หรือจะให้เขาให้ยันต์เธอยืมล่ะ”
“เอ่อ นี่...” พอได้ยินว่าผมจะให้เขามอบยันต์สะกดพลังชั่วร้ายให้ต่งหลิง หลิวเฉิงก็ลังเลขึ้นมาทันที
ส่วนต่งหลิงมองเขาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข คาดหวังว่าหลิวเฉิงจะมอบยันต์สะกดพลังชั่วร้ายให้เธอ
เมื่อเห็นท่าทางลังเลและเหงื่อแตกที่หน้าผากของหลิวเฉิง ผมก็อดหัวเราะไม่ได้ และไม่แกล้งเขาต่อ
“เอาล่ะน่า ดูท่าทางไม่เอาไหนของนายสิ ฉันพกยันต์สะกดพลังชั่วร้ายที่เพิ่งวาดเสร็จเมื่อไม่กี่วันก่อนติดตัวมาด้วยสองสามแผ่น ฉันก็แค่ลองใจนายดูเฉย ๆ” ผมพูดพร้อมกับหยิบยันต์สะกดพลังชั่วร้ายที่อยู่ในกระเป๋าออกมา
ไม่เพียงแต่ให้ต่งหลิงหนึ่งแผ่น แต่ยังให้พวกซูหลินชุนทั้งสามคนอีกคนละหนึ่งแผ่นด้วย
หลิวเฉิงหัวเราะแก้เก้อ “ฮะ ๆ ไม่ใช่ว่าฉันไม่ยอมให้นะ ยันต์สะกดพลังชั่วร้ายที่นายให้มาฉันพกติดตัวตลอดเวลาไม่ว่าจะกินหรือนอน นี่ก็แค่กลัวว่าเทพธิดาต่งจะรังเกียจน่ะสิ”
เจ้าหมอนี่ หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองเก่งจริง ๆ
ผมไม่ได้เปิดโปงเขา แต่เตือนทุกคนว่า ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นเวลากลางวัน แต่ถ้าในบ้านของตระกูลซูมีสิ่งชั่วร้ายซ่อนอยู่จริง ๆ พวกเขาจะต้องไม่ประมาทเด็ดขาด ต้องเก็บรักษายันต์สะกดพลังชั่วร้ายไว้ให้ดี ห้ามทำหาย
ทุกคนรับคำ จากนั้นพวกเราก็เข้าไปในบ้าน
พอเข้าไปในบ้าน ผมก็สัมผัสได้ถึงไอแค้นที่ปรากฏอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในบ้านไม่มากก็น้อย ดูเหมือนว่าสิ่งชั่วร้ายจะวนเวียนอยู่ทั่วบ้านของตระกูลซูไม่น้อยเลยทีเดียว
“หลงหยวน เป็นยังไงบ้าง เจอสิ่งชั่วร้ายไหม?” หลิวเฉิงกลืนน้ำลายแล้วถามผม
เพิ่งจะเข้ามา ยังไม่ได้เดินสำรวจทั่วบ้านเลย จะไปเจออะไรได้
“จะรีบไปไหน” ผมกล่าวอย่างจนใจ
จากนั้นจึงให้ซูหลินชุนพาพวกเราเดินดูรอบ ๆ บ้าน แต่หลังจากเดินดูจนทั่วแล้ว ในบ้านกลับไม่มีปัญหาอะไรเลย รู้สึกว่าไอแค้นในบ้านตระกูลซูปรากฏขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ตอนนั้นเอง หลิวเฉิงไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตื่นเต้นหรืออะไร เผลอผลักประตูห้องหนึ่งที่อยู่ด้านข้างเปิดออก ทันใดนั้นผมก็สัมผัสได้ถึงไอแค้นอันรุนแรงที่พวยพุ่งออกมา
“ห้องนี้เป็นของใครครับ?” ผมขมวดคิ้วเดินเข้าไป มองเข้าไปในห้องแล้วถาม
หยวนซิ่วฉินรีบตอบ “ห้องนี้เป็นของจวิ้นอวี่ค่ะ ปกติเขาไม่ค่อยได้กลับมาอยู่ เลยดูรกไปหน่อย”
ที่แท้ก็เป็นห้องของซูจวิ้นอวี่ ไอแค้นที่นี่รุนแรงที่สุดในบ้านทั้งหลัง ไม่แปลกใจเลยที่ไอแค้นที่รังควานอยู่บนตัวเขาจะรุนแรงกว่าคนอื่น นั่นหมายความว่าสิ่งชั่วร้ายอาจจะเคยอยู่ในห้องนี้นานที่สุด
“เป็นอะไรไป ห้องของเขามีปัญหาเหรอ?” ซูหลินชุนถามอย่างเป็นกังวล
ผมส่ายหน้า บอกว่ามองไม่เห็นอะไร นอกจากไอแค้นที่รุนแรงที่สุดแล้ว ก็ไม่รู้สึกถึงปัญหาอื่นเลย นี่มันแปลกจริง ๆ