- หน้าแรก
- ท้าชะตาฮวงจุ้ย
- บทที่ 15 คู่สามีภรรยาสุดพิลึก
บทที่ 15 คู่สามีภรรยาสุดพิลึก
บทที่ 15 คู่สามีภรรยาสุดพิลึก
บทที่ 15 คู่สามีภรรยาสุดพิลึก
คำพูดของผมทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตกตะลึงไปทันที ชั่วขณะนั้นไม่มีใครตั้งตัวทัน
ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าในเมื่อเด็กในท้องของปี้อวี้เหลียนไม่ใช่ลูกของหลิวอู่ ก็น่าจะเป็นลูกของหลู่จวิน ยิ่งวันนี้พอรู้ว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว ผมยิ่งมั่นใจในความคิดนี้มากขึ้น
แต่เมื่อสักครู่ตอนที่หลู่จวินกับหลิวเฉิงกำลังโต้เถียงเผชิญหน้ากัน ผมได้สังเกตโหงวเฮ้งของหลู่จวินอย่างละเอียด และการมองครั้งนี้ทำให้ผมค้นพบเรื่องน่าประหลาดใจอย่างไม่คาดคิด
“ไอ้เด็กเวร แกพูดจาเหลวไหลอะไร เด็กในท้องของฉันคือลูกของหลิวอู่” ปี้อวี้เหลียนที่ได้สติกลับมาเป็นคนแรกโวยวายขึ้นมา จ้องมองผมอย่างโกรธเกรี้ยว ทำท่าเหมือนอยากจะกินผมเข้าไปทั้งตัว
ในตอนนี้หลู่จวินก็ตั้งสติได้แล้ว พูดผสมโรงตาม “ใช่แล้ว แกเอาอะไรมาพูดว่าเด็กไม่ใช่ลูกของหลิวอู่”
เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ทั้งสองคนต้องการใช้เด็กมาข่มขู่หลิวอู่ ย่อมต้องยืนกรานคำเดียวว่าเด็กเป็นลูกของหลิวอู่
จากนั้นหลู่จวินเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เผยรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้า “หลิวอู่ ฉันจะบอกแกให้ เด็กในท้องของเธอเป็นลูกของแก แกอย่าคิดจะปัดความรับผิดชอบ ถ้ารู้ผิดชอบชั่วดี ตอนนี้แกก็แบ่งสมบัติมาให้พวกเราครึ่งหนึ่ง แล้วเราสองคนจะไปทันที แต่หลังจากเด็กเกิดมาแล้ว แกยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้พวกเราเดือนละหลายหมื่นอีกด้วย”
“ฝันไปเถอะ ไม่มีทาง” ข้อเรียกร้องที่เกินไปขนาดนี้ หลิวเฉิงด่าออกมาทันที
“เหอะ แกคิดให้ดี ๆ ถ้าไม่ตกลง ฉันจะฟ้องว่าแกข่มขืน ทำให้เมียฉันท้อง ถึงตอนนั้นค่อยมาดูกันว่าใครจะเสียเปรียบ” หลู่จวินข่มขู่หลิวอู่ สีหน้าบนใบหน้ายิ่งดูได้ใจมากขึ้น
ปี้อวี้เหลียนก็เผยธาตุแท้ของนางมารร้ายออกมาอย่างเต็มที่ พูดอย่างเหี้ยมเกรียม “ใช่แล้ว ถ้าไม่ทำตามก็จะทำให้แกต้องเข้าไปกินข้าวแดงแกงร้อนในคุก”
“พวกแก...” หลิวอู่บนเตียงโกรธจนตัวสั่นระริก ในแววตาแทบจะพ่นไฟออกมาได้
เขาคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า สาวสวยผู้อ่อนหวานและเข้าอกเข้าใจที่เคยอยู่ในอ้อมแขนของเขา จะมีใบหน้าที่น่ารังเกียจเช่นนี้
โชคยังดีที่บนมือของหลิวอู่ยังมีโซ่ล็อกวิญญาณที่ผมผูกไว้อยู่ ไม่อย่างนั้นด้วยสถานการณ์ตอนนี้ เขาคงทนความโกรธไม่ไหวจนสลบไปแล้ว
“แกสองคนนี่มันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตากันจริง ๆ” สองสามีภรรยาคู่นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง ทำให้โลกทัศน์ของผมเปลี่ยนไปเลย
หลู่จวินจ้องมาที่ผมอีกครั้ง พูดเตือนว่า “หุบปาก เรื่องที่นี่ไม่เกี่ยวกับแก”
แน่นอนว่าผมไม่กลัวเขา หันไปมองหลิวอู่ “อาหลิวครับ อาอย่าไปโดนพวกเขาสองคนหลอกนะครับ ผมบอกแล้วว่าเด็กในท้องของเธอไม่เกี่ยวข้องอะไรกับอาเลย”
“จริงเหรอ? หลงหยวน เธอแน่ใจได้ยังไง?” หลิวอู่ครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย เพราะอย่างไรเสียผมก็พูดปากเปล่า หากเด็กเป็นลูกของเขาจริง ๆ คงจะยุ่งยากน่าดู
ผมจึงเล่าเรื่องที่ได้ดูลายมือเส้นบุตรของหลิวอู่ รวมถึงภพพี่น้องของหลิวเฉิงให้พวกเขาฟัง
แต่ยกเว้นหลิวเฉิงแล้ว อีกสามคนย่อมไม่เชื่อคำพูดของผมเลย ปี้อวี้เหลียนกับหลู่จวินถึงกับหัวเราะเยาะเย้ยว่าผมใช้เล่ห์เหลี่ยมของพวกนักต้มตุ๋นข้างถนน จะไปหลอกใครได้ หลิวอู่ก็ถอนหายใจบอกว่าผมทำเรื่องไร้สาระ
ผมก็ไม่รีบร้อน เพราะผมมีวิธีทำให้พวกเขาเชื่อคำพูดของผม
“หลู่จวิน ตำแหน่งซานเกินของแก ซึ่งอยู่บริเวณสันจมูกระหว่างตาทั้งสองข้าง ไม่เพียงแต่ยุบลงไป แต่ยังมีริ้วรอยแนวตั้งอีกด้วย นี่คือลักษณะของดวงชะตาดาวพิฆาตเดียวดาย ตอนเด็ก ๆ พ่อแม่พี่น้องในบ้านของแกคงจะเสียชีวิตไปหมดแล้ว เหลือแค่แกคนเดียว ก่อนจะบรรลุนิติภาวะแกต้องอาศัยอยู่กับญาติมาตลอด ไม่เป็นที่รักใคร่” ผมมองหลู่จวินแล้วพูด
“แก แกรู้ได้ยังไง?” สีหน้าของหลู่จวินเปลี่ยนไปอย่างมาก เผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมา
ผมยิ้มจาง ๆ “ทั้งหมดนี้ฉันดูจากโหงวเฮ้งของแก และแกยังมีดวงชะตาดาวพิฆาตเดียวดาย ภพบุตรก็ยังต่ำลึกมืดมน แสดงว่าชาตินี้แกจะไม่มีทางมีลูกได้ ถูกกำหนดให้ต้องอยู่คนเดียวไปจนแก่ ฉันถึงได้บอกว่าเด็กในท้องของปี้อวี้เหลียนก็ไม่ใช่ลูกของแกเหมือนกัน ถ้าแกไม่เชื่อ ก็ลองดูฝ่ามือของตัวเองสิ ฉันรับรองว่าข้างบนนั้นไม่มีเส้นบุตรอยู่แน่นอน”
หลู่จวินอ้าปากค้างยืนนิ่งอยู่กับที่ ชั่วขณะหนึ่งพูดอะไรไม่ออก
“พูดจาเหลวไหลสิ้นดี” ปี้อวี้เหลียนร้อนใจขึ้นมา
ผมมองไปที่ปี้อวี้เหลียน ชี้ไปที่เธอแล้วพูดต่อ “หางตาของแกชี้ขึ้น มีความเย้ายวนในระดับหนึ่ง ดึงดูดผู้ชายได้ง่าย ส่วนสันจมูกสูงและปลายจมูกแหลม นั่นแสดงว่าแกไม่ชอบใช้ชีวิตอย่างสงบเสงี่ยม แต่ชอบความตื่นเต้น ยินดีที่จะเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ถ้าฉันเดาไม่ผิด นอกจากอาหลิวกับหลู่จวินแล้ว แกยังมีผู้ชายคนอื่นข้างนอกอีก และคนคนนั้นต่างหากคือพ่อแท้ ๆ ของเด็กในท้องแก”
“ไอ้เด็กเวรแกอย่ามาพูดจาเหลวไหล ฉันจะฉีกปากแกซะ” เมื่อถูกผมเปิดโปงความจริง ปี้อวี้เหลียนก็ขาดสติ คิดจะพุ่งเข้ามาข่วนผม แต่หลิวเฉิงรีบขวางเธอไว้ทันที
ในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าหลู่จวินเกิดความสงสัยในตัวปี้อวี้เหลียนขึ้นมาเพราะคำพูดของผม เขายืนนิ่งเงียบอยู่ข้าง ๆ
ผมฉวยโอกาสรุกคืบต่อ “หลู่จวินแกคิดดูดี ๆ หลังจากพวกแกแต่งงานกัน อยู่ด้วยกันที่เจียงเป่ยมานานขนาดนั้นก็ไม่เคยท้องเลย ทำไมพอมาอยู่ที่นี่จู่ ๆ ก็ท้องขึ้นมาล่ะ เธอท้องกับผู้ชายคนอื่น ฉันเชื่อว่าระหว่างเธอกับผู้ชายคนนั้นต้องมีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดแน่ ไม่แน่ว่าในมือถือของเธออาจจะมีบทสนทนาของคนสองคนอยู่ก็ได้”
ผมเพิ่งพูดจบ ปี้อวี้เหลียนก็รีบกุมกระเป๋าเสื้อของตัวเองไว้ด้วยความหวาดกลัว “ไม่มี ไม่มีเด็ดขาด”
ท่าทางของเธอบอกทุกอย่างแล้ว หลู่จวินเดินเข้าไปคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอ ปี้อวี้เหลียนอยากจะเข้าไปแย่งคืน แต่หลู่จวินไม่เปิดโอกาสให้เธอ
ไม่นาน สีหน้าของหลู่จวินก็ดูไม่ได้อย่างยิ่ง เขาตบหน้าปี้อวี้เหลียนอย่างแรงฉาดหนึ่ง
ผลลัพธ์ชัดเจนมาก เรื่องเป็นอย่างที่ผมพูด ในมือถือของปี้อวี้เหลียนมีบันทึกการสนทนากับพ่อแท้ ๆ ของเด็กอยู่จริง ๆ
“แพศยาเอ๊ย อีสารเลว!” ดูเหมือนจะยังไม่หายโมโห หลู่จวินตบอีกสองฉาด “อีนังไร้ยางอาย สรุปแล้วมึงสวมเขาให้กูกี่ครั้งแล้ว”
พอคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของหลู่จวิน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตลกขบขัน คนสองคนนี้ที่เขาเรียกว่าผีเน่ากับโลงผุ พอ ๆ กันทั้งคู่ เป็นตัวประหลาดด้วยกันทั้งนั้น
ปี้อวี้เหลียนรู้ตัวว่าผิด ทั้งร้องไห้ทั้งกุมใบหน้าที่บวมเป่งจากการถูกตบ ความกร่างเมื่อสักครู่หายไปหมดสิ้น
ตอนนี้หลู่จวินรู้แล้วว่าเด็กในท้องของเธอไม่ใช่ลูกของตัวเอง ย่อมไม่ร่วมหัวจมท้ายกับเธออีกต่อไป คู่สามีภรรยานักแสดงยอดฝีมือคู่นี้ถือว่ามาถึงทางตันแล้ว
ผมแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกในใจ เรื่องราวของบ้านหลิวเฉิง ในที่สุดก็ถูกผมแก้ไขได้สำเร็จ หลิวเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ชื่นชมผมจนสุดหัวใจไปนานแล้ว ยกนิ้วโป้งให้ผมไม่หยุด
หลังจากนั้นหลิวอู่ให้หลิวเฉิงแจ้งตำรวจ ไม่นานปี้อวี้เหลียนกับหลู่จวินก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไป
พอถึงสถานีตำรวจ สภาพจิตใจของทั้งสองคนก็พังทลายไปนานแล้ว รับสารภาพในความผิดของตนเองโดยดี อุบัติเหตุของหลิวอู่ที่ไซต์งานเป็นแผนการของหลู่จวินจริง ๆ ส่วนพ่อแท้ ๆ ของเด็กในท้องปี้อวี้เหลียน คือผู้ชายหน้าอ่อนที่เธอใช้เงินของหลิวอู่ไปแอบหาจากข้างนอก
ถึงตอนนี้ สองสามีภรรยาคู่นี้ก็มีความผิดฐานฉ้อโกงและวางแผนฆ่าชิงทรัพย์อย่างชัดเจน เรื่องที่เหลือแค่ปล่อยให้ตำรวจจัดการก็พอ
หลังจากให้ปากคำเสร็จ ผมกับหลิวเฉิงขับรถกลับโรงพยาบาล ตลอดทางหลิวเฉิงอารมณ์ดีมาก ชมผมไม่หยุดปาก
“ไม่เลวเลยนะหลงหยวน คาดการณ์แม่นยำราวกับเทพเจ้า เจ๋งเป้ง!”
ผมยิ้มไม่พูดอะไร อารมณ์ก็ดีมากเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกอย่างแท้จริงที่ผมได้ใช้วิชาที่คุณปู่สอนมาช่วยเหลือผู้คน ผมทำสำเร็จแล้ว ไม่ได้ทำให้คุณปู่ขายหน้า