เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 เกี้ยวพาราสี

ตอนที่ 9 เกี้ยวพาราสี

ตอนที่ 9 เกี้ยวพาราสี


ฮารุกะอยากจะรู้ชื่อของเมดคนนี้เนื่องจากเธอน่ารักมากแต่เขาตัดสินใจจะไม่ทำแบบนั้นเนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอที่พุ่งเป้ามาที่เขา และเขาก็ยังรู้ด้วยว่าเมดคนนี้เป็นใครเนื่องจากเขาเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ในอนิเมะที่เขาเคยดูเมื่อชาติที่แล้ว

“ฉันชื่อมินะรินสกี้ ขอรับออเดอร์ได้ใหมค่ะ?”มินะรินสกี้ก็ถามขึ้น

“มินะรินสกี้?”อูตะฮะก็มองเมดคนนี้

“เธอรู้จักงั้นหรอ?”ฮารุกะถาม

“ฉันเคยได้ยินว่าเธอเป็นเมดในตำนานหรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหละ”อูตะฮะพูดขึ้น

“มะ-ไม่ ฉันไม่ใช่เมดในตำนานสักหน่อย!”มินะรินสกี้พูดออกมาพร้อมกับโบกมือไปมา เธอรู้สึกอายมากเมื่อเธอได้ยินคนเรียกเธอว่าเมดในตำนาน  เธอมาทำงานที่นี่ก็เพื่อพัฒนาทักษะการพูดคุยของเธอให้ดีขึ้นเท่านั้นแต่จู่ๆเธอกลับกลายเป็นเมดในตำนานไปเสียแล้ว

 

“ที่นี่มีอะไรแนะนำไหม?”ฮารุกะไม่ได้สนใจเรื่องเมดตำนานมากนัก  นั่นเพราะเขาหิวเนื่องจากระบบเผาผาญของเขานั้นดีกว่าคนปกตี เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติเนื่องจากในโลกแห่งนี้มีผู้คนมากมายที่ไม่ว่าจะกินอาหารมากเพียงใดก็ไม่มีทางอ้วน

 

“ดิฉันขอแนะนำข้าวห่อไข่ออกทางร้านค่ะ”มินะรินสกี้ก็พูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม

 

ฮารุกะก็พยักหน้า “ฉันขอกาแฟหนึ่งแก้ว”

 

“งั้นฉันขอกาแฟกับเค้ก”อูตะฮะพูด

 

จากนั้นมินะรินสกี้ก็พยักหน้าให้ทั้งสองคน “ดิฉันจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ โปรดรอสักครู่นะค่ะ”เธอก้อมหัวแล้วเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อสั่งออเดอร์ จากนั้นเธอก็หันกลับมามองพวกเขาทั้งสอง เธอค่อนข้างจะอิจฉาพวกเขาเพราะเธอไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ชายในโรงเรียนของเธอเลยสักคนเนื่องจากโรงเรียนของเธอนั้นเป็นโรงเรียนหญิงล้วน

 

อูตะฮะก็หันไปมองเมดคนนั้นและมองกลับมาที่ฮารุกะอีกรอบ “เมดคนเมื่อกี้เป็นไงบ้างหล่ะ?”

 

“น่ารักละมั้ง”ฮารุกะก็ตอบแบบไม่มั่นใจ

 

“จริงหรอ?”อูตะฮะก็มองไปที่ฮารุกุพร้อมกับกอดอก

 

“แต่เธอน่ารักกว่า”ฮารุกะก็พูดพร้อมท่าทางที่พ่ายแพ้

 

อูตะฮะก็พยักแหน้าและรู้สึกค่อนข้างพอใจในคำตอบของเขา “ดี”

 

“แล้วจู่ๆเธอมาเขียนนิยาได้อย่างไงกัน?”ฮารุกะถามออกมา

 

“หืม ฉันสนใจเรื่องนี้มาสักพักแล้วและฉันก็คิดว่าฉันก็มีพรสวรรค์เหมือนกัน”อูตะฮะพูดออกมาอย่างมั่นใจ

 

“อืม ฉันคิดว่าเรื่องที่เธอเขียนก็ค่อนข้างดีทีเดียว”ฮารุกะก็พูดออกมา

 

อูตะฮะก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “นายยังไม่ได้อ่านหนิ แล้วนายมั่นใจได้อย่างไร?”

 

“ฉันไม่รู้แต่ฉันรู้สึกได้ว่านิยายของเธอคงจะดีแน่ๆ”ฮารุกะพูดออกมา เขารู้ว่าเธอจะกลายเป็นนักเขียนนิยายที่โด่งดังซึ่งเธอมียอดขายนิยายถึง 5 แสนเล่ม เนื่องจากเขาเคยเห็นเธอทำในอนิเมะตอนชาติที่แล้ว

 

เขาไม่ได้เห็นเพียงตัวละครจาก Yosuga no Sora เท่านั้นแต่เขายังเห็นตัวละครจากอนิเมะเรื่องอื่นด้วยเหมือนกัน เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะดีใจหรือร้องไห้ดีกับสถานการณ์แบบนี้แต่เขารู้สึกมีความสุขที่เขาได้พบผู้หญิงที่สวยขนาดนี้

 

พวกเขาก็คุยกันไปจนกระทั่งของที่พวกเขาสั่งมาถึง

 

“ขอบคุณที่รอค่ะ! นี่คืออเดอร์ของนายท่านและคุณหนู!”มินะรินสกี้ก็ยกออเดอร์ของพวกเขามาเสิร์ฟ จากนั้นเธอก็หยิบขวดซอสมะเขือเทศออกมาแล้วพูดว่า “นายท่านต้องการให้ฉันเขียนข้อความบนข้าวห่อไข่ของท่านใหมค่ะ?”

 

ก่อนที่ฮารุกะจะได้ทันพูดว่าเขาต้องการให้เขียนอะไรบนข้าวห่อไข่ อูตะฮะก็ได้พูดออกมาแทน

 

“ให้ฉันเป็นคนเขียนบนข้าวห้อไข่ของเขาได้ใหม?”อูตะฮะก็พูดกับมินะรินสกี้

 

“อ่า แน่นอนค่ะ เชิญค่ะคุณหนู”เธอก็พูดออกมาพร้อมกับส่งขวดซอสมะเขือเทศให้

 

ฮารุกะค่อนข้างสนใจว่าเธอจะเขียนอะไรให้เขา เขารอเธอเขียนอยู่สักพัก และจากนั้นเขาก็ต้องปากสั่นออกมา

 

“เชิญ กินเลย ที่รัก”อูตะฮะก็ยิ้มออกมาพร้อมพูด

 

“เธอรู้ไหม แม้ว่าเธอจะเรียกฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแบบนั้นแต่สิ่งที่เธอเขียนบนข้าวห่อไข่ของฉันกลับแย่กว่าอีก”ฮารุกะมองข้าวห่อไข่ของเขาที่มีคำว่า *สารเลว*เขียนอยู่ด้านบน

 

อูตะฮะก็ยิ้มออกมา “จริงหรอ? นายควรจะกินก่อนนะ ฉันคิดว่าตอนกินร้อยๆอร่อยกว่าเยอะ”

 

“เธอนี่มันจริงๆเลย!!”ฮารุก็ส่ายหัวให้กับผู้หญิงคนนี้

 

มินะรินสกี้รู้สึกอยากร้องไห้เมื่อเธอเห็นพวกเขาทั้งสองจีบกันต่อหน้าเธอ แถมเธอก็ยังถูกเมินอีกด้วยทำให้เธอน้ำตาไหลออกมาในขณะที่มองทั้งสองคน

 

“นะ–นี่ อย่าร้องเลย เอ้านี่ขวดซอสมะเขือเทศของเธอ”อูตะฮะก็พูดออกไปอย่างกังวล เธอไม่คิดว่าเมดคนนี้จะร้องไห้ออกมา

“มะ–ไม่ เป็นความผิดของฉันเองค่ะ พวกคุณท่านทั้งสองเชิญจีบกันต่อได้เลย”จากนั้นเธอกก้มหัวแล้วออกไป

 

อูตะฮะก็แสดงสีหน้าอย่างตกตะลึงจนกระทั่งเธอได้ยินเสียงของฮารุกะ

“ว้าว เธอทำเมดคนนั้นร้องไห้ด้วยหล่ะ”ฮารุกะก็หยิบช้อนและเตรียมจะกินแต่มือของเขาก็ถูกหยุดโดยอูตะฮะ จู่ๆเขาก็มองเห็นเธอกินอาหารของเขา

 

“มันอร่อยจริงๆ”อูตะฮะดูท่าทางประหลาดใจ

 

ฮารุกะคิดว่าผู้ชายคนที่ได้เธอคนนี้เป็นแฟนคงลำบากมากแน่ จากนั้นเขาก็ส่ายหัวแล้วกินข้าวห่อไข่ต่อไปจนกระทั่งเขามองเห็นเธอดูหน้าแดงๆ

 

“เป็นอะไรหรือป่าว?”ฮารุกะถาม

 

“ไม่มี อะไรไอ้โง่เอ้ย”อูตะฮะก็อายหน้าแดงและหันไปมองทางอื่น เธอคิดว่าหมอนี่มันโง่หรือแค่แกล้งกันแน่นเนื่องจากพวกเธอทั้งสองกินข้าวช้อนเดียวกันซึ่งนั่นก็คือการจูบทางอ้อมนั่นเอง

 

“จริงด้วย มันอร่อยมากเลย”ฮารุกะก็คิดขึ้น เขาสงสัยว่าเขาจะขอสูตรข้าวห่อไข่นี้ได้หรือป่าวเพราะเขาอยากจะทำกินที่บ้าน

 

“หมอนี่ไม่สังเกตเลยงั้นหรอ?”อูตะฮะก็รู้สึกว่าเธอคงจะคิดมากไปเนื่องจากเธอเห็ฯเขากินข้าวห่อไขไปโดยไม่สนใจอะไรเลยสักนิด

 

“อะไรหรอ? เธออยากกินอีกหรือไง?”ฮารุกะก็ถามเธอ

 

อูตะฮะก็หน้าแดงอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าหมอนี่จงใจจะแกล้งเธอ เธอก็งอนจากนั้นเธอก็ทำให้เขาเห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นหัวหน้า “อ้ามมม”

 

ฮารุกะก็ขยับช้อนมาทางเธออย่างช้าๆ

 

อูตะฮะก็กังวลขึ้นมาทันทีเมื่อเธอเห็นว่าเขาต้องการป้อนเธอ เธอจึงหลับตาและกินข้าวห่อไข่ที่เขาป้อนเธอ จากนั้นเธอก็เคี้ยวอย่างช้าๆ

 

“เป็นไงหล่ะ?”ฮารุกะถาม

 

“ก็ดี ฉันขอเพิ่ม?”อูตะฮะถาม

 

“เธอควรจะซื้อเองนะรู้ใหม”ฮารุกะก็ถอนหายใจ

 

“ไม่ ฉันอยากได้จากนาย”อูตะฮะพูดออกมา

 

“ช่างเป็นผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวซะจริง อ้าปากสิ”ฮารุกะพูด

 

“อ้ามมม”

 

ทุกคนในร่างก็มองพวกเขาทั้งสองคนและรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเพราการกระทำของพวกเขาทั้งสอง “โทษที พวกนายทั้งสองช่วยไปจีบกันข้างนอกได้ใหม???”

 

จบบทที่ ตอนที่ 9 เกี้ยวพาราสี

คัดลอกลิงก์แล้ว