- หน้าแรก
- จ้าวแห่งเวทมนตร์ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 835: ชายผู้ใฝ่ฝันจะเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์ (2) (ฟรี)
บทที่ 835: ชายผู้ใฝ่ฝันจะเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์ (2) (ฟรี)
บทที่ 835: ชายผู้ใฝ่ฝันจะเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์ (2) (ฟรี)
"หมายเลข 512 ไม่มีใครยกมือเลือก การสอบเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์จบลงอย่างเป็นทางการ!"
เมื่อผลของผู้เข้าสอบคนที่ 512 ถูกประกาศ และพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า การสอบเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์ประจำปีนี้ก็สิ้นสุดลง
ผู้เข้าสอบที่สอบไม่ผ่าน ก็ทำได้แค่พยายามกันใหม่ในปีหน้า
หรือไม่ก็ละทิ้งความฝันที่จะเป็นอัศวินเวทมนตร์ หันไปเป็นชาวนา พ่อค้า หรือขุนนางธรรมดาแทน
"ผมชื่อแอสต้า มาจากหมู่บ้านฮาเกะ ฝากตัวด้วยนะครับ!"
นอกสนาม แอสต้ายืนยิ้มกว้างแนะนำตัวกับจอร์จและอีกสองคนด้วยความตื่นเต้น
"สวัสดี ว่าที่จักรพรรดิเวทมนตร์" จอร์จยกมือทักทาย พร้อมยิงมุกใส่แอสต้า
"ว่าแต่... จักรพรรดิเวทมนตร์เป็นผู้ชายนะ ถ้านายอยากจะ ‘ได้มา’ เป็นของนาย ก็ต้องไปถามเจ้าตัวก่อนว่าเขาโอเครึเปล่า ฮะๆๆ"
ก็หมอนี่พูดอยู่ตลอดว่า "จะเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์" ฟังแล้วอดนึกถึงลูฟี่ไม่ได้เลย
ต่างกันแค่ลูฟี่อยากเป็นราชาโจรสลัด ส่วนแอสต้าอยากเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์
"ฮ่าๆๆ อย่าเอาเรื่องจักรพรรดิเวทมนตร์มาล้อเล่นสิฟะ"
ยามิหัวเราะลั่นทันทีที่ได้ยิน ถึงกับบอกตัวเองเลยว่าคราวหน้าถ้าได้เจอจักรพรรดิเวทมนตร์ ต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟังให้ได้
"โชคดีนะที่เป็นฉัน ถ้าเป็นหัวหน้าหน่วยคนอื่น นายคงโดนตัดหัวไปแล้ว"
ฟินรัลยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ ไม่กล้าหัวเราะดังเหมือนหัวหน้ายามิ ได้แต่ถอนหายใจในใจว่า...จอร์จใจกล้าจริงๆ
"ว่าแต่... ได้ยินมาว่าจักรพรรดิเวทมนตร์ยังไม่แต่งงานใช่ไหมล่ะ? แบบนี้ก็พูดยากนะ~ นายอาจจะมีลุ้นก็ได้นะ ฮ่าๆ" จอร์จตบไหล่แอสต้าไปที ท่าทางไม่สนคำเตือนของยามิเลย
ส่วนแอสต้านี่สิตาสมองเบลอไปแล้ว ไม่เข้าใจแม้แต่นิดว่าจอร์จพูดเรื่องอะไร
ฟินรัลถึงกับหลุดหัวเราะเสียงดัง ตอนที่จอร์จพูดประโยคสุดท้าย
"ไอ้หมอนี่... ฉันจะจำไว้เลย!"
อีกด้านหนึ่ง จักรพรรดิเวทมนตร์ ที่ตอนนี้ปลอมตัวเป็นคุณยายคนหนึ่งด้วยเวทแปลงร่างและยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินเสียงหัวเราะฝั่งนี้ก็เผลอกระตุกมุมปากเล็กน้อย
งานคึกคักแบบนี้ เขาจะพลาดได้ยังไงกัน?
บางทีอาจได้เห็นเวทใหม่ๆ ที่น่าสนใจก็ได้
เขาแอบหนีมา ปล่อยเอกสารกองโตไว้ แล้วปลอมตัวมาเป็นคุณยายแก่ธรรมดาเพื่อดูการทดสอบทั้งวัน
แล้วก็ได้เจอเวทที่ทำให้สนใจจริงๆ อยู่สองคน หนึ่งคือยูโน เจ้าของกริมัวร์สี่แฉก และอีกคนคือแอสต้า ที่ถืออาวุธต่อต้านเวทมนตร์
และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นกริมัวร์ห้าแฉกกับตาตัวเอง
แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะมาโดนแซวกลางสนามแบบนี้... ที่เขายังไม่ได้แต่งงาน เพราะทุ่มเทให้กับ "ความฝัน"
เขามีความฝัน ฝันว่าสักวันหนึ่ง อาณาจักรโคลเวอร์จะไม่มีชนชั้น ทุกคนจะเกิดมาเท่าเทียมกัน
เขามีความฝัน ฝันว่าสักวันหนึ่ง ในเมืองหลวง ขุนนางกับสามัญชนจะนั่งดื่มกินกันได้อย่างไม่แบ่งแยก
เขามีความฝัน ฝันว่าสักวันหนึ่ง เด็กหนุ่มสาวที่มาสอบในเมืองหลวง จะไม่ถูกดูถูกเพียงเพราะว่าพวกเขามาจากชายแดน
และตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็พยายามทำให้ฝันเหล่านั้นกลายเป็นจริงทีละนิด
อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้การทดสอบเข้าหน่วยอัศวินเวทมนตร์ก็ยุติธรรมขึ้นมาก
ชาวบ้านธรรมดา ถ้ามีพรสวรรค์ ก็สามารถสอบผ่านได้
หัวหน้าของหน่วยต่างๆ ก็ไม่ใช่แค่ขุนนางอีกต่อไป ขอแค่มีความสามารถและผลงานก็มีโอกาสได้เป็น
ยามิที่มาจากต่างแดน แจ็คที่เป็นสามัญชน โดโรธีจากป่าแม่มด และเกลเดอร์ พ่อค้าใหญ่ — คนพวกนี้ล้วนไม่ใช่ขุนนาง
รวมๆ แล้ว เกือบครึ่งของหัวหน้าหน่วยทั้งเก้าคนตอนนี้ไม่ใช่ขุนนางด้วยซ้ำ
และด้วยอิทธิพลของเขา พวกหัวหน้าหน่วยขุนนางก็ดูถูกชาวบ้านน้อยลงมาก
หลายคนเริ่มปฏิบัติกับทุกคนอย่างยุติธรรมจริงๆ
แต่มุมมองของขุนนางส่วนใหญ่ในอาณาจักรยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ฝันของเขาก็ยังเป็นทางที่ยาวไกลและเหนื่อยล้า
"เป็นเขาจริงๆ ด้วยสินะ... จักรพรรดิเวทมนตร์" จอร์จเหลือบไปมองคุณยายคนนั้นแล้วยิ้ม
ถึงจะปลอมตัวได้แนบเนียน แต่พอเข้าใกล้ จอร์จก็สัมผัสได้ถึงพลังระดับสูงมากในตัวเขา สูงกว่าหัวหน้าหน่วยทั้งเก้าคนรวมกันอีก และเขายังมองทะลุเวทแปลงร่างได้ด้วย
เขาไม่เคยเห็นหน้าจักรพรรดิเวทมนตร์มาก่อนก็จริง แต่พอเห็นคุณยายคนนี้มีปฏิกิริยาหนักมากกับมุกของเขา ก็มั่นใจได้เลยว่าใช่แน่นอน
"งั้นแสดงว่าเวทของเขาคือ...เวทเวลา"
จากการสังเกตความสั่นไหวของพลัง จอร์จก็รู้ทันทีว่าเวทหลักของจักรพรรดิเวทมนตร์คือ "เวทเวลา"
"อ๊าก! ไม่ไหวแล้ว! ขอเข้าห้องน้ำก่อนนะ!"
ทันใดนั้น แอสต้าก็ร้องขึ้น พร้อมกับจับท้องแล้ววิ่งหน้าตั้งไปยังห้องน้ำทันที
"หัวหน้า... ไอ้หมอนั่นเหมือนคุณไม่มีผิดเลย" จอร์จแซวทันทีที่เห็นฉากนั้น
ยามิไม่ได้ถือสาอะไร แต่หันไปมองหัวหน้าหน่วยรุ่งอรุณสีทอง ที่กำลังเดินมาทางพวกเขา
"พวกนายรอเด็กนั่นอยู่ตรงนี้นะ ฉันขอไปคุยกับเพื่อนเก่าซะหน่อย"
ยามิกับวิลเลียม แวนแจนซ์ หัวหน้าหน่วยของรุ่งอรุณสีทอง เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมสมัยอยู่หน่วยของจักรพรรดิเวทมนตร์ พวกเขาเป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่แข่ง
สามคนจากหน่วยรุ่งอรุณสีทองเดินเข้ามา — หัวหน้าหน่วยวิลเลียม, รองหัวหน้าหน่วยแลงกริส วอเด และสมาชิกใหม่ ยูโน กรินเบอร์ริออล
ที่พวกเขามาหาแอสต้า ก็เพราะยูโนอยากมาบอกลา
พวกเขาทั้งสองมาจากหมู่บ้านฮาเกะ โตมาด้วยกันในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เป็นทั้งเพื่อนรักและคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดของกันและกัน และมีความฝันเดียวกัน — อยากจะเป็นจักรพรรดิเวทมนตร์
ตอนนี้คนหนึ่งเข้าสู่หน่วยอันดับหนึ่ง ส่วนอีกคนเข้าสู่หน่วยอันดับสุดท้าย
ขณะที่ยามิกับวิลเลียมยืนคุยกันอยู่นั้น แลงกริส รองหัวหน้าหน่วยรุ่งอรุณสีทองก็เดินมาหาฟินรัลด้วยท่าทีหยิ่งยโส พร้อมกับมองด้วยสายตาดูถูก
"ได้ยินว่านายเป็นแค่ ‘พนักงานขนส่งของหน่วยกระทิงดำ’ ไม่เคยออกไปทำภารกิจสู้จริงสักครั้ง เสียชื่อวงศ์ตระกูลจริงๆ"
"ฉันก็แค่ไม่อยากใช้ความรุนแรง หรือทำร้ายใคร... แล้วฉันก็ไม่มีพรสวรรค์เท่าไหร่หรอก" ฟินรัลตอบน้องชายด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน เขาไม่ได้โกรธเลย
เมื่อเทียบกับน้องชายอัจฉริยะแล้ว เขาก็แค่คนไร้ค่า คนที่ไม่มีทางเป็นคนของตระกูลได้เลย
ดังนั้น การให้น้องชายฟื้นฟูชื่อเสียงแทนเขาก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร
แลงกริสเห็นพี่ชายยิ้มให้ ก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไป
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ชายไร้ค่าถึงได้อ่อนโยนกับทุกคนขนาดนั้น
ทั้งที่ตอนเด็กก็ถูกพ่อแม่กับคนในตระกูลดูถูกมาตลอด และเขาเองก็เป็นคนที่แย่งตำแหน่งทายาทจากพี่ชายมา
แต่ในใจก็รู้ดีว่าเขาได้รับความรักจากพ่อแม่ เพราะพลังของเขาเท่านั้น
ถ้าไม่มีสิ่งนี้ เขาอาจจะยังไม่เทียบเท่าพี่ชายด้วยซ้ำ
อย่างน้อย ความอ่อนโยนของพี่ชายก็ทำให้คนรับใช้หลายคนในบ้านรักเขา และมีเพื่อนมากกว่าตัวเอง
ถ้าวันหนึ่ง พี่ชายแข็งแกร่งกว่าตัวเองขึ้นมา ทุกอย่างที่เขามีตอนนี้ ทั้งความรักจากครอบครัว ตำแหน่งทายาท อาจหายไปหมด
ดังนั้น เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งจนพี่ชายไม่มีวันไล่ตามเขาทัน
"ช่างเป็นพี่น้องที่ซับซ้อนอะไรอย่างนี้" จอร์จเห็นสีหน้าของทั้งสองฝ่าย และฟังเรื่องราวจากฟินรัล ก็เดาออกทันทีว่าความรู้สึกของพวกเขาเป็นยังไง
"จริงๆ แล้ว เวทมิติของนาย ไม่ได้มีไว้แค่เทเลพอร์ตหรอกนะ ถ้าประยุกต์ดีๆ พลังจะไม่แพ้น้องชายนายเลยด้วยซ้ำ"
"ห๊า? ฉะ… ฉันน่ะเหรอ จอร์จ นายล้อเล่นใช่ไหม? ฉันจะไปเทียบกับน้องชายได้ยังไงล่ะ?" ฟินรัลรีบโบกมือ ทำหน้าไม่เชื่อเลยสักนิด
แต่จอร์จก็แค่ยิ้มแล้วพูดต่อ "นายควบคุมเวทได้ดีมาก แถมเวทมิติของนายก็พาไปที่ไหนก็ได้ที่เคยไปมาแล้ว"
"งั้นเราลองคิดกันเล่นๆ"
"หนึ่ง — ถ้าศัตรูร่ายเวทมาใส่นาย นายเปิดประตูมิติไปข้างหลังศัตรูให้เวทมันย้อนกลับไปโดนเจ้าตัวเอง"
"สอง — ถ้าศัตรูพุ่งเข้ามาใกล้ นายก็แค่เปิดประตูมิติส่งมันไปตกหน้าผา ไปในลาวา หรือปล่อยให้ร่วงจากฟ้าไปเลย"
"ถ้ามีศัตรูหลายคน นายก็สามารถย้ายการโจมตีของศัตรูคนหนึ่งไปให้ศัตรูอีกคนโดนแทน ถ้าไวพอ อาจทำให้พวกมันฆ่ากันเอง"
"สาม — เปิดประตูมิติบนฟ้าเหนือหัวศัตรู จากนั้นโยนของหนักๆ อย่างหินยักษ์ตกลงมาให้ทับศัตรูแบบแรงโน้มถ่วงคูณสอง"
"หรือจะไปหาถ้ำของสัตว์เวทมนตร์โหดๆ แล้วเปิดประตูปล่อยมันออกมาตรงหน้าศัตรูก็ได้"
"ถ้านายควบคุมประตูมิติได้แม่นยำพอ ก็สามารถใช้ ‘ตัด’ โดยการเปิด–ปิดประตูให้ตัดร่างศัตรูโดยตรงเลยก็ยังได้"
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….