- หน้าแรก
- จ้าวแห่งเวทมนตร์ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 820: แค่นี้เองเหรอ? (ฟรี)
บทที่ 820: แค่นี้เองเหรอ? (ฟรี)
บทที่ 820: แค่นี้เองเหรอ? (ฟรี)
"จริงๆ แล้ว ฉันก็สงสัยอยู่นิดหน่อยนะ ถ้าไม่นับสเตียโน่… ทำไมโอซาคุสถึงเลือกจะเพ่งเป้าไปที่โรเซลล์ แทนที่จะจัดการพวกนาย?"
หลังจากสร้างบาเรียป้องกันโรเซลล์ ซึ่งแม้แต่สุริยเทพนิรันดร์กับเทพแห่งจักรกลและไอน้ำ ก็ไม่สามารถเจาะทะลุได้
จอร์จก็เสกโต๊ะและเก้าอี้ขึ้นมาชุดหนึ่ง นั่งลงอย่างสบายใจ พร้อมจิบชาขณะถามกรีชา (อดัม) อย่างเป็นกันเอง
ถึงแม้โรเซลล์จะฟื้นคืนชีพกลับมาได้ เขาก็จะเป็นแค่คู่แข่งอีกคนเท่านั้น เทพแห่งจักรกลและไอน้ำกับสุริยเทพนิรันดร์ก็ยังสามารถร่วมมือกันรับมือได้สบาย
แต่อดัมไม่ใช่แบบนั้น โดยเฉพาะตอนนี้ที่เขาหลอมรวมกับเทพผู้สร้างที่แท้จริง กลายเป็นกรีชา
สำหรับสุริยเทพนิรันดร์แล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุด คือการกำจัดกรีชาให้ได้
"ก็เพราะข้าสัญญากับเขาว่า ก่อนวันสิ้นโลกจะจบลง ข้าจะไม่ล้างแค้นเขาเด็ดขาด ทุกอย่างไว้ค่อยว่ากันทีหลัง" กรีชายิ้ม
"เมื่อเทียบกับการหักหลังของเจ้าพวกนั้นแล้ว ข้ายังอยากเห็นโลกที่ข้าเคยช่วยเอาไว้ รอดจากเงื้อมมือของเทพภายนอกพวกนั้นมากกว่า"
"พูดตามตรง ฉันก็ชื่นชมในจุดนี้ของนายนะ" จอร์จเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ
พลังของกรีชาในตอนนี้แตะถึงระดับครึ่งวันวานแล้ว สุริยเทพนิรันดร์ไม่มีทางรับมือได้แน่นอน
ยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตเทพสุริยันบรรพกาลที่ตนเคยรับใช้มาก่อน ก็ไม่แปลกที่ในใจจะหวาดหวั่นและกลัวการล้างแค้น
เพราะแบบนั้น พอได้ยินคำสัญญาจากกรีชา เขาก็ยอมประนีประนอม และตกลงช่วยขัดขวางการฟื้นคืนชีพของโรเซลล์
ที่จริงแล้ว มันก็เป็นสิ่งที่เขาจะทำอยู่แล้วด้วย
สิ่งที่ทำให้จอร์จแปลกใจก็คือ เขาไม่คิดว่ากรีชาจะมีจิตใจยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้
ต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าในตอนนั้นไม่มีการหักหลังจากสุริยเทพนิรันดร์, เจ้าแห่งพายุ และเทพแห่งความรู้และความเฉลียวฉลาด กรีชาก็อาจครองโลกนี้ได้จนถึงปัจจุบัน
แต่ในสายตาของกรีชา ความปลอดภัยของโลกทั้งใบ สำคัญกว่าความแค้นส่วนตัวของตัวเอง
มาคิดดูอีกที คนคนนี้ก็เป็นผู้ยุติยุคมืด และเป็นวีรบุรุษผู้ช่วยมนุษยชาติจริงๆ
แน่นอน หากจะบอกว่าเขาเป็นคนดี ก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก
เพราะพิธีกรรมชั่วร้ายของเทพผู้สร้างที่แท้จริง ที่สังเวยชีวิตผู้คนเป็นประจำ และอดัมร่างอวตารของเขาก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย
อดัมเองก็มีส่วนกับการค้ามนุษย์ของราชวงศ์โลเอน
ในสายตาจอร์จ อดัมเป็นประเภทที่ "มีเหตุผลสูงสุด" ยอมเสียส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนใหญ่ได้โดยไม่ลังเล
หากการป้องกันวันสิ้นโลกต้องแลกด้วยการเสียสละคนบริสุทธิ์บางส่วน รวมตัวเขาเองเข้าไปด้วย ก็ไม่มีปัญหาเลยสำหรับเขา
จากมุมมองคนนอก จอร์จมองว่าแนวคิดนี้ไม่ผิด
แต่ถ้าเราคือคนส่วนน้อยที่ถูกสังเวย แน่นอนว่าความรู้สึกมันคนละเรื่อง
ไม่มีใครอยากเห็นตัวเองหรือครอบครัวต้องตาย เพื่อให้คนแปลกหน้า หรืออาจรวมถึงศัตรูของเรา อยู่รอดต่อไป
"ในเมื่อนายใจกว้างขนาดนั้น งั้นเอางี้ดีไหม มาทำข้อตกลงกัน"
"ข้อตกลงอะไรล่ะ?" กรีชาไม่รีบลงมือ กลับนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับจอร์จ พร้อมถามกลับด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
เขากำลังรอจังหวะที่เหมาะสม — รอให้สุริยเทพนิรันดร์กับเทพแห่งจักรกลและไอน้ำจัดการโรเซลล์ได้ก่อน
แบบนั้น ถึงจอร์จจะเก่งและมีไพ่ลับซ่อนอยู่ ก็ไม่สามารถรับมือเทพแท้จริงสามองค์ กับครึ่งวันวานอีกหนึ่งได้แน่นอน
ต่อให้ทั้งสองเทพไม่สามารถสังหารโรเซลล์ได้จริง แต่การโจมตีอย่างต่อเนื่องใส่บาเรียของจอร์จก็จะกินพลังเขาไปมหาศาลเช่นกัน
นี่เป็นเป็นการยื้อเวลาโดยอ้อม
เขาไม่ได้สนใจข้อตกลงของจอร์จจริงๆ หรอก แค่ยื้อเวลาเท่านั้น
"ง่ายมากเลย นาย, อามุนด์, สุริยเทพนิรันดร์ และเทพแห่งจักรกลและไอน้ำ มอบเอกลักษณ์กับตะกอนพลังทั้งหมดให้ฉัน"
"จากนั้น ฉันจะช่วยพวกนายแก้ปัญหาวันสิ้นโลกเอง และยังช่วยฆ่าเทพภายนอกให้ด้วย"
"แล้วพวกนายก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขบนดาวนี้ต่อไป"
"ว่าไงล่ะ? ข้อเสนอดีๆ แบบนี้ ไม่สนใจเหรอ?"
"ก็แค่ต้องยอมเสียสละ ‘ตัวตนเล็กๆ’ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เท่านั้นเอง"
"หึ ฉันว่านายคงโดนตะกอนพลังกัดสมองไปแล้วล่ะ ถึงคิดอะไรเพ้อๆ แบบนี้ได้"
กรีชายังไม่ทันตอบ อามุนด์ที่ยืนอยู่ข้างหลังก็หัวเราะเยาะทันที
เขาคิดอะไรอยู่?
ถ้ามันง่ายขนาดนี้ ทำไมทุกคนไม่ยกเอกลักษณ์กับตะกอนพลังให้ฉันล่ะ?
ฉันจะได้กลายเป็นคนหยุดวันสิ้นโลกเอง?
อามุนด์บ่นอยู่ในใจ
กรีชามองจอร์จแล้วส่ายหน้าเบาๆ "ถ้าเจ้าทำได้จริง ข้าก็ยินดีจะมอบเอกลักษณ์กับตะกอนพลังให้"
"แต่… นั่นเป็นไปไม่ได้"
"ตอนนี้เจ้าแค่ได้เอกลักษณ์ของเส้นทางแห่งเดอะฟูลกับเส้นทางแห่งประตูมาเท่านั้น"
"แต่ถ้าเจ้าได้เอกลักษณ์ของเส้นทางแห่งข้อผิดพลาดของอามุนด์ไปเมื่อไหร่ เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับ ‘จิตสำนึกของราชันเร้นลับ’
"ถ้ายังสู้จิตสำนึกของราชันเร้นลับไม่ได้ แล้วจะเผชิญหน้ากับจิตสำนึกของจักรพรรดิบรรพกาลได้ยังไง?"
ในความคิดของเขา คนเดียวที่สามารถหยุดวันสิ้นโลก และปกป้องโลกใบนี้ได้ ก็คือตัวเขาเอง
เพราะเขาหลุดพ้นจากการครอบงำของจิตสำนึกมาได้แล้ว ขอแค่รวมเส้นทางทั้งห้าได้สำเร็จ เขาก็จะควบคุมทะเลแห่งความโกลาหลได้อย่างสมบูรณ์ และกลายเป็นเหนือลำดับ
และอามุนด์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเส้นทางแห่งข้อผิดพลาด ก็เป็นคนที่มีโอกาสรอดจากจิตสำนึกของราชันเร้นลับหลังการรวมเส้นทางมากที่สุด
มนุษย์ทั่วไป ไม่มีทางต้านจิตสำนึกของราชันเร้นลับได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาไว้ใจอามุนด์ ถ้าเป็นคนอื่น แม้จะต้านจิตสำนึกของราชันเร้นลับได้ ก็ไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจพอจะร่วมมือกัน
มีแค่ตอนที่เขาและอามุนด์กลายเป็นเหนือลำดับ และร่วมมือกันเท่านั้น จึงจะสามารถกำจัดเทพภายนอกระดับวันวานทั้งหมด และปกป้องโลกนี้ได้
"ข้าก็มีข้อเสนอให้เจ้าเหมือนกัน: มอบเอกลักษณ์ของเส้นทางแห่งเดอะฟูลกับเส้นทางแห่งประตูมาเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะปล่อยให้เจ้าจากไปอย่างปลอดภัย"
"แม้แต่โรเซลล์ ถ้าเขายอมส่งมอบเอกลักษณ์กับตะกอนพลังมา เขาก็ยังสามารถรักษาพลังลำดับ 2 ไว้ได้ และจากไปพร้อมกับเจ้า"
"งั้นก็คงไม่มีอะไรให้พูดแล้วสินะ เริ่มกันเลยดีกว่า" จอร์จยักไหล่ ไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ที่เขาพยายามพูด ก็เพราะเห็นว่ากรีชาเป็นวีรบุรุษผู้เคยช่วยโลก และบุคลิกก็ดูน่านับถือ เลยอยากลองเจรจาแบบสันติก่อน
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้… ดูท่าคงต้องใช้ "ภาษากำปั้น" แล้วล่ะ
"ถึงเวลาแล้ว" กรีชาเหลือบมองโรเซลล์ที่อีกฝั่ง ถ้าช้าไปกว่านี้ โรเซลล์จะฟื้นคืนชีพกลับมาแน่นอน
หลังจากยื้อเวลาได้สักพัก พลังของจอร์จก็น่าจะถูกใช้ไปมากพอแล้ว
ทันทีที่พูดจบ กรีชากับอามุนด์ก็พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน
จอร์จสัมผัสได้ทันทีว่าพื้นที่รอบตัวเขาแข็งทื่อ เวลาถูกหยุด และแม้แต่ชะตาชีวิตของเขาก็ถูกแทรกแซงอย่างลึกลับ ดูเหมือนจะกำลังถูก "แทนที่"
นี่คือการโจมตีจากอามุนด์ ผู้เลื่อนเป็นลำดับ 0 แล้ว
ในเวลาเดียวกัน จิตใจของเขาก็ถูกก่อกวนและปนเปื้อนอย่างน่ากลัว ร่างกายถูกโจมตีด้วยพลังของไฟแผดเผาและสายฟ้าฟาดพร้อมกัน
ท้ายที่สุด หอคอยสีขาวที่ประกอบด้วยหนังสือนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้น และคลุมร่างของเขาเอาไว้
ชัดเจนว่านี่คือการโจมตีจากกรีชา ผู้วิเศษระดับครึ่งวันวาน
แต่…
"แค่นี้เองเหรอ?"
ท่ามกลางการโจมตีถาโถมจากทุกทิศทาง จอร์จยังคงยืนนิ่ง พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสงบ
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….