เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 805: เซฟิรอธ (ฟรี)

บทที่ 805: เซฟิรอธ (ฟรี)

บทที่ 805: เซฟิรอธ (ฟรี)


เส้นทางแห่งข้อผิดพลาด นอกจากจะครองอำนาจ "การขโมย" และ "เวลา" แล้ว ยังมีความสามารถที่น่ารำคาญอีกอย่างคือ "ร่างแยก"

อามุนด์สามารถแบ่งตัวเองออกเป็นร่างแยกได้ไม่จำกัด โดยใช้หนอนกาลเวลาเป็นตัวแบ่ง จะเป็นคน, ดอกไม้, นก, ปลา, แมลง ก็แปลงเป็นร่างแยกได้ทั้งหมด

เขายังสามารถ "ขโมยโชคชะตา" ของผู้อื่น แล้วเปลี่ยนคนนั้นให้กลายเป็นร่างแยกของตัวเองได้ด้วย

อามุนด์เคยก่อตั้งตระกูลเทวทูตในยุคที่สี่ด้วย แต่สมาชิกทุกคนในตระกูลนั้น จริงๆ แล้วเป็นเพียงร่างแยกของเขาทั้งหมด

ด้วยความสามารถในการแยกร่าง อามุนด์จึงไม่จำเป็นต้องมีผู้ศรัทธาเป็นจุดยึดเหมือนเทพองค์อื่นๆ

เพราะร่างแยกมากมายของเขาเหล่านั้น ก็คือจุดยึดของเขานั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น ร่างแยกแต่ละร่างยังมีจิตสำนึกของตัวเอง ร่างหลักสามารถเลือกได้ว่าจะเชื่อมต่อความทรงจำหรือไม่

"คิดว่าแค่ทิ้งร่างแยกแล้วฉันจะหาไม่เจองั้นเหรอ?"

จอร์จก้มลงหยิบหนอนกาลเวลาจากพื้นขึ้นมา แล้วโยนใส่เข้าไปในโลกของเขา

จริงๆ แล้วเขาสามารถใช้หนอนกาลเวลาเป็นสื่อ ติดตามหาตัวต้นของอามุนด์ได้ทันที

แต่ตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องจัดการ จึงยังไม่คิดจะเสียแรงตามหา

พริบตาต่อมา เขาก็กลับไปที่หอผู้อาวุโสอีกครั้ง ตอนนี้ชาวเมืองซิลเวอร์อพยพออกไปแล้วถึง 80%

เมื่อเหล่าผู้อาวุโสเห็นจอร์จปรากฏตัว ก็ล้วนแสดงสีหน้าเคารพยำเกรง

นี่คือบุรุษผู้สังหารราชาเทวทูต และขับไล่เทพผู้สร้างที่แท้จริงได้ด้วยตัวคนเดียว

"คุณสเตรงธ์ ขออนุญาตมอบสมบัติปิดผนึกที่ทรงพลังที่สุดของเมืองซิลเวอร์ —ของขวัญแห่งแผ่นดิน— ให้แด่เดอะฟูลอันยิ่งใหญ่"

หลังจากที่ชาวเมืองซิลเวอร์ทั้งหมดอพยพไปยังเกาะเล็กๆ ในทะเลของทวีปเหนือเรียบร้อยแล้ว โคลินก็พาจอร์จไปยังตอไม้ขนาดมหึมาที่แห้งเหี่ยวต้นหนึ่ง

"นี่คือร่างของราชินียักษ์โอมีเบล่าที่กลายเป็นแบบนี้หลังจากล่มสลาย"

ของขวัญแห่งแผ่นดินเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เมืองซิลเวอร์ยังมีชีวิตรอดอยู่ได้ในดินแดนที่ถูกเทพทอดทิ้งแห่งนี้ และก็เป็นฝันร้ายของชาวเมืองเช่นกัน

มันสามารถสร้างพืชที่กินได้ขึ้นเองในทุกสภาพแวดล้อม และเร่งให้พืชเหล่านั้นเติบโต แพร่พันธุ์ และเก็บเกี่ยวได้ในระยะรัศมี 50 กิโลเมตร

อาหารเพียงชนิดเดียวของเมืองซิลเวอร์ —หญ้าหน้าดำ ก็ปลูกขึ้นได้ด้วยของขวัญแห่งแผ่นดิน

แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้ศพมนุษย์ทุกคนที่ตายภายในรัศมี 50 กิโลเมตร กลายเป็นวิญญาณชั่วร้าย เว้นแต่ผู้นั้นจะถูกฆ่าโดยญาติสายตรงของตนเอง

และผู้ที่กินพืชจากของขวัญแห่งแผ่นดิน และมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมัน จะกลายเป็นวิญญาณชั่วร้ายได้หากอยู่ภายในระยะ 300 กิโลเมตร

"ไม่เลวเลย เอาเมืองซิลเวอร์ไปตั้งอยู่บนเกาะให้ดีๆ เถอะ ของนี่พวกคุณไม่ต้องใช้แล้ว" จอร์จยื่นมือออกไปรับของขวัญแห่งแผ่นดินไว้ แล้วโยนใส่เข้าไปในโลกของตัวเอง

เขาจะใช้โลกของตัวเองดูดซับกฎที่ฝังอยู่ในของขวัญแห่งแผ่นดิน แล้วนำไปเติมเต็มกฎของโลก เพื่อให้ชีวิตในโลกของเขารุ่งเรืองยิ่งขึ้น

หลังจากโคลินกับเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดออกไปแล้ว จอร์จก็ปิดประตูมิติ แล้วเริ่มดื่มโอสถ

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็เลื่อนขั้นจากลำดับ 3 ปราชญ์โบราณ เป็นลำดับ 3 ผู้ชี้นำปาฏิหาริย์ ได้สำเร็จ

หนอนวิญญาณของผู้ชี้นำปาฏิหาริย์ สามารถเข้าไปในห้วงประวัติศาสตร์ได้แล้ว ดังนั้นแม้ร่างจะตาย ก็ยังสามารถฟื้นคืนชีพได้

พร้อมกันนั้น เขายังได้รับอำนาจบางส่วน สามารถแทรกแซงโชคชะตาของเป้าหมายได้ในระดับหนึ่ง

หากสะสม "คำอธิษฐาน" ได้มากพอ ก็สามารถรวบรวมพลังปาฏิหาริย์ สร้าง "ปาฏิหาริย์" ขึ้นจริงได้

พิธีกรรมเลื่อนลำดับของเขาเกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองหนึ่งที่ประกอบด้วยหุ่นเชิดทั้งหมด ออกแบบเส้นทางชะตาของหุ่นเชิดแต่ละตัวให้มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เชื่อมโยงกัน สร้างภาพชีวิตที่สมจริงมากพอ จนทำให้ปรากฏในพื้นที่หนึ่งของโลกวิญญาณ

ยิ่งเมืองใหญ่ มีหุ่นเชิดเยอะ ชีวิตประจำวันสมจริง และหลากหลายเท่าไหร่ ผลลัพธ์ของพิธีกรรมก็จะยิ่งดีเท่านั้น

"ได้เวลาเอาตะกอนพลังก้อนสุดท้ายของบริวารเร้นลับคืนมาแล้วสิ"

หลังจากเลื่อนลำดับเป็นผู้ชี้นำปาฏิหาริย์ จอร์จก็ยังไม่รีบออกจากดินแดนที่ถูกเทพทอดทิ้ง แต่กลับนั่งขัดสมาธิ แล้วกระจายพลังจิตออกไปทั่วแผ่นดิน ก่อนจะร่ายคาถาเรียกของ

"แอ๊กคีโอ ม่าน!"

ม่าน คือสมบัติปิดผนึกที่เกิดจากตะกอนพลังก้อนสุดท้ายของบริวารเร้นลับ ที่ราชันเร้นลับเตรียมไว้ให้ไคลน์ใช้เลื่อนลำดับตรงสู่บริวารเร้นลับ และฟื้นคืนชีพจากมัน

แต่ต่อมาเทพีรัตติกาลก็แยกมันออก แล้วโยนลงมาในดินแดนที่ถูกเทพทอดทิ้งแห่งนี้

ณ ถ้ำแห่งหนึ่งใกล้กับหมอกชายแดนทางตะวันออกของดินแดนที่ถูกเทพทอดทิ้ง

หมาปีศาจยักษ์ตัวหนึ่งกำลังหลับตา พยายามดึงตะกอนพลังจากม่านอยู่ จู่ๆ ม่านก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง ราวกับจะพุ่งออกจากใต้อุ้งเท้า มันตกใจทันที

มันรีบปล่อยพลังออกมา กดแรงสั่นของม่านลงอย่างรวดเร็ว

"เกิดอะไรขึ้น?"

หมาป่าตัวนี้ชื่อว่า "โคทาร์" เป็นหมาปีศาจแห่งความมืด ลำดับ 2 ผู้ชี้นำปาฏิหาริย์ เส้นทางแห่งเดอะฟูล (นักทำนาย) และเป็นเทพแห่งความปราถนาในยุคที่สอง

มันหลบซ่อนอยู่ในดินแดนที่ถูกเทพทอดทิ้งเพื่อหนีอามุนด์และเทพทั้งเจ็ด และโชคดีที่พบ "ม่าน" ซึ่งมีตะกอนพลังของบริวารเร้นลับลำดับ 1

ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันพยายามดึงตะกอนพลังจากม่านเพื่อดูดซับ และเลื่อนขั้นเป็นลำดับ 1 ให้ได้

แต่ไม่คิดเลยว่า ขณะใกล้สำเร็จกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

"เจอแล้ว!" จอร์จที่อยู่ในเมืองซิลเวอร์ลืมตาขึ้น แล้วหายวับไปจากที่นั่งในพริบตา

แม้คาถาเรียกของจะไม่ได้ดึงม่านมาโดยตรง แต่ก็มีผลตอบสนอง ซึ่งเพียงพอให้เขาย้อนรอยกลับไปได้แล้ว

"ส่งม่านมา ไม่งั้นก็ตายซะ" จอร์จปรากฏตัวต่อหน้าโคทาร์ แล้วยื่นคำขาดทันที

โคทาร์ย่อมไม่ยอมสละตะกอนพลังบริวารเร้นลับไปง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายก็อยู่ในลำดับเดียวกัน

ดังนั้นมันจึงคำราม แล้วกระโจนเข้าใส่จอร์จทันที

ไม่กี่อึดใจต่อมา จอร์จก็เก็บม่านใส่เข้าไปในโลกของตัวเอง มองหมาปีศาจที่นอนหอบอยู่กับกองเลือดบนพื้นด้วยสายตาเย็นชา

"อุตส่าห์เก็บม่านไว้อย่างดี งั้นฉันจะไว้ชีวิตก็แล้วกัน"

การเลื่อนขั้นเป็นเทพแท้จริง จำเป็นต้องใช้เอกลักษณ์ และตะกอนพลังของลำดับ 1 ส่วนตะกอนพลังของลำดับ 2 ไม่มีความจำเป็นนัก

อีกอย่าง ม่านก็ไม่ได้เป็นของโคทาร์ตั้งแต่แรก การที่เขามาเอาคืนก็ไม่ถือว่าเกินเลย ถ้าไปฆ่ามันอีกก็อาจจะดูเกินเหตุไปหน่อย

ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะแย่งเอาตะกอนพลังลำดับ 2 ที่อยู่ในตัวหมาปีศาจตัวนี้

ยังไงเขาก็มีตะกอนพลังลำดับ 2 สำรองไว้อยู่แล้ว ก้อนที่เก็บไว้นั่นก็เพียงพอให้ไคลน์เลื่อนขั้นได้ในอนาคต

สีหน้าของหมาปีศาจแสดงความตกใจทันที แล้วมันก็รีบตะกุยพื้น พุ่งตัวออกจากถ้ำหายวับไปในพริบตา

ตอนแรกมันคิดว่าครั้งนี้ต้องตายแน่ เพราะอีกฝ่ายอยู่เส้นทางเดียวกัน และยังเป็นลำดับเดียวกัน ไม่มีทางปล่อยตะกอนพลังในร่างมันไปแน่ๆ

แต่ไม่คิดเลยว่า อีกฝ่ายจะไม่สนใจตะกอนพลังในตัวมันเลย ความแค้นที่ถูกแย่งม่านไปก็จางลงมากกว่าครึ่งทันที

หลังได้ตะกอนพลังของบริวารเร้นลับก้อนสุดท้ายมาแล้ว จอร์จก็ไปยังขอบเขตของหมอกสีเทา มองทะเลหมอกตรงหน้าแล้วหัวเราะ

"พอฉันเลื่อนขั้นเป็นเดอะฟูล ฉันจะกลับมาเอาเซฟิรอธข้างในให้หมดเลย"

หมอกสีเทานี้ คือสิ่งที่ราชันเร้นลับทิ้งไว้ก่อนตาย มันไม่เพียงแค่ผนึกทวีปตะวันตกทั้งแผ่นดิน แต่ยังรวมถึง "เซฟิรอธทั้งเจ็ด" ด้วย

แผนของราชันเร้นลับก็คือ ใครอยากได้เซฟิรอธเหล่านั้น ก็ต้องปลุกเขาขึ้นมาเพื่อเปิดหมอกนี้

แต่จอร์จมั่นใจว่า ถ้าเขาเลื่อนขั้นเป็นเดอะฟูลได้ เมื่อใช้ปราสาทเซฟิราห์รวมกับพลังของตนเอง ก็สามารถเจาะผ่านผนึกของหมอกได้โดยไม่ต้องปลุกราชันเร้นลับขึ้นมา

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 805: เซฟิรอธ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว