- หน้าแรก
- จ้าวแห่งเวทมนตร์ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 625: เชื่อฟัง ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่คืนสมบัติให้ (ฟรี)
บทที่ 625: เชื่อฟัง ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่คืนสมบัติให้ (ฟรี)
บทที่ 625: เชื่อฟัง ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่คืนสมบัติให้ (ฟรี)
กิลกาเมชสามารถดึงโนเบิล แฟนทาสม์ทุกชิ้นที่เขายิงออกไปกลับคืนด้วยเอนคิดูได้ เพราะมันยังอยู่ใน "ขอบเขตของโลกนี้"
แม้แต่โลกจำลองที่สร้างขึ้นด้วยโนเบิล แฟนทาสม์ของเซอร์แวนต์อื่นๆ ก็ยังนับว่าอยู่ภายในโลกเดียวกัน กฎที่มันตั้งขึ้นก็ยังอยู่ภายใต้กฎพื้นฐานของโลกนี้เช่นกัน
แต่โลกเล็กที่จอร์จสร้างขึ้นนั้นไม่เหมือนกัน ถึงจะยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นโลกที่แยกออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโลกนี้
เพราะอย่างนั้น เอนคิดูของกิลกาเมชจึงไม่สามารถแทรกเข้าไปได้ หากเจ้าของโลกไม่ได้อนุญาต
ผลก็คือทุกครั้งที่กิลกาเมชปล่อยโนเบิล แฟนทาสม์ออกมา อาวุธหนึ่งชิ้นก็หายไปจากคลังสมบัติของนครทองคำทันที
จนกระทั่งตอนที่เขาปล่อยกระหน่ำครั้งใหญ่ อาวุธทั้งหมดในคลังสมบัติก็ถูกยิงออกมาจนหมดเกลี้ยง
"เจ้ากล้าแย่งชิงสมบัติของข้างั้นเหรอ?"
เมื่อเห็นว่าโนเบิล แฟนทาสม์ทุกชิ้นในนครทองคำของตัวเองหายไปจริงๆ กิลกาเมชก็โกรธจนแทบคลั่ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโกรธถึงขีดสุด
ต้องเข้าใจก่อนว่า งานอดิเรกที่เขาภูมิใจที่สุดก็คือการสะสมสมบัติ และตอนนี้สิ่งที่เขาใช้ทั้งชีวิตสะสมมาถูกชิงไปเกือบหมด หัวใจที่หวงแหนสมบัตินั้นแทบจะแตกสลาย
"เอนคิดู!"
พลังเวทมนตร์พลุ่งพล่านระเบิดออกมา ร่างกายของเขาส่องประกายสีทองราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ จนยากที่จะมองตรงๆ
พร้อมกับที่โซ่สีทองสองเส้นทะลุอากาศไปปรากฏขึ้นด้านหลังของจอร์จ ก่อนจะพันรัดและล็อกเขาไว้อย่างแน่นหนา
เอนคิดูเป็นหนึ่งในโนเบิล แฟนทาสม์สูงสุดในคลังสมบัติของเขา
มันถูกหลอมขึ้นโดยมือเทพเจ้า มีพลังผูกมัดรุนแรงเป็นพิเศษ ความแข็งแกร่งของมันจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้กับเป้าหมายที่มีความเป็นเทพสูง ยิ่งแข็งแกร่งมากก็ยิ่งถูกยับยั้งหนักหน่วง
และมันยังมีความสามารถในการดึงโนเบิล แฟนทาสม์ทุกชิ้นที่ถูกปล่อยออกจากคลังสมบัติให้กลับคืนมาได้โดยอัตโนมัติ
ในเวลาเดียวกัน ขณะที่เอนคิดูพันธนาการจอร์จ ด้ามดาบรูปร่างประหลาดก็ปรากฏขึ้นในมือขวาของกิลกาเมช
มันขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนกลายเป็นโนเบิล แฟนทาสม์ที่ร้ายกาจที่สุดของเขา - เออา
เขาชูเออาขึ้นสูง เทพลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่มีเข้าไปในดาบ
ทันใดนั้น ใบดาบลุกวาบด้วยพลังงานสีแดง แผ่แรงกดดันของกฎที่ทำให้พื้นที่รอบข้างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"เอนูม่า อีลิช : ดาวรังสรรค์แยกฟ้าดิน!"
เพียงการฟาดลงเบาๆ ใบดาบสีแดงก็ปล่อยพลังมหาศาลออกมา รุนแรงยิ่งกว่าเอ็กซ์คาลิเบอร์ของเซเบอร์หลายเท่า
ผู้ที่อยู่รอบๆ ต้องถอยออกไปพร้อมกับเสียงอุทานตื่นตระหนก
"เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ต้องการให้ข้าช่วย?"
เซเบอร์เคยเห็นพลังของเออามาก่อน เดิมทีเธออยากจะพุ่งเข้าไปช่วยพร้อมอวาลอน แต่ก็ถูกจอร์จหยุดไว้ด้วยเสียงในใจอีกครั้ง
"มันก็จริงอยู่ที่การโจมตีนี้สามารถผ่าโลกได้… แต่น่าเสียดาย ผู้ใช้ยังขาดความแข็งแกร่งไปหน่อย ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องลำบากแน่"
สายตาจอร์จจับจ้องใบดาบสีแดง แต่ใบหน้าของเขากลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่น
ในความคิดของเขา ดาบเออามีพลังของกฎที่สามารถผ่าโลกได้จริงๆ
แต่ต่อให้อาวุธแข็งแกร่งเพียงใด หากผู้ใช้ไร้ซึ่งพลัง อาวุธก็ไม่ต่างจากท่อนไม้
เมื่อดาบเออาอยู่ในมือกิลกาเมช มันก็เป็นแค่ท่อนไม้ที่แข็งแกร่งกว่าท่อนไม้ทั่วไปแค่นั้นเอง
"อาโลโฮโมร่า!"
จอร์จร่ายคาถาปลดล็อค เขาหลุดจากพันธนาการของเอนคิดูในทันที มือขวาของเขาเปลี่ยนสภาพเป็นกรงเล็บมังกรดำขนาดมหึมา ห่อหุ้มด้วยแสงทองส่องประกาย ก่อนจะคว้าใส่ใบดาบสีแดงอย่างแม่นยำ
เขาไม่ใช่เทพเจ้า สำหรับเขา เอนคิดูก็เป็นเพียงโซ่ที่แข็งแกร่งกว่าปกติ และด้วยคาถาปลดล็อคง่ายๆ จากโลกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เขาก็สามารถปลดมันออกได้ง่ายดาย
"โนเบิล แฟนทาสม์ชั้นยอดแบบนี้ อยู่ในมือแกคงสูญเปล่า ส่งต่อให้ฉันดีกว่า"
กรงเล็บมังกรดำบีบแน่น ใบดาบสีแดงแตกสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ทำเอากิลกาเมชเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมา
ไม่ทันที่จะได้หายใจ จอร์จก็ปรากฏตรงหน้า ห่างไปไม่ถึงสิบเซนติเมตร
และก่อนที่กิลกาเมชจะทันตอบสนอง ดาบเออาก็ถูกดึงออกจากมือแล้วหายไปทันที
"อ้อ… ขอโทษที เกือบลืมไปว่าฉันเป็นจอมเวท ต้องดูสง่างามกว่านี้หน่อย"
เมื่อเห็นกิลกาเมชกำลังง้างหมัดใส่ เขาเองก็เกือบจะเผลอง้างหมัดสวนกลับ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าในฐานะจอมเวท การใช้กำปั้นกับเท้ามันดูเสียภาพลักษณ์ของจอมเวทไปหน่อย
ดังนั้นเขาจึงเพียงยกมือขึ้น วงเวทปรากฏขึ้นรอบตัว
"แบล็คไลท์นิ่งเบิร์สต์!"
เสียงฟ้าร้อง ตามด้วยสายฟ้าสีดำเส้นมหึมาฟาดลงมาบนร่างกิลกาเมชอย่างดุดัน ร่างของกิลกาเมชล้มกระแทกพื้นทันทีโดยที่หมัดยังไม่ทันแตะตัวจอร์จ
ยังไม่ทันจะลุกขึ้น สายฟ้าอีกระลอกก็โจมตีซ้ำ แล้วก็ซ้ำอีก สายฟ้าถาโถมไม่หยุด ร่างของเขาถูกกดลงไปลึกจนแผ่นดินแยกออก
เมื่อทุกอย่างสงบลง ทุกสายตาที่มองลงไปในหลุมลึกนั้นล้วนเต็มไปด้วยความเวทนา
ราชันย์แห่งวีรชนผู้เคยสวมเกราะสีทองเรืองรอง เปี่ยมด้วยสง่าราศี ตอนนี้เกราะกลายเป็นซาก ร่างกายไหม้เกรียมไปครึ่งหนึ่ง ผมสีทองก็ถูกเผาหลุดร่วงจนเกือบหมด เหลือเพียงลมหายใจแผ่วเบาที่บอกว่าเขายังไม่ตาย
"เวทก็อดสเลเยอร์นี่ยับยั้งพวกสายเลือดเทพได้ดีจริงๆ"
จอร์จไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
เพราะกิลกาเมชมีสายเลือดเทพถึงสองในสาม จึงแพ้ทางเวทก็อดสเลเยอร์อย่างรุนแรง หากไม่ได้อาศัยโนเบิล แฟนทาสม์เป็นเกราะป้องกัน เขาคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
"ถ้ายอมฟังฉันสักหน่อย อย่างน้อยก็จะเจ็บตัวน้อยกว่านี้"
จอร์จไม่ได้ฆ่าเขาทันที แต่เลือกจะยื้อเอาไว้
เขายังต้องการให้กิลกาเมชช่วยเรื่องโนเบิล แฟนทาสม์เหล่านั้นอยู่ ดังนั้นตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะฆ่า
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กิลกาเมชกลับหัวเราะ ดันตัวขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง
"ข้ายอมรับว่าเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่จะให้ข้าคุกเข้ายอมสยบต่อเจ้า อย่าฝันไปหน่อยเลย!"
ราชันย์แห่งวีรชนผู้หยิ่งผยองจะยอมก้มหัวเพราะความเจ็บปวดทางกายเล็กน้อยได้ยังไง?
สำหรับเขา ความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย
"งั้นก็ช่วยไม่ได้"
จอร์จลูบคาง มองอีกฝ่ายด้วยแววตาครุ่นคิด
ที่จริงกิลกาเมชไม่ใช่หนึ่งในเซอร์แวนต์ทั้งเจ็ดที่ถูกอัญเชิญมาในครั้งนี้ ดังนั้นต่อให้ฆ่าอีกฝ่ายตอนนี้ก็ไม่กระทบอะไร
เพียงแต่น่าเสียดายอยู่บ้าง เพราะแม้จะหยิ่งผยอง แต่เขาก็ยังมีคุณค่าและความสามารถมากพอที่จะศึกษา
"ถ้าไม่ฟัง งั้นก็อย่าหวังว่าจะได้โนเบิล แฟนทาสม์คืนไปแม้แต่ชิ้นเดียว"
"นี่เจ้า…!"
เพียงแค่ได้ยินประโยคนั้น ร่างกายของกิลกาเมชก็แข็งทื่อไปทันที
โนเบิล แฟนทาสม์เหล่านั้นคือสิ่งที่เขาใช้ทั้งชีวิตสะสมมา!
"จริงๆ แล้ว นี่ไม่ใช่การข่มขู่หรอก มองว่าเป็นการร่วมมือจะเหมาะกว่า"
"แค่ช่วยฉันศึกษาโนเบิล แฟนทาสม์ เมื่อชิ้นไหนสำเร็จ ฉันก็จะคืนให้ สุดท้ายก็จะได้คืนทุกชิ้น"
จอร์จที่มองทะลุจุดอ่อนของกิลกาเมชผู้หยิ่งผยอง ยกมือตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ พร้อมรอยยิ้มกว้าง
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….