เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 615: เธอรู้หรือเปล่าว่าเขาฆ่าพ่อของเธอ? (ฟรี)

บทที่ 615: เธอรู้หรือเปล่าว่าเขาฆ่าพ่อของเธอ? (ฟรี)

บทที่ 615: เธอรู้หรือเปล่าว่าเขาฆ่าพ่อของเธอ? (ฟรี)


สำหรับเซเบอร์ เธอไม่ได้สนใจนักหากต้องเปลี่ยนมาสเตอร์

หากมีใครพยายามใช้กำลังบังคับให้มาสเตอร์มอบอาคมบัญชา เธอที่เป็นเซอร์เวนต์ย่อมปกป้องมาสเตอร์จนถึงลมหายใจสุดท้าย

แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เอมิยะ ชิโร่ยอมสละอาคมบัญชาด้วยความสมัครใจ เพราะไม่ต้องการเข้าไปพัวพันในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ที่โหดร้าย

เซเบอร์เคยผ่านสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่มาก่อน รู้ดีถึงความโหดเหี้ยมของมัน เธอจึงเห็นด้วยว่าเอมิยะ ชิโร่ซึ่งยังเป็นเพียงนักเรียนมัธยม ไม่ควรถูกลากเข้าสู่สนามรบแห่งความปรารถนา

อีกทั้งเวทมนตร์ของเขายังอ่อนแอเกินไป ส่งผลให้พลังของเธอลดลงอย่างมาก ไม่เหมาะสมที่จะเป็นมาสเตอร์จริงๆ

แต่ชายที่ถูกเรียกว่า "คุณเมเปิ้ล" แค่แรกเห็น เธอก็รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นจอมเวทผู้มีพลังมหาศาล

หากเขาได้เป็นมาสเตอร์ของเธอจริงๆ พลังที่เธอจะแสดงออกได้จะเพิ่มขึ้นหลายเท่า และโอกาสในการคว้าจอกศักดิ์สิทธิ์เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของบริเตนก็จะสูงยิ่งขึ้น

เพราะเหตุนี้ เธอจึงเลือกที่จะเงียบตลอดการสนทนาที่ผ่านมา รอผลลัพธ์สุดท้ายอย่างสงบ

จนกระทั่งจอร์จดึงเอาอวาลอนออกมาจากร่างของเอมิยะ ชิโร่ ฝักดาบของโนเบิล แฟนทาสม์ที่ทรงพลังที่สุด "เอ็กซ์คาลิเบอร์" และมันยังเป็นโนเบิล แฟนทาสม์ของเธอด้วย

เมื่ออวาลอนแสดงพลังออกมา มันสามารถปฏิเสธการโจมตีได้แทบทั้งหมด ต่อให้เป็นพลังทำลายล้างที่อาจผ่าโลกทั้งใบก็ไร้ผล และหากผู้ครอบครองบาดเจ็บ มันก็จะมอบพลังรักษาให้อย่างต่อเนื่อง

"ทำไมเจ้าถึงมีฝักดาบของข้า? เอมิยะ คิริซึงุ เป็นอะไรกับเจ้า?" เซเบอร์ถามด้วยความจริงจัง

"เขาเป็นพ่อบุญธรรมของฉัน… เธอรู้จักเขาเหรอ?" เอมิยะ ชิโร่ตอบด้วยท่าทีลังเล

"ใช่ เขาเคยเป็นมาสเตอร์ของข้าในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่" เซเบอร์พยักหน้า พูดจบ เธอก็เงียบไป

เอมิยะ ชิโร่อึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความเข้าใจ เขายิ้มแล้วพูดว่า "คุณพ่อเป็นจอมเวทที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่แปลกที่เขาจะได้เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งนั้น"

จากนั้นจึงหันมาทางจอร์จด้วยรอยยิ้มอบอุ่น "ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณเมเปิ้ล เมื่อมันเป็นของเซเบอร์ตั้งแต่แรก ถ้าเธอไม่ขัดข้อง คุณสามารถเก็บไปศึกษาได้เลย"

"นายนี่น่าสนใจจริงๆ" จอร์จหัวเราะพลางเก็บอวาลอน แล้วตบไหล่ของเอมิยะ ชิโร่เบาๆ

"เรียกฉันว่าจอร์จก็พอ ไม่ต้องเรียกคุณเมเปิ้ลอะไรนั่นหรอก"

"ส่วนความปรารถนาของนาย… ฉันจะจำเอาไว้ วันหนึ่งนายอาจต้องใช้มัน"

คนดีมักอายุสั้น ส่วนคนเลวกลับอยู่ยืนยาวเป็นร้อยปีพันปี และคนที่นิสัยเหมือนเอมิยะ ชิโร่ ก็มักจะอยู่รอดได้ไม่นาน

แต่ถึงอย่างนั้น จอร์จก็ไม่ได้หยุดชื่นชมคนแบบนั้นเลย

เหมือนคนที่ยอมสละชีวิตเพื่อช่วยคนแปลกหน้า ถึงจอร์จจะทำไม่ได้ แต่ในใจก็ยังนับถือคนเหล่านั่นที่โอบอ้อมอารีและยึดถือความยุติธรรม

"งั้นฉันจะเริ่มแล้วนะ"

เมื่อเอมิยะ ชิโร่ยอมมอบอาคมบัญชา จอร์จก็ไม่เสียเวลา เตรียมทำพิธีโอนสิทธิมาให้ตัวเองเพื่อเข้าสู่สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์

แต่ก่อนที่พิธีจะเริ่ม โทซากะ รินก็ขัดขึ้นว่า "ถ้าคุณคิดจะโอนอาคมบัญชา ฉันแนะนำให้หาผู้คุมกฎสงครามก่อน แล้วทำต่อหน้าพยาน ไม่อย่างนั้นการโอนอาคมบัญชาแบบลับๆ อาจถูกโบสถ์กับสมาคมเวทมนตร์ลงโทษ"

แม้สงครามจอกศักดิ์สิทธิ์จะเริ่มจากสามตระกูลผู้ก่อตั้ง แต่ทุกขั้นตอนในปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของโบสถ์และสมาคมเวทมนตร์ มันไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทำตามใจได้ เช่นเดียวกับการต่อสู้ที่ห้ามคนธรรมดาเห็น

เช่น เอมิยะ ชิโร่ที่ถูกแลนเซอร์ไล่ล่าเพราะเห็นการต่อสู้ของเซอร์เวนต์โดยบังเอิญ

และหากมาสเตอร์หรือเซอร์เวนต์ลงมือสังหารผู้บริสุทธิ์แบบไม่เลือกหน้า โบสถ์กับสมาคมก็จะเข้ามาระงับสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ และรวมผู้เข้าร่วมทั้งหมดไปจัดการคนที่ทำผิดกฎก่อนทันที

ก็จริงอยู่ที่เซอร์เวนต์แข็งแกร่ง แต่เหล่าจอมเวทของโบสถ์และสมาคมเวทมนตร์ก็ไม่ใช่พวกที่ประมาทได้เช่นกัน

เอมิยะ ชิโร่ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ "เธอรู้จักผู้คุมกฎนั้นเหรอ?"

โทซากะ รินพยักหน้า "เขาเป็นบาทหลวงจากโบสถ์ แล้วก็ยังเป็นลูกศิษย์ของพ่อฉันด้วย หลังจากพ่อเสียไป เขาก็เป็นเหมือนผู้ปกครอง รุ่นพี่ และอาจารย์คนที่สองของฉัน"

จอร์จขมวดคิ้ว "อาจารย์คนที่สองของเธอ… อย่าบอกนะว่าเป็นโคโตมิเนะ คิเรย์?"

เพราะเขาเพิ่งอ่านความทรงจำของแลนเซอร์มา และคนที่ชิงอาคมบัญชาจากบาเซ็ตท์ก็คือโคโตมิเนะ คิเรย์

"คุณรู้จักเขาด้วยเหรอ?" โทซากะ รินตกใจ

จอมเวทลึกลับที่ชื่อคุณเมเปิ้ลกลับรู้จักอาจารย์คนที่สองของเธอ ทำให้เธอเริ่มสงสัยว่าที่จริงแล้วเขาเคยเป็นสมาชิกโบสถ์หรือสมาคมเวทมนตร์มาก่อนหรือไม่?

"โคโตมิเนะ คิเรย์?"

ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของเซเบอร์ก็เปลี่ยนไป เธอจำได้ดีว่าในการเข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่ คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของเธอกับมาสเตอร์เอมิยะ คิริซึงุ ก็คือเขาคนนี้ บาทหลวงที่จิตใจบิดเบี้ยวและวิปริต

"เธอก็รู้จักเขาด้วย?" ท่าทางของเซเบอร์ทำให้โทซากะ รินยิ่งสับสน

เซเบอร์ตอบเรียบๆ "ใช่ เขาเคยเป็นหนึ่งในมาสเตอร์จากสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่ ถ้าเขาเป็นอาจารย์ที่สองของเจ้า งั้นพ่อของเจ้าก็คือโทซากะ โทคิโอมิสินะ"

"ใช่ พ่อฉันคือโทซากะ โทคิโอมิ" โทซากะ รินพยักหน้า เธอรู้อยู่แล้วว่าพ่อของเธอเข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่และถูกฆ่าตายในระหว่างนั้น และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เธอตัดสินใจเข้าร่วมในครั้งที่ห้า เพื่อทำตามความปรารถนาที่พ่อทำไม่สำเร็จ

แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่าโคโตมิเนะ คิเรย์ก็เข้าร่วมสงครามครั้งนั้นด้วย

แล้วคำพูดถัดไปของเซเบอร์ก็ทำให้โทซะกะ รินชาไปทั้งตัว

"แล้วเจ้ารู้หรือเปล่าว่าพ่อของเจ้าถูกฆ่าโดยโคโตมิเนะ คิเรย์?"

"เธอพูดว่าอะไรนะ?" โทซากะ รินถามเสียงสั่น

เซเบอร์อธิบายต่อ "ในสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่สี่ เซอร์เวนต์ของคิเรย์ในตอนแรกคือแอสซาซิน"

"แต่ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับเอมิยะ คิริซึงุ กลับกลายเป็นอาเชอร์… และอาเชอร์ก็เป็นเซอร์เวนต์ของพ่อเจ้า"

ความหมายคำพูดของเซเบอร์ชัดเจน

ถ้าโคโตมิเนะ คิเรย์ไม่ได้ฆ่าโทซากะ โทคิโอมิ เขาจะได้เซอร์เวนต์ของอีกฝ่ายมาได้ยังไง?

จอร์จจึงเสริมด้วยสิ่งที่ได้จากความทรงจำของแลนเซอร์ "ฉันไม่กล้ายืนยันว่าเขาคือฆาตกร แต่ที่แน่ๆ เขาไม่ใช่คนดี"

"เพราะตอนนี้เขาเป็นมาสเตอร์ของแลนเซอร์ และยังเป็นผู้เข้าร่วมสงครามจอกศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้ด้วย"

"ที่เลวร้ายกว่านั้นคือเขาได้สิทธิ์เข้าร่วมด้วยการลอบฆ่าเพื่อนที่มาจากสมาคมเวทมนตร์ แล้วยังปิดเรื่องนี้จากทั้งโบสถ์กับสมาคมเวทมนตร์ได้อีก"

โทซากะ รินไม่ใช่คนโง่ หลังจากฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย และนึกถึงท่าทีบางอย่างของโคโตมิเนะ คิเรย์ในอดีต เธอก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว

"ฉันจะไปถามความจริงกับเขา ถ้าเขาเป็นคนฆ่าพ่อของฉันจริงๆ ฉันจะฆ่าเขาเอง!"

"งั้นก็ไปด้วยกัน นี่เป็นโอกาสดีที่จะดูว่าบาทหลวงคนนั้นมีแผนอะไรกันแน่"

พูดจบ จอร์จก็วางมือทับบนมือของเอมิยะ ชิโร่ แล้วเริ่มร่ายเวทมนตร์โอนสิทธิอาคมบัญชา

ไม่นานนัก ลวดลายอาคมบัญชาก็เลื่อนจากมือของชิโร่ไปปรากฏบนมือของจอร์จแทน

ทันใดนั้นเอง เซเบอร์ที่เงียบมาตลอดก็เบิกตากว้าง แล้วพูดด้วยความตื่นเต้น

"พลังของข้า… ข้าสามารถใช้ได้เต็มที่แล้ว!"

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 615: เธอรู้หรือเปล่าว่าเขาฆ่าพ่อของเธอ? (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว